<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านเคาะแล้วยื่นซักฟอก5รมต.เปิดเบื้องลึกตัดชื่อ&#039;สมคิด&#039;ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31ม.ค. 63- เมื่อช่วงค่ำคืนวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีรัฐมนตรีอยู่ในข่ายจะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมากถึง 9 คนนั้น ได้ข้อสรุปตรงกันว่า ในวันที่ 31 ม.ค. เวลา 11.00 น. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 5 คนคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม&amp;nbsp; 2.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ 3.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 4.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และ 5.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สาเหตุที่มีการลดจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายลงเหลือเพียง 5 คนนั้น เนื่องจากพรรคร่วมฝ่ายค้านมองว่า จำนวนวันอภิปรายที่คาดว่าจะได้รับน่าจะอยู่ที่ 3 วัน หากต้องอภิปรายรัฐมนตรีมากถึง 9 คนจะทำให้การอภิปรายกระจัดกระจายและไม่เข้าเป้า ดังนั้นจึงตัดรัฐมนตรีที่ข้อมูลยังไม่แน่นมากนักออกก่อน แล้วค่อยรวบรวมข้อมูลใหม่เพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ก่อนหน้านี้ถูกวางตัวว่าจะเป็น 1 ในรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายอย่างแน่นอนนั้น สุดท้ายพรรคร่วมฝ่ายค้านตัดสินใจตัดชื่อออก เนื่องจากมองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านในครั้งนี้จะเน้นที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลวเป็นหลัก ดังนั้นหากอภิปรายนายสมคิดด้วย นายสมคิดย่อมต้องชี้แจงในมุมของเศรษฐกิจได้อยู่แล้วจะทำให้การชี้แจงของรัฐบาลดูมีน้ำหนักขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่หากตัดชื่อของนายสมคิดออก แล้วมุ่งอภิปรายไปที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหลักนั้น ด้วยความที่นายกฯ เป็นคนที่อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ย่อมทำให้น้ำหนักในการชี้แจงของนายกฯ อ่อนลงไปทันที ย่อมทำให้การอภิปรายของฝ่ายค้านดูมีน้ำหนักมากขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55932</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, ซักฟอก5รมต., ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e336dd0bb9f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอฟเฟ็กต์เสวนาชายแดนใต้ ลามร้องยุบ 7 พรรคฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากงานเสวนา &amp;lsquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ที่บริเวณลานวัฒนธรรม จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ลุกลามกลายเป็นประเด็นทางข้อกฎหมายตามมา เริ่มจาก พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า มอบหมาย 4 พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความเอาผิด แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน นักวิชาการ 12 คน ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านโต้กลับทันควัน ขนคณะหัวหน้าพรรค แกนนำพรรค ฝ่ายกฎหมาย ไปยังกองปราบปราม แจ้งความกลับ พล.ท.พรศักดิ์ และ พล.ต.บุรินทร์ ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 174, 326 และ 328&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เท่านั้น ยังมีความพยายามเชื่อมโยง ลากให้ไปถึง บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมด้วย อันเนื่องจากมองว่า กอ.รมน. ที่เป็นหน่วยงานภายใต้บังคับบัญชา ขึ้นตรงกับนายกฯ โดยตรง คงไม่ได้ดำเนินการเพียงลำพัง ถ้าไม่มีการส่งสัญญาณมาจากผู้มีอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปมประเด็น ปฐมเหตุ ทำให้เกิดเรื่องมาจาก &amp;lsquo;ชลิตา บัณฑุวงศ์&amp;rsquo; รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปพูดในลักษณะทำให้เกิดความเข้าใจ จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 เกินธง พรรคร่วมฝ่ายค้านปักหมุดแก้ไข ระบบการจัดการเลือกตั้ง เรื่องสมาชิกวุฒิสภาที่มีอำนาจเกินขอบเขตล้ำแดนมาถึงฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อในสูตรพิสดาร ระบบการแบ่งเขตเลือกตั้งที่มองว่าไม่เป็นธรรม แต่รอบนี้กลับใช้องคาพยพพูดไปไกลกว่าเรื่องการเมือง แต่ไปยุ่งในเรื่องราชอาณาจักร อันเกี่ยวพันกับความมั่นคงของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ &amp;lsquo;พรรณิการ์ วานิช&amp;rsquo; ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ก็ประกาศบนเวทีเสวนา มหาสารคามเช่นกัน เหมารวม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;รัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยทุกมาตรา&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากโดนกระแสสังคม กระแสในโลกโซเชียลถล่มอย่างหนักถึงความไม่เหมาะสม พรรคร่วมฝ่ายค้านแสดงออกต่อปมประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนตั้งรับ ตั้งตัวไม่ติดเลย พลิกมุมไป ฟ้องแก้เกี้ยวว่า มีใบสั่งทางการเมือง ให้มาเล่นงาน พรรคร่วมฝ่ายค้าน ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และประธานกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนเอาคืน เตรียมเรียก พล.ต.บุรินทร์ เข้ามาชี้แจง ที่ไปแจ้งความเอาผิด หวังข่มขู่ ปิดปากประชาชน ให้เกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เดิมมีเพียงเรื่องความเห็นต่างในระบบเลือกตั้ง ถูกขยายวงออกไป ลามไปเป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐและเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนไหวต่อความรู้สึกคนในสังคม สวนทางกลับคำพูดหัวหน้าพรรค แกนนำพรรค ที่ประกาศตอกย้ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่มีการแตะหมวด 1-2 อย่างเด็ดขาด แต่ทว่า องคพยพของตัวเองไม่ใช่เพียงแค่นักวิชาการที่ใกล้ชิด ยังมี ส.ส.จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ออกมาชี้ช่อง เบิกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นพดล อมรเวช&amp;quot; เลขาธิการสมาพันธ์เครือข่ายรักษ์สยาม ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.เพื่อให้ตรวจสอบพรรคการเมืองและยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบ 7 พรรคการเมือง โดยให้เหตุผลที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;พรรคการเมืองที่เข้าร่วมเสวนา ไม่ได้ให้ข้อมูลในลักษณะท้วงติงเพื่อให้เห็นถึงประวัติศาสตร์การเมืองและความสำคัญของรัฐธรรมนูญ ว่าเหตุผลและความสำคัญอย่างไรที่รัฐธรรมนูญไทยต้องมีบทบัญญัติมาตรา 1 ไว้ ไม่สามารถแก้ไขได้ และความจำเป็นที่ต้องรักษาไว้ซึ่งความเป็นรัฐเดียว ไม่สามารถแบ่งแยกได้ แต่กลับมีพฤติกรรมเหมือนรู้เห็นเป็นใจและมีส่วนร่วมสนับสนุน คล้อยตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามระเบียบรัฐธรรมนูญมาตรา 25 มาตรา 49 มาตรา 255 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 21 และ 22 ซึ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำผิดอันเป็นเจตนาเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากความผิดเฉพาะตัวที่หัวหน้าพรรค แกนนำพรรคถูกแจ้งความเอาผิดแล้ว ยังลามมาถึงความเป็นพรรคการเมือง ให้ต้องลุ้นระทึกอีกกระทง.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47549</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, กรองสถานการณ์, เอฟเฟ็กต์เสวนาชายแดนใต้ ลามร้องยุบ 7 พรรคฝ่ายค้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b57d16bf33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีอะไรใหม่!ชักแม่น้ำทั้ง5อัดก่อนสรุปต้องรื้อรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;ที่ตลาดเกษตรมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม &amp;nbsp;วิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดเสวนา &amp;lsquo;รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน&amp;rsquo; ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังแน่นขนัด โดยมีตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมเสวนาพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดงานเสวนาว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญต้องการสืบทอดอำนาจของรัฐประหาร แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและเลือกบางพรรคที่ไม่เอาเผด็จการที่ไปร่วมรัฐบาล แต่รัฐธรรมนูญกลับทำให้คนที่ประชาชนไม่ได้เลือกได้เป็นนายกรัฐมนตรี เกิดความไม่เป็นประชาธิปไตย โดยการทำให้บ้านเมืองสันติสุข 1.ต้องทำให้ประชาชนของประเทศเป็นประชาชนที่ดีมีปัจจัยสี่ ได้รับการดูแลเศรษฐกิจ มีสิทธิเสรีภาพ 2.ต้องมีรัฐธรรมนูญที่ดี &amp;nbsp;ภัยของรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่สามารถทำให้ประชาชนเห็นอนาคตได้ เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของประชาชนเราต้องมาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญคืนสิทธิคืนอำนาจให้ประชาชน แม้แต่รัฐธรรมนูญที่เผด็จการร่างนั้น เราอาจแก้บทเฉพาะกาลให้อำนาจมาสู่ประชาชน เพราะบทเฉพาะกาลอำนาจอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งและนายทุน เมื่อร่างเสร็จปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ที่ดินทำกิน ไม่เคยถูกหยิบมาร่างในรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ปาฐกถาพิเศษว่า วันนี้เศรษฐกิจกับกฎเกณฑ์มีความเกี่ยวกัน เศรษฐกิจจะดีได้ต้องมีความมั่นใจถึงจะกล้าใช้เงิน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทำให้กระเป๋าแฟบ แต่รัฐธรรมนูญนี้ทำลายความเชื่อมั่นและนักลงทุนทั้งหมด ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้เศรษฐกิจกลับมาแข็งแกร่ง รัฐธรรมนูญนี้ทำลายเชื่อมั่น ความหวังของคนไทยและนานาชาติ เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง ทั่วโลกยอมรับ มีสูตรคำนวณ ส.ส.พิสดารที่สุด มีการคำนวณให้พรรคปัดเศษเล็กได้มากันเต็ม พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากที่สุดแต่ไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นกติกาที่แปลกและขัดหลักการประชาธิปไตยทั่วโลก และมี ส.ว. 250 คน เลือกเสร็จแล้วก็เลือกนายกฯ แทนชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใครเลือกนายกฯ คนนี้บ้างคนยกมือขึ้น แต่มี ส.ว. 250 คนเลือกแทน เมื่อขัดหลักการพื้นฐานประชาธิปไตยทั่วโลกก็ไม่ยอมรับ เมื่อเขียนรัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว มีการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ พรรครัฐบาลมีเกือบ 20 พรรค จึงไร้เอกภาพ จึงเห็นการต่อรองตั้งแต่ยังไม่ตั้งรัฐบาล เพราะพรรคนี้ต้องการกระทรวงนี้ วันนี้มีใครต่อรองให้พี่น้องบ้าง ไม่มี ทำให้ได้รัฐบาลที่จ้องขโมยงูเห่าทุกสัปดาห์ที่โหวต ทำให้ได้รัฐบาลเลี้ยงลิง หากล้วยมาป้อนลิงให้ลิงอิ่ม ไม่ได้หาอะไรให้ประชาชนอิ่มท้อง รัฐบาลไร้เสถียรภาพ&amp;rdquo;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับปากท้องโดยตรง 5 ปีราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ได้นายกฯ คนเดิมราคาก็ตกเหมือนเดิม กำลังซื้อในประเทศตก ค่าเงินแข็ง ส่งออกตายสนิท ถ้าเรายังไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหวัง อย่างสหรัฐและจีนทำสงครามการค้า ประเทศไทยเตรียมซื้อรถถังและเรือดำน้ำอีกแล้ว สวนกับความเป็นจริง รัฐธรรมนูญไม่ให้สิทธิประชาชนไปตรวจสอบ ยิ่งเอาคนไม่เก่งมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และรัฐบาลไม่น่าเชื่อถือก็ยิ่งแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญปี 2560 ยังขัดขวางอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ใช้มาตรา 44 ยกเว้นการไม่ทำตามรัฐธรรมนูญร่วม 10 ครั้ง เขียนเองยังไม่ทำตามเลย อย่างนี้ต้องแก้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญนี้ไม่ตรงปก เพราะเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และเมื่อใช้ก็ปราบได้ไม่จริง ต้องใช้คำว่ารัฐธรรมนูญส่งเสริมการโกง โกงตั้งแต่การเลือกตั้ง ตรวจสอบลงโทษฝั่งตัวเองไม่ได้เลย แต่ฝั่งตัวเองไม่ได้เลย นาฬิกาหลายเรือน หลายล้าน ไม่ผิด ลืมได้ กำลังสร้างมาตรฐานให้เกิดการโกง อีกหน่อยนักการเมืองยื่นทรัพย์สินไม่ครบก็บอกยืมเพื่อนมา ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ตรงปกต้องฟ้อง สคบ. และต้องถูกแก้ไข ส่วนตัวดีใจที่สภาฯ จะศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ส่งเสียงถึงทุกพรรคการเมืองในสภา อย่าหลอกประชาชนอีก อย่าสร้างรัฐธรรมนูญของพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่มีการบอกว่ารัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา แต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน อีกทั้ง รัฐธรรมนูญต้องเร่งแก้ไข แต่ไม่แตะต้องหมวด 1 รูปแบบของรัฐ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ และต้องแก้ไขบางหมวดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45794</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, มหาสารคาม, รัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย, วิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, เสวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7dd5cf1a932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 00:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เอกภาพภายในมีปัญหา?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ บทบาทการเมืองต่อจากนี้ของ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย-ผู้นำฝ่ายค้านฯ ย่อมต้องถูกจับตามองมากขึ้นกับการนำพาพรรคเพื่อไทยและแนวร่วม 7 พรรคฝ่ายค้าน แสดงบทบาททางการเมืองทั้งในและนอกสภาฯ ที่ตอนนี้ก็พบว่า เพื่อไทยและพันธมิตร 7 พรรคฝ่ายค้าน มีแผนงานการเมืองใหญ่ๆ วางไว้และรอขับเคลื่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.การเตรียมอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ กรณีข้อคลางแคลงใจของฝ่ายค้าน เรื่อง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่หลังพรรคฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อใช้สิทธิอภิปรายพลเอกประยุทธ์ ผ่านช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ก็พบว่า ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เตรียมบรรจุระเบียบวาระดังกล่าวให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาในช่วงต้นๆ เดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2.การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ วาระแรกกลางเดือนตุลาคม ในการเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญฯ  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;มีข่าวว่าเวลานี้แต่ละพรรคใน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการเตรียมหาข้อมูล วางประเด็นการอภิปรายกันไว้แต่เนิ่นๆ แล้ว เพื่อเตรียมชำแหละวงเงินงบประมาณ กระทรวงและโครงการต่างๆ ในลักษณะเชื่อมโยงไปถึงการบริหารงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ในด้านต่างๆ อันเป็นคิวอภิปรายที่ฝ่ายค้านแต่ละพรรคคงทุ่มสรรพกำลังเพื่อรอถล่มรัฐบาลอีกรอบ แบบเดียวกับที่ทำก่อนหน้านี้ตอนรัฐบาลแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะเดียวกัน เพื่อไทยและฝ่ายค้านก็วางวาระการเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภาฯ ไว้ว่า จะต้องปลุกกระแสประชาชนให้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่แนวทางของฝ่ายค้านคือต้องการแก้ไข รธน.บางมาตรา เพื่อนำไปสู่การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่องระยะยาว เบื้องต้นก็จะใช้วิธีการเสนอให้สภาฯ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไข รธน.ไปก่อน เพื่อให้ผลการศึกษาดังกล่าวของ กมธ.สภาฯ เป็นบันไดไปสู่การแก้ไข รธน.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม วาระงานการเมืองของแนวร่วมฝ่ายค้านที่วางไว้ข้างต้นในทางการเมือง ก็ต้องรอตามดูกันว่า การขับเคลื่อนของฝ่ายค้านจะเป็นเอกภาพกันดีหรือไม่ หลังเวลานี้ท่าทีการเมืองของฝ่ายค้านก็เริ่มแปร่งๆ บนกระแสข่าวอาจจะมี ส.ส.ฝ่ายค้านแตกแถว เป็นงูเห่า ไปช่วยโหวตเสียงให้ฝ่ายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ซึ่งพรรคที่ถูกเพ่งเล็งมากสุดก็คือ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ของมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตร มว.พาณิชย์ ยุครัฐบาลพลังประชาชน ซึ่งมีกระแสข่าวมาตลอดตั้งแต่ตอนตั้งรัฐบาลแล้วว่า ถูกแกนนำพลังประชารัฐติดต่อให้เข้าร่วมรัฐบาล โดยเสนอโควตากระทรวงการท่องเที่ยวฯ ให้เป็นข้อจูงใจ แต่เกิดปัญหาติดขัด ดีลเลยไม่สำเร็จ แต่มีข่าวว่าฝ่ายแกนนำพลังประชารัฐก็ยังไม่เลิกการดีลกับคนในพรรคเศรษฐกิจใหม่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบคือ เมื่อดึงมาทั้งพรรคไม่ได้ ก็จะใช้วิธีการดึงเสียง ส.ส.พรรคเศรษฐกิจรายตัว ให้มาเป็นโหวตให้ฝ่ายรัฐบาลไปทีละนัด ในโอกาสสำคัญๆ ที่ต้องการเสียงจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ เพื่อมาเติมเต็มให้รัฐบาล จะได้ไม่ต้องพะวงเรื่องเสียงปริ่มน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กระแสข่าวดังกล่าวทำให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ต้องทำการเปิดแถลงข่าวแจงเรื่องนี้ทันควัน เมื่อ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่รัฐสภา อันเป็นการแถลงข่าวที่แม้ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะยืนกรานเหนียวแน่นอยู่กับพรรคฝ่ายค้าน แต่ท่าทีการเมืองของคนในพรรคเศรษฐกิจใหม่บางรายก็สะท้อนให้เห็นนัยสำคัญของคนในพรรคนี้ ต่อการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คือแม้ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ จะยืนกรานว่า ส.ส. 6 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ยังเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีใครแตกแถวไปไหน แต่บางกรณีที่เป็นความเห็นร่วมกันของพรรคฝ่ายค้านนั้น ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะใช้เอกสิทธิ์พิจารณาการลงมติที่อาจสวนทางกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในบางประเด็น จะไม่ค้านแบบหัวปักหัวปำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วน ภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่&amp;ndash;เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า ยอมรับว่าแม้จะอยู่ฝ่ายค้าน แต่มีความอึดอัด เนื่องจากมีความมุ่งเน้นเรื่องการเมืองมากเกินไป แต่พรรคเศรษฐกิจใหม่ชำนาญเรื่องเศรษฐกิจ อาจทำให้การทำงานบางเรื่องไม่ราบรื่น ปัญหาปากท้องประชาชนไม่ถูกพูดถึง มีแต่พูดเรื่องการเมืองที่ไม่ช่วยให้ประชาชนอิ่มท้อง ดังนั้น พรรคจึงอยากมีเอกสิทธิ์การแสดงความเห็นและการออกเสียงในบางกรณีที่อาจไม่ตรงกับมติฝ่ายค้าน เพราะบางเรื่องพรรคเศรษฐกิจใหม่ไม่เห็นด้วยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่อยากให้ลากชื่อพรรคไปอยู่มุมใดมุมหนึ่ง แต่ว่าวันนี้เรายังเป็นฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จับปฏิกิริยา-กระแสการเมืองดังกล่าวของคนพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่แม้จะมี ส.ส.แค่หกคน เทียบไม่ได้กับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ อย่างเพื่อไทยและอนาคตใหม่ ที่มี ส.ส.เยอะกว่ากันมาก เพราะหากฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ ทำให้เอกภาพของฝ่านค้านมีปัญหา เสียงฝ่ายค้านแตกกันเอง แล้วเป็นการแตกโดยมีการงดออกเสียงหรือเทเสียงมาที่ฝ่ายรัฐบาล มันก็ย่อมเป็นผลดีอย่างยิ่งกับการแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เพราะเท่ากับพลังประชารัฐจะได้สองต่อแบบไปกลับ คือมาเพิ่มเสียงรัฐบาล แล้วไปลดเสียงฝ่านค้านให้หายไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43986</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เอกภาพภายในมีปัญหา?, กรองสถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d5b4cf37b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่อาจก้าวล่วงใดๆ ‘ประยุทธ์’ย้ำทำตามรธน.พ้อลีเซียนลุงมาเองยังช้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;7 พรรคฝ่ายค้านนำ 214 ส.ส.ยื่น ปธ.สภาฯ เปิดอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติปม &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ-แถลงนโยบายไม่มีแหล่งที่มารายได้ &amp;quot;ชวน&amp;rdquo; จ่อบรรจุวาระภายในเดือนนี้ พร้อมแจ้งนายกฯ มาชี้แจง ย้ำต้องมาตอบกระทู้ ประธานวิปฝ่ายค้านดักทางมอบคนอื่นมาตอบแทนไม่ได้ ยันพร้อมถอนญัตติหากแก้ไขให้ถูกต้อง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; บอกเคารพประธานสภาฯ ลั่นกระทำเฉพาะพระพักตร์ เชื่อมั่นทำถูกต้องครบถ้วนกระบวนการ เหน็บการเมืองพูดไปแล้วไม่รับผิดชอบ ประเทศไทยต่อให้ &amp;quot;ลี เซียนลุง&amp;quot; ก็เอาไม่ไหวหากความเกลียดชังยังอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 08.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม พรรคฝ่ายค้านนำโดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นำ 214 ส.ส. จาก 7 พรรคฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปซักถามข้อเท็จจริง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม นำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ไม่ครบถ้วนด้วยถ้อยคำตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ถือว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ อันเป็นแบบแผนและขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ เป็นการกระทำเฉพาะพระพักตร์องค์พระมหากษัตริย์ผู้ใช้อำนาจแทนปวงชนชาวไทยผ่านทางรัฐสภา ครม. และศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดต่อประชาชนทั่วไป และ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยอมรับ แต่ก็ยังไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง กลับเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดิน จึงเกิดเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่จนส่งผลต่อเนื่องไปถึงความถูกต้องสมบูรณ์ของการแถลงนโยบายของ ครม.ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา อีกทั้งการแถลงนโยบายในครั้งนั้นก็ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายไม่ละเอียดครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 อีกด้วย จึงขอเสนอเปิดอภิปรายทั่วไป เพราะหากปล่อยเนิ่นช้าไป อาจส่งผลกระทบเสียหายร้ายแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดินได้&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวนกล่าวว่า กระบวนการตามมาตรา 152 เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไป ถือเป็นเรื่องใหม่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะของเดิมไม่มีกำหนดไว้ ซึ่งระเบียบตามมาตราดังกล่าว ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ &amp;nbsp;มีแต่เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องอนุโลมตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดิมไปก่อน และจากนี้ตนจะนำไปมอบให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในฐานะรับผิดชอบเรื่องกระทู้ และญัตติตรวจสอบความถูกต้อง หากไม่มีอะไรต้องแก้ไข ตนจะแจ้งให้ผู้เสนอญัตติทรายภายใน 7 วันก่อนที่จะนำบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน และแจ้งให้ ครม.ทราบต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดอภิปรายทั่วไปตามญัตตินี้ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาต้องยึดตามข้อกฎหมายเป็นหลัก รัฐสภาไม่มีแนวทางอื่น นอกจากทำตามข้อบังคับการประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์จะมาตอบเองหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปถามรัฐบาลเอง อย่างกระทู้ถาม ผมเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรต้องมาตอบ เพราะตามหลักการ การที่ไม่มาชี้แจงต่อสภาจะต้องแจ้งถึงเหตุผลตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 150 กำหนด หาก ครม.เห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะจะกระทบต่อความมั่นคงก็ต้องแจ้งมา อย่างไรก็ตาม ผมจะให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งไปยังท่านนายกฯ ให้ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้ท่านนายกฯ ไม่เคยแจ้งเหตุผลอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรมายังสภาเลย&amp;rdquo; นายชวน กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์แก้ไขกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนตามที่เคยระบุไว้ให้ลุล่วง และคลายกังวล พรรคฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติดังกล่าว แต่หากนายกฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข และปฏิเสธที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภาตามญัตติดังกล่าว จะถือว่านายกฯ จงใจเลี่ยงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระบวนการต่อไป พรรคฝ่ายค้านอาจจะพิจารณาช่องทางเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งกระบวนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
บี้นายกฯต้องมาชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีการกระทำสิ่งที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม หรือช่องทางของสภาผู้แทนรษฎร ด้วยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อไม่ไว้วางใจนายกฯ ดังนั้นยืนยันว่ากรณีการชี้แจงนายกฯ ไม่สามารถเลี่ยงการชี้แจงหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนตนเองได้ รวมถึงไม่สามารถใช้ข้ออ้างกรณีที่มีบุคคลยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบกรณีดังกล่าวและต้องรอผลการตรวจสอบ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานวิปรัฐบาลกล่าวด้วยว่า การใช้เวลาอภิปรายในญัตติดังกล่าว ไม่สามารถเรียกว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเนื้อหาหรือรายละเอียดไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวกับการทุจริต หากญัตติได้รับการบรรจุในวาระประชุมพรรคฝ่ายค้านจะขอเวลาอภิปรายอย่างน้อย 2 วัน และมากสุดไม่เกิน 3 วัน และจะเป็นสิทธิของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่จะเป็นผู้อภิปรายได้เท่านั้น ส่วน ส.ส.พรรครัฐบาลไม่มีสิทธิอภิปราย ส่วนที่ต้องใช้เวลาจำนวนมาก เนื่องจากมีรายละเอียดที่ต้องซักถาม และมีรายละเอียดที่ต้องได้รับคำชี้แจง โดยเฉพาะกรณีการแถลงนโยบายของครม.ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ &amp;nbsp;25-26 กรกฎาคม ที่ต้องระบุรายละเอียดของแหล่งที่มารายได้ ซึ่งจะนำมาใช้ในนโยบายด้านต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมสภากลาโหม ถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติดังกล่าวว่า เป็นเรื่องของกลไกรัฐสภา ซึ่งตนก็เคารพ ขอให้เป็นขั้นตอนตรงนั้นไป โดยทุกครั้งที่ตนไม่ได้ไปตอบกระทู้ถามในสภา ก็เพราะมีภารกิจที่กำหนดล่วงหน้าอยู่แล้ว มีตารางงานล่วงหน้าทุกวัน ตนก็ไปตอบไม่ได้ หากมีการตั้งกระทู้ถามขึ้นมาใหม่ก็ต้องดูว่าจะไปตอบได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนไปเยี่ยมผู้พิการทางสายตา ไม่ได้ว่างมากที่จะไปเตะฟุตบอล ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน ขอให้ช่วยกันด้วย เพราะไม่ได้ไปแค่เตะฟุตบอลและชักเย่อเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ที่รัฐบาลดูแลและไม่ทอดทิ้งผู้พิการทางสายตา และได้นำ ครม.ไปดูด้วย เพื่อกำหนดแผนงานโครงการต่างๆ ซึ่งต่อไปผมจะไปตรวจเยี่ยมเกี่ยวกับภัยแล้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายค้านยื่นญัตติจะไปตอบในสภาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็แล้วแต่ท่าน&amp;rdquo; ส่วนที่นายชวนระบุว่าจะเป็นตั้งกระทู้ถามหรือการอภิปราย นายกฯ จะต้องไปตอบนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;อะไรก็แล้วแต่ ผมเคารพประธานสภาฯ อยู่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่านายกฯ กลัวสภา และกลัวการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมจะกลัวเขาทำไม ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายค้านจึงอยากให้นายกฯ ไปชี้แจง จะได้หาทางออกร่วมกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ขอบคุณนะ ขอบคุณ&amp;rdquo; ก่อนจะยิ้มให้สื่อมวลชน พร้อมกับกล่าวต่อว่า &amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นว่าผมทำครบถ้วนกระบวนการอยู่แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย &amp;rdquo;
กระทำเฉพาะพระพักตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะตั้งกระทู้รึเปล่า จะอภิปรายรึเปล่า ก็ไปว่ากันอีกทีละกัน ผมมีขั้นตอนของผมอยู่แล้วในการแก้ปัญหาของผม ซึ่งผมมีฝ่ายกฎหมายของผม ดังนั้นผมก็ต้องฟัง อะไรที่จะมีผลกระทบไปอื่นๆ ต้องระวังให้มากที่สุด เข้าใจไหม เพราะเรื่องนี้ผมกระทำต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้เข้าใจให้ตรงกัน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าวเมื่อถามว่าจะเร่งเคลียร์คิวเข้าสภาเมื่อใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการเมืองในวันนี้ทำให้รัฐบาลเป๋ไปเป๋มาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่เคยเป๋ ยังเดินเข้มแข็ง เดินตรงทางตลอด ไม่มีหกล้ม แต่วันนั้นหกล้มกับเด็ก ก็เตะบอล ไปหาว่าตนซวนเซ แล้วจะไปเตะแรงๆ กับเด็กได้หรือไม่ ส่วนการเมืองเปลี่ยนไปหรือไม่ ตนไม่รู้ ให้พวกเราช่วยกันวิเคราะห์วิจารณ์ ก็ดูในโซเชียลมีเดีย และการพูดในสภาเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้แก้ที่ตน ต้องแก้ที่ประชาชนว่าจะทำอย่างไร ขอให้ช่วยกันทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะผู้แทนประเทศไทย ผู้บริหารและคณะทำงาน เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานผลการแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ โดยนายกฯ กล่าวกับคณะผู้แทนฯ ว่า การได้พบกับเด็กทุกคนในวันนี้ เป็นอีกวันที่ทำให้มีความสุข หากเปรียบเป็นพีระมิดต้องถือเป็นคนที่มีสมอง มีความตั้งใจ มีขีดความสามารถอยู่บนยอดพีระมิด แต่ฐานพีระมิดยังกว้างอยู่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการกำลังแก้ไข โดยรัฐบาลกำลังดำเนินงานทุกปัญหา ขอเพียงความเข้าใจและกำลังใจให้รัฐบาลและรัฐมนตรี โดยเฉพาะครม.ของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนการเมืองก็เป็นเรื่องของการเมือง เป็นเรื่องของการพูดแล้วไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ซึ่งควรจะต้องเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ขอยืนยันว่า 4 ปีต่อไปของรัฐบาลนี้ จะทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เพราะหลายอย่างต้องแก้ไข มีกติกาและกฎหมายที่ซ้ำซ้อนทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า ขอฝากให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน ทุกวันนี้คนไทยอดทนน้อย มีความอดทนที่จำกัด ไม่ชอบอะไรที่รอนาน เพราะคิดแต่ว่าโลกประชาธิปไตยจะทำอะไรก็ได้ แต่แล้วได้อะไรกลับมา ทั้งที่ไม่ได้อะไรกลับมาเป็นชิ้นเป็นอัน หากไม่มีหลักการ ประชาธิปไตยทุกอย่างมันมีทั้งดีและไม่ดี อาจจะดีที่สุดในโลกปัจจุบัน แต่ก็มีปัญหามากพอสมควรในการบริหารประเทศ ยุคนี้ในทุกภูมิภาค ไม่ใช่ว่าประเทศเรามีประชาธิปไตยน้อยกว่าใคร ถ้าหากน้อยคงไม่มีใครมาพูดจาเลอะเทอะอยู่แบบนี้ และนี่คือประชาธิปไตยเต็มที่ สื่ออยากเขียนอะไรก็เขียน ดังนั้นขออย่าเบื่อหน้าลุง เพราะสื่อจะพาดข่าวหน้า 1 ทุกวัน ขอร้องอย่าเบื่อกัน เพราะผมก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่า มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ดีที่สุด เพราะถือเป็นอนาคตของประเทศ โดยต้องรู้จักแบ่งปัน ไม่เห็นการทุจริตเป็นเรื่องปกติธรรมดาหากตัวเองได้ประโยชน์ เพราะหากเป็นเช่นนั้น ประเทศล่มจมแน่ การนำตัวอย่างประเทศมหาอำนาจมาใช้ต้องมองด้วยว่า ที่ผ่านมาประเทศเหล่านั้นผ่านอะไรมาบ้าง อาจมีการทำสงคราม รบรากัน ขณะที่ประเทศไทยก็มีการรบกันด้วยปาก ทะเลาะเบาะแว้งกัน และทำให้ตนเองอารมณ์เสียอยู่ทุกวันนี้ แม้วันนี้จะพยายามอารมณ์ดี มีคนข้างนอกเข้ามาช่วย เช่น โฆษกรัฐบาลคนสวย มาช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้ เพราะฉะนั้นตนก็จะไม่พยายามไปโต้เถียง เพราะขี้เกียจพูด พูดมา 5 ปีแล้ว เหนื่อย&amp;nbsp;
ทำทุกอย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกรัฐมนตรีถามเด็กๆ ว่า เคยมาเยี่ยมทำเนียบรัฐบาลหรือยัง อยากให้ไปเยี่ยมชม วันหน้าจะได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าไหวก็ช่วยนายกฯ หน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะประเทศไทย ต่อให้ลี เซียนลุง ก็เอาไม่ไหว หากความเกลียดชังยังอยู่ ประเทศไทยจะเดินต่อไปไม่ได้ โดยเฉพาะความพยายามที่จะให้รัฐบาลเป๋ไปเป๋มา ความน่าเชื่อถือก็จะหายไป ผมยืนยันว่าผมทำทุกอย่างถูกต้องทุกประการ เราไม่อาจไปก้าวล่วงใดๆ ได้ทั้งสิ้น เพราะถือว่าเป็นการกระทำของนายกรัฐมนตรี กับทั้ง ครม.ตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นอย่ากังวล ไม่ต้องห่วง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป จะกระทบการทำงานหรือไม่ เพราะเพิ่งเข้ามาทำงานว่า ทุกคนต่างทำหน้าที่ อะไรที่เป็นสิ่งที่พึงทำได้ตามหน้าที่ก็ต้องทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีรัฐบาลแพ้โหวตร่างข้อบังคับการประชุมสภาถึง 2 ครั้ง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) ต้องทำงานให้หนักขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องของเสียงไม่พอ แต่เป็นเรื่องที่ส.ส.และรัฐมนตรีบางคนติดภารกิจ เข้าไปลงคะแนนไม่ทัน ฉะนั้นจะต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะต้องพิจารณาหรือเปลี่ยนแปลงในส่วน ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ก็ต้องพูดคุยกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้ ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับการทำงานของรัฐบาล เพราะเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากการที่เรามีเรื่องเสียงไม่พอในการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา จะเป็นการกระตุ้นให้มีการประสานงานกันมากขึ้น ย้ำว่าไม่ใช่เสียงไม่พอ แต่เป็นเรื่องการประสานงานและติดภารกิจ ทำให้เข้าไปลงคะแนนไม่ทัน จากนี้ต้องเน้นเรื่องการประสานงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แกนนำพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตร่างข้อบังคับการประชุมสภาถึง 2 ครั้ง เนื่องจากรัฐมนตรีและ ส.ส.หายไปหลายคน ว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ขาดประชุมสภาหลายคน แต่การลงมติครั้งที่ 2 มีพรรคร่วมรัฐบาลบางคนอาจเห็นต่าง คิดอีกแบบหนึ่ง ซึ่งถือเป็นสิทธิของสมาชิก เพราะไปดูแล้วสาเหตุไม่ได้มาจากเสียงของรัฐบาลน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม จะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก เนื่องจากเข้าใจแนวทางแล้วว่าสาเหตุไม่ใช่มาจากมาไม่ครบหรือขาดเยอะ หรือไม่รับผิดชอบ หากไปดูรายละเอียดการโหวตทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ได้โหวตในทิศทางเดียวกัน เหมือนฟรีโหวต ที่ทุกคนสามารถมีความคิดเห็นแตกต่างกันในข้อบังคับแต่ละข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นการพิจารณากฎหมายสำคัญ แล้วรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ติดภารกิจจะแก้ปัญหาอย่างไร นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้ว จะให้มีการดูแลให้มีระเบียบวินัยครบถ้วนทุกคน ต้องรับผิดชอบ และตอนนี้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ยังไม่ต้องลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า จริงๆ แล้วทุกพรรคเห็นด้วยอยู่แล้ว ในเรื่องของระเบียบข้อบังคับการประชุมสภา แต่ตอนหลังพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าจะต้องแก้ไข แต่มองว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญจะออกซ้ายออกขวา ที่ทำให้พรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายรัฐบาลแพ้ แล้วจะเกิดปัญหา ไม่ใช่ทำให้เกิดผลเสียหายหรือทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าเป็นเรื่องสำคัญเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนจะพร้อม แต่การลงมติที่ผ่านมารัฐมนตรีบางคนอยู่ระหว่างการประชุม และเชื่อวิปรัฐบาลคุยกันตลอดอยู่แล้ว&amp;nbsp;
ไม่กังวลรัฐบาลแพ้โหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลต่อเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นการลงมติข้อบังคับสภา ซึ่งบางคนอาจคาดไม่ถึงหรือคิดกันไปต่างๆ โดยไม่ได้จริงจังกันมาก ขณะเดียวกันตอนนี้ยังใหม่ๆ ก็ต้องปรับตัวกันบ้าง จึงมั่นใจและรับประกันได้ว่าถ้าเป็นการลงมติในวาระสำคัญหรือร่างกฎหมายฉบับสำคัญๆ จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะคุมกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องกำชับ ส.ส.ตัวเองด้วยหรือไม่ เพราะมีชื่อ ส.ส.ของพรรคหลายคนที่ไม่ขาดประชุม นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องห่วงอะไร และเรื่องการลงมติเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องรู้อยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เราคงจะย้ำกันอีกนิดก็ได้ ทั้งนี้ วิปรัฐบาลมีการพูดคุยกันตลอดอยู่แล้ว แต่ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลต้องช่วยกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภาไม่ได้เกี่ยวกับประชาชนเลย แต่เป็นเรื่องภายในของ ส.ส. ของสภา จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งสภาที่มีทุกพรรค วันนี้ถ้าคุณคิดมาตั้งแง่กันแต่เรื่องของตัวเอง ประเทศจะเดินไปได้อย่างไร&amp;rdquo; นายเฉลิมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า สำหรับตนที่ไม่ได้เข้าไปโหวต เพราะติดภารกิจ เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา พอรัฐบาลมีเสียงปริ่มก็หาว่ารัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ แต่คิดว่าฝ่ายรัฐบาลอยู่ได้ และไม่กระทบการทำงาน เพราะเป็นเพียงการโหวต แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาหากโหวตกฎหมายสำคัญ ทั้งนี้ การโหวตต้องมีแพ้มีชนะกันบ้าง ถือเป็นการยอมกันบ้าง ถอยกันบ้าง นิดๆ หน่อยๆ ชนะกันหมดก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา และพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่มีนโยบายให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ใจความว่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำแพ้โหวตในสภาไปแล้ว 2 ครั้ง แม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องข้อบังคับ แต่ผมเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีอีก ส่วนที่ พปชร. เกทับว่ามีเสียง ส.ส.ในมือไม่น้อยกว่า 280 เสียง หมายถึงมีฝ่ายค้านร่วมด้วยนั้น อาจเป็นไปได้ถ้าเป็นการเรียกไปรับวิตามินหรือกินข้าวโชว์ตัวให้คนในพรรคเห็น แต่ถ้าจะให้โหวตในสภา ซึ่งตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร คงไม่ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพการเมืองแบบนี้ถ้า ส.ส.ฝ่ายค้านโหวตให้รัฐบาลก็จะถูกเปิดเผยว่าเป็นงูเห่า ผมอยากเห็นจริงๆว่าใครจะทำอย่างนั้น นักการเมืองประเภทแอบรับเดิมพันข้ามฝ่ายพร้อมจะพลิกไปพลิกมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ใครต้มใครคงจะได้เห็นกัน ที่เจ็บปวดคือการเมืองไร้เสถียรภาพแบบนี้กลับเป็นเรื่องที่ฝ่ายสืบทอดอำนาจต้องการ เขียนกติกา และทำทุกอย่างก็เพื่อให้การเมืองในระบบอ่อนแอ อำนาจนอกระบบและเครือข่ายจึงยังมีอิทธิพลอยู่ได้ นี่ไม่ใช่ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่เป็นปฏิกูลที่อยู่ในระบบเลือกตั้ง&amp;quot; นายณัฐวุฒิ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจที่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ความยาว 1.22 นาที ในหัวข้อ &amp;quot;ฟังเสียงประชาชน แก้รัฐธรรมนูญ กับ แก้ปัญหาปากท้อง โจทย์ที่รัฐบาล-นักการเมือง ต้องเลือกว่าจะทำอะไรก่อน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคลิปดังกล่าวเปิดคำถามว่า แก้รัฐธรรมนูญ หรือแก้ปากท้อง โดยประชาชนส่วนหนึ่งจากหลายสาขาอาชีพต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า แก้ปัญหาปากท้องก่อนแก้รัฐธรรมนูญ เพราะปากท้องสำคัญมากกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำตอนไหนก็ได้ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ไม่ดี เป็นต้น ในคลิปยังทิ้งคำถามชวนให้ตอบอีกด้วยว่า แล้วคุณคิดว่าอะไรสำคัญกว่า และทันทีที่ปล่อยคลิปดังกล่าวออกมา ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่เห็นว่าปากท้องสำคัญที่สุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43592</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, ต้องมาตอบกระทู้, บรรจุวาระภายในเดือนนี้, ปมถวายสัตย์, ประธานวิปฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์, อภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d56a8cf5691d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลทำดีพร้อมหนุน&#039;ภูมิธรรม&#039;ปัดจ้องล้มรัฐบาลฟุ้งยินดีให้นำนโยบายเพื่อไทยไปใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;12ก.ค.62-ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 ประจำปี 62 ของพรรคว่า สาระสำคัญคือการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ สืบเนื่องจากพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรค ลาออกเพื่อเปิดโอกาสให้พรรคได้พิจารณาคัดเลือกกกรมการบริหารพรรคให้เหมาะสมกับหน้าที่และเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคที่เป็นส.ส. เข้าไปทำหน้าที่ที่สมบูรณ์ โดยขั้นตอนวันนี้ คณะกรรมการบริหารชุดรักษาการได้เรียกประชุม โดยองค์ประชุมประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันที่ต้องมาเกินกึ่งหนึ่ง ตัวแทนพรรคจาก 4 ภาค&amp;nbsp; 76 จังหวัด ส.ส. 136 คน สมาชิกพรรค และอดีตรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้นต้องเกิน 250 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงที่กรณีรัฐบาลจะนำเอานโยบายของฝ่ายค้านไปช้ทำเป็นนโยบาย นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเรื่องดี ในฐานะพรรคการเมืองที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลไม่ควรรังเกียจเดียจฉันท์นโยบายของใคร นโยบายใดที่สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ หรือถูกใจประชาชน&amp;nbsp; หากนำไปทำถือว่าเป็นเรื่องดี ไม่ต้องเหนียมอาย ไม่ต้องรู้สึกว่าเป็นของฝ่ายค้านถ้ามีจิตใจรู้สึกว่าอยากทำงานให้ประชาชนแต่หวังว่าจะนำไปทำอย่างเข้าใจ ไม่ใช่ทำเพราะเพื่อให้เป็นรูปแบบว่าได้ร่วมมือกับฝ่ายค้าน แต่ต้องทำให้ตรงตามเจตนารมย์ของผู้คิด และแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากรัฐบาลมาขอคำปรึกษาพร้อมที่จะให้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ฝ่ายค้านก็มีหน้าที่แนะนำรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายค้านตั้งใจว่า จะไม่เป็นฝ่ายค้านที่ใช้แต่วาทะกรรมเอามาทำลายหรือโต้แย้งกัน แต่คิดว่าบทบาทของ 7 พรรคฝ่ายค้านเริ่มด้วยการร่วมมือกัน ไม่แย่งตำแหน่งกัน อะไรที่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่อยู่ในหลักการ และแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ เราจะทำหน้าที่เสนอแนะ และชี้แจง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะต้องปรับตัว เพราะที่ผ่านมาเคยชินกับการทำงานที่ไม่มีฝ่ายค้าน และจัดตั้งสภาที่มาสนับสนุนรัฐบาลฝ่ายเดียว ตนมองว่าดีในเรื่องประสิทธิภาพที่อยากทำอะไรก็ได้ แต่ไม่ดีตรงที่ไม่มีระบบตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งจะทำให้เกิดปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่นายกฯพูดว่าจะมีการมาล้มล้างรัฐบาลในสภา ไม่เชื่อที่เราจะมาล้มล้างอะไร ทำดีเราก็สนับสนุน ทำไม่ดีเราก็ต้องท้วงติงเป็นธรรมดา ดังนั้น การปฏิเสธ หรือการคัดค้านรัฐบาล รวมไปถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ล้วนเป็นวิถีทางประชาธิปไตย ดังนั้นต้องเข้าใจในสิ่งนี้ อย่าใช้การตรวจสอบ หรือการอภิปรายมาพูดให้เหมือนว่าแต่ละฝ่ายในสภาทำหน้าที่เพียงแค่ต้องการมาล้มล้างรัฐบาล เพราะเรื่องทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในสายตาของประชาชน&amp;quot;นายภูมิธรรม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40771</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, นายภูมิธรรม เวชชยชัย, ล้มรัฐบาล, เลือกกก.บห.พท.ชุดใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08b2b3782b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอจุดอ่อน “พปชร.” เผย“ฝ่ายค้าน” ล็อกเป้า “สมคิด-4กุมาร”  ไม่มีพวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพรรคเกิดความกังวลเกี่ยวกับการทำงานในสภาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เสียงปริ่มน้ำ และมีแรงกระเพื่อมจากความไม่ลงตัวในโผรายชื่อครม.ในส่วนของพรรค

ขณะเดียวกัน ทางพรรคพปชร. ทราบว่าขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังล็อกเป้าเตรียมข้อมูลเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคลถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ได้แก่ บรรดาอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลคสช. ที่จะมีชื่อในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 2/1ถือเป็นเป้าหมายแรก ทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และหากนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล มีชื่อในครม.ใหม่ ก็อยู่ในข่ายด้วยเช่นเดียวกัน ทางพรรคจึงวิตกว่าท่ามกลางความไม่พอใจของส.ส.หลายกลุ่มในพรรค ซึ่งเป็นผลจากเรื่องการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรี จะฝืนมติพรรค ไม่ยกมือสนับสนุนว่าที่รัฐมนตรีในสายเศรษฐกิจของพรรค อีกทั้ง ในกลุ่มของนายสมคิดเองก็แทบจะไม่มีส.ส.ในสังกัดเลย


มีรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นไปได้ที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัติดังกล่าวทันทีหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น เพราะถือว่าผู้ที่มีชื่อเป็นรัฐมนตรีในสายเศรษฐกิจได้ทำงานมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ หรือหากไม่เป็นช่วงเวลาดังกล่าวก็เป็นไปได้ว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัติหลังจากผ่านพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39788</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พปชร., 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebe4a89a3f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
