<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ลั่นไม่ยอมความ &#039;อัจฉริยะ&#039; เอาความเท็จโจมตี ปชป.ปมหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 14.10 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคปชป. เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้ ตนได้เดินทางไปขึ้นศาลอาญา ในคดีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;nbsp;ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับหน้ากากอนามัย ซึ่งตนได้ฟ้องใน 5 กระทงความผิด วันนี้เป็นวันที่ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง และนัดหน้าน่าจะประมาณวันที่ 18 ต.ค.64 และก่อนหน้านี้นายอัจฉริยะก็ไม่มา จนศาลต้องกำชับให้มา เพื่อดำเนินการนับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ตนจะไม่ยอมความแน่นอน และไม่คิดจะคุยกับนายอัจฉริยะ เพราะจะต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และพิสูจน์ด้วยว่ามีความเท็จอย่างไรบ้าง ดังนั้นจึงขอใช้สิทธิทางศาลในการกล่าวหานายอัจฉริยะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107093</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, ศาลอาญา, หน้ากากอนามัย, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d048ae25145.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ปัดตอบถอนตัวร่วมรัฐบาล ชี้ปัญหา&#039;ธรรมนัส&#039;เป็นเรื่องของพปชร.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือให้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสมาชิกพรรคพิจารณาถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเพราะเกิดวิกฤติศรัทธาหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ร.อ.ธรรมนัส มาเป็นรัฐมนตรีจากโควต้าพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่พรรคพลังประชารัฐตอบคำถามนี้ ซึ่งประชาธิปัตย์เป็นแค่พรรคร่วม จึงขอให้เป็นเรื่องที่พลังประชารัฐเป็นผู้ตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายอันวาร์ มีการเคลื่อนไหวหลายครั้ง จึงถูกมองว่าเหมือนมีปัญหาภายในพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะสรุปเป็นปัญหาภายในพรรคไม่ได้เพราะพรรคมีกระบวนการ โดยยึดวิถีทางประชาธิปไตย ดังนั้นการดำเนินการทางการเมืองหรือการตัดสินใจอะไร ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อยก็ต้องเข้าใจและรับฟังเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พรรคยืนหยัดมาได้จนถึงวันนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยสิ่งที่พรรคดำเนินการคือทำหน้าที่ของตนเอง ให้สมบูรณ์และเกิดประโยชน์ที่สุดต่อประเทศ และประชาชน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้นการตัดสินใจใดๆ ต้องคำนึงถึงหลักนี้ โดยเฉพาะขนาดนี้ที่ทุกคนทราบดีว่าประเทศกำลังเผชิญปัญหาจาก โควิด-19 หลายฝ่ายกำลังช่วยกัคลี่คลาย ดังนั้นประชาธิปัตย์ไม่สามารถเป็นอย่างอื่นได้นอกจากทำหน้าที่ที่มีอยู่และร่วมมือจากประชาชนในการนำพาประเทศผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายอันวาร์ ทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้ง แต่พรรคก็ต้องทำตามหลักของพรรค ฟังเสียงส่วนใหญ่ และส่วนตัวไม่ได้คุยกับนายอันวาร์และไม่คิดจะคุย เพราะเคยคุยด้วยหลายครั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับพี่นายอันวาร์ ออกมาพูดใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดตรงนั้น แต่เอาเป็นว่าพรรคมีแนวทางของพรรค ตัดสินใจทำอะไรคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าไม่มีแนวคิดถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบเรื่องอนาคต แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศกำลังเผชิญปัญหาอยู่ ดังนั้นการตัดสินใจต่างๆต้องให้ดีบนความรับผิดชอบและมีวุฒิภาวะ ซึ่งตัดสินใจในขณะที่ประเทศกำลังมีปัญหาคิดว่าทุกคนคงรู้คำตอบอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102278</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อันวาร์ สาและ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097753c6ac2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สู้ภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถอดบทเรียนปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวบ้านตาสีตาสาประสบกับเหตุการณ์อันน่าหดหู่ ติดโควิดแต่ไม่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่บอกให้กักตัวอยู่ที่บ้านรอรถมารับ แต่กระนั้นระหว่างรอ (นานมาก) เกิดอาการหนักจนเสียชีวิตคาบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอประเด็นลักษณะนี้ถูกแชร์ในโลกโซเชียล สังคมกรนด่าภาครัฐและรัฐบาล บางคนตั้งคำถามถึงระบบการบริหารจัดการที่ล้มเหลว นำสู่การค้นหาว่าอะไรคือต้นเหตุของเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบว่าพาหนะที่ใช้สำหรับรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไปยัง รพ.ไม่พอเพียง บุคลากรทางการแพทย์มีอยู่อย่างจำกัด ขณะที่ผู้ป่วยล้นมือ ที่สำคัญ ช่องทางการติดต่อต่างๆ สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉินยังเป็นระบบอาสาสมัคร ไม่ได้มีความจริงจังในการทำระบบ ทำให้ผู้ป่วยโควิดโทร.ติดต่อยากถึงยากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจึงได้เห็นภาคส่วนต่างๆ ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในกลไกที่มีศักยภาพทำหน้าที่เป็นข้อกลางประสานระหว่างประชาชนกับภาครัฐ คือ พรรคการเมือง เพราะมีทั้ง ส.ส. อดีต ส.ส. อดีตผู้สมัคร ส.ส. อยู่ประจำทุกพื้นที่ทั่ว ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเห็นพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งได้ตั้งศูนย์ประสานงานขึ้น เพื่อทำเรื่องนี้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า ส.ส.คือผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่บางพรรคก็ยังมุ่งเล่นการเมือง ด่าดะ แต่ก็ช่างหัวมันเถอะ สังคมมีทั้งด่าลูกเดียว กับติเพื่อก่อปะปนกัน เลือกรับฟังเอาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วนกลับมาที่พรรคการเมืองที่มีจิตสำนึกรู้หน้าที่และนึกถึงหัวอกประชาชนกันบ้าง ยกตัวอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ตั้งศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 (ศปฉ.ปชป.) เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเข้าไปรับข้อมูล และประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยประสานส่งต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้เข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ คนในพรรคเดียวกัน &amp;ldquo;จุติ ไกรฤกษ์&amp;rdquo; รมว.การพัฒนาสังคมฯ (พม.) ยังประสานไปหา &amp;ldquo;หมอตี๋&amp;rdquo; สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข มอบรถของกระทรวง พม.ไปเสริมกำลัง ช่วยรับ-ส่งคนป่วยอีกด้วย ตบท้ายที่ประชาธิปัตย์ยังมีบริการกฎหมายสู้ภัยโควิด-19 ซึ่งประชาชนสามารถโทรศัพท์สายตรงกับนักกฎหมายของพรรคได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ประเทศไทยต้องพ้นวิกฤติโควิด-19 ได้แน่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100959</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, คันปากอยากเล่า, มินนี่เมาธ์, สู้ภัยโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ระยอง ร้อง กมธ.ปราบฟอกเงินสอบเส้นทางเจ้าของบ่อน เจ้าหน้าที่รัฐต้องสงสัยเอี่ยวผลประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.64 - ที่ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้บรรจุการพิจารณา ศึกษา และตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าของบ่อนการพนัน ผู้เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรืออาจได้รับผลประโยชน์จากบ่อนการพนันที่เป็นเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ในพื้นที่จ.ระยอง ขยายวงกว้างไปยังทั่วภาคตะวันออก และอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลกระทบเสียหายต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งตนพร้อมเข้าให้ข้อมูลต่อ กมธ. ขณะเดียวกันแม้จะมีการโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้การจังหวัดในพื้นที่ไปจนถึงระดับภาค และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แต่สังคมยังสงสัยว่า ยังไม่มีการจับกุมเจ้าของบ่อนการพนัน หรือผู้เกี่ยวข้อง มาตรการย้ายข้าราชการ จึงไม่พอที่จะจัดการปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้น หรือน้อยลง เพื่อประกันความเสี่ยงที่โควิดจะหมดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีเจ้าของบ่อนระยอง มีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ นายบัญญัติ กล่าวว่า ทราบจากสื่อที่นำเสนอ ชาวระยองรู้สึกโกรธเคืองที่บ่อนเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด จึงมีแนวคิดที่จะรวมตัวกัน เพื่อตื่นรู้สู้ภัยบ่อน สู้โควิด และจะนำเป็นระยองโมเดลเพื่อจัดการกับผู้ประกอบธุรกิจ และเจ้าหน้าที่รัฐที่สร้างความเสียหาย ปล่อยปละละเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่บ่อนการพนันอาจเชื่อมโยงคนมีสี นายบัญญัติกล่าวว่า คงเป็นการปล่อยปละละเลย ทำให้เกิดบ่อน ไวรัสโควิด-19 ไม่เห็นตัว ยังมีการกักกันเชื้อโรคได้ แต่บ่อนการพนันอยู่บนดิน กูเกิ้ลยังหาเจอ แต่เจ้าหน้าที่กลับหาไม่เจอ จึงเป็นเรื่องที่เกินความคาดหวังของประชาชน หากเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่รู้ว่ามีบ่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90452</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, กมธ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด, นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์, บ่อนพนัน, ส.ส.ระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007e98fe45bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2020 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2020 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. จัดงานใหญ่ “ติดปีกให้ SE วิสาหกิจเพื่อสังคม” จัดผู้ประกอบการพบ “จุรินทร์”  ฟังอุปสรรค เร่งหาแนวทางช่วยเติบโตอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคประชาธิปัตย์ (27 สิงหาคม 2563) ทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. นำโดยนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย จัดงานใหญ่ &amp;ldquo;ติดปีกให้ SE วิสาหกิจเพื่อสังคม&amp;rdquo; เชิญนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ พบผู้ประกอบการวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือ &amp;nbsp;SE คนรุ่นใหม่ที่ทําสตาร์ทอัพ เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรค และให้แนวทางจากภาครัฐในการขับเคลื่อนช่วยให้ไปต่ออย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์กล่าวว่าปัจจุบัน SE หลายวิสาหกิจประสบปัญหาหลายด้านทำให้ไปต่อไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการขึ้นทะเบียน SE ที่ยังมีข้ออุปสรรคอยู่มาก การเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงความซับซ้อนของการสนับสนุนเชิงภาษี จึงมีความต้องการให้ภาครัฐมีการปรับกฎเกณฑ์บางส่วนของพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พศ.2562 ที่มีผลบังคับใช้แล้ว รวมถึงให้ภาครัฐและภาคเอกชนที่สนับสนุน SE ปรับกระบวนการและมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างให้มาใช้สินค้าจากธุรกิจเพื่อสังคมมากขึ้น โดยการพัฒนา SE อย่างยั่งยืนต้องติดอาวุธองค์ความรู้หลายด้านให้กับผู้ประกอบการเช่น บัญชี/การเงิน การระดมทุน กฎหมาย การตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในและต่างประเทศ ความรู้ด้านดิจิตัล การบริหารจัดการองค์กร และการพัฒนาบุคลากร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานดังกล่าวนอกจาก SE แล้วยังมีตัวแทนของหน่วยราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ SE มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ให้ข้อคิดเห็นและร่วมตอบคำถามบางประเด็น อาทิ กรมสรรพากร &amp;nbsp;กระทรวงการคลัง กรมการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ NEA กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวง อว. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ฯ พร้อมร่วมซื้อสินค้าที่น่าสนใจจากวิสาหกิจที่มาเข้าร่วมงานอีกด้วย โดยกลุ่ม SE ที่โดดเด่นที่มาเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เช่น Local Alike บริษัทนวัตกรรมชาวบ้าน แม่ฟ้าหลวง Jasberry ดอยคํา Social Giver และ SHE เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธุรกิจดีสังคมยิ่งดี&amp;hellip; ขอบคุณท่านรองนายกฯ จุรินทร์ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคม และมาร่วมรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ทีมเศรษฐกิจทันสมัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและธุรกิจที่จะเติบโตไปด้วยกันโดยต้องคํานึงถึงผลตอบแทนที่จะได้รับไม่ใช่แค่วัดจากรายได้หรือกำไรสุทธิ แต่ต้องสามารถวัดได้จากผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่ธุรกิจนั้นสร้างขึ้นมาด้วย ในขณะเดียวกันธุรกิจเพื่อสังคมควรจะอยู่ได้ ทํากําไรได้ทั้งในเชิงตัวเลขผลประกอบการและตัวชี้วัดเชิงคุณภาพพอ ๆ กับตัวชี้วัดเชิงปริมาณ&amp;rdquo; นายปริญญ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75754</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f47c1efcbdf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทพไท แนะรัฐเปลี่ยนแนวทางแจกเงินเยียวยา 5,000 บาท ชี้ไม่ควรจำกัดอาชีพ จี้ยึดตัวเลขบัญชีเงินฝากแทน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 เมษายน 2563 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก กล่าวถึง โครงการ&amp;rdquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ของรัฐบาลว่า ถ้าดูตัวเลขจากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 25ล้านคน ทางกระทรวงการคลังต้องคัดกรอง และแยกแยะออกเป็นแต่ละประเภทตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ให้เหลือเพียง9ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่ากระทรวงการคลังได้กำหนดประเภทอาชีพผู้ได้รับการเยียวยาที่ชัดเจนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายอาชีพที่ตกหล่น ไม่เข้าเงื่อนไข แต่ได้รับผลกระทบ จึงออกมาเรียกร้องตามที่เป็นข่าว เช่น กลุ่มคนขับสามล้อ กลุ่มดารานักแสดง กลุ่มศิลปินพื้นบ้าน กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่ม อสม.กลุ่มพระภิกษุสงฆ์ และกลุ่มอื่นๆอีกหลายกลุ่ม จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความไม่เท่าเทียมกันเกิดขึ้น เหมือนกับรัฐบาลเลือกปฎิบัติต่อคนไทยในบางอาชีพ คนที่ถูกคัดกรองออกอีกจำนวน16ล้านคน ย่อมเกิดความไม่พอใจรัฐบาลอย่างแน่นอน จึงทำให้มีการออกมาเรียกร้องทวงถามความเป็นธรรมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการคลังก็ไม่สามารถที่จะให้คำตอบ และอธิบายเหตุผลให้เป็นที่พอใจได้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและเลือกปฏิบัติกับกลุ่มอาชีพบางอาชีพ จึงอยากเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้กับรัฐบาล ในการเยียวยาผู้คนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยไม่เลือกสาขาอาชีพ แต่จะเน้นถึงผู้ได้รับความเดือดร้อน ที่ไม่มีอันจะกิน ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยขอเสนอให้รัฐบาลเยียวยาให้กับคนไทยทุกคน เดือนละ 5000 บาท เป็นเวลา3-6เดือน ซึ่งจะใช้วงเงินงบประมาณใกล้เคียงกัน โดยมีการกำหนดคุณสมบัติดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เป็นคนไทยอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปซึ่งโตพอที่จะต้องรับผิดชอบตัวเองได้ และต้องหารายได้เลี้ยงชีพด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เป็นคนไทยที่มีบัญชีเงินฝากในธนาคารต่างๆ รวมยอดเงินทุกบัญชีมีเงินไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีเงินเก็บไม่มากพอ ที่จะดำรงชีพอยู่ได้ในเวลา6เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เป็นคนไทยที่ไม่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารใดๆทั้งสิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ไม่มีเงินเก็บ สำหรับการเลี้ยงชีพ และไม่มีรายได้เหลือพอที่จะฝากเงินกับธนาคารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหากว่ารัฐบาลใช้หลักเกณฑ์3ข้อนี้ และใครมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขนี้ รัฐบาลก็สามารถโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้นั้นได้ทันที ไม่ต้องมาวุ่นวายกับการคัดกรองคุณสมบัติกันให้เสียเวลาของราชการ เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย และรวดเร็ว โดยการตรวจสอบรายชื่อจากทะเบียนราษฎร์ และบัญชีเงินฝากกับธนาคารต่างๆภายในประเทศ ที่มีระบบออนไลน์หรือเครือข่ายเชื่อมต่อกัน จะไม่มีการถกเถียงหรือข้อสงสัยในเรื่องข้อมูล คุณสมบัติ ความเหลื่อมล้ำของผู้ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากจะเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงวิธีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หรือผู้ได้รับความเดือดร้อน จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ของรัฐบาลเสียใหม่ และยังไม่สายเกินไป ที่จะทบทวนวิธีการเยี่ยวยาดังกล่าว ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยและสนับสนุนให้มีการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ทุกคนให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ดูน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62870</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, จ่ายเงินเยียวยา, นายเทพไท เสนพงศ์, ส.ส.นครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f7703402a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชวน : ยามใดที่พรรคมีปัญหาคนที่ตั้งใจจริงจะไม่คิดน้อยเนื้อต่ำใจหรือทิ้งพรรค-ผู้บริหารพรรคใจเสาะผู้คนก็จะหนีไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.63 - ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;นายชวน &amp;nbsp;หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;การยกระดับพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมือง&amp;rdquo; ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โดยนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.รุ่นที่ 10)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวช่วงหนึ่งว่า พรรคการเมืองจะเป็นอย่างไร จะมีหน้าตาอย่างไร และจะดำรงอยู่ได้อย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับคนในพรรค จึงเริ่มจากการพยายามหาคนดีและมีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพเข้ามาอยู่ในพรรคการเมือง โดยกรณีของตนที่เป็นชาวบ้านธรรมดา มาอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้รับความใจกว้างจากพรรคที่ให้ตนได้มีโอกาสเข้ามาทำงานทางการเมือง และได้ลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งก็ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคที่เห็นว่าด้วยประสบการณ์ในทางการเมืองของตน ทำให้เห็นว่าตนมีความเหมาะสมกับการเป็นหัวหน้าพรรค &amp;nbsp;แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองที่มองแต่เรื่องผลประโยชน์ และหัวหน้าพรรคต้องเป็นผู้ที่ดลบันดาลเงินแจกให้กับลูกพรรค ตนก็คงไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองไม่ใช่งานที่มีความราบรื่น เพราะสายตาของคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมองพรรคการเมืองในเชิงบวก สื่อมวลชนมักมองพรรคการเมืองเป็นจำเลย มีแต่เรื่องเลวร้าย &amp;nbsp;ดังนั้น การทำให้พรรคการเมืองดำรงอยู่ได้และเป็นที่ยอมรับของประชาชน จึงต้องอยู่กับความเป็นจริงในเรื่องความถูกต้อง ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวบุคคลในพรรค &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรคทุกคนจะต้องไม่ยอมให้คนที่ต้องการจะฮุบพรรคได้มีโอกาส &amp;nbsp;พรรคการเมืองมีขึ้นมีลง มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่พรรคการเมืองจะดำรงอยู่ได้จึงต้องมีคนที่ตั้งใจจริงอยากมาทำงานการเมือง ไม่ใช่เป็นแค่มาหาอะไรทำ เพราะในยามใดที่พรรคประสบปัญหา คนที่ตั้งใจจริงเขาจะไม่คิดน้อยเนื้อต่ำใจหรือทิ้งพรรค ไม่หวั่นไหว แต่ถ้าคนเป็นผู้บริหารพรรคใจเสาะ ผู้คนก็จะหนีไป ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เคยประสบปัญหาอย่างนี้เมื่อปี 2521 มีหลายคนลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งรวมถึงนายสมัคร สุนทรเวช ลาออกแล้วไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ก็มาชวนผมให้ไปอยู่ด้วย แต่ผมไม่ไป ขออยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป และเห็นว่าถ้าสุดท้ายพรรคไปไม่รอด ผมก็ยอมกลับไปเป็นทนายความที่บ้านเกิด&amp;rdquo; นายชวน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ การดำรงอยู่ของพรรคส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนในพรรคด้วย เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อถือต่อพรรค โดยต้องมีความซื่อตรง และต้องไม่กระทำสิ่งที่จะสร้างปัญหาหรือเงื่อนไขให้ทหารใช้เป็นเหตุผลในการยึดอำนาจ &amp;nbsp;อีกทั้ง พรรคการเมืองต้องมีความเป็นธรรม ยึดมั่นหลักการความถูกต้องและกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล &amp;nbsp;ขณะที่การบริหารพรรคการเมืองให้ดำรงอยู่ได้ไม่ใช่ของง่าย เพราะต้องใช้ความอดทนและความซื่อสัตย์สุจริต &amp;nbsp;สมัยนี้การเมืองได้เปลี่ยนไป โดยตนเป็นห่วงเรื่องธุรกิจการเมืองมาเป็นอุปสรรคในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งต่างจากในอดีตที่มีปัญหาจากการยึดอำนาจหรือพฤติกรรมของทหาร &amp;nbsp;เมื่อก่อนพวกเราเคยนึกไม่ถึงว่าเมื่ออหิวาตกโรคหมดไป โรคเรื้อนหมดไปแล้ว จะเกิดโรคเอดส์มาทำลายภูมิต้านทานของคน &amp;nbsp;ฉันใดก็ฉันนั้น ตอนนี้การเมืองของเราก็เกิดโรคเอดส์ นั่นคือธุรกิจการเมืองที่ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ซื้อพรรคการเมือง ซื้อนักการเมืองและองค์กรอิสระ ซื้อกระบวนการยุติธรรม ซื้อสื่อมวลชนที่ทำให้มีการเผยแพร่ข่าวเพียงบางเรื่อง &amp;nbsp;ตนขอเอาใจช่วยทุกคนที่ต้องการทำงานทางการเมือง และขอให้พรรคการเมืองของทุกคนอยู่ได้โดยต้องยึดความถูกต้องเป็นหลัก &amp;nbsp;แต่สิ่งที่ตนยังคิดไม่ตก คือจะทำอย่างไรให้เราสามารถป้องกันธุรกิจการเมืองได้ ขอฝากให้บรรดานักวิชาการช่วยกันคิดตรงนี้ เพื่อไม่ให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในการเมืองสุจริต ต้องยืนหยัดในความถูกต้องละเคารพกฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร และขอให้เชื่อเถอะว่าไม่มีนักลงทุนคนไหนไม่เอากำไรคืนฉันใด นักการเมืองที่ซื้อเสียงหรือกระทำทุจริตโกงมา เขาก็ต้องมาเอาทุนคืนฉันนั้น บ้านเมืองเราทุกวันนี้จึงมีการทุจริตมากในทุกวงการ หากพวกเราไม่ช่วยกันแก้ไข ต่อไปทุกตำแหน่งจะต้องมีการซื้อขายกัน แม้การยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตและความถูกต้อง จะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ขอให้ทุกคนพยายามทำอย่างเต็มที่&amp;quot;นายชวน กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57184</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปี ปชป., 73ปีพรรคประชาธิปัตย์, ชวน หลีกภัย, ทิ้งพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e463dbf97bdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
