<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  70 ปี นักเขียนอาวุโส&quot; อัศศิริ ธรรมโชติ &quot;ออกผลงานล่าสุด  ‘เรื่องสั้นอัศศิริ’กระจกสะท้อนสังคมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อัศศิริ ธรรมโชติ เป็นนักเขียนเรื่องสั้นที่ดีที่สุดในแวดวงวรรณกรรมไทย เจ้าของรางวัลซีไรต์ ก่อนจะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ &amp;nbsp;ในวาระ 70 ปี อัศศิริ ธรรมโชติ มีการเปิดตัวหนังสือ&amp;rdquo;เรื่องสั้นอัศศิริ&amp;rdquo; ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ภายในงานบรรยากาศอบอุ่นไปด้วยศิลปิน นักเขียนรุ่นใหญ่ รุ่นใหม่ และนักวิชาการด้านวรรณกรรมมาร่วมแสดงความยินดีกับอัศศิริ นักเขียนชั้นครูผู้นี้เนืองแน่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;800 หน้าของหนังสือ&amp;rdquo;เรื่องสั้นอัศศิริ&amp;rdquo; คัดเรื่องสั้น 103 &amp;nbsp; เรื่องจากหนังสือเรื่อง ขุนทอง...เจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสาง,ขอบฟ้าทะเลกว้าง,เหมือนทะเลมีเจ้าของ,นักฟุตบอลบ้านนอก,บ้านริมทะเล,งามแสงเดือน,ขอทาน แมว และคนเมา,ทะเลร่ำลมโศก และเหนือเหน็บหนาวและเร่าร้อน ในเรื่องสั้นแต่ละเรื่องมีคุณค่า ใช้ภาษางดงาม ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานตลอดชีวิตการทำงานของศิลปินแห่งชาติ ปี 2543 &amp;nbsp;หวังปลุกแรงบันดาลใจและให้หนังสือดีเล่มนี้เกิดประโยชน์ต่อผู้อยากจะโลดแล่นในท้องทะเลวรรณศิลป์ สนับสนุนโดยกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
คนวรรณกรรมล้อมวงเสวนาคุณค่าเรื่องสั้นของอัศศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จตุพล บุญพรัด บรรณาธิการร่วมหนังสือ&amp;rdquo;เรื่องสั้นอัศศิริ&amp;rdquo; กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้รวบรวมเรื่องสั้นที่เคยรวมเล่มมาแล้ว 9 เล่ม ตั้งแต่รวมเรื่องสั้นเล่มแรกในชีวิต ชื่อ ขุนทอง...เจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสาง จัดพิมพ์ปี 2516 จนกระทั่งรวมเรื่องสั้นชื่อ เหนือเหน็บหนาวและเร่าร้อน จัดพิมพ์ปี 2545 &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องสั้นชุดนี้อายุ 30 ปี เดิมผู้เขียน อัศศิริ จะใช้ชื่อ ชีวิตคือวันวานอันผ่านพ้น แม้จะสะท้อนปรัชญาชีวิตและผลงานของนักเขียน แต่คณะผู้จัดทำหนังสือเสนอว่า ควรใช้ชื่อ&amp;rdquo;เรื่องสั้นอัศศิริ&amp;rdquo; เพราะตลอด 70 ปี อัศศิริ ทำงานเรื่องสั้นเป็นส่วนใหญ่ งานเขียนมีบุคลิกเฉพาะ มีลายเซ็นชัดเจน พูดถึงนักเขียนเรื่องสั้นในไทยจะมีเรื่องสั้นของมนัส จรรยงค์ &amp;nbsp;เรื่องสั้นอาจินต์ ปัญจพรรค์ รวมเรื่องสั้นฟ้าบ่กั้นของลาว คำหอม &amp;nbsp;เช่นเดียวกับเรื่องสั้นของอัศศิริ ใครได้อ่านจะพบคำนิยามตัวตนนักเขียนผู้นี้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; อัศศิริชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก บุคคลที่นักเขียนผู้นี้พูดถึงเสมอ คือ ลุง บวชเป็นพระ &amp;nbsp;หรือมหาปลื้ม ผู้หว่านเมล็ดพันธุ์การอ่านให้อัศศิริในวัยเยาว์ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ซึ่งมีวังอยู่ที่หัวหิน &amp;nbsp;ทรงมอบหนังสือให้ห้องสมุด ก็ได้อ่านวรรณกรรมที่นั่น ถัดมาหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ เป็นแบบอย่างขณะทำงานนักหนังสือพิมพ์ที่สยามรัฐ ซึ่งบุคคลทั้งสาม อัศศิริเขียนคำนำไว้ในเล่มใช้คำว่า กราบคารวะ เป็นบุญคุณมหาศาล ทำให้ได้เขียนหนังสือและมีชีวิตจนปัจจุบัน &amp;nbsp;สำหรับอัศศิริได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนที่ยืนอยู่ข้างคนทุกข์ยาก เล่มนี้จึงเป็นบันทึกชีวิตคนและการเปลี่ยนแปลงของสังคม รวมถึงเหตุการณ์การเมือง 6 ตุลาฯ 14 ตุลาฯ พฤษภาทมิฬ ได้อย่างลุ่มลึก &amp;nbsp;&amp;ldquo; จตุพล กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; งานนี้ยังจัดเสวนาเรื่อง&amp;rdquo;เรื่องสั้นอัศศิริ&amp;rdquo;ช่วยฉายภาพชีวิตและผลงานในหลากหลายมุมมองของคนวรรณกรรม &amp;nbsp;ศ.ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันนักเขียนเรื่องสั้นผลิตผลงานเรื่องสั้นที่มีความยาวมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ค่อยเห็น Short Story ตนจะแนะนำนักเขียน นักอ่าน รวมถึงนักศึกษาเสมอให้ศึกษางานของอัศศิริแล้วจะรู้คำตอบ ส่วนตัวชื่นชอบเรื่องสั้นอัศศิริที่หยิบเอาชีวิตเล็กๆ ของคนในสังคมมาเสนอ เป็นวรรณกรรมชีวิต วรรณกรรมโรแมนติก แต่ทำให้เราสะเทือนใจในชีวิตคนเล็กๆ เหล่านั้น ทั้งการใช้แรงงานเด็ก เด็กด้อยโอกาส เขามองโลกอย่างละเอียดอ่อน ลึกซึ้ง ขณะที่ชื่อเรื่องก็สื่ออารมณ์ ส่วนตัวละครไม่ใช่ฮีโร่กลับเป็นคนที่ถอยมาอยู่ข้างนอกแล้วมองเข้าไปข้างใน ทำให้คนอ่านต้องย้อนกลับมาดูตัวเอง กลวิธีการเขียน ยกตัวอย่างเส้นทางของหมาบ้า อัศศิริเล่าอย่างเรียบง่าย &amp;nbsp;แต่เหตุการณ์ทั้งหลายนำมาสู่ตอนจบที่พลิกความคาดหมายในใจ &amp;nbsp;หมาบ้าวิ่งไปตามเส้นทางของตนด้วยโทสะ โมหะ ซึ่งผู้คนรายทางก็เป็นเช่นนั้น &amp;nbsp;เป็นกระจกสะท้อนซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; งานของเขาอ่านสนุก ไม่ใช่แค่ให้แง่คิด แต่รู้สึกกับสิ่งเหล่านั้น ช่วยปลูกจิตสำนึกผู้อ่าน และอาจถึงขั้นลงมือทำ &amp;nbsp; ส่วนงานเรื่องสั้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมือง อัศศิริเขียนประวัติศาสตร์อย่างกระชับ รู้สึก และให้คิดว่า ไม่ควรลืม แต่จดจำด้วยเมตตาธรรม &amp;nbsp;อยากให้คนรุ่นใหม่ได้อ่านเรื่องสั้นอัศศิริ &amp;ldquo; &amp;nbsp; ศ.ดร.รื่นฤทัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านทองแถม นาถจำนง บรรณาธิการสยามรัฐ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร่วมวงเสวนาด้วย บอกว่า อัศศิริเป็นนักเขียนบรมครูที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญการใช้ภาษาในเชิงพรรณาโวหาร ทำให้คนอ่านเห็นภาพ ขณะที่นักเขียนปัจจุบันไม่เน้นลีลาแบบนี้ งานเขียนที่ออกมาก็โดดเด่น ได้ชื่อว่าเป็นกวีร้อยแก้ว &amp;nbsp;ผลงานตลอดชีวิตมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ เป็นนักเขียนที่เก็บความเป็นสมประกอบของสังคมและผู้คนที่ถูกรังแก เอาเปรียบ เป็นข้อมูลไว้ในใจแล้วนำมาพล็อตเป็นเรื่องราวเผยให้เห็นความจริง ถือเป็นพรสวรรค์ &amp;nbsp;งานของเขาหลายเรื่องเสนอความเลวของคนที่น่ารังเกียจ น่าล้างแค้น แต่อ่านแล้วกลับสงสาร ต่างจากวรรณกรรมต่อสู้ดุเดือด &amp;nbsp;สอดรับกับความเป็นคนมีจิตใจอ่อนโยนของอัศศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงคันนายาว นำโดยอ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ แสดงในงานเปิดตัวหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังจากผู้มาร่วมเสวนา ได้กล่าวถึง อัศศิริ ธรรมโชติ แล้ว ก็ถึงคราวที่เจ้าภาพของงานได้กล่าวบ้าง อัศศิริ ธรรมโชติ ในวัย 70 ปี กล่าวว่า งานวรรณกรรมเป็นมรดกตกทอดทางภาษาจากนักเขียนรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง ตั้งแต่กุหลาบ สายประดิษฐ หรือที่รู้จักกันในนามปากกา ศรีบูรพา ,อาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมทย์,มนัส จรรยงค์ กระทั่งรุ่นตน แล้วก็มาปราบดา หยุ่น เป็นสายธารทางภาษาที่รับกันมา เพียงแต่เปลี่ยนการใช้ภาษาไปตามยุคสมัย ในฐานะที่เป็นนักเขียนรุ่นอาวุโส มีโอกาสได้รับหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมหลายเวที คิดว่า นักเขียนรุ่นใหม่เปลี่ยนจากรุ่นตน ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากสื่อที่เติบโตมาอย่างโทรทัศน์ ส่วนตนโตมายุคที่อาจารย์คึกฤทธิ์มีอิทธิพลต่อการเขียนหนังสือ รวมทั้ง ส.ศิวลักษณ์ ก็พยายามศึกษาลักษณะการเขียนจากบุคคลเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; นักเขียนรุ่นใหม่มีลักษณะเหมือนทีวี มีความดราม่า สาระเป็นไปตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ยุคของผมเป็นยุคเครียด สังคมขาดแคลนข้อมูลข่าวสาร มีแค่ 2 สื่อ วิทยุกับหนังสือพิมพ์ ไม่เหมือนทุกวันนี้ข่าวสารท่วมโลก มาทุกทิศทาง ฉะนั้น วรรณกรรมเป็นวิธีการส่งข่าวสารอย่างหนึ่ง &amp;nbsp;ให้ผู้ปกครองรู้ว่า คนอยู่อย่างไร ทุกข์ยากแค่ไหน คนจนถูกเอารัดเอาเปรียบมากน้อยเพียงใด เหมือนคำร้องทุกข์ของประชาชนสู่รัฐบาลที่มีอำนาจ วรรณกรรมสมัยก่อนจึงมีพลัง ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเป็นสังคมปัจเจกชน มีความส่วนตัวสูง เด็กในปัจจุบันมีปัญหาส่วนตัวมากกว่าปัญหาสังคมหากมองผ่านวรรณกรรม&amp;quot;อัศศิริ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันอัศศิริ เป็นนักเขียนอิสระ มีงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย และบทความตีพิมพ์ต่อเนื่อง &amp;nbsp; นักเขียนอาวุโส กล่าวในมุมนี้ว่า &amp;nbsp;งานเขียนเสนอความดีของทุกชีวิต เพราะเชื่อว่ามนุษย์มีธรรมชาติเป็นสิ่งดีงาม แต่มนุษย์อาจทำชั่วด้วยความจำเป็น ความไม่รู้ รวมถึงความโลภ ทารกออกจากครรภ์แม่จะมีความขาวสะอาด มนุษย์ทุกคนถ้าเลือกได้จะเป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ฉะนั้น งานเขียนทุกประเภทของตน แม้เขียนถึงโจร มิจฉาชีพ จะเปิดช่องทางไปสู่แสงสว่าง เป็นการให้กำลังใจ รับรู้ปัญหาของเขา ส่วนการใช้ภาษาเป็นสไตล์ของนักเขียนของใครของมันเหมือนนักมวย จนวันนี้ก็ยังมีวัตถุดิบอีกมากที่อยากเขียนและสะท้อนผ่านวรรณกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเปิดตัวหนังสือ ตั้งวงเสวนาแล้ว ในโอกาส 70 ปี อัศศิริ ธรรมโชติ ได้มอบหนังสือเรื่องสั้นอัศศิริ ให้แก่ห้องสมุด โรงเรียนต่างๆ และบุคคลทั่วไปที่สนใจในวรรณกรรม อีกทั้งมอบให้มูลนิธิเด็กในโครงการตู้หนังสือเด็ก สมาคมนักเขียน กองทุนส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อนำหนังสือดีไปเผยแพร่ในกิจกรรมด้านวรรณศิลป์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัศศิริ ธรรมโชติ นักเขียนเรื่องสั้นสะท้อนสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17670</URL_LINK>
                <HASHTAG>70ปีอัศศิริ ธรรมโชติ, เรื่องสั้นอัศศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9dcb0ad2c2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
