<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5 วันเทศกาลปีใหม่ สังเวยบนท้องถนนแล้ว 256 ศพ เจ็บกว่า 2.5 พันราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.63- นายวีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจการราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สรุปสถิติของวันที่ 31 ธันวาคม มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 542 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุ เมาแล้วขับ ร้อยละ 32.29 รองลงมาคือขับรถเร็ว ร้อยละ 29.52&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถจักรยานยนต์ยังเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ส่วนใหญ่จะเกิดบนเส้นทางตรง ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไปบาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุด โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 18 ครั้ง และยังมียอดผู้บาดเจ็บสูงสุด 21 ราย ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ระนอง ยโสธร สกลนคร จังหวัดละ 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่วันที่ 27-31 ธันวาคม เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 256 ราย บาดเจ็บรวม 2,588 ราย มี 11 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือ ตายเป็นศูนย์ แต่จังหวัดเชียงใหม่ครองแชมป์เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดคือจำนวน 76 ครั้ง และมียอดผู้บาดเจ็บสูงสุดรวม 77 ราย ขณะที่กรุงเทพมหานครมียอดผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 12 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวว่า ปีนี้จำนวนอุบัติเหตุลดลง 229 ครั้ง หรือร้อยละ 8.30 บาดเจ็บลดลง 240 ราย หรือร้อยละ 8.49 เสียชีวิตลดลง 72 รายหรือร้อยละ 21.95 ถือว่าการดำเนินภายใต้ความร่วมของหน่วยงานต่างๆประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น พร้อมฝากถึงประชาชนที่จะเดินทางกลับสามารถใช้บริการตามจุดพักรถกว่า 259 แห่งทั่วประเทศ จะมีนักศึกอาชีวะสาขาต่างๆและอาจารย์ คอยให้บริการ เช่น การตรวจสภาพรถ การซ่อมแซมรถเบื้องต้น การให้บริการฉุกเฉินนอกพื้นที่ หากใครเมื่อยล้าก็มีให้บริการเครื่องดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น และนวดผ่อนคลายในจุดหลักๆด้วย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งปีนี้มีนักศึกษาอาชีวะเข้าร่วมโครงการจิตอาสามากถึง 36,000 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53635</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตรายปีใหม่2563, วีระ แข็งกสิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200101/image_big_5e0c3d39afdac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7 วันอันตราย นครพนมสังเวยปีหนู 2 ศพ ยอดเมาแล้วขับลด ผู้ว่าฯเตรียมส่งผู้โดยสารกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.63- &amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม รายงานผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ณ ห้องประชุมพระธาตุนคร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครพนม โดยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศแล้ว ปลัดจังหวัดฯ และผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ มณฑลทหารบกที่ 210(มทบ.210),ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม,ตำรวจน้ำ ,ตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.),กรมเจ้าท่า,สาธารณสุขจังหวัดนครพนม(สสจ.ฯ),รพ.นครพนม,กรมคุมประพฤติ,ทางหลวงแผ่นดิน,ทางหลวงชนบท และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) สำนักงานจังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา พลกล้า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม(ปภ.ฯ) เปิดเผยผลการดำเนินงานฯทางถนน ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ว่า เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 6 ครั้ง มีบาดเจ็บ 5 ราย แยกเป็นชาย 3 หญิง 2 คน มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นชายทั้งคู่ รายแรกเหตุเกิดช่วงหลังเที่ยง บนถนนทางหลวงชนบท สายบ้านโพนแพง-ห้วยทราย &amp;nbsp;รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า &amp;nbsp;มีนายรุทธพล พนาจันทร์ อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ 2 ต.โพนแพง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดไฟหน้าสูงส่องทางวิ่งมาด้วยความเร็ว ในขณะที่ถนนมีสภาพชำรุด เป็นเหตุให้พุ่งชนประสานงากับรถ จยย. ที่มีนายสนธญา จันทโคตร อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 142 หมู่ 4 บ้านยางเดี่ยว ต.โพนแพง ขับสวนมาด้วยความเร็วเช่นกัน ทำให้นายสนธญาเสียชีวิตคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นทางแคบ และชำรุดเสียหายมานาน &amp;nbsp;ขาดการเหลียวแลของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก่อนหน้าที่จะมีเหตุรถชนกันตาย ในวันเดียวกันเวลาประมาณ 18.30 น. บริเวณนี้มีเด็กหญิงวิภารัตน์ แสนคำ อายุ 14 ปี ซ้อนท้ายรถ จยย. ประสบอุบัติเหตุล้มเอง จากการขับหลบหลุมจนล้มได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงก็เกิดเหตุซ้ำซ้อน รถยนต์ประสานงากับ จยย.เสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เสียชีวิตรายที่สอง เกิดเหตุเวลา 18.30 น. ถนนทางหลวงชนบท ระหว่างหมู่บ้านหนองดุด หมู่ 8 ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า-บ้านข่า อ.ศรีสงคราม นายพินิจ ไชยเทศ อายุ 41 ปี ขับ จยย.พุ่งชนนายมนัส น้อยพรม อายุ 78 ปี ขณะกำลังเดินอยู่ริมถนนที่ไม่มีแสงสว่าง ซึ่งนายพินิจขับ จยย.มาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับทางมืดจึงพุ่งชนนายมนัสศีรษะกระแทกพื้นเสียชีวิตคาที่ &amp;nbsp;ทำให้จังหวัดนครพนมยืนระยะตายเป็นศูนย์ได้เพียง 4 วัน ก็มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในวันเดียว 2 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในข้อมูลจากการตั้งจุดตรวจ จำนวน 25 จุด เรียกตรวจยานพาหนะรวม 35,373 คัน จับกุมผู้กระทำความผิดตาม 10 มาตรการ ประกอบด้วย 1.ความเร็วเกินกำหนด 2.ขับรถย้อนศร 3.ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 4.ไม่มีใบขับขี่ 5.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 6.แซงในที่คับขัน 7.เมาสุรา 8.ไม่สวมหมวกนิรภัย 9.จยย.ไม่ปลอดภัย และ 10.ใช้โทรศัพท์ฯขณะขับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 อันดับแรกที่ถูกจับกุมมากที่สุดคือ 1.ขับยานพาหนะโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 1,298 ราย 2.ไม่สวมหมวกนิรภัย 865 ราย และ 3.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 671 ราย &amp;nbsp;ส่วนข้อหาดื่มแล้วขับมี 90 ราย ลดลงจากวันที่ 30 ธันวาคม ที่มีจำนวน 104 ราย รวมจับกุมผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะดื่มแล้วขับ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม-31 ธันวาคม 2562 รวม 532 &amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ขานรับนโยบายนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม กำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยให้จุดตรวจดำเนินการตรวจวัดแอลกอฮอล์ฯ เพื่อควบคุมผู้ที่ประพฤติเสี่ยงดื่มแล้วขับ รวมทั้งควบคุมดูแลการจำหน่ายเครื่องดื่มมึนเมา โดยเน้นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี และการจำหน่ายในงานรื่นเริงในลักษณะเร่ขาย พร้อมให้จิตอาสาพระราชทานเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจตรา ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและปลอดภัยของประชาชน นักท่องเที่ยว ในบริเวณจัดงานรื่นเริง ที่มีประชาชนมารวมกันเป็นจำนวนมาก และให้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชน โดยเฉพาะในวันเดินทางให้แนะนำระวังการดื่มแล้วขับขี่ยานพาหนะ เน้นการป้องกันการหลับในและขับรถเร็ว รวมทั้งวางแผนการอำนวยความสะดวก การตั้งจุดบริการ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ทางเลี่ยงทางลัด เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จะเดินทางไปส่งผู้โดยสารขึ้นรถบัสกลับที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร(บขส.นครพนม) ถนนเฟื่องนคร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ในวันที่ 2 มกราคม 2563 เวลา 16.00 น. พร้อมกับแจกสิ่งของหยูกยาที่จำเป็นระหว่างการเดินทาง และอวยพรให้ทุกคนมีความสุขตลอดปี 2563 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53632</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตรายปีใหม่2563, นครพนม, อุบัติเหตุปีใหม่, เสียชีวิต 2 ศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200101/image_big_5e0c2d3dc3e65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ่นปีใหม่ดุ!2วัน109ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันที่สองช่วง 7 วันอันตราย ยอดอุบัติเหตุสะสม 2 วัน เกิดขึ้น 974 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 109 ศพ บาดเจ็บ 993 ราย เมาแล้วขับยังคงสาเหตุหลัก &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; ปรับแผนรับ ปชช.ถึงภูมิลำเนา สั่งตั้งด่านชุมชนเน้นตรวจค้นสกัดขี้เมาขับรถ &amp;quot;กรมคุมประพฤติ&amp;quot; ส่งพวกเมาโดนจับซ้ำซ้อนเขาบำบัด &amp;quot;เหนือ-ใต้&amp;quot; นักท่องเที่ยวคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 ว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 28 ธ.ค.2562 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 510 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 66 ราย ผู้บาดเจ็บ 527 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 35.49 ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.00&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์กล่าวว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 74.57 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.10 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 43.53 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 30.98 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.47 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 26.98
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,023 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,388 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 877,714 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 194,549 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 53,072 ราย ไม่มีใบขับขี่ 48,249 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 26 คน&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า สำหรับสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ วันที่ 27-28 ธ.ค.62 เกิดอุบัติเหตุสะสมรวม 974 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสมรวม 109 ราย ผู้บาดเจ็บสะสมรวม 993 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 28 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงรายและนครสวรรค์ จังหวัดละ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 37 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้เน้นย้ำจังหวัดให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ทั้งถนนสายหลัก สายรอง ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน เน้นการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งจุดตัดทางรถไฟ ทางลัดผ่าน ทางแยก ทางร่วม รวมถึงการจอดรถบนไหล่ทางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ในเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อป้องกันการขับรถเร็วและง่วงหลับใน พร้อมทั้งกำชับจุดตรวจ ด่านตรวจ บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันรถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ผู้ที่ดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ ตลอดจนเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งท่าเทียบเรือ โป๊ะเรือ และสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อสร้างการสัญจรปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;quot; รองปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าว
ตั้งด่านชุมชนคุมขี้เมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์อุบัติเหตุ เน้นการดูแลจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยให้ชุดปฏิบัติการเพิ่มความเข้มข้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่าตรวจสอบใบอนุญาตขับรถของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กรณีไม่มีใบอนุญาตขับรถ ห้ามให้เช่ารถโดยเด็ดขาด ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดี ปภ. และเลขาฯ ศปถ. กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับกลยุทธ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอที่มีความระดับความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุสีแดงและสีส้ม ให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจิตอาสา เข้มงวดการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทุกด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้เทศกาลปีใหม่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปลอดภัย&amp;quot; อธิบดี ปภ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงมาตรการคุมเข้มผู้กระทำผิดเมาแล้วขับเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จึงให้กรมคุมประพฤติดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการคุมเข้มดังกล่าว โดยผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ ซึ่งสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในวันที่ 28 ธ.ค.เพิ่มเติมเพียงจำนวน 8 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 5 คดี และคดีขับเสพ จำนวน 3 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์กล่าวว่า ยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 27-28 ธ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 707 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุราจำนวน 572 คดี คิดเป็น 80.91%, คดีขับเสพจำนวน 124 คดี คิดเป็น 17.54%, คดีขับซิ่ง/แข่งรถ จำนวน 1 คดี คิดเป็น 0.14%, คดีขับรถประมาท จำนวน &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;คดี คิดเป็น 1.41% เบื้องต้นกรมคุมประพฤติได้ตรวจสอบประวัติการกระทำผิดในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราแล้ว จำนวน 307 คดี พบมีผู้กระทำผิดซ้ำ จำนวน 11 คดี ซึ่งกรมคุมประพฤติได้กำหนดมาตรการแก้ไขฟื้นฟูเฉพาะในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อเนื่อง 3 วัน ร่วมกับการทำงานบริการสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีนี้แม้กรมคุมประพฤติจะไม่มีกำไลอิเล็กทรอนิกส์ใช้ควบคุมผู้ถูกคุมประพฤติคดีเมาแล้วขับ แต่ยังคงมาตรการเข้ม ผู้ที่ถูกจับในคดีเมาแล้วขับที่มีประวัติกระทำความผิดซ้ำจะถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัดอาการติดสุรากับกระทรวงสาธารณสุขทันที โดยจะต้องเข้ารับการบำบัดเต็มตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนด&amp;quot; อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าว
เหนือ-ใต้ท่องเที่ยวคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรภาคอีสาน ถนนมิตรภาพ ตลอดทั้งวันทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้าจังหวัดนครราชสีมาไปยังจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน พบการจราจรบริเวณถนนบายพาส แยกวัดตะเคียนทอง ขาเข้าโคราช กม.ที่ 60 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สภาพการจราจรหนาแน่น ใช้ความเร็วได้ประมาณ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ฝั่งขาเข้าโคราช ตั้งแต่ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปริมาณหนาแน่น เคลื่อนตัวได้ช้า และตั้งแต่ช่วงสถานีวิจัยลำตะคอง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง ยาวไปจนถึงสะพานต่างระดับสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว ปริมาณรถหนาแน่นและติดขัดตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้ เนื่องจากมีรถยนต์สะสมเพิ่มขึ้นปริมาณมาก อีกทั้งบางช่วงเป็นทางลาดชัน ต้องชะลอความเร็ว จึงเคลื่อนตัวได้ช้า และติดขัดเป็นระยะทางยาวกว่า 27 กิโลเมตร แต่เมื่อถึงสะพานต่างระดับสีคิ้วรถจะคล่องตัว ทำความเร็วได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง ผู้โดยสารยังคงมารอขึ้นรถไปเพื่อไปสายเหนือ อีสาน และใต้หนาแน่น โดยเฉพาะสายยาว อย่างกรุงเทพฯ-อุบล-หนองคาย, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ซึ่งผู้โดยสารที่ไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้า อาจต้องวัดดวงว่าได้ขึ้นรถไฟเที่ยวกี่โมง และใช้เวลาในการรอรถไฟไม่ต่ำกว่า 5 ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา ขบวนรถไฟหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่เชื่อมต่อกับรถไฟของมาเลเซีย ที่ชายแดนปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์จำนวนมากทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อร่วมงานเคาต์ดาวน์ และเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว รวมทั้งกรุ๊ปทัวร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.-2 ม.ค.63 ในพื้นที่ 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และเรือ รวมถึงเครื่องมือช่วยชีวิตที่จำเป็นชุดใหญ่ เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวและประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ โดยเฉพาะยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง มีนักท่องเที่ยวพากันขึ้นไปพักแรมเป็นจำนวนมาก เพื่อรอรับรุ่งอรุณปีใหม่ ซึ่งทุกปีมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเกิน 2 หมื่นคน เพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็น ทำให้การจราจรหนาแน่น โดยอุณหภูมิช่วงเช้าวัดได้ต่ำสุด 5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอย กิ่วแม่ปาน 8 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยาน 11 องศาเซลเซียส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53506</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, 7 วันอันตรายปีใหม่2563, การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุสะสม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b481c9857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศักดิ์สยาม”ควง “อธิรัฐ”ขึ้นฮอฯตรวจจราจรสายอีสานสั่งระบายรถติดหากติดนาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62-นายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ รมว.คมนาคม​ พร้อมด้วยนายอธิรัฐ​ รัตนเศรษฐ​ รมช.คมนาคม​ เดินทางตรวจสภาพการจราจร อำนวยการเส้นทาง​ และป้องกันปัญหาอุบัติเหตุในเส้นทางถนนสายหลัก ช่วงการเดินทาง ขาออกของประชาชน เพิ่งกลับภูมิลำเนาในเทศกาลปีใหม่ 2563

นายศักดิ์สยาม​ กล่าวว่า​ จากการตรวจเส้นทางถนนสายสำคัญทั้งถนนพหลโยธิน​ และถนนมิตรภาพ​ ในขาออก​ พบว่ามีปัญหาการจราจรสะสมเป็นช่วงๆ​ เช่น​ แยกวังน้อย, แยกทับกวาง, ปากช่องก่อนถึงลำตะคอง, โค้งเลียบลำตะคอง​ ซึ่งจุดเหล่านี้​มีสภาพรถสะสมเป็นท้ายแถว​ โดยเฉพาะจุดก่อนเข้าสถานีบริการน้ำมัน​ และช่วงถนนมิตรภาพ​ที่มีลักษณะทางกายภาพเป็นเนิน​ทำให้รถต้องชะลอความเร็ว

ทั้งนี้ได้สั่งการให้กรมทางหลวง​ อำนวยการในจุดที่มีรถติดสะสม​ ให้มีการเปิดช่องจราจร​ ฝั่งขาเข้า​ที่มีปริมาณรถเบาบางเป็นเลนเพิ่มเติม​ เป็นระยะทางยาวที่เหมาะสม​ เช่น​ ช่วงจังหวัดสระบุรีเพื่อเร่งระบายการจราจร​ โดยให้มอนิเตอร์​ตลอด​24​ ชั่วโมง​ นอกจากนี้ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก​ จับกุมรถบรรทุก​ ที่ไม่ใช่รถบรรทุกน้ำมัน​ แต่ยังฝ่าฝืนวิ่งในช่วงเทศกาลอย่างเด็ดขาด

ส่วนการป้องกันอุบัติเหตุนั้น​ ได้สั่งการให้ทุกหน่อยงานดูแลรถสาธารณะ​ เพื่อให้อุบัติเหตุ​จากรถสาธารณะเป็นศูนย์​ ส่วนถนนสายรองของกรมทางหลวงชนบท​ ที่มักมีอุบัติเหตุระหว่างเทศกาล​ กระทรวงคม​นาค​ม​ขอความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้รถ​ หากมีการเสพสุรา​ของมึนเมาเพื่อการเฉลิมฉลอง​ และไม่มีสภาพร่างกายที่พร้อม​ ขอให้งดเว้นการขับขี่ใช้รถอย่างเด็ดขาด​

นอกจากนี้ยังให้นโยบาย​แก่ข้าราชการ​ กรมทางหลวง​ กรมทางหลวงชนบท​ กรมการขนส่งทางบก​ และหน่วยงานอื่นๆ​ในจังหวัดนครราชสีมา​ ขอให้ดูแลการเดินทางของประชาชนเต็มที่​ ในเทศกาลตามนโยบายนายกรัฐมนตรี​ ที่ให้ดูแลประชาชนเหมือนคนในครอบครัว​อีกด้วย

นายอธิรัฐ กล่าวว่าในการลงพื้นที่ศูนย์บริการทางหลวงลำตะคอง-คลองไผ่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกปลอดภัยประชาชนในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 และเยี่ยมโรงครัวพระราชทาน 904 วปร. เพื่อขอบคุณเหล่าจิตรอาสา

ทั้งนี้ได้เน้นย้ำ จนท. ทุกนายให้คำแนะนำผู้ใช้รถใช้ถนนให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด กวดขันเมาไม่ขับ คาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งนี้เพื่อส่งพี่น้องประชาชนให้เดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพตามนโยบายและความห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรี รวมทั้งได้มอบสิ่งของ อาหาร เครื่องดื่ม เพื่อเป็นกำลังใจ และแทนคำขอบคุณแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53435</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การจราจร, 7 วันอันตรายปีใหม่2563, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e071f3234aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คดีจราจรวันแรกช่วง7วันอันตราย1,865คดีเมาแล้วขับเยอะสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62-นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยปริมาณคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร &amp;nbsp;ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ในวันเเรก (27 ธ.ค.)ที่ผ่านมาว่า มีสถิติความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ของกลุ่มศาลอาญา, กลุ่มศาลจังหวัด, กลุ่มศาลแขวง 1. จำนวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยแบ่งเป็น 1) จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา รวมทั้งสิ้น 1,865คดี 2) จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 1,528คดี (คิดเป็นร้อยละ 81.93) 2. จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 159 คดี,ชลบุรี จำนวน 158 คดี,เชียงใหม่จำนวน 112 คดี,ระยอง จำนวน 111 คดี,นครราชสีมา จำนวน 86 คดี 3. ศาลที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ศาลแขวงเชียงใหม่ &amp;nbsp;จำนวน 104 คดี,ศาลแขวงพัทยา จำนวน 79 คดี,ศาลแขวงนนทบุรี &amp;nbsp;จำนวน 74 คดี,ศาลจังหวัดระยอง &amp;nbsp;จำนวน 64 คดี,ศาลแขวงชลบุรี &amp;nbsp;จำนวน 62 คดี 4. ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ขับรถขณะเมาสุราจำนวน 1,369คน ขับรถขณะเสพยาเสพติดจำนวน 257 คน ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จำนวน 224 คน
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวว่า ส่วนสถิติความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว
1. จำนวนคำร้องที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 14 คำร้อง 2. ข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ
1) ขับรถขณะเมาสุรา 9 คน 2) ขับรถขณะเสพยาเสพติด 5 คน 3. ผลการตรวจสอบการจับ แบ่งเป็น ชอบด้วยกฎหมาย 14 คน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 0 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของสถิติที่พบว่า พื้นที่ กทม.มีคดีสู่การพิจารณามากเป็นอันดับที่ 1 แต่ศาลที่มีคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุดเป็นศาลแขวงเชียงใหม่นั้น ก็เนื่องจากในพื้นที่ กทม. จะประกอบด้วยศาลแขวงหลายแห่ง อาทิ ศาลแขวงพระนครเหนือ , ศาลแขวงดุสิต , ศาลแขวงพระโขนง , ศาลแขวงปทุมวัน , ศาลแขวงดอนเมือง , ศาลแขวงธนบุรี โดยคดีกระจายในศาลแขวงหลายแห่งนี้ ดังนั้นเมื่อรวบรวมสถิติคดีจากทุกศาลแขวงเฉพาะในพื้นที่ กทม. จึงพบว่ามีปริมาณคดีเข้าสู่ศาลสูงสุด แต่หากพิจารณาสถิติคดีโดยแยกเป็นศาลนั้นจะพบว่า ศาลแขวงเชียงใหม่ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพียงแห่งเดียวจะมีปริมาณคดีสู่การพิจารณาสูงสุดเป็นอันดับ 1&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53427</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตรายปีใหม่2563, นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, ศาลยุติธรรม, สถิติคดีจราจรช่วงปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d7ac368607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดฝากบ้านไว้กับตำรวจปีใหม่ทั่วปท.ลดลงเหลือแค่ 3,091 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62- พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงโครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ(ฝากบ้านไว้กับตำรวจ)ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ระหว่างวันที่ 24-27 ธันวาคม 2562 มีประชาชนฝากบ้านไว้กับตำรวจทั่วประเทศ 3,091 หลัง น้อยกว่าช่วงปีใหม่ 2562 จำนวน 6,174 หลัง คิดเป็น -66.64% โดยผู้ที่ประสงค์จะร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายน้อมนำพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 ที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย ห้วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี ตามมาตรการดูแลความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกการจราจร แก่พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ในทุกมิติรวมทั้งบูรณาการปฎิบัติงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร ฝ่ายปกครอง จิตอาสาพระราชทานในทุกพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ผบ.ตร. ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เสียสละ กำลังกาย มีความอดทนในการปฎิบัติหน้าที่ทุกพื้นที่ ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง สถานีขนส่ง จุดบริการประชาชนทุกแห่ง และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับให้ครบทุกช่องทาง ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทางที่สถานีขนส่ง รถไฟสถานีรถไฟ และเครื่องบินสนามบิน โดยเฉพาะการจราจรทางถนนนั้นจะมีความหนาแน่นเป็นพิเศษ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมให้บริการช่วยเหลือ และอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อม บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จิตอาสาพระราชทาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ทั้งในภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนงานงานเฉลิมฉลองปีใหม่นั้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ นอกเครื่องแบบ และอาสาสมัคร ร่วมออกปฏิบัติหน้าที่ สืบสวนหาข่าว เฝ้าระวังเหตุต่างๆ โดยเน้นย้ำให้ในมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เหตุก่อความไม่สงบ และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อย ความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่จะมีการจัดงานเคาท์ดาวน์ (Countdown) ขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนให้ร่วมฉลองปีใหม่ด้วยความระมัดระวัง มีสติ มีขอบเขต และระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้น กับตัวเอง และครอบครัว ระบุ ห้ามยิงปืนเพื่อเฉลิมฉลอง ไม่ขับรถในขณะเมาสุรา และขอความร่วมมือสถานบริการ-สถานบันเทิง หรือภาคเอกชนที่จัดงาน ให้เคร่งครัด เรื่องการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้ในสถานบริการ รวมถึงการแสดงที่ส่อไปในทางลามกอนาจารด้วย หากประชาชนประสบเหตุหรือพบสิ่งผิดปกติ ไม่น่าไว้วางใจ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ทั่วประเทศ หรือแจ้ง ผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่น police I lert you ได้ทันที&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53423</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, 7 วันอันตรายปีใหม่2563, ฝากบ้านกับตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5deee1c556d50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันแรกช่วง7วันอันตรายเกิดอุบัติเหตุ464ครั้งดับ43ศพบาดเจ็บ466คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; ของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 ว่า เกิดอุบัติเหตุ 464 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 43 ราย ผู้บาดเจ็บ 466 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 30.39 ขับรถเร็ว ร้อยละ 24.78 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.08 ส่วนใหญ่เกิดบนถนนกรมทางหลวง โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 20 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 22 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนในการใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งจากสถิติในการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจาการดื่มสุราแล้วขับ ทำให้เกิดการสูญเสียและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้คนใกล้ชิดช่วยกันเตือน โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งปีนี้จะเน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรง พร้อมจับกุมดำเนินคดีผู้ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ให้แก่เยาวชน ซึ่งรวมไปถึงผู้ให้ด้วย โดยย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53422</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตรายปีใหม่2563, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e06ee03e8368.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
