<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหนือ-อีสานจ่อหนาวสะท้านเย็นลดฮวบ7องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนาวระลอกใหม่มาอีกแล้ว ภาคเหนือ-อีสานเย็นลดฮวบ 7 องศา มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากจีนปกคลุม 8-12 ม.ค. ส่วนกรุงเทพฯ เย็นระดับนั่งในห้องแอร์ ส่วน 6 จังหวัดใต้ตอนล่าง เจอฝนตกหนัก เตือนอาจมีน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำไหลหลาก คลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไปว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้ว และจะแผ่เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 8-12 ม.ค.64 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลง 5-7 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ คาดว่าภาคเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว มีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 4-12 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนภาคอีสาน อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส สูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้านภาคใต้ คาดว่าจะเจอมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จะพัดปกคลุมตั้งแต่อ่าวไทยลงมา โดยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยภาคใต้ ฝั่งตะวันออก จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตรตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร แต่ทางฝั่งตะวันตกมีเมฆเป็นส่วนมาก และมีฝนร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ออกรายงานเตือนสถานการณ์ฝนตกหนักทางภาคตอนล่างใต้ว่า&amp;nbsp; ให้ระวังภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.64 ถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 3 จังหวัด รวม 19 อำเภอ 98 ตำบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,024 ครัวเรือน ได้แก่ 1.นราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสาคร อำเภอบาเจาะ อำเภอระแงะ อำเภอสุไงปาดี อำเภอรือเสาะ อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอจะแนะ อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอเมืองนราธิวาส รวม 56 ตำบล 318 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,680 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดยะลา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอยะหา อำเภอกรงปินัง อำเภอเบตง อำเภอบันนังสตา อำเภอเมืองยะลา และอำเภอธารโต รวม 31 ตำบล 119 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,284 ครัวเรือน ส่วนจังหวัดสงขลา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสะบ้าย้อยและอำเภอนาทวี รวม 11 ตำบล 45 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 60 ครัวเรือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89124</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 องศา, มวลอากาศเย็น, เหนือ-อีสาน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff70692728dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
