<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบ7วันอันตราย ตาย277เจ็บอื้อ! คดีขึ้นศาลเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปยอด 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ 64 พบเกิดเหตุ 2,365 ครั้ง ตาย 277 ราย ปทุมฯ ครองแชมป์ยอดเสียชีวิต 10 ราย ส่วนนครศรีฯ เกิดอุบัติเหตุและบาดเจ็บมากสุด โฆษกศาลยุติธรรมเปิดเผยมีคดีขึ้นสู่การพิจารณารวมทั้งสิ้น 12,664 คดี พิพากษาแล้วเสร็จสูงถึงร้อยละ 99.71&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 17 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ของการควบคุมเข้มข้นเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2564 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 253 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 26 ราย ผู้บาดเจ็บ 255 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดของวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้แก่ นครศรีธรรมราช 15 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดวันนี้ ได้แก่ นครศรีธรรมราช 14 คน&amp;nbsp; จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ อุบลราชธานี 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ ระหว่างวันที่ 10-16 เม.ย.64 เกิดอุบัติเหตุรวม&amp;nbsp; 2,365 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 277 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,357 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 106 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 109 คน, จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี 10 ราย, กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ 9 ราย, จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01- 20.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ 2564 เปรียบเทียบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับปี 2562&amp;nbsp; การเกิดอุบัติเหตุลดลง 20 ครั้ง ผู้บาดเจ็บลดลง 22 คน ผู้เสียชีวิตลดลง&amp;nbsp; 4 ราย โดยสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด และดื่มแล้วขับ รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะนำไปวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึก รวมทั้งเน้นย้ำให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ (ศปถ.อำเภอ) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ภาคประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัคร ขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนในชุมชนและหมู่บ้าน ใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุ ควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย สร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะเป็นรากฐานในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายระดับประเทศในการลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้ร้อยละ 5 เมื่อเทียบ โดยตั้งความหวังว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่ำกว่า 10,000 รายต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม
ขึ้นศาล 12,664 คดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยสรุปยอดรวมปริมาณคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์ปี 2564 (ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2564) ซึ่งรวบรวมข้อมูลสถิติโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม พบว่า กลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.จำนวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยแบ่งเป็นจำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา รวมทั้งสิ้น 12,664 คดี จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 12,627 คดี (คิดเป็นร้อยละ 99.71)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ นครราชสีมา จำนวน 1,410 คดี, ชลบุรี จำนวน 794 คดี, อุบลราชธานี จำนวน 724 คดี, เชียงราย จำนวน 600 คดี, ศรีสะเกษ จำนวน 590 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ศาลที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลแขวงนครราชสีมา จำนวน 696 คดี, ศาลแขวงอุบลราชธานี จำนวน 556 คดี, ศาลแขวงเชียงราย จำนวน 436 คดี, ศาลแขวงชลบุรี จำนวน 406 คดี, ศาลจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 386 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 12,213 คน ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 816 คน, ขับรถขณะเสพยาเสพติด จำนวน 40 คน, ขับรถโดยประมาท จำนวน 34 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.จำนวนจำเลยที่ขึ้นสู่การพิจารณาพิพากษารวมทั้งสิ้น 13,103 คน โดยแบ่งเป็น เพศชาย 12,827 คน เพศหญิง 276 คน จำนวนจำเลยสัญชาติไทย 12,609 คน จำนวนจำเลยสัญชาติอื่น 494 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว 1.จำนวนคำร้องที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 82 คำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จำนวนข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ ขับรถขณะเมาสุรา 63 คน ขับรถขณะเสพยาเสพติด 18 คน ขับรถโดยประมาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5 คน ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.จำนวนผู้ต้องหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 88 คน แบ่งเป็น เพศหญิง&amp;nbsp; 4 คน เพศชาย 84 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ผลการตรวจสอบการจับ แบ่งเป็น ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp; 88 คน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 0 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อพิจารณาปริมาณคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์ปี 2564 แล้ว พบว่ามีปริมาณคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลในกลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง เพิ่มขึ้นจากช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ปี 2564 ที่ผ่านมา จำนวน 3,212 คดี และหากเปรียบเทียบกับปริมาณคดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีที่ผ่าน ๆ มา ก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะเห็นได้ว่าปีนี้มีปริมาณคดีลดลงกว่าเท่าตัว ซึ่งอาจสืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือยกเลิกการท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับ ศบค.ได้ประกาศข้อกำหนด ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 19) (ซึ่งใช้บังคับอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว) ให้ปิดสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน 41 จังหวัด เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2564 เป็นต้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข้อหาขับรถขณะเมาสุรายังคงเป็นข้อหาที่มีผู้กระทำความผิดสูงสุดอย่างต่อเนื่องในทุกเทศกาล จึงอยากฝากความห่วงใยถึงประชาชนทุกคนให้เคารพและปฏิบัติตามกฎจราจร อย่างเคร่งครัด ขับขี่ด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอแม้ไม่ใช่ช่วงเทศกาล เพื่อความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมทาง ตลอดจนคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพอนามัยภายใต้สถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ ด้านศาลยุติธรรมยังคงใช้มาตรการต่างๆ อย่างเข้มงวดในการป้องกันไวรัสโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรของศาลยุติธรรมและผู้มาติดต่อราชการศาลทุกคน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99795</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ยเทศกาลสงกรานต์, สถิติอุบัติเหตุทางถนน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607adfb3a112b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิม‘7วัน’ สังเวย‘25ศพ’ เหตุขับ‘รถซิ่ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเดิม 7 วันอันตราย วันแรกตายแล้ว 25&amp;nbsp; ราย สาเหตุหลักมาจากขับรถเร็ว ส่วนเมาแล้วขับตกไปอยู่อันดับ 2 &amp;quot;พัทลุง&amp;quot; ครองแชมป์อุบัติเหตุ &amp;quot;กทม.-ชลบุรี-เชียงใหม่&amp;quot; ตายจังหวัดละ 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม&amp;nbsp; อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)&amp;nbsp; แถลงถึงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ &amp;quot;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย&amp;nbsp; ห่างไกลโควิด&amp;quot; ว่าเกิดอุบัติเหตุ 348 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 25&amp;nbsp; ราย และผู้บาดเจ็บ 356 คน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว 31.61% ดื่มแล้วขับ&amp;nbsp; 22.99% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 82.91% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง&amp;nbsp; 63.22% ถนนกรมทางหลวง 39.94% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 33.91%
นายบุญธรรมแถลงต่อว่า ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. 27.87% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป 32.81% โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จ.พัทลุง เกิด 20 ครั้ง&amp;nbsp; ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ชลบุรี เชียงใหม่ จังหวัดละ 2 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง 22 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,913 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 60,201 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 342,028 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 58,372 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 14,852 ราย และไม่มีใบขับขี่ 16,125 ราย&amp;quot;
อธิบดี ปภ.กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 เม.ย.ยังมีเส้นทางหลายสายที่มีปริมาณรถหนาแน่นต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ และเส้นทางเลี่ยงเมือง จึงได้ประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนควบคู่กับการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้กำชับจุดตรวจเพิ่มความเข้มข้นในการเรียกตรวจยานพาหนะและความพร้อมของผู้ขับขี่&amp;nbsp; เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องกับผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ ซึ่งบางพื้นที่ยังคงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้ถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางลดลง จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์มีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ห้องประชุมปฏิบัติการ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสายัน กิจมะโน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 โดยพบว่าวันแรกมีอุบัติเหตุทางถนน 11 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 11&amp;nbsp; คน เพศชาย 5 คน หญิง 6 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต พฤติกรรมเสี่ยงและสาเหตุสูงสุด คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย, ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์, ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ถนน อบต./ในหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเดินทางของประชาชนที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ล่าสุดปริมาณรถบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมายังมีปริมาณหนาแน่นหลายจุด ตำรวจทางหลวงร่วมกับเจ้าหน้าที่แขวงการทางเปิดช่องทางพิเศษบนถนนมิตรภาพ บริเวณ ต.กลางดง อ.ปากช่อง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 45-51 ขณะที่ช่วงริมเขื่อนลำตะคองปริมาณรถหนาแน่น แต่ไหลลื่นไปได้โดยใช้ความเร็ว 50-60 กม./ชม. ส่วนเส้นบายพาสทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาปริมาณรถมากเคลื่อนตัวได้ช้าๆ ต่อเนื่องช่วง กม.ที่ 2-5 และ กม.ที่ 9-15 บ้านหนองกระดังงา-สี่แยกบ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99217</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ขับรถเร็ว, สงกรานต์, สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย  ห่างไกลโควิด, สถิติอุบัติเหตุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6073069f78c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุป‘7วันอตร.’ เสียชีวิต373ศพ เหตุหลักเมาขับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป 7 วันอันตราย มีผู้เสียชีวิต 373 ราย บาดเจ็บ 3,499 คน กทม.ตายมากสุด 15 ราย สาเหตุเมาซิ่ง ขับรถเร็ว มี 6 จังหวัดไร้ผู้เสียชีวิต คือ ตราด พะเยา แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 กล่าวว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 354 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 45 ราย ผู้บาดเจ็บ 359 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วร้อยละ 30.23 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 23.73 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ร้อยละ 82.97 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 61.30, ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.94, ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.66 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.53
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลสรุปการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.62-2 ม.ค.63 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,421 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 373 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,499 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 6 จังหวัด คือ ตราด พะเยา แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 116 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร 15 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ สงขลา 121 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ดื่มแล้วขับ รองลงมาขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตัวเลขสรุปยอดรวมปริมาณคดีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ของกลุ่มศาลอาญา, กลุ่มศาลจังหวัด, กลุ่มศาลแขวง ในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ 2563 ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.62-2 ม.ค.63 ซึ่งรวบรวมข้อมูลสถิติโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรมว่าจำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา รวมทั้งสิ้น 25,376 คดี ซึ่งพิพากษาเสร็จทั้งสิ้น 24,986 คดี คิดเป็นร้อยละ 98.46 โดยจังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.จ.นครราชสีมา 1,140 คดี 2.กรุงเทพมหานคร 1,124 คดี 3.จ.ชลบุรี 997 คดี 4.จ.เชียงใหม่ 982 คดี 5.จ.ร้อยเอ็ด 870 คดี สำหรับข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 23,723 คน 2.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 3,879 คน 3.ขับรถขณะเสพยาเสพติด 344 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนสถิติความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว มีจำนวนคำร้องที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 358 คำร้อง โดยข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 284 ข้อหา 2.ขับรถขณะเสพยาเสพติด 63 ข้อหา 3.ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.มหาดไทยกล่าวต่อว่า เมื่อเปรียบเทียบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับปี 2562 การเกิดอุบัติเหตุลดลง 370 ครั้ง ผู้บาดเจ็บลดลง 393 คน และผู้เสียชีวิตลดลง 90 คน จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 พบว่าสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการเมาแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยกำชับให้จังหวัดถอดบทเรียนและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึกอย่างเข้มขั้นและต่อเนื่อง รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ พร้อมบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง คือ ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วและการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลในโอกาสต่อไป
เตรียมล้อมคอกต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า ศปถ.จะได้ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ตลอดจนปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม และสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะเป็นรากฐานในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนในสังคมไทยต่อไป ท้ายนี้ ในนามของรัฐบาล ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนเครือข่ายอาสาสมัคร จิตอาสาพระราชทาน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ได้ร่วม เป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางสัญจรให้แก่พี่น้องประชาชน ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ และถือเป็นความสำเร็จร่วมกัน ที่ทุกคนได้ทำประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยสรุปยอดรวมปริมาณคดีความผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ของกลุ่มศาลอาญา, กลุ่มศาลจังหวัด, กลุ่มศาลแขวง ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 2563 (ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 &amp;nbsp;ถึง 2 มกราคม 2563) ซึ่งรวบรวมข้อมูลสถิติโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยแบ่งเป็น 1.จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา รวมทั้งสิ้น 25376 คดี 2.จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 24986 คดี (คิดเป็นร้อยละ 98.46)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ นครราชสีมา จำนวน 1140 คดี, กรุงเทพมหานคร จำนวน 1124 คดี, ชลบุรี จำนวน 997 คดี, เชียงใหม่ &amp;nbsp;จำนวน 982 คดี, ร้อยเอ็ด &amp;nbsp; จำนวน 870 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ &amp;nbsp;ศาลแขวงเชียงใหม่ จำนวน 876 คดี, ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 870 คดี, ศาลแขวงอุบลราชธานี &amp;nbsp;จำนวน 734 คดี, ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 634 คดี, ศาลแขวงนครราชสีมา จำนวน 619 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 23723 คน, ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต &amp;nbsp;จำนวน 3879 คน, ขับรถขณะเสพยาเสพติด จำนวน 344 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถิติความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว 1.จำนวนคำร้องที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 358 คำร้อง 2.จำนวนข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ ขับรถขณะเมาสุรา 284 ข้อหา, ขับรถขณะเสพยาเสพติด 63 ข้อหา, ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 6 ข้อหา, ขับรถประมาท 2 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ต้องหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 359 คน แบ่งเป็น เพศหญิง 18 คน, เพศชาย 341 คน&amp;nbsp;
เชียงใหม่ตาย 14 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน? สุวรรณ?อัมพา? รองผู้ว่า?ราชการ?จังหวัดเชียงใหม่? เป็นประธานในการประชุมสรุปการปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ของศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดเชียงใหม่ โดยจังหวัดเชียงใหม่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุรวม 104 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 104 ราย มีผู้เสียชีวิต 14 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะวันสุดท้าย วันที่ 2 มกราคม มีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 ราย สถิติการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า 3 ปี ย้อนหลัง 25.99% ในขณะที่ผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้น 14.28% อำเภอสันทราย เป็นพื้นที่มีทั้งอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บรวมถึงผู้เสียชีวิตมากที่สุด รองลงมาคืออำเภอเมือง?ฯ ดอยสะเก็ด? แม่ริม? สารภี? ในขณะที่? 4? อำเภอไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเลยคือ? กัลยาณิวัฒนา? อมก๋อย? แม่ออน และไชยปราการ? ส่วนสาเหตุหลักมากสุดยังเกิดจากการเมาแล้วขับ? ขับรถ?เร็ว?เกิน?กำหนด? สภาพถนน? ทัศนวิสัย? ตัดหน้า?กระชั้น?ชิด? ฝ่าฝืนสัญญาณ? ยานพาหนะ?ที่เกิดเหตุ?สูงสุด?คือ? จักรยาน?ยนต์?เกิน? ?86% เส้นทางตรงมีเหตุสูงสุดทั้งถนนทางหลวง?และ?ถนน? อบต.?/หมู่บ้าน? ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ?มากสุดคือ? 16.00-24.00 น. ?และ?เกิน 59% เป็นคนในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตั้งจุดตรวจบูรณาการ?และด่านชุมชนกว่า 1,000 แห่ง และตรวจตามมาตรการ? 10? รสขม? 74,385 คัน? พบกระทำผิดถึง? 30,522 คัน? หรือ? ?41.03% เพิ่มจากปีก่อน? 3.67% ฐานความผิดสูงสุดคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย? 10,623 คน? รองลงมาเป็นไม่มีใบอนุญาต?ขับขี่? ไม่คาดเข็มขัด?นิรภัย?ขับเร็วเกินกำหนด? มอเตอร์?ไซค์ไม่?ปลอดภัย? เมา? โทรศัพท์? ฝ่าฝืนสัญญาณ? ที่ประชุมมีการประเมินสถานการณ์พร้อมให้สรุปและถอดบทเรียนจุดอ่อนทั้งหมดเพื่อปรับในการทำแผนรับมือในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงแผนรับมืออุบัติเหตุในภาพรวม เพื่อป้องกันและลดความสูญเสีย เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นทุกปี และสาเหตุก็ยังเป็นเรื่องเดิมๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในปี 2563 จังหวัดภูเก็ตมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุลดลงและการเสียชีวิตเป็นศูนย์ เป็นความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ที่ช่วยกันป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจจุดบริการที่มีความเข้มข้นและการเรียกตรวจรถอย่างเข้มงวด โดยโมเดลการปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลปีใหม่จะนำไปวางแผนในการป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ในฐานะฝ่ายเลขานุการและคณะกรรมการศูนย์ฯ รายงานผลสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนประจำวันช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 2 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นวันที่ 7 ของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จังหวัดภูเก็ต เกิดอุบัติทางถนน จำนวน 1 ครั้ง โดยเกิดในพื้นที่อำเภอเมืองฯ จำนวน 1 ครั้ง รวมมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปยอดสะสม 7 วัน (วันที่ 27 ธันวาคม 2562-2 มกราคม 2563) เกิดอุบัติเหตุรวม 47 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 54 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยรถจักรยานยนต์ยังเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด และอุบัติเหตุเกิดในถนนเทศบาล สรุปผลการเรียกตรวจยานพาหนะ ในจุดตรวจทั้ง 3 อำเภอ เรียกตรวจรถจำนวน 5,985 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎจราจร 10 ข้อหาหลัก จับกุม ไม่สวมหมวกนิรภัย 406 ราย, ไม่มีใบขับขี่ 228 ราย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 60 ราย, ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 49 ราย, ขับรถย้อนศร 43 ราย, เมาสุรา 43 ราย, ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ 36 ราย, มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 31 ราย, แซงในที่คับขัน 28 รายและความเร็วเกินกำหนด 6 ราย
ในทะเลไม่มีอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางทะเล พบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุในทะเลไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต โดยในวันที่ 2 มกราคม 2563 มีเรือโดยสารออกจากท่าเทียบเรือของจังหวัดภูเก็ต จำนวน &amp;nbsp;663 เที่ยว และมีเรือเข้ามา 662 เที่ยว มีผู้โดยสารออก 20,236 คน และมีผู้โดยสารเข้ามา จำนวน 19,179 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยการเดินทางทางอากาศโดยท่าอากาศยานภูเก็ตเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยพบว่าวันที่ 2 มกราคม 2563 มีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการท่าอากาศยานภูเก็ต จำนวน &amp;nbsp;62,809 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.01 เมื่อเทียบกับปี 2562 มีผู้โดยสาร 59,248 คน และมีเที่ยวบินจำนวน 352 เที่ยว เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.86 เมื่อเทียบกับปี 2562 มีเที่ยวบิน 349 เที่ยวบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มอบหมายให้นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รอง ผวจ. ร่วมกับนายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศแล้ว ปลัดจังหวัดนครพนม, พ.ต.อ.ธีฑัต อิ่มทั่ว รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม, ว่าที่ ร.ต.ยอดเพ็ชร คำแสงดี รอง ผอ.ทางหลวงแผ่นดินฯ, นายวัชรินทร์ สมมิตร รักษาราชการขนส่งจังหวัดนครพนม ฯลฯ แถลงสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.2562-2 ม.ค.2563 โดยนายเดชา พลกล้า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม รายงานว่าจุดตรวจหลัก 25 จุด ได้เรียกตรวจยานพาหนะรวมทั้งสิ้น 216,084 &amp;nbsp;คัน เพิ่มจากปี 2562 จำนวน 31,574 คัน จับกุมผู้กระทำผิดกฎจราจร ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย 22,466 ราย เพิ่มจากปีที่แล้ว 3,987 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจราจร 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ไม่มีใบขับขี่ 8,170 ราย 2.ไม่สวมหมวกนิรภัย 5,533 ราย และ 3.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 3,661 ราย นอกจากนี้จับกุมคนดื่มแล้วขับ 643 ราย แยกเป็นชาย &amp;nbsp;608 หญิง 35 คน เกิดอุบัติเหตุรวม 31 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 33 คน (ชาย 24 หญิง 9 ราย) มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายทั้งคู่ อยู่ในพื้นที่อำเภอนาหว้าและธาตุพนม (ลดลงจากเทศกาลปีใหม่ 2562 ที่เสียชีวิต 4 ราย) อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่อำเภอเมืองนครพนม 16 ครั้ง รองลงมาเป็นอำเภอบ้านแพง 7 ครั้ง, อำเภอธาตุพนม 5 ครั้ง, อำเภอโพนสวรรค์, นาหว้า และอำเภอเรณูนคร เกิดแห่งละ 1 ครั้ง ส่วนอำเภอที่ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส และไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมี 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอท่าอุเทน, นาทม, นาแก, ปลาปาก, วังยาง และอำเภอศรีสงคราม สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด และเมาสุรา ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นรถจักรยานยนต์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53774</URL_LINK>
                <HASHTAG>499 คน, 7 วันอันตราย, ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร, บาดเจ็บ 3, ผู้เสียชีวิต 373 ราย, ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมาขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f4c00afccf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงเปลี่ยน7วันแห่งความสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 6 ของ 7 วันอันตรายปีใหม่ 63 ยอดเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพุ่งเป็น 317 ศพ ผู้บาดเจ็บรวม 3,160 ราย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไอเดียกระฉูดเสนอเปลี่ยนชื่อ 7 วันอันตรายฟังแล้วไม่สร้างสรรค์ อยากให้เปลี่ยนเป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 มกราคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่า วันที่ 1 ม.ค.2563 ซึ่งเป็นวันที่หกของช่วง 7 วันอันตรายปีใหม่ และการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 547 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 55 ราย ผู้บาดเจ็บ 577 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 39.31 ขับรถเร็ว ร้อยละ 28.34 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.35 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.81 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.75 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 35.83 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 00.01-04.00 น. ร้อยละ 30.71
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการจัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,036 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,989 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 1,014,405 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 246,328 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 61,416 ราย ไม่มีใบขับขี่ 55,467 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา 32 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา 35 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2562-1 ม.ค.2563 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,076 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,160 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือตายเป็นศูนย์ มี 7 จังหวัด ได้แก่ ตราด พะเยา ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 95 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 14 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 100 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ประชาชนบางส่วนยังคงอยู่ระหว่างการเดินทางกลับ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จึงได้ประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง เปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถ และปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ อาทิ ตั้งกรวยริมไหล่ทาง ปิดจุดกลับรถ เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนที่ยังคงตกค้างบริเวณสถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ท่าเทียบเรือ และสถานีรถไฟทุกแห่งให้เดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 6 วันที่ผ่านมา พบว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว จึงขอฝากเตือนประชาชนให้เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนขับรถ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มไม่ขับ เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ไม่ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด และมีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้ทุกคนเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าอยากให้ยกเป็นกรณีศึกษายอดผู้บาดเจ็บและศูนย์เสียจากการจราจรช่วงปีใหม่ จะต้องพิจารณาว่าเป็นการเสียชีวิตลักษณะใด รวมถึงช่วงเวลาเพื่อนำไปแก้ไขต่อไป&amp;nbsp;
7 วันแห่งความสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของหน่วยงานราชการทำเต็มที่แล้ว ก็เป็นเรื่องของประชาชนที่ต้องระมัดระวังตัวเองด้วย แม้ว่าจากการรายงานยอดการสูญเสียจะน้อยลง แต่ผมก็ไม่สบายใจ เพราะยังมีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยคน หวังว่าในห้วงต่อไปเช่นเทศกาลสงกรานต์จะทำอย่างไรที่จะลดผู้เสียชีวิตลงได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า สำหรับชื่อ 7 วันอันตรายฟังแล้วไม่สร้างสรรค์อยากให้เปลี่ยนเป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุขได้หรือไม่ เพื่อให้นึกถึงความสุขและความปลอดภัย เพราะมีผลกระทบทั้งตนเอง ลูกหลาน และค่ารักษาพยาบาล จึงมีความจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจประเภทนี้ พร้อมกันนี้ตนได้ให้แนวคิดเรื่องการทำถนนหนทางหรือการขยายช่องทางจราจรให้มากขึ้น หากมีความเป็นไปได้สามารถสร้างให้เส้นทางใดเสร็จก่อนก็ให้ดำเนินการทันที รวมถึงการปลูกสร้างขอให้อยู่ห่างไกลจากถนนหลัก ป้องกันปัญหาในอนาคตหากมีการขยายถนนออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในที่ประชุม ครม.วันนี้ได้มีการสรุปผลการดำเนินการจัดงานปีใหม่ในแต่ละพื้นที่ และขอบคุณเจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่เข้ามาช่วยกันจำนวนมาก ทำให้การจัดงานปีใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้งพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด รวมถึงการช่วยกันดูแลปัญหาจราจร ทั้งนี้ ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากถนนสายรองและผู้ที่สูญเสียคือวัยหนุ่มสาว เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะสถิติการเพิ่มของประชากรน้อยลง การสูญเสียคนหนุ่มสาวเท่ากับสูญเสียแรงงาน ขอย้ำทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน รัฐบาลทำฝ่ายเดียวไม่ได้ อย่างในพื้นที่ กทม.มีผู้ร้องเรียนผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมากกว่ามีการขับรถปาดซ้ายปาดขวาหรือแซงขึ้นมาอยู่ต้นทางไฟแดง ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งและความไม่เอื้ออาทรต่อกัน เมื่อรถติดไฟแดง รถอยู่ตรงไหนก็ขอให้อยู่ตรงนั้น ไม่ต้องพยายามขึ้นมาข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหารและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันเสียสละปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตลอดจนร่วมกันอำนวยความสะดวกการสัญจรของประชาชนและคุมเข้มมาตรการต่างๆ เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตลอดเวลาเทศกาลแห่งความสุขของประชาชนในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมืออย่างดีและเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในมาตรการดูแลความปลอดภัยต่างๆ และการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่กำหนดเพื่อส่วนรวม แม้อาจไม่ได้รับความสะดวกบ้าง อย่างไรก็ตาม ต้องขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ผ่านมา ซึ่งภาพรวมสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนของไทยยังมีอัตราสูง สาเหตุหลักจากผู้ขับขี่เมาแล้วขับ การขับรถเร็ว และละเลยกฎจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังได้กำชับให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องคุมเข้มมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจราจรและการขนส่งต่อเนื่องกันไป พร้อมทั้งร่วมรณรงค์สร้างความเข้าใจกับประชาชนควบคู่กันตลอดทั้งปี ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือสังคมได้ตระหนักถึงการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ผ่านมา และใช้เป็นอุทาหรณ์ร่วมกันดูแลความปลอดภัยในครอบครัวด้วยการปลูกฝังวินัยจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนนไปด้วยกัน เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างเป็นผลร่วมกันในภาพรวม
&amp;quot;เจี๊ยบ&amp;quot;ตอบโต้ทุกเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ 7 วันอันตรายว่า ต้องนำสิ่งที่เกิดขึ้นไปวิเคราะห์ว่ามาตรการใดที่ทำแล้วเกิดผลให้จำนวนในอุบัติเหตุลดลง โดยเฉพาะจำนวนของผู้เสียชีวิตซึ่งจะต้องไปหามาตรการที่ต้องทำต่อเนื่องเพื่อให้ลดจำนวนลงได้มากกว่านี้ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกในทุกด้านด้วยการปรับแผนให้สอดคล้องกับพื้นที่ มาตรการในถนนสายรองจากนี้ กระทรวงมหาดไทยจะต้องนำตัวเลขอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไปวิเคราะห์ก่อนว่าระหว่างสายหลักกับสายรองส่วนใดมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นน้อยกว่ากัน และต้องไปดูว่าเกิดจากมาตรการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้จะขึ้นปีใหม่แล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับยังพูดและคิดแบบไม่เข้าท่าเหมือนเดิม โดยเฉพาะการเสนอไอเดีย เปลี่ยนชื่อเรียก 7 วันอันตราย เพื่อลดอุบัติเหตุ ทั้งๆ ที่นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ถูกจุด แต่ต้องแก้ด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกการเคารพกฎจราจรของประชาชน และรณรงค์ให้ลดการบริโภคสิ่งมึนเมาต่างๆ โดยต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นเด็ก รวมทั้งต้องออกแบบและบำรุงรักษาถนนหนทางให้ปลอดภัยสำหรับการขับขี่ เป็นต้น แต่เชื่อว่ารัฐบาลประยุทธ์คงทำไม่สำเร็จหรอก ตราบใดที่ผู้ผลิตสุราหรือเจ้าของอบายมุขรายใหญ่ๆ ของประเทศยังเป็นผู้สนับสนุนหลักของรัฐบาลอยู่อย่างนี้ เพราะถ้ายอดขายตก นายทุนเหล่านี้จะเอาเงินที่ไหนมาให้รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ตำหนิและพูดเหยียดคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ชอบไปจอดรอไฟแดงบังหน้ารถเก๋งนั้น แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เห็นใจหัวอกคนทำมาหากินที่เขาต้องรีบเดินทางให้ถึงจุดหมายปลายทางเช่นกัน แต่ประชาชนตาดำๆ เขาไม่ได้มีรถนำขบวนเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ เขาจึงต้องทำอย่างนั้น หาก พล.อ.ประยุทธ์ อยากบอกให้เขาเคารพกฎจราจร พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องสื่อสารอีกแบบหนึ่ง โดยควรเลือกใช้คำพูดอื่น เพราะพูดแบบนี้ ฟังแล้วอาจเข้าใจว่าคนจนไม่มีสิทธิ์จะรีบไปไหนบ้างหรือยังไง ทั้งนี้ คนเป็นนายกฯ ควรต้องระมัดระวังการใช้คำพูดให้มากกว่านี้ เพราะการใช้ภาษาถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และสามารถนำไปสู่ความแตกแยกในสังคมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จะพูดอะไรก็ควรระวังปากมากกว่าคนอื่นๆ เพราะท่านกำลังสวมหัวโขนนายกฯ ซึ่งการที่ท่านพูดแบบนี้ มันสะท้อนความกลวง และความไม่ระวังปากข้ามปีข้ามชาติของนายกฯ แต่หากมันยากเกินไปสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะพัฒนาตัวเอง ท่านก็ควรถอดหัวโขน แล้วลาออกไป คนอื่นจะได้ถือโอกาสเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำ เพราะความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลประยุทธ์ไปในคราวเดียวกันซะเลย&amp;quot; ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53717</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, 7 วันเทศกาลแห่งความสุข, ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร, ยอดอุบัติเหตุ, ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0df874e88ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครึ่งทาง7วันอันตรายดับ208 อึ้ง!กทม.โผล่ครองแชมป์ตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านครึ่งทาง 7 วันอันตราย อุบัติเหตุสะสมใกล้แตะ 2 พันครั้ง เสียชีวิตแล้ว 208 ศพ บาดเจ็บ 2,031 ราย &amp;quot;กทม.&amp;quot; ยังแชมป์เสียชีวิตเยอะสุด &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; ปรับแผนตั้งด่านชุมชนสกัดขี้เมาขับรถ &amp;nbsp;&amp;quot;อธิบดีขนส่งทางบก&amp;quot; เผย ปชช.ร้องเรียนบริการรถโดยสารช่วงปีใหม่ 241 ราย สั่ง จนท.เร่งติดตามมาลงโทษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.62 นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 แถลงว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธ.ค.62 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; หรือช่วง 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุ 485 ครั้ง ผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;48 ราย ผู้บาดเจ็บ 484 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 33.20 ขับรถเร็ว &amp;nbsp;ร้อยละ 28.66&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์กล่าวว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.76 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 60.41 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.14 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 35.46 &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.19 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 29.70 โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,044 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,757 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 998,559 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 221,435 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 59,953 ราย ไม่มีใบขับขี่ 52,650 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด &amp;nbsp;ได้แก่ เชียงใหม่ 18 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครปฐม 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด &amp;nbsp;ได้แก่ เชียงใหม่ และเลย จังหวัดละ 19 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 4 วันของการรณรงค์ วันที่ 27-30 ธ.ค.62 เกิดอุบัติเหตุรวม &amp;nbsp;1,988 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 208 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,031 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือตายเป็นศูนย์ มี 16 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 61 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 11 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครปฐม 66 คน&amp;quot; นายวิตถวัลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่และมีการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รวมถึงหลายพื้นที่มีการจัดงานรื่นเริง จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากกว่าปกติ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจึงได้สั่งการให้จังหวัดดำเนินมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยให้ปรับแผนการตั้งด่านชุมชนบนเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อเข้าสู่ถนนสายหลัก เน้นการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ กวดขันตาม 10 มาตรการหลัก คุมเข้มบริเวณสถานบันเทิง พื้นที่จัดงาน และบริเวณเส้นทางโดยรอบที่มีการจัดงานรื่นเริง (Countdown) และจุดที่มีประชาชนมารวมกันเป็นจำนวนมาก
ปรับแผนตั้งด่านชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับให้ดำเนินมาตรการควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;โดยเฉพาะการจำหน่ายแก่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปี รวมถึงการจำหน่ายสุราในลักษณะเร่ขาย ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ใช้มาตรการเชิงรุกทั้งด่านครอบครัว ด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและเตือนให้ผู้ขับขี่ดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาท เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และร่วมกันมอบความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน&amp;quot; อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า เพื่อเป็นการเน้นย้ำมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พล.อ.อนุพงษ์ &amp;nbsp;เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการขับเคลื่อนมาตรการทางกฎหมายควบคู่กับมาตรการทางสังคมเชิงรุกอย่างเข้มข้น เน้นการปฏิบัติการของด่านครอบครัวและด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัยเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยให้กวดขันผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ให้ขับรถโดยเด็ดขาด เน้นดูแลเส้นทางสายรอง เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและชุมชนเป็นพิเศษ นอกจากนี้ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับจิตอาสาในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนมาตรการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ&amp;quot; รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดี ปภ.และเลขานุการ ศปถ.กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ขับรถไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจร และในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทุกจังหวัดได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว รวมถึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากเตือนประชาชนเฉลิมฉลองอย่างมีสติ ดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว และปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อให้เทศกาลปีใหม่ 2563 เป็นไปด้วยความปลอดภัย&amp;quot; อธิบดี ปภ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงผลการปฏิบัติการของศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 ทั้งทางสายด่วน 1584 และศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ (ชั่วคราว) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ และร่วมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดูแลความปลอดภัย พร้อมให้คำแนะนำในการเดินทาง ซึ่งมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เฉพาะวันที่ 26-29 ธ.ค.62 ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะ จำนวน 241 ราย ความผิดส่วนใหญ่ได้แก่ ขับรถประมาทหวาดเสียว ทิ้งผู้โดยสาร ไม่จอดรับผู้โดยสาร &amp;nbsp;ผู้ประจำรถแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ แต่งกายไม่เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมการขนส่งทางบกเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาสอบสวนและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายทุกราย ในทุกกรณีความผิด พร้อมกำชับผู้ประกอบการและพนักงานขับรถและผู้ประจำรถทุกคน นำประเด็นร้องเรียนต่างๆ ไปปรับปรุง แก้ไขปัญหาการให้บริการอย่างทันที&amp;quot; นายจิรุตม์กล่าว
ขนส่งคุมเข้มรถโดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าวว่า หากประชาชนหรือผู้โดยสารพบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ พบการกระทำความผิด เรียกเก็บค่าโดยสารเกินกำหนด หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 (ชั่วคราว) ที่จัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทร.1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทุกปัญหาการร้องเรียน กรมฯ จะเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยทันที พร้อมทั้งแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ร้องเรียนทราบโดยตรงทาง SMS ภายใน 1-2 วัน ทั้งนี้ขอให้ผู้ร้องเรียนระบุรายละเอียดรถและผู้ขับรถคันที่กระทำความผิด &amp;nbsp;เช่น หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถ ซึ่งจะทำให้กระบวนการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมฯ มีมาตรการลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมายขั้นสูงสุดทุกกรณี พร้อมส่งตัวเข้ารับการอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกการให้บริการ และบันทึกประวัติการกระทำผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ หากตรวจสอบพบการกระทำความผิดซ้ำซากจะพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป และถ้าความผิดอาญาหรือทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างร้ายแรง เช่น การขู่กรรโชก ทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร กระทำอนาจาร ดัดแปลงมาตรค่าโดยสาร ส่งตัวดำเนินคดีและเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที&amp;quot; อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.หนองคาย พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ห้องศูนย์เฝ้าระวังกล้องวงจรปิดตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และห้องศูนย์ 191 ชั้น 3 ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย โดยมี พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จว.หนองคาย พาตรวจเยี่ยมชมห้อง cctv จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยพุทธศาสนิกชนที่จะมาร่วมสวดมนต์ข้ามปีที่วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เดินทางไปที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ซึ่งได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดและไม่ประมาท พร้อมทั้งมอบสิ่งของเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ก่อนจะออกเดินทางไปตรวจเยี่ยมที่ด่านตรวจหนองสองห้อง พร้อมกับแจกข้าวจี่ให้ผู้ที่ขับรถสัญจรไปมาได้รับประทานกันอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.เพิ่มพูนกล่าวว่า ได้ลงมาดูการเตรียมความพร้อมของการดูแลรักษาความปลอดภัย และการจัดการจราจรในพื้นที่บริเวณวัดโพธิ์ชัยในงานพิธีสวดมนตร์ข้ามปีอาเซียน และในช่วงเทศกาลปีใหม่ และบริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีผู้เดินทางผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมาก อาจจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศ โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 มีความเข้มงวดในการตรวจตราและไม่ประมาท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53611</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ตั้งด่านชุมชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีขนส่งทางบก, อุบัติเหตุ, อุบัติเหตุสะสม, เมาแล้วรถ, เสียชีวิตแล้ว 208 ศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b4dbfe4caf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3วันตาย159กทม.สูงสุด ขู่ฟันผู้ปกครองปล่อยเมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผ่าน 3 วันช่วง 7 วันอันตราย ยอดอุบัติเหตุพุ่ง 1,504 ครั้ง เสียชีวิต 159 ศพ บาดเจ็บ 1,549 ราย ผงะ! ผู้เสียชีวิตสูงสุดอยู่ที่ กทม. &amp;quot;เมาขับ&amp;quot; ยังครองแชมป์ &amp;quot;ตร.&amp;quot; เล็งฟันผู้ปกครอง-ร้านค้าปล่อยเด็กดื่มเมาแล้วขับด้วย พร้อมคุมเข้มงานเคาต์ดาวน์ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ห่วง ปชช.เดินทางช่วงปีใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 29 ธ.ค.2562 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 531 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 47 ราย ผู้บาดเจ็บ 560 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 31.83, ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.89, ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.55 ส่วนใหญ่ เกิดบนเส้นทางตรง 65.16 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.42 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.65 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 27.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 24.88&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,046 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,599 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 956,570 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 216,804 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 58,550 ราย ไม่มีใบขับขี่ 52,434 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ นครปฐม (จังหวัดละ 25 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (31 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ เมื่อวันที่ 27-29 ธ.ค.62 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,504 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 159 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,549 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 21 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (48 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (จังหวัดละ 10 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (56 คน)&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว
เด็กเมาขับจับผู้ปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้สั่งการจังหวัดดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจดูแลเส้นทางสายหลัก-สายรองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุสูง เน้นการปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ ควบคู่กับการใช้กลไกระดับพื้นที่ อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ จิตอาสาพระราชทาน และอาสาสมัคร บูรณาการจัดตั้งด่านชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ กรณีไม่สามารถป้องปรามได้ ให้ประสานชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ ได้จัดชุดสายตรวจดูแลความปลอดภัยเส้นทางโดยรอบสถานที่จัดงานรื่นเริงและสถานบันเทิง ในช่วงเวลา 23.00- 02.00 น.เป็นพิเศษ เน้นกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี หากเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ ให้ดำเนินคดีและขยายผลการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ปกครองและผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง&amp;quot; พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า เส้นทางสัญจรส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตชุมชน มากถึงร้อยละ 80 ในช่วงของการเฉลิมฉลองจึงมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายรองมากกว่าปกติ ศปถ.ได้เพิ่มความเข้มข้นการปฏิบัติงานของด่านชุมชน เน้นการเรียกตรวจผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังคุมเข้มการใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกที่นั่งในรถทุกประเภท ทั้งรถเช่า รถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งนี้ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บรุนแรง&amp;quot; รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขาฯ ศปถ. เสริมว่า จากการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบในระยะนี้หลายพื้นที่อาจมีฝนตก ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากสภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยไม่ดี ศปถ.จึงประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกให้กวดขันการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากเตือนประชาชน ขับรถไม่ประมาท เฉลิมฉลองอย่างมีสติ เพื่อร่วมมอบความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่แก่ตนเองและผู้ร่วมใช้เส้นทาง&amp;quot; เลขาฯ ศปถ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยและการจัดการจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่า จากข้อมูลศูนย์อำนวยการและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้สรุปอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 27-29 ธ.ค.2562 มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 531 ครั้ง ลดลง 112 ครั้ง คิดเป็น -17.42% จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562, มีผู้บาดเจ็บ 560 คน ลดลง 103 คน คิดเป็น -15.54% จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 และผู้เสียชีวิต 47 คน ลดลง 37 คน คิดเป็น -44.05% จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์และรถกระบะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่จะกวดขันวินัยจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ตาม 10 ข้อหาหลัก ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ที่สำคัญคือ ขับรถขณะเมาสุรา, ขับรถย้อนศร,ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร, ไม่แซงในที่คับขัน, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ส่วนมาตรการทางกฎหมายในการขยายผลและการดำเนินคดีกับร้านค้าหรือสถานบริการ ที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนไปใช้บริการ ภายหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยขับขี่รถขณะเมาสุรา ตั้งแต่วันที่ 27-28 ธ.ค.62 ดำเนินการขยายผลไปแล้ว 11 ราย ดำเนินคดีในข้อหา จำหน่ายสุราให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน &amp;nbsp;4 ราย, ข้อหายุยงส่งเสริมเด็กหรือเยาวชนดื่มสุรา จำนวน 3 ราย, ไม่เข้าข้อกฎหมาย จำนวน 2 ราย, เด็กเสียชีวิตไม่มีการขยายผล จำนวน 1 ราย
คุมเข้มงานเคาต์ดาวน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า สำหรับโครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้านไว้กับตำรวจ) ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ระหว่างวันที่ 24-29 ธันวาคม 2562 มีประชาชนฝากบ้านไว้กับตำรวจทั่วประเทศ 7,468 หลัง มากกว่าช่วงปีใหม่ 2562 จำนวน 1,564 หลัง คิดเป็น +20.96% โดยผู้ที่ประสงค์จะร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายน้อมนำพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย ห้วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการดูแลความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกการจราจร แก่พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ในทุกมิติรวมทั้งบูรณาการปฎิบัติงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร ฝ่ายปกครอง จิตอาสาพระราชทานในทุกพื้นที่&amp;quot; รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ผบ.ตร.ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เสียสละกำลังกาย มีความอดทนในการปฏิบัติหน้าที่ทุกพื้นที่ ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง สถานีขนส่ง จุดบริการประชาชนทุกแห่ง และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับให้ครบทุกช่องทาง ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทางที่สถานีขนส่ง รถไฟสถานีรถไฟ และเครื่องบินสนามบิน โดยเฉพาะการจราจรทางถนนนั้นจะมีความหนาแน่นเป็นพิเศษ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมให้บริการช่วยเหลือ และอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จิตอาสาพระราชทาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ทั้งในภาครัฐและเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในงานเฉลิมฉลองปีใหม่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ นอกเครื่องแบบ และอาสาสมัคร ร่วมออกปฏิบัติหน้าที่ สืบสวนหาข่าว เฝ้าระวังเหตุต่างๆ โดยเน้นย้ำให้ในมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เหตุก่อความไม่สงบ และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อย ความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่จะมีการจัดงานเคาต์ดาวน์ขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนให้ร่วมฉลองปีใหม่ด้วยความระมัดระวัง มีสติ มีขอบเขต และระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้น กับตัวเอง และครอบครัว ห้ามยิงปืนเพื่อเฉลิมฉลอง ไม่ขับรถในขณะเมาสุรา และขอความร่วมมือสถานบริการ-สถานบันเทิง หรือภาคเอกชนที่จัดงาน ให้เคร่งครัดเรื่องการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้ในสถานบริการ รวมถึงการแสดงที่ส่อไปในทางลามกอนาจารด้วย หากประชาชนประสบเหตุหรือพบสิ่งผิดปกติ ไม่น่าไว้วางใจ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ทั่วประเทศ หรือแจ้งผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน police I lert you ได้ทันที&amp;quot; รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ห่วงปชช.เดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานอุบัติเหตุบนโครงข่ายคมนาคม สะสม 3 วัน (วันที่ 27-29 ธ.ค.2562) พบเกิดอุบัติเหตุ 916 ครั้ง ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ 2562 &amp;nbsp;5.27% มีผู้เสียชีวิต 105 คน ลดลง 26.06% บาดเจ็บ 1,037 คน ลดลง 2.35% สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ คือขับรถเร็วเกินกำหนด 54.37% ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ 31.91% และบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ทางตรง 63.97%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และจิตอาสาทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกดูแลรักษาความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางในช่วงนี้ พร้อมกับกำชับให้ทำหน้าที่ตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้จำนวนอุบัติเหตุลดน้อยลงให้มากที่สุด และฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชน ขอให้ทุกคนเดินทางด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกท่าน ใช้เวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัวให้มีความสุขมากที่สุด&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขอส่งความสุขและความสดชื่นไปให้กับทุกท่านได้ใช้เวลากับครอบครัวในช่วงวันหยุดปีใหม่อย่างมีความสุข สำหรับพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้เดินทางปลอดภัย ที่สำคัญคือความไม่ประมาท เมาไม่ขับ และขับไม่โทร ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเซ็ง ผู้ว่าฯ นราธิวาส พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการประจำจุดตรวจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี พร้อมมอบเครื่องอุปโภค เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่กวดขันให้ประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นทางใช้หมวกกันน็อกเป็นหลัก รวมทั้งเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำในแต่ละจุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด และต้องมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และหากประชาชนมีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำจุดปฏิบัติการได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.หนองคาย บรรยากาศการท่องเที่ยวและทำบุญในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวลาว และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเดินทางมากราบสักการะขอพรหลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย เป็นที่สักการะเลื่อมใสของคนสองฝั่งโขง และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ที่พระอุโบสถ วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง กันตั้งแต่เช้าและตลอดทั้งวัน โดยได้ทำบุญถวายสังฆทาน ถวายจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ และไหว้ขอพรปีใหม่เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต ก่อนทำบุญต่อต้นโพธิ์เงิน ซื้อที่ดินถวายวัด ทำสังฆทาน และเช่าบูชาหลวงพ่อพระใส กลับไปเคารพบูชาอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวงจะจัดให้พิธีสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ พ.ศ.2563 เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยจัดในคืนวันที่ 31 ธ.ค.2562 ถึงวันที่ 1 ม.ค.2563.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53560</URL_LINK>
                <HASHTAG>3วันตาย159, 7 วันอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุ, เมาขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191230/image_big_5e0a0c08d30bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ่นปีใหม่ดุ!2วัน109ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันที่สองช่วง 7 วันอันตราย ยอดอุบัติเหตุสะสม 2 วัน เกิดขึ้น 974 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 109 ศพ บาดเจ็บ 993 ราย เมาแล้วขับยังคงสาเหตุหลัก &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; ปรับแผนรับ ปชช.ถึงภูมิลำเนา สั่งตั้งด่านชุมชนเน้นตรวจค้นสกัดขี้เมาขับรถ &amp;quot;กรมคุมประพฤติ&amp;quot; ส่งพวกเมาโดนจับซ้ำซ้อนเขาบำบัด &amp;quot;เหนือ-ใต้&amp;quot; นักท่องเที่ยวคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 ว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 28 ธ.ค.2562 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 510 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 66 ราย ผู้บาดเจ็บ 527 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 35.49 ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.00&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์กล่าวว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 74.57 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.10 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 43.53 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 30.98 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.47 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 26.98
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,023 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,388 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 877,714 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 194,549 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 53,072 ราย ไม่มีใบขับขี่ 48,249 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 26 คน&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า สำหรับสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ วันที่ 27-28 ธ.ค.62 เกิดอุบัติเหตุสะสมรวม 974 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสมรวม 109 ราย ผู้บาดเจ็บสะสมรวม 993 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 28 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงรายและนครสวรรค์ จังหวัดละ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 37 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้เน้นย้ำจังหวัดให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ทั้งถนนสายหลัก สายรอง ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน เน้นการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งจุดตัดทางรถไฟ ทางลัดผ่าน ทางแยก ทางร่วม รวมถึงการจอดรถบนไหล่ทางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ในเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อป้องกันการขับรถเร็วและง่วงหลับใน พร้อมทั้งกำชับจุดตรวจ ด่านตรวจ บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันรถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ผู้ที่ดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ ตลอดจนเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งท่าเทียบเรือ โป๊ะเรือ และสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อสร้างการสัญจรปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;quot; รองปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าว
ตั้งด่านชุมชนคุมขี้เมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์อุบัติเหตุ เน้นการดูแลจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยให้ชุดปฏิบัติการเพิ่มความเข้มข้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่าตรวจสอบใบอนุญาตขับรถของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กรณีไม่มีใบอนุญาตขับรถ ห้ามให้เช่ารถโดยเด็ดขาด ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดี ปภ. และเลขาฯ ศปถ. กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับกลยุทธ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอที่มีความระดับความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุสีแดงและสีส้ม ให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจิตอาสา เข้มงวดการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทุกด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้เทศกาลปีใหม่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปลอดภัย&amp;quot; อธิบดี ปภ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงมาตรการคุมเข้มผู้กระทำผิดเมาแล้วขับเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จึงให้กรมคุมประพฤติดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการคุมเข้มดังกล่าว โดยผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ ซึ่งสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในวันที่ 28 ธ.ค.เพิ่มเติมเพียงจำนวน 8 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 5 คดี และคดีขับเสพ จำนวน 3 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์กล่าวว่า ยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 27-28 ธ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 707 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุราจำนวน 572 คดี คิดเป็น 80.91%, คดีขับเสพจำนวน 124 คดี คิดเป็น 17.54%, คดีขับซิ่ง/แข่งรถ จำนวน 1 คดี คิดเป็น 0.14%, คดีขับรถประมาท จำนวน &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;คดี คิดเป็น 1.41% เบื้องต้นกรมคุมประพฤติได้ตรวจสอบประวัติการกระทำผิดในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราแล้ว จำนวน 307 คดี พบมีผู้กระทำผิดซ้ำ จำนวน 11 คดี ซึ่งกรมคุมประพฤติได้กำหนดมาตรการแก้ไขฟื้นฟูเฉพาะในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อเนื่อง 3 วัน ร่วมกับการทำงานบริการสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีนี้แม้กรมคุมประพฤติจะไม่มีกำไลอิเล็กทรอนิกส์ใช้ควบคุมผู้ถูกคุมประพฤติคดีเมาแล้วขับ แต่ยังคงมาตรการเข้ม ผู้ที่ถูกจับในคดีเมาแล้วขับที่มีประวัติกระทำความผิดซ้ำจะถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัดอาการติดสุรากับกระทรวงสาธารณสุขทันที โดยจะต้องเข้ารับการบำบัดเต็มตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนด&amp;quot; อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าว
เหนือ-ใต้ท่องเที่ยวคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรภาคอีสาน ถนนมิตรภาพ ตลอดทั้งวันทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้าจังหวัดนครราชสีมาไปยังจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน พบการจราจรบริเวณถนนบายพาส แยกวัดตะเคียนทอง ขาเข้าโคราช กม.ที่ 60 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สภาพการจราจรหนาแน่น ใช้ความเร็วได้ประมาณ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ฝั่งขาเข้าโคราช ตั้งแต่ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปริมาณหนาแน่น เคลื่อนตัวได้ช้า และตั้งแต่ช่วงสถานีวิจัยลำตะคอง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง ยาวไปจนถึงสะพานต่างระดับสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว ปริมาณรถหนาแน่นและติดขัดตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้ เนื่องจากมีรถยนต์สะสมเพิ่มขึ้นปริมาณมาก อีกทั้งบางช่วงเป็นทางลาดชัน ต้องชะลอความเร็ว จึงเคลื่อนตัวได้ช้า และติดขัดเป็นระยะทางยาวกว่า 27 กิโลเมตร แต่เมื่อถึงสะพานต่างระดับสีคิ้วรถจะคล่องตัว ทำความเร็วได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง ผู้โดยสารยังคงมารอขึ้นรถไปเพื่อไปสายเหนือ อีสาน และใต้หนาแน่น โดยเฉพาะสายยาว อย่างกรุงเทพฯ-อุบล-หนองคาย, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ซึ่งผู้โดยสารที่ไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้า อาจต้องวัดดวงว่าได้ขึ้นรถไฟเที่ยวกี่โมง และใช้เวลาในการรอรถไฟไม่ต่ำกว่า 5 ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา ขบวนรถไฟหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่เชื่อมต่อกับรถไฟของมาเลเซีย ที่ชายแดนปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์จำนวนมากทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อร่วมงานเคาต์ดาวน์ และเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว รวมทั้งกรุ๊ปทัวร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.-2 ม.ค.63 ในพื้นที่ 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และเรือ รวมถึงเครื่องมือช่วยชีวิตที่จำเป็นชุดใหญ่ เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวและประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ โดยเฉพาะยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง มีนักท่องเที่ยวพากันขึ้นไปพักแรมเป็นจำนวนมาก เพื่อรอรับรุ่งอรุณปีใหม่ ซึ่งทุกปีมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเกิน 2 หมื่นคน เพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็น ทำให้การจราจรหนาแน่น โดยอุณหภูมิช่วงเช้าวัดได้ต่ำสุด 5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอย กิ่วแม่ปาน 8 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยาน 11 องศาเซลเซียส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53506</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, 7 วันอันตรายปีใหม่2563, การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุสะสม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b481c9857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
