<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชวน : ยามใดที่พรรคมีปัญหาคนที่ตั้งใจจริงจะไม่คิดน้อยเนื้อต่ำใจหรือทิ้งพรรค-ผู้บริหารพรรคใจเสาะผู้คนก็จะหนีไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.63 - ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;นายชวน &amp;nbsp;หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;การยกระดับพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมือง&amp;rdquo; ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โดยนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.รุ่นที่ 10)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวช่วงหนึ่งว่า พรรคการเมืองจะเป็นอย่างไร จะมีหน้าตาอย่างไร และจะดำรงอยู่ได้อย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับคนในพรรค จึงเริ่มจากการพยายามหาคนดีและมีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพเข้ามาอยู่ในพรรคการเมือง โดยกรณีของตนที่เป็นชาวบ้านธรรมดา มาอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้รับความใจกว้างจากพรรคที่ให้ตนได้มีโอกาสเข้ามาทำงานทางการเมือง และได้ลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งก็ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคที่เห็นว่าด้วยประสบการณ์ในทางการเมืองของตน ทำให้เห็นว่าตนมีความเหมาะสมกับการเป็นหัวหน้าพรรค &amp;nbsp;แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองที่มองแต่เรื่องผลประโยชน์ และหัวหน้าพรรคต้องเป็นผู้ที่ดลบันดาลเงินแจกให้กับลูกพรรค ตนก็คงไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองไม่ใช่งานที่มีความราบรื่น เพราะสายตาของคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมองพรรคการเมืองในเชิงบวก สื่อมวลชนมักมองพรรคการเมืองเป็นจำเลย มีแต่เรื่องเลวร้าย &amp;nbsp;ดังนั้น การทำให้พรรคการเมืองดำรงอยู่ได้และเป็นที่ยอมรับของประชาชน จึงต้องอยู่กับความเป็นจริงในเรื่องความถูกต้อง ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวบุคคลในพรรค &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรคทุกคนจะต้องไม่ยอมให้คนที่ต้องการจะฮุบพรรคได้มีโอกาส &amp;nbsp;พรรคการเมืองมีขึ้นมีลง มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่พรรคการเมืองจะดำรงอยู่ได้จึงต้องมีคนที่ตั้งใจจริงอยากมาทำงานการเมือง ไม่ใช่เป็นแค่มาหาอะไรทำ เพราะในยามใดที่พรรคประสบปัญหา คนที่ตั้งใจจริงเขาจะไม่คิดน้อยเนื้อต่ำใจหรือทิ้งพรรค ไม่หวั่นไหว แต่ถ้าคนเป็นผู้บริหารพรรคใจเสาะ ผู้คนก็จะหนีไป ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เคยประสบปัญหาอย่างนี้เมื่อปี 2521 มีหลายคนลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งรวมถึงนายสมัคร สุนทรเวช ลาออกแล้วไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ก็มาชวนผมให้ไปอยู่ด้วย แต่ผมไม่ไป ขออยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป และเห็นว่าถ้าสุดท้ายพรรคไปไม่รอด ผมก็ยอมกลับไปเป็นทนายความที่บ้านเกิด&amp;rdquo; นายชวน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ การดำรงอยู่ของพรรคส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนในพรรคด้วย เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อถือต่อพรรค โดยต้องมีความซื่อตรง และต้องไม่กระทำสิ่งที่จะสร้างปัญหาหรือเงื่อนไขให้ทหารใช้เป็นเหตุผลในการยึดอำนาจ &amp;nbsp;อีกทั้ง พรรคการเมืองต้องมีความเป็นธรรม ยึดมั่นหลักการความถูกต้องและกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล &amp;nbsp;ขณะที่การบริหารพรรคการเมืองให้ดำรงอยู่ได้ไม่ใช่ของง่าย เพราะต้องใช้ความอดทนและความซื่อสัตย์สุจริต &amp;nbsp;สมัยนี้การเมืองได้เปลี่ยนไป โดยตนเป็นห่วงเรื่องธุรกิจการเมืองมาเป็นอุปสรรคในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งต่างจากในอดีตที่มีปัญหาจากการยึดอำนาจหรือพฤติกรรมของทหาร &amp;nbsp;เมื่อก่อนพวกเราเคยนึกไม่ถึงว่าเมื่ออหิวาตกโรคหมดไป โรคเรื้อนหมดไปแล้ว จะเกิดโรคเอดส์มาทำลายภูมิต้านทานของคน &amp;nbsp;ฉันใดก็ฉันนั้น ตอนนี้การเมืองของเราก็เกิดโรคเอดส์ นั่นคือธุรกิจการเมืองที่ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ซื้อพรรคการเมือง ซื้อนักการเมืองและองค์กรอิสระ ซื้อกระบวนการยุติธรรม ซื้อสื่อมวลชนที่ทำให้มีการเผยแพร่ข่าวเพียงบางเรื่อง &amp;nbsp;ตนขอเอาใจช่วยทุกคนที่ต้องการทำงานทางการเมือง และขอให้พรรคการเมืองของทุกคนอยู่ได้โดยต้องยึดความถูกต้องเป็นหลัก &amp;nbsp;แต่สิ่งที่ตนยังคิดไม่ตก คือจะทำอย่างไรให้เราสามารถป้องกันธุรกิจการเมืองได้ ขอฝากให้บรรดานักวิชาการช่วยกันคิดตรงนี้ เพื่อไม่ให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในการเมืองสุจริต ต้องยืนหยัดในความถูกต้องละเคารพกฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร และขอให้เชื่อเถอะว่าไม่มีนักลงทุนคนไหนไม่เอากำไรคืนฉันใด นักการเมืองที่ซื้อเสียงหรือกระทำทุจริตโกงมา เขาก็ต้องมาเอาทุนคืนฉันนั้น บ้านเมืองเราทุกวันนี้จึงมีการทุจริตมากในทุกวงการ หากพวกเราไม่ช่วยกันแก้ไข ต่อไปทุกตำแหน่งจะต้องมีการซื้อขายกัน แม้การยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตและความถูกต้อง จะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ขอให้ทุกคนพยายามทำอย่างเต็มที่&amp;quot;นายชวน กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57184</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปี ปชป., 73ปีพรรคประชาธิปัตย์, ชวน หลีกภัย, ทิ้งพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e463dbf97bdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.&#039;ถึงยุคไปไม่รอด “วิลาศ” เดือดถูกคนในพรรคสาดโคลนชวดนั่งกมธ.สอบโกงก่อสร้างรัฐสภา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค. 2562 ที่พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp; นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เสนอชื่อตน ทั้งที่ในการประชุมส.ส.ของพรรค เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา พรรคมีมติให้เสนอ ว่า&amp;nbsp; เคยปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งนี้อย่างน้อยก็ 4 ครั้ง เพราะไม่มั่นใจในเรื่องความรับผิดชอบในการทำงานและความบริสุทธิ์ที่เคยพูดไว้กับประชาชน จึงขออยู่วงนอกเพื่อตรวจสอบทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์เองอย่างอิสระ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคและส.ส.ยืนยันให้ทำหน้าที่นี้ เพราะเห็นว่าเป็นผู้ที่ติดตามตรวจสอบมาตั้งแต่ต้น จึงไม่ได้ปฏิเสธ

&amp;ldquo;ในงานเลี้ยงส.ส.ของพรรคคืนวันเดียวกัน ผมไม่รู้ว่าโจรตัวไหนสาดโคลนหรือสาดน้ำมนต์ให้เปลี่ยนตัว ซึ่งในการพูดคุยกันวันนั้นมีคนทักท้วงพรรคมีมติแล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงมีการระบุว่าให้นายสุทัศน์ เงินหมื่น ที่เป็นผู้เสนอชื่อผม ถอนชื่อผมออก แต่สุดท้ายนายสุทัศน์ยอมถอนโดยไม่ได้มีการนำเรื่องนี้กลับเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อเปลี่ยนแปลงมติ จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดข้อบังคับพรรค เพราะก่อนหน้านี้มีกรณีการตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และประธานวิปของพรรคออกมาแถลงว่าห้ามฝ่าฝืนข้อบังคับและมติพรรค ถ้าใครฝ่าฝืนจะมีความผิด แต่ตอนนี้กลับมีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามมติพรรค จึงอยากถามว่าจะทำอย่างไร และอยากรู้ว่า 3 คนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงมติพรรคโดยพลการหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้อง ต้องบอกคำเดียวว่าชั่วจริงๆ&amp;rdquo; นายวิลาศ กล่าว

อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;เงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล พรรคได้ประกาศชัดเจน 3 ข้อ คือ 1.ต้องรับนโยบายประกันรายได้ของพรรค 2.ต้องตั้งกมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ3.หากมีการทุจริต พรรคจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลทันที ซึ่งวันนี้เรายังไม่รู้ว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่มีการตั้งกมธ.มาตรวจสอบ จึงอยากรู้ว่าเพราะอะไรต้องเปลี่ยนตนออกจากกมธ.ชุดนี้ แสดงว่าสิ่งที่ตนเคยพูดไว้ว่าไม่ไว้ใจเริ่มเป็นจริงแล้วใช่หรือไม่ เพราะตนยืนยันมาตลอดว่าจะตรวจสอบแบบไม่มีมวยล้มต้มคนดู นอกจากนี้ยังมีกรณีที่

แถลงข่าวการคัดค้านขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐแห่งใหม่ ครั้งที่ 4 เพราะส่อทุจริต &amp;nbsp;จากนั้น หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งออกมาระบุว่าหัวหน้าและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ส่งไลน์มาด่าลูกพรรคและบอกว่าประธานสภาฯโทรศัพท์มาบอกด้วยว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ แต่ภายหลังประธานสภาฯออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ ขณะที่คนพูดกลับไม่รับผิดชอบใดๆ สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงว่าต้องมีคนโกหก เป็นรองนายกฯ เป็นรัฐมนตรี แต่โกหกเรื่องเล็กๆน้อยๆ จะบริหารประเทศได้อย่างไร &amp;nbsp;

&amp;ldquo;ผมอยากเสนอสำหรับคนที่ร่วมรัฐบาลวันนี้ ให้ตั้งเงื่อนไขเป็นสัตยาบันอีก 1 ข้อ คือขอร่วมรัฐบาลตลอดไป และยินดีรับใช้โจร โจรจะใช้อย่างไร พร้อมเป็นขี้ข้าโจร ผมจะได้ไม่ติดใจอีก เพราะชัดเจนแล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลงมติพรรคเหมือนไปรับคำสั่งใครมา ใครเป็นพ่อ ใครเป็นโจร จึงต้องไปประพฤติตามเขา ทุกวันนี้ไม่เห็นทำอะไรนอกจากร้องเพลงสรรเสริญเยินยอกัน ทั้งที่ชาวบ้านด่าโครมๆ ได้ข่าวว่ากำลังจะแต่งเพลงจะขอเป็นรัฐบาลตลอดไป ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า&amp;rdquo;นายวิลาศ กล่าว

นายวิลาศ กล่าวว่า ฝากไปถึงหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และประธานวิปพรรคให้ออกมาแถลงด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงมติพรรคที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับทั้ง 3 คนนี้หรือไม่ จะได้ด่าถูกตัว ตนยืนยันว่าไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น และเชื่อว่าไม่มีใครกล้ามากดดันตนไม่ให้เคลื่อนไหว และในขณะนี้ยังทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะทุกพรรคมีคนดีคนชั่ว จะโทษพรรคไม่ได้ เราต้องค่อยๆไล่คนชั่วออกไป จึงขอสู้ต่อในนามคนของพรรค จนกว่าจะเห็นว่าไล่แล้วคนชั่วก็ยังอยู่ ถึงเวลานั้นก็ค่อยว่ากันอีกที วันนี้ยังต่อสู้กับพวกเลวร้ายทั้งหลาย ถ้ายังหน้าด้านหน้าทน ตนจะคุ้ยประวัติว่ามีความเฮงซวยหรือทำระยำตำบอนอะไรหรือไม่ เพราะตอนนี้มันแย่ ถึงยุคที่ไปไม่รอดแล้วยังไม่ฟังเสียงประชาชนอีกว่าเขาด่าอย่างไร ประชาชนเดือดร้อนไปทุกแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53005</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปี ปชป., ขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์, นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b1228ac5e490.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;โต้&#039;พีระพันธุ์&#039;ด่าข้างนอกก่อน ยัน72ปีปชป.ไม่มีคนแปลกปลอม ไม่มีอีแอบ หัวหงอก หัวดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - ​ ที่พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ ออกมาระบุนายชวนไม่ควรนำเรื่องภายในมาพูดภายนอกว่า สาเหตุที่ให้สัมภาษณ์ข้างนอก เนื่องจากมีการออกข่าวตำหนิตนข้างนอกไม่ใช่ในพรรค ทำให้มีการขยายข่าวไปทั่วประเทศ ดังนั้น จึงต้องอธิบายให้ที่ประชุมพรรคฟังว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรคก็เห็นว่าอะไรทั้งหลายควรจะอยู่ในห้องประชุม ซึ่งตนไม่เห็นด้วย เพราะกรณีนี้เขานำเรื่องตนไปพูดข้างนอกทำให้เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นควรจะทำความเข้าใจกันหรือไม่ เพราะดูเหมือนนายพีระพันธุ์ไม่เข้าใจ นายชวน กล่าวว่า ไม่อยากทะเลาะกันเหมือนเด็ก ดีที่สุดคือพูดความจริง สมมุติใครไม่พอใจใครก็เป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าจะไม่ยกมือไหว้ไม่นับถือกันก็ไม่เป็นไร แต่การนำไปวิจารณ์ข้างนอกในเรื่องที่ไม่จริงเป็นเรื่องเสียหาย เข้าใจว่าเขาอาจจะไม่พอใจ และถ้ามีบารมีอาจจะทำอะไรมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้บอกนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าการที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค เป็นการถางป่าให้คนอื่นมาเป็นหัวหน้าพรรคได้สะดวกขึ้น เพราะพรรคมีสภาพที่แพ้เลือกตั้งมามากมาย ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจะบานปลายหรือไม่ อยู่ที่การพูดความจริงว่าเรื่องเกิดจากอะไร ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้มีอะไรกับนายพีระพันธุ์ แต่ที่พูดในที่ประชุมเพราะไม่อยากให้คนภายนอกมาแทรกแซงภายในพรรค ยืนยันว่าตลอด 72 ปีพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีคนแปลกปลอม ไม่มีอีแอบ หัวหงอก หัวขาว หัวดำ เหมือนที่ม.จ.จุลเจิม ยุคล พูด เพราะผมเป็นหัวสีเทา จึงอยากให้เข้าใจด้วย&amp;rdquo;นายชวน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36606</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปี ปชป., ความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์, ชวน หลีกภัย, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce639bd68808.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไม่มีอีแอบ&#039;เดอะแจ๊ค&#039;โต้&#039;ท่านใหม่&#039;73ปีปชป.เป็นที่ประจักษ์ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17พ.ค.62-นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีม.จ.จุลเจิม &amp;nbsp;ยุคล โพสต์พาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีอีแอบที่อยากเปลี่ยนแปลงสถาบันสำคัญของชาติแฝงตัวอยู่มากและกล่าวถึงบุคคลที่ลงสมัครหัวหน้าพรรค ว่า เป็นสิทธิของท่านที่จะกล่าวหาหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ แต่ทว่ามันเป็นความเท็จจึงกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติประวัติของพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดได้ ในฐานะอดีตส.ส.2 สมัย ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอีแอบหรือคุณแอบตามที่ว่าแต่ประการใด ไม่มีใครที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ เราเคารพและส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข นับแต่ก่อตั้งพรรคเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ.2489&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;73ปีล่วงมาแล้วเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติอย่างที่สุดเสมอมา การที่ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์กล่าวร้ายต่อพรรคเช่นนั้น ย่อมทำให้พรรคเสียหายอย่างร้ายแรง ผมจึงใคร่ขอความกรุณาความเมตตาจากราชนิกุลชั้นสูงเช่นท่านเพื่อโปรดให้ความเป็นธรรมต่อพรรคประชาธิปัตย์ด้วย&amp;quot;นายวัชระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวอีกว่า การที่ม.จ.จุลเจิมสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนใครเป็นหัวหน้าพรรคก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ผมยืนยันได้ว่า ชาวประชาธิปัตย์มีความจงรักภักดีอย่างยิ่ง ไม่มีใครมีพฤติกรรมอย่างที่ม.จ.จุลเจิมกล่าวหาเลยแม้แต่น้อยและไม่ใช่เพียงจงรักภักดีแต่ปากแต่ได้ประพฤติปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยนานัปการเช่นต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างชัดเจนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และยามที่มีภัยต่อสถาบันในทศวรรษที่แล้ว ส.ส.ของพรรคได้ต่อสู้และปกป้องสถาบันสำคัญของชาติอย่างไม่เกรงกลัวภัยอันตรายใดๆจากกองกำลังติดอาวุธอีกด้วยนี่คือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคที่มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน&amp;quot;นายวัชระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36088</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปี ปชป., นายวัชระ เพชรทอง, ปกป้องสถาบันกษัตริย์, ม.จ.จุลเจิม ยุคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9680cbe4543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2019 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2019 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>73ปี ปชป.“กรณ์” บอกบุญ ชวนคนไทยบริจาคข้าวอินทรีย์ให้ 5 มูลนิธิ ชี้ช่วยคนสองต่อ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;6เม.ย.62-นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุคส่วนตัว Korn Chatikavanij เนื่องในโอกาสวันเกิดพรรคประชาธิปัตย์ ครบรอบ 73 ปี โดยเชิญชวนร่วมสมทบทุนบริจาค ข้าวเปอร์เซ็นต์-อินทรีย์ จำนวน 7 ตันแก่ 5 มูลนิธิ คือ 1. วัดพระพุทธบาทน้ำพุ 2.บ้านราชวดีชาย 3.บ้านราชาวดีหญิง 4.ศูนย์ผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ และ 5.วัดถ้ำกระบอก โดยนายกรณ์ระบุว่า โครงการเกษตรเข้มแข็ง ที่ตนลุยนาทำ &amp;ldquo;ข้าวอิ่ม&amp;rdquo; ที่สารคามตลอด 5 ปี ซึ่งทุกๆ ปี ช่วงปีใหม่เราจะช่วยชาวนาระบายข้าวชุดของขวัญในถุงผ้าสวยงาม และในขั้นตอนการผลิตดังกล่าวนี่เอง จะมีปลายข้าวหักที่เป็นผลพลอยได้จากการสีข้าว ซึ่งยังสามารถทานได้ และคุณค่าสารอาหารก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เมล็ดไม่สวยพอที่จะขายแบบข้าวพรีเมียมเหมือนตอนปีใหม่ได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ข้าวหักตรงนี้ปกติชาวนาจะขายไม่ได้ราคา ตกกิโลละไม่ถึงสิบบาท โรงสีส่วนใหญ่จะบังคับรับซื้อไปเลยก็มี ไม่มีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด ซึ่งน่าเสียดายมาก โครงการฯ จึงนำ ข้าวหักมาผสมใหม่ เป็น &amp;ldquo;ข้าวเปอร์เซ็นต์-อินทรีย์&amp;rdquo; ปีนี้ผสมรวมได้ 7 ตัน ผมขอเชิญชวนทุกคนร่วมกันสมทบทุนบริจาคแก่มูลนิธิที่ต้องการข้าวสารในการดูแลผู้ป่วย เด็ก และคนชรา ผ่านมูลนิธิ 5 แห่งดังกล่าวข้างต้น&amp;rdquo; นายกรณ์ ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ บอกอีกว่า กิจกรรมนี้เราสามารถช่วยคนได้ 2 ต่อ ต่อแรก &amp;ldquo;ช่วยชาวนาให้มีรายได้เพิ่ม&amp;rdquo; จากปกติขายข้าวหักได้ กก.ละ 5 บาท &amp;nbsp;โดยจะมอบมูลค่าข้าวอินทรีย์เปอร์เซ็นต์ที่ผสมใหม่นี้ที่ 3 กิโล 100 บาท ต่อที่สอง ช่วยให้เด็ก คนชรา และคนป่วย จาก 5 มูลนิธิจะได้ทานข้าวพันธุ์ดีที่ปลอดสารพิษ ซึ่งทีมงานประสานเรียบร้อยแล้วว่า ขาดแคลน และจะกระจายให้แต่ละแห่งตามสัดส่วนความต้องการจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่วมสมทบทุนเพื่อซื้อข้าวเปอร์เซ็นผสม จากชาวนา 3 กิโล 100 บาท เพื่อมอบแก่ 5 มูลนิธิ ผ่าน โครงการเกษตรเข้มแข็ง เลขที่บัญชี 902-7-11390-2 ธนาคารกรุงเทพฯ ทางโครงการจะปิดยอดบัญชีสุทธิในวันที่ 30 เมษายนนี้ และจะรวบรวมข้าวตามจำนวนเงินสมทบเพื่อมอบแก่มูลนิธิต่อไปครับ&amp;rdquo; นายกรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33100</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปี ปชป., กรณ์ จาติกวณิช, ซื้อข้าวช่วย5มูลนิธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190406/image_big_5ca81b5459d35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
