<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปริญญ์ เสนอ 4 ประเด็นหลัก ใช้งบประมาณ 64 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องเน้นฐานราก ตัดเพิ่มงบซื้ออาวุธ การดูงานที่ไม่จำเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐสภา (24 มิถุนายน 2563) &amp;ndash;นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย ในฐานะที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ได้แถลงข่าวประเด็นความเห็นต่อการใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในตอนต้น นายปริญญ์ ได้ตั้งข้อสังเกตุว่าควรต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ที่ตั้งไว้ 3.3 ล้านล้านบาท ควรมีการปรับลดลงหรือไม่ เนื่องจากการคาดการณ์รายได้ ได้มีการปรับลงจาก 2.777 ล้านล้านบาท เหลือ 2.677 ล้านล้านบาท (จากประมาณการงบประมาณปี 63 ที่ได้ตั้งไว้คือ 2.731 ล้านล้านบาท ) ซึ่งจริง ๆ แล้วควรจะต้องมีการปรับลดลงมากกว่านี้หลังจากเราได้เห็นผลกระทบเชิงลบจากพิษโควิด-19 ทั้งนี้การปรับลดรายได้ทําให้วงเงินกู้เพื่อชดเชยขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 623,000 ล้าน โดยสัดส่วนของวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลไม่ควรเกิน 20% ของงบประมาณ (มีช่องขยับได้เหลือแค่ประมาณแสนล้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ จึงได้มีข้อเสนอต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 แยกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การหารายได้เพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย นายปริญญ์ดีใจที่กระทรวงคลังมีการเก็บ VAT จากการบริการของแพลตฟอร์มออนไลน์ตามที่ทีมเศรษฐกิจทันสมัยเคยเสนอ แต่ยังไม่ครอบคลุมเนื่องจากทีมฯ ต้องการผลักดันให้เก็บภาษีจากยอดขาย Sales Tax ของบริษัทยักษ์ใหญ่ออนไลน์ด้วย ตามที่สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย ได้เริ่มเก็บแล้วและอีกหลายประเทศกําลังจะทําตามมา โดยที่ประเทศไทยสามารถทําร่วมกับนานาชาติด้วยได้ยิ่งดี เพราะต้องร่วมมือกันแบบข้ามพรมแดน รวมถึงการเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ Sayonara tax แบบที่ญี่ปุ่นทำก็สามารถเสริมรายได้เช่นเดียวกับ และปรับโครงสร้างภาษีพลังงาน ตามที่กรมสรรพสามิต เสนอให้มีภาษีคาร์บอน (Carbon tax) ซึ่งเป็นมาตรการทางเศรษฐศาสตร์จูงใจให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงการสนับสนุนพลังงานทางเลือก เพื่อลดต้นทุน และส่งผลดีกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลดรายจ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรักษาวินัยทางการคลังเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลต้องกล้าที่จะตัดสินใจปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในปี 2564 ออก หรือเลื่อนการจ่ายออกไปก่อน ถึงแม้จะมีการปรับลดมาบ้างแล้วแต่ก็ยังน้อยเกินไป ในขณะที่มีงบประมาณ 4 แสนล้านมาฟื้นฟูพิษโควิดบวกกับเงินกู้และการโอนงบแล้ว และที่สำคัญควรลดงบประมาณการเดินทางต่างประเทศ การซื้ออาวุธ หรือการดูงานที่ไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดสรรงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องการให้มีการจัดสรรงบประมาณมุ่งเน้นไปที่ท้องถิ่น และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ด้านการศึกษา ต้องจัดสรรงบเน้นช่วยโรงเรียนในต่างจังหวัดที่คุณภาพยังไม่ได้มาตรฐาน พัฒนาครู และผู้เรียน ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกันในทุกพื้นที่ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ผ่านอาชีวศึกษาและอาชีวะเกษตร ให้คนคืนถิ่น ไม่เกิดการกระจุกตัวในเมือง รวมถึงเรื่องการตรวจสอบงบประมาณท้องถิ่นที่ได้รับการจัดสรรงบโควิดไปเยอะมาก ไม่ให้มีการทุจริต ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เพราะทุกบาททุกสตางค์ต้องนําไปใช้เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างงานและแรงงานฝีมือ วิชาชีพยุคใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs วิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ควรมีการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการให้เข้าถึงเทคโนโลยีทันสมัยและช่องทางการตลาดยุคใหม่ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การนําเอาข้อมูลมาจัดเก็บ Big Data และใช้ขับเคลื่อนนโยบายบูรณาการ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด พัฒนาสินค้าเกษตรไทยให้อยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลกที่มีมูลค่าสูงขึ้น มีการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อให้ชุมชนได้ผลประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่แจกเงิน 3 พัน ให้ไปใช้กับที่พัก เพราะจะเป็นการช่วยโรงแรม 4-5 ดาว ที่มีศักยภาพมากกว่า แต่กลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก 1-3 ดาวที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดจะไม่ได้รับการสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิกฤตโควิด -19 คราวนี้ แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างแท้จริง การแก้ปัญหาต้องเน้นการแก้เป็นรายประเด็น เชิงพื้นที่ ไม่ใช่การแก้ปัญหาในวงกว้างแต่เพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยคนตัวเล็กให้อยู่รอด อย่าไปเน้นที่ตัวเลข GDP แต่ควรเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด ให้ทุกคนรอดเหมือน ๆ กัน ไม่ใช่การอุ้มแค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง&amp;quot; นายปริญญ์ กล่าวเสริมทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69595</URL_LINK>
                <HASHTAG>72ปีประชาธิปัตย์, งบประมาณ, ปริญญ์ พานิชภักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef30e3eea75f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนเฟิร์ม&#039;หมอวรงค์&#039;ลาออกพ้นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พ.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;นพ.วรงค์&amp;nbsp;เดชกิจวิกรม&amp;nbsp;อดีตส.ส.พิษณุโลก&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ทำหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยหนังสือมีใจความว่า &amp;quot;เรียน&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;ข้าพเจ้านายวรงค์&amp;nbsp;เดชกิจวิกรม&amp;nbsp;สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หมายเลข&amp;nbsp;6116500001&amp;nbsp;วันที่เป็นสมาชิกพรรค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประสงค์ขอบาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคฯ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 19&amp;nbsp;พ.ย. 2562&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อทราบ&amp;nbsp;ขอแสดงความนับถือ&amp;nbsp;ลงชื่อนายวรงค์&amp;nbsp;เดชกิจวิกรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นพ.วรงค์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่าขอเวลาอีก 2-3 วันแล้วจะให้คำตอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50757</URL_LINK>
                <HASHTAG>72ปีประชาธิปัตย์, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ปชป.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c36b4e9f95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าปล่อยข่าวรายวันเหมือนเด็กเล่นกัน&#039;ปชป.&#039;ยันดีลตั้งรัฐบาลยังคงเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.62 - นายนิพนธ์&amp;nbsp; บุญญามณี&amp;nbsp; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐเสนอกระทรวงศึกษาธิการให้ปชป.เพื่อแลกเปลี่ยนกับกระทรวงพาณิย์(พณ.) ซึ่งแต่เดิมเป็นโควต้าปชป. อีกทั้งยังจะแถมกระทรวงต่างประเทศหรือกระทรวงยุติธรรม ว่า ขอยืนยันยังยึดข้อตกลงการเจรจาเดิมทั้งหมด และเราไม่เคยให้ข่าวหรือสัมภาษณ์ข่าวรายวันเหมือนเด็กเล่นกัน&amp;nbsp; เพราะทุกคนมีความเป็นผู้ใหญ่ผ่านประสบการณ์ หน้าที่การงานสำคัญมามาก จะมาเล่นขายของแบบเด็กๆ เปลี่ยนคำพูดรายวันไม่ได้ ฉะนั้นข่าวที่ออกมา ตั้งแต่หลังวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เข้าใจว่าเป็นข่าวปล่อยปั่นกระแสให้การฟอร์มทีมจัดรัฐบาลร่วมครั้งนี้กระเพื่อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพราะผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐยังยืนยันกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า เขายังยึดมั่นในข้อตกลงเดิม ตามที่ได้รับปากกับประชาธิปัตย์ ว่าทุกอย่างเหมือนเดิม ซึ่งถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องใดๆ จะมีการส่งสัญญาณโดยตรงมาถึงผู้ที่มีอำนาจเต็มในการเจรจาของพรรค ซึ่งขณะนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ขอให้สื่อมวลชนรับฟังจากตัวแทนพรรค หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้ไปเจรจาเท่านั้น&amp;rdquo; นายนิพนธ์ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้มีข่าวพรรคพลังประชารัฐเสนอจะเอาสองกระทรวงมาแลกกับกระทรวงพาณิชย์คืน&amp;nbsp; นายนิพนธ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เรื่องนี้ไม่ใช่ข้อตกลง เพราะไม่เคยอยู่ในวงการพูดคุยตกลงกัน จึงเป็นเรื่องของพรรคอื่นที่ต้องไปจัดการปัญหาภายในกันเอง ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ยึดในข้อตกลงเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่พูดคุยกันตั้งแต่เบื้องต้นตามที่เจรจาเสนอชื่อนายชวน หลีกภัย&amp;nbsp; เป็นประธานรัฐสภา จนถึงเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ&amp;nbsp; วันนี้ถ้าจะมาเปลี่ยนแปลงอะไรก็ไม่อยู่ในวิสัยที่จะเป็นไปได้ซึ่งทางการเมือง แม้จะไม่มีการทำนิติกรรมสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เรายึดถือที่คำพูด ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจในเกียรติและศักดิ์ศรีต่อกัน สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานร่วมกันมากกว่า&amp;nbsp; ดังนั้น ข่าวปล่อยต่างๆที่ออกมาจึงเป็นเรื่องภายในของพรรคการเมืองอื่นที่จะต้องไปตกลงเจรจาแก้ไขปัญหาในพรรคของเขาเอง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ขอยุ่งเกี่ยว เช่นเดียวกันกับงานหรือเรื่องใดๆในพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; พรรคการเมืองอื่นก็ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวเช่นกัน เวลานี้เรานิ่งหมดแล้ว รอพรรคใหญ่เท่านั้น&amp;rdquo; นายนิพนธ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37993</URL_LINK>
                <HASHTAG>72ปีประชาธิปัตย์, จัดดตั้งรัฐบาล, นิพนธ์  บุญญามณี, พรรคร่วมรัฐบาล, พลังประชารัฐ, โควต้ารัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c87a81eced21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวน-องอาจ แทงกั๊กตั้งรัฐบาลแจงปชป.ยังไม่เลือกขั้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 พ.ค.เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังการรายงานตัวเป็นส.ส. ถึงการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา ตั้งขั้วที่3เพื่อจัดตั้งรัฐบาลว่า คงเป็นกระแสข่าว พรรคประชาธิปัตย์ต้องรอการประชุมส.ส. การประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรค และเลือกหัวหน้าพรรค 15 พ.ค.นี้ คงมีความชัดเจนมากขึ้นว่าจะกำหนดทิศทางการดำเนินการของพรรคอย่างไร หากสมาชิกในพรรคมีความเห็นต่างก็จะต้องลงมติกัน และพรรคจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อถามว่า หลายพรรคระบุว่าได้พูดคุยจัดตั้งรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ นายองอาจ กล่าวว่า เป็นการคุยส่วนตัว การจะหารือเป็นทางการยังไม่เกิดขึ้น จะมีก็ต่อเมื่อมีหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคแล้ว

เมื่อถามว่า พรรคอนาคตใหม่ พร้อมสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ นายองอาจ กล่าวว่า เป็นข้อเสนอที่ปรากฎผ่านสื่อ ข้อเสนอให้ตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยนั้น ถือว่าปิดประตูตายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมส.ส.และกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจ ตอนนั้นคงมีข้อเสนอมากพอสมควร ก็ต้องชั่งใจ ที่ประชุมเอาอย่างไรก็คงเอาอย่างนั้น

&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น. ที่อาคารรัฐสภาใหม่ นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าจะมาเชิญชวนพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันปิดสวิตช์ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครมาเชิญต้องรอหลังวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พ.ค. ที่จะมีการเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่จะเป็นตัวแทนพรรคในการให้ความเห็นและตัดสินใจ ดังนั้นตอนนี้ใครประสานเรื่องอะไรมาเป็นเรื่องที่ต้องรอหลังจากมีผู้รับผิดชอบเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามว่าดูเหมือนนายธนาธร อาสาเป็นตัวกลาง ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคประชาธิปัตย์ จะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย นายชวน กล่าวว่า พูดไปแล้วว่าความเห็นทั้งหลายต้องรอให้ตัวแทนพรรคตัวจริงเป็นผู้ให้ความเห็น ขณะนี้ใครจะพูดอะไรต้องถือเป็นความเห็นของแต่ละคน แต่ตนขอร้องว่าอย่าเพิ่งไปตัดสินใจอะไรแทนหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ดังนั้นก็ควรจะรอสัปดาห์นี้ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย

เมื่อถามว่าสมาชิกพรรคจำเป็นต้องปฏิบัติตามมติพรรคหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้สมาชิกบางคนก็ระบุว่าจะไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ นายชวน กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วพรรคประชาธิปัตย์ถือว่ามติพรรคเป็นอย่างไรทุกฝ่ายก็ต้องให้ความเคารพ ดังนั้นก่อนตัดสินใจอะไรต้องพิจารณาให้ท่องแท้ ถ้าตัดสินใจไปแล้วจะกลับไปกลับมาก็จะมีปัญหา ตนถึงบอกว่าอย่างเพิ่งให้ความเห็นเกี่ยวกับการไปร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลในตอนนี้ ควรรอให้หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตัดสินใจให้ท่องแท้ เมื่อถึงตอนนั้นแล้วทุกคนก็ต้องเคารพมติ

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกลับที่มาของส.ว.ชุดใหม่ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ นายชวน กล่าวว่า มาพูดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่ต้น เห็นอะไรหลายอย่างที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางประชาธิปไตย เมื่อพรรคไม่รับรัฐธรรมนูญก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่เมื่อใช้แล้วมีปัญหาจริง และในฐานะที่เรามาจากระบอบประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้งรู้สึกว่าไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าเท่าที่ควร ซึ่งขณะนั้นคนทั่วไปอาจจะนึกไม่ถึงว่าปัญหาอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า แต่เมื่อรัฐธรรมนูญใช้บังคับแล้วทุกคนก็ต้องเคารพกฎหมาย

ถามอีกว่าส.ว.มีสิทธิ์ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น นายชวน กล่าวว่า ให้ความเห็นไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะได้ให้ความเห็นไปหมดแล้วตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ก็เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อคนส่วนใหญ่เห็นด้วยและรัฐธรรมนูญต้องบังคับใช้ ถ้าจะมาให้ความเห็นว่าไม่เห็นด้วยในตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เมื่อกฎหมายออกมาแล้วทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35631</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ธนาธร, 72ปีประชาธิปัตย์, ชวน หลีกภัย, องอาจ  คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c70bd4e28641.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 08:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ๊ว่าไง!ป.ป.ง.มีมติอายัดทรัพย์สิน&#039;เสี่ยเปี๋ยง&#039;เพิ่ม180รายการกว่า 5 ร้อยล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.62- จากนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคปะชาธิปัตย์ เปิดเผยผ่าน &amp;nbsp;Warong Dechgitvigrom ถึงการยึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยงและเครือข่าย ในคดีทุจริตจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบจีทูจี ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าการอายัดทรัพย์สินทรัพย์สิน นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง โดย ปปง. ยังมีกรณีเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมาซึ่ง พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสำนักงาน ปปง. ได้รับหนังสือจากคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เรื่องร้องเรียน กรณีให้ตรวจสอบการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณจำนำข้าว และหนังสือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน กรณีมีการทุจริตจากนโยบายการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการทุจริต ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้คณะกรรมการธุรกรรมและเลขาธิการ ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน เสี่ยเปี๋ยง กับพวก ไปแล้ว จำนวน 10 คำสั่ง รวมทรัพย์สินที่อายัดไปแล้วทั้งสิ้น 2,323 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2561 ได้มีมติให้อายัดทรัพย์สินเพิ่มอีก 180 รายการ รวมมูลค่ากว่า 518,803,421 บาท พร้อมดอกผลไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27749</URL_LINK>
                <HASHTAG>72ปีประชาธิปัตย์, จำนำข้าว, จึทูจึเก๊, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร, ยึดทรัพย์, รัฐบาลยิ่งลักษณ์, หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม, อายัดทรัพย์, เสี่ยเปี๋ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4fa65021382.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุ่นใหม่ชนรุ่นใหม่!&#039;ปชป.&#039;ส่ง&#039;ไอติม&#039;แทน&#039;ณัฏฐ์&#039;ลงเขตบางกะปิชน&#039;ปุ๊น ตรีรัตน์&#039;เพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ อยู่ระหว่างการสรรหาผู้สมัครเพื่อลงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ คณะกรรมการสรรหาของพรรคมีกำหนดสรุปรายชื่อเฉพาะผู้สมัครส.ส.ระบบแบ่งเขตในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้เกือบทั้งหมดจะมีเฉพาะเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่ยังไม่ลงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนจังหวัดกรุงเทพมหานครมีรายงานว่าเขตเลือกตั้งบางกะปิและเขตวังทองหลาง (เฉพาะแขวงพลับพลา) พรรคประชาธิปัตย์ จะส่งนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ หรือ ไอติม คนรุ่นใหม่New Dem และหลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แข่งขัน แทนนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน อดีตส.ส.กทม. ขณะเดียวกันพรรคคู่แข่งอย่างพรรคเพื่อไทยจะส่งคนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน คือ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส หรือ ปุ๊น จึงถือเป็นหนึ่งในเขตเลือกตั้งกทม. ที่น่าสนใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25047</URL_LINK>
                <HASHTAG>72ปีประชาธิปัตย์, นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, ผู้สมัครส.ส.เขตบางกะปิ, พริษฐ์ วัชรสินธุ์ หรือ ไอติม, เพื่อไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c220ce7ca68f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกหัวหน้าปชป.ยุ่งแล้ว&#039;นิพิฏฐ์&#039;เผย 4 หน่วยเลือกตั้งผิดปกติ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย. 61 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงภาพรวมการหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้รับรายงานถึงปัญหาใน 4 หน่วยเลือกตั้ง คือ 2 หน่วยเลือกตั้ง มีปัญหากีดกันผู้สังเกตการณ์ของผู้สมัครบางหมายเลข ไม่ให้เข้าไปสังเกตการณ์ในหน่วยเลือกตั้ง ขณะที่อีก 2 หน่วยเลือกตั้งพบความผิดปกติในเรื่องจำนวนผู้ไปใช้สิทธิ์กับผลการลงคะแนนในเครื่องลาสเบอร์รี่ ไพน์ ที่ไม่สอดคล้องกัน โดยผู้สังเกตการณ์พบว่ามีจำนวนผู้ไปใช้สิทธิ์บางตา แต่กลับปรากฏว่ามีจำนวนผู้ลงคะแนนในระบบมากผิดปกติ ซึ่งจะได้ประมวลเรื่องดังกล่าวรายงานให้ กกต.ของพรรครับทราบเพื่อนำไปสู่การแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาในการลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และ กทม. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21551</URL_LINK>
                <HASHTAG>72ปีประชาธิปัตย์, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปชป., หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180128/image_big_5a6d93818e52e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
