<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอ๊ค&#039; ต้องการอะไรจากสังคม &#039;สิระ&#039; สวนที่ควรเกลียดคือพ่อกับอา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.64 - นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ และหลานชายนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์รูปภาพพร้อมแคปชั่นลงในทวิตเตอร์ว่า ยึดอำนาจผ่านมา 7 ปีพอดี ว่า การโพสต์รูปดังกล่าวต้องการอะไรจากสังคม หรือนายพานทองแท้ แค่หิวแสงอยากโหนกระแสเรื่องการรัฐประหาร ซึ่งตัวเองรู้ดีแก่ใจ อย่าทำเป็นไร้เดียงสา และตระกูลของนายพานทองแท้ไม่ควรโทษรัฐประหารเลย เพราะถ้าไม่มีตระกูลที่ชื่อชินวัตร ประเทศไทยคงอยู่กันอย่าสงบโดยไม่ต้องการปฎิวัติรัฐประหารถึง 2 ครั้ง และลองย้อนไปดูว่า เกิดในยุคใครเป็นรัฐบาล ทหารจึงยึดอำนาจจากนักการเมืองชั่วๆ จ้องแต่โกงกินประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าผมเป็นนายพานทอง ผมคงเกลียดครอบครัวของตัวเองเช่น พ่อ หรือ อา มากกว่า ที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกหลานต้องเดือดร้อน เพราะตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ก็เหลือเกินจริงๆ จะหนีทั้งที ไม่บอกหลานรักสักคำ ถ้าจะหนีบเอาไปด้วยกัน ประเทศคงจะสูงขึ้นกว่านี้ หรือว่าอาบอกจะพาหนีแล้วแต่หลานเมาน้ำแข็งอยู่ จนสุดท้ายต้องถูกปล่อยทิ้ง&amp;rdquo;นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวต่อว่า การพูดถึงรัฐประหารตั้งแต่ปี 57 เพื่อนำมาโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เป็นแค่ความคิดของพวกเมาสารเคมี คาดว่าน่าจะตื่นขึ้นมาแล้วก็จับมือถือโพสต์เฟสฯเลย คงยังมึนๆ งงๆ อยู่ว่านี่อยู่ในปี 2564 รัฐบาลมาจากกว่าเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 62 ตนขอแนะนำให้นายพานทองแท้ไปพักผ่อนให้หายดีก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104256</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีรัฐประหาร, ตระกูลชินวัตร, พานทองแท้ ชินวัตร, ยึดอำอนาจ, สิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae0bf35a1f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; ฉะยุทธศาสตร์ชาติไม่สอดคล้องวิกฤติโควิด เปรียบมัดตราสังให้ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.64 - น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล กล่าวในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;วิกฤตเศรษฐกิจ มรดกแฝงรัฐประหาร : ยุทธศาสตร์หรือโซ่ตรวน&amp;rdquo;ผ่านเฟซบุ้คไลฟ์ เพจ&amp;nbsp;Re-solution&amp;nbsp;ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ ในกิจกรรม &amp;ldquo;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เหตุผล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;นาที : คสช.ในความไม่จำ&amp;rdquo; ว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้กำลังตกอยู่กับคนรากหญ้าซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงคนชั้นกลางส่วนหนึ่งที่จะกลายไปเป็นคนจน นอกจากนั้น ยังมีผู้ประกอบกิจการที่กำลังจะปิดกิจการเพราะหนี้สินล้นผลตัว ซึ่งการที่เราจะออกจากวิกฤตินี้ได้คือต้องมีรัฐที่ตอบสนองต่อปัญหาอย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่น ตรงจุด ที่สำคัญต้องเห็นใจประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นส.ศิริกัญญา&amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บท 20 ปี รวมทั้งยังมีแผนแม่บทย่อย แผนปฏิรูปประเทศ กฎหมายกฎระเบียบต่างๆให้ส่วนราชการปฏิบัติตาม สุดท้ายยุทธศาสตร์ชาติและแผนเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด เมื่อพลิกไปดูในยุทธศาสตร์ชาติจะมีคำว่าโรคระบาดปรากฏอยู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คำอยู่ในยุทธศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่ารัฐไทยไม่มีความยืดหยุ่น&amp;nbsp;หรือปรับตัว และเลือกใช้มัดตราสังข์ให้ประเทศชาติ ประชาชนจมน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้มีการวางแผนไว้ก่อนเกิดโควิด เมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดขึ้น ก็ไม่ได้แก้ไขงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์เปลี่ยนแปลง แต่ใช้วิธีการโยกงบฯ ส่วนอื่นเข้ามาไว้ที่งบกลาง โดยใช้งบประมาณแบบเดิมๆ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้ ทำให้ประเทศเสียโอกาสในการใช้งบประมาณนำประเทศชาติออกจากวิกฤต รวมถึงแผนเงินกู้ก็เดินตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ยังคงมีโครงการคีย์เวิร์ดเดิมๆ เช่น&amp;nbsp;เกษตรมูลค่าเพิ่ม เศรษฐกิจชุมชน เกษตรยั่งยืนแต่สุดท้ายก็มีปัญหาในการดำเนินงาน เพราะหน่วยงานไม่มีความพร้อม&amp;nbsp;จนทำให้ไม่มีโครงการไหนประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย&amp;nbsp;ส่งผลให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ต้องมีการรื้อแผนโครงการใหม่ ทั้งที่ใช้มาได้แค่ 3&amp;nbsp;ปีเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และก็พบว่ารัฐได้ใช้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการคลอดแผนแม่บทเฉพาะกิจหนึ่งฉบับขึ้นมา แต่ไม่ได้แตะแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยแผนแม่บทเฉพาะกิจที่งอกออกมาเป็นแผนที่ 4 ตั้งเป้าไว้ต่ำมาก สามารถทำได้สบายๆเช่นอัตราว่างงานตั้งเป้าไว้ 1.5% ต่อปีในปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;โดยเป้านี้ก็ทำได้ในปี 63 ไปแล้ว&amp;nbsp;หรือการแข่งขันด้านทรัพยากรมนุษย์ว่าเราจะติดอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วิธีแปลงแผนแม่บทเฉพาะกิจไปสู่การปฏิบัติคือการบรรจุ 250 โครงการใหม่ในงบปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;แต่เมื่อดูโครงการแล้วก็ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศไทยอยู่ดี&amp;nbsp;การทำเช่นนี้ก็ยังทำให้ประเทศคงอยู่ในวังวนและฟื้นตัวได้ช้า อีกทั้งเกินเยียวยาที่จะกลับมาให้ดีได้ อย่างเดิมได้&amp;nbsp;ตราบใดถ้าเราอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ไม่สอดคล้องกับปัญหา ประเทศก็รอดจากวิกฤตได้ยาก&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103841</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีรัฐประหาร, พรรคก้าวไกล, ศิริกัญญา ตันสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a9181c6f882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอติม&#039; สรุป 7 ปีรัฐประหาร ประยุทธ์และพรรคพวกทำเองหมดทุกอย่างที่เคยกล่าวหาคนอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.64 - กลุ่ม Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ จัดรายการ 7 ปี 7 คน 7 เหตุผล 7 นาที ผ่านไลฟ์สด ในวันครบรอบ 7 ปี วันที่ 22 พ.ค.2557 คณะรัฐประหารเข้ายึดอำนาจ โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่ม Re-Solution กล่าวในหัวข้อ &amp;ldquo;7 ปี รัฐประหาร: จากเผด็จการอำนาจปืน สู่เผด็จการอำนาจรัฐ&amp;rdquo; ว่า ความเลวร้ายของระบอบประยุทธ์คือการสืบทอดอำนาจอย่างครบวงจร จนทำให้การรัฐประหารไม่จำเป็นอีกต่อไป เป็นการเปลี่ยนเผด็จการอำนาจอื่นมาเป็นเผด็จการอำนาจรัฐ ที่วนหลูบทุกความเลวร้ายของการเมืองไทยในอดีต ที่ควบคุมทุกโครงสร้างและกลไกรัฐอย่างเบ็ดเสร็จในปัจจุบัน และกำลังจะเด็ดความหวังต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์อชา นายรัฐมนตรี กำลังจะนำพาประชาธิปไตยไทยย้อนหลังกลับไป สำหรับใครที่ยังปักใจเชื่อว่ามาตรการต่างๆที่พล.อประยุทธ์ทำเพื่อกำจัดการโกง อย่าลืมว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ที่พล.อ.ประยุทธ์เคยกล่าวหาว่า คนอื่นกระทำต่อบ้านเมือง เป็นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์และพรรคพวกกำลังทำมันเองทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ใช้ข้ออ้างเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นมายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน เป็นเรื่องที่ย้อนแย้งที่สุดอย่างหนึ่ง เมื่อเราเห็นการทุจริตที่เพิ่มขึ้นทุกวันภายใต้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งทุจริตเชิงนโยบายที่เอื้อกลุ่มทุน การทุจริตเชิงอำนาจที่แต่งตั้งเพราะพวกตัวเองมารับตำแหน่ง หรือระบบอุปถัมภ์ การปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือผลการดำเนินคดีสำคัญ หรือความหละหลวมของการบังคับใช้กฎหมายที่นำมาสู่โควิดทุกระลอก แม้แต่คนที่พล.อ.ประยุทธ์เคยตีตราว่าเป็นคนโกงคบหาคนทุจริต ตอนนี้ก็อ้าแขนเปิดรับมาร่วมขบวน ไม่ว่าจะกลไกท้องถิ่น ในพรรค ในสภาหรือแม้กระทั่งมานั่งเคียงข้างในคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพริษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันอย่าหลงคิดว่ามรดกของคณะรัฐประหารหายไป รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เป็นเหมือนพินัยกรรมที่คสช. เขียนขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจและมอบประเทศให้กับพล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องผ่านการขยายอำนาจของสถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่คสช. และพล.อ.ประยุทธ์สามารถควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภาที่มีอำนาจล้นฟ้า หรือไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระ ที่ถูกขยายขอบเขตอำนาจอย่างไร้การตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบประยุทธ์ยังฝังอีกหลายอย่าง ทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูปประเทศที่ล็อคนโยบายไว้ ทั้งที่ประเทศส่วนใหญ่ให้ความยืดหยุ่นกับการปรับเปลี่ยนนโยบายให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และนอกจากประชาชนจะต้องต่อสู้ในสมรภูมิของรัฐธรรมนูญแล้ว เพื่อรื้อถอนระบบประยุทธ์ในเชิงกฎหมาย แต่ประชาชนทุกคนต้องมาร่วมกันต่อสู้ในสมรภูมิแห่งความคิดด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ระบอบประยุทธ์เด็ดความหวังในการพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหารก็เปรียบเหมือนการเผาบ้าน ประชาธิปไตยเหลือเฉพาะซากปรักหักพัง แต่สิ่งที่ระบบประยุทธ์กำลังทำคือ ทำให้บ้านหลังใหม่ที่กำลังก่อร่างสร้างฐานมีเสาเข็มที่อ่อนแอ ทุกกลไกและกระบวนการพื้นฐานของประชาธิปไตยถูกลดทอนลง ไม่มีความชอบธรรม การเลือกตั้งก็ดูได้เมื่อคะแนนถูกพลิกหมดจากหน้ามือเป็นหลังมือ ประชามติในปี 59 ที่ถูกเป็นข้ออ้างในการรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ไม่ได้เปิดให้สองฝ่ายรณรงค์ได้อย่างเสรีอย่างเป็นธรรม พอประชาชนเรียกร้อง ระบอบประยุทธ์ก็ส่งริ่วล้อเข้ามาขัดขวางในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพริษฐ์ กล่าวว่า ความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด เมื่อเรามีรัฐมนตรีที่ถูกตัดสินว่าผิดคดีค้ายาเสพติด แต่กลับไม่ถูกปรับออกหรือลาออกเอง กลับสามารถโกหกต่อหน้าประชาชนได้กลางรัฐสภา ความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อสถาบันการเมืองก็เริ่มเสื่อมสลาย ระบบรัฐสภาที่ควรจะเป็นความหวังในการนำพาการเปลี่ยนแปลงหลังการเลือกตั้งก็ถูกแปรสภาพเป็นสภาตรายาง ที่รองรับทุกการกระทำของระบอบประยุทธ์ และกำจัดฝ่ายตรงข้ามผ่านการซื้อตัวผู้เล่นและยุบพรรค กฎหมายที่ควรจะถูกบังคับใช้มาตรฐานเดียวกันก็ถูกแปรสภาพมาเป็นกฎหมู่ บังคับใช้ด้วยสองมาตรฐาน มาตรฐานหนึ่งให้พรรคพวกรอดจากคุกคดีและอีกมาตรฐานหนึ่งเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม กระบวนการยุติธรรมที่ควรจะเป็นแนวหน้าในการปกป้องสิทธิเสรีภาพประชาชนก็กลับปฏิเสธ แม้กระทั่งสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญและปฏิญญาสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ทหารและตำรวจที่ควรจะเป็นที่พึ่งของประชาชนในการรักษาความปลอดภัยก็ถูกบีบให้ยืนอยู่ตรงข้ามประชาชน และถูกบีบให้สลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงที่เกินขอบเขตกับหลักสากล 7 ปีหลังจากยึดอำนาจมาจากประชาชน ความเลวร้ายของรัฐประหารนั้นยังไม่ได้หายไป แต่กับฟังมรดกมาถึงทุกวันนี้ การมีรัฐธรรมนูญฉบับ 60 และการเลือกตั้งในปี 62 ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประชาธิปไตย แต่ยังคงเป็นเผด็จการอำพรางที่เปลี่ยนโฉมจากเผด็จการอำนาจปืนมาเป็นเผด็จการอำนาจรัฐ ราคาที่ประชาชนทุกคนต้องจ่ายทุกวินาที ทั้งในรูปแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาประชาธิปไตย หรือคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ควรจะดีกว่านี้ ทำให้การทำรัฐประหารครั้งนั้นและในทุกๆครั้ง เป็นสิ่งที่เราให้อภัยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางออกเดียวของความวิปริตนี้ คือมาร่วมกันรื้อรัฐธรรมนูญฉบับกฎหมายที่กำลังสืบทอดอำนาจระบอบประยุทธ์ และทดแทนด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย ควบคู่กับร่วมกันสร้างรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรม ที่ทำให้ประชาชนคนไทยเชื่อมั่นว่าทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ผ่านกลไกประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับสุดท้าย แต่การทำรัฐประหารเมื่อ 7 ปีที่แล้วต้องเป็นครั้งสุดท้าย&amp;rdquo;นายพริษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103829</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีรัฐประหาร, พริษฐ์ วัชรสินธุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a90638df906.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; ชี้กู้ 7 แสนล้านชนเพดานหนี้สาธารณะ แม้บิ๊กตู่ลาออก รัฐบาลใหม่ก็แก้ปัญหาไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;พ.ค.64 - ที่สถานีพีซทีวี กรุงเทพฯ คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย จัดเวทีปราศรัยออนไลน์ ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในหัวข้อ &amp;ldquo;7&amp;nbsp;ปีรัฐประหาร เหลียวหลังแลหน้าประเทศไทย&amp;rdquo; โดยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปราศรัยตอนหนึ่งว่า 7 ปีของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;ล้มเหลวทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ การเมือง&amp;nbsp;และสังคม&amp;nbsp;โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยติดลบ และไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น หนี้สาธารณะของบ้านเราถ้ารวมกับพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)กู้เงิน จำนวน&amp;nbsp;7แสนล้านบาทด้วยแล้ว จะแตะเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้&amp;nbsp;60&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์แน่นอน ทั้งนี้ สาเหตุที่กฎหมายกำหนดว่าห้ามเกิน 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา รัฐบาลเก็บรายได้ได้ต่ำ แตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่เพดานหนี้สาธารณะกำหนดสูงกว่าเราได้ เพราะประเทศเหล่านั้น เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา เป็นต้น เก็บรายได้ได้สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยประกาศมีงบประมาณเพียงพอเยียวยาในสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แต่ทำไมวันนี้ครม.ซิกแซกออกพ.ร.ก.เงินกู้ ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะกระทบต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศ หนี้จะทะลุเพดาน เมื่อถึงเวลานั้นพล.อ.ประยุทธ์ลาออก รัฐบาลใหม่เข้ามาก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อีก เพราะหนี้ท่วมไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103822</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีรัฐประหาร, พิชัย นริพทะพันธุ์, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b3eaa9615d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039; ปลุกไล่กบฏ 7 ปีรัฐประหารล้มเหลวทุกเรื่อง ชี้เป็นคู่ขัดแย้งประชาชนที่แท้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;พ.ค.64 - ที่สถานีพีซทีวี กรุงเทพฯ คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย จัดเวทีปราศรัยออนไลน์ ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในหัวข้อ &amp;ldquo;7&amp;nbsp;ปีรัฐประหาร เหลียวหลังแลหน้าประเทศไทย&amp;rdquo; โดยนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ปราศรัยว่า วันนี้เป็นวันครบรอบของพวกกบฏ ใช้อำนาจปืน ยึดอำนาจ ทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;2550&amp;nbsp;ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบผ่านการทำประชามติ ตนอยากให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศเรียกว่ากบฏ เพราะคนเหล่านี้ทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;113&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่มันใช้อำนาจไปล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;113&amp;nbsp;โทษประหารชีวิต หลายคนสงสัยว่าโทษประหารชีวิต แล้วทำไมมันอยู่ได้ถึงปัจจุบันนี้ นั่นก็เพราะว่ามันใช้อำนาจปืน สถาปนาตั้งตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แล้วก็ทำการนิรโทษกรรมให้กับตัวเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ที่แย่งอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน มาล้มล้างโทษ แต่ล้มล้างการกระทำไม่ได้ เพราะมันเป็นประวัติศาสตร์ที่ลบออกไปไม่ได้ว่าการกระทำของพวกคุณคือกบฏ และตนไม่เคยเรียกคนเหล่านี้ว่า คสช. แต่เรียกว่า กบฏ&amp;nbsp;และข้ออ้างของพวกกบฏที่บอกว่า จำเป็นต้องยึดอำนาจ หรือต้องฉีกรัฐธรรมนูญนั้นเพราะว่าต้องการเข้ามาควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจ นำไปสู่สงครามกลางเมือง แต่ย้อนกลับไปก่อนที่ จะยึดอำนาจวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;คือ วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ชื่อย่อว่า กอ.รส. ซึ่งหมายความว่าประเทศทั้งประเทศตกอยู่ในอำนาจกฎอัยการศึกของ ผบ.ทบ.ประยุทธ์ แล้ว ดังนั้นวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤษภาคม ไม่จำเป็นต้องไปยึดอำนาจอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากต้องการควบคุมความสงบนั้น อำนาจของผู้อำนวยการ กอ.รส. ซึ่งมีอำนาจเต็มทั่วราชอาณาจักรไทย สามารถที่จะเคลื่อนกำลังทหาร ไปรักษาความสงบได้ทุกพื้นที่ ผมอยากถามว่าไอ้พวกที่ขัดแย้งกันอยู่ในขณะนั้น กลุ่ม กปปส. และกลุ่มเสื้อแดง มันมีศักยภาพสู้กองทัพไหม ไม่มีทาง ดังนั้นจำเป็นอะไรต้องยึดอำนาจและฉีกรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวต่อว่า นี่คือหลักฐานที่จะชี้ให้เห็นว่า พวกมันไม่ได้ต้องการเพียงควบคุมความสงบเรียบร้อย แต่มันต้องการอำนาจ ดังนั้นการยึดอำนาจการทำรัฐประหารเป็นเพียงข้ออ้าง และคนเหล่านี้ไม่ใช่คนที่รักชาติ ไม่ได้เห็นแก่ประชาชน อีกทั้งข้ออ้างที่บอกว่าจะทำตามสัญญาที่บอกว่า จะปฏิรูปประเทศทุกด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ก่อนการเลือกตั้ง แล้วทำหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีการปฏิรูปอะไรที่พวกกบฏทำแล้วสำเร็จบ้าง จนถึงบัดนี้&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีแล้ว มีอะไรที่มันทำสำเร็จสักเรื่องหนึ่งไหม นี่แหละครับ ที่พวกเราประชาชนคนไทยไม่ทนจึงไล่ให้ออกจากอำนาจอยู่ทุกวันนี่แหละครับ อย่าว่าแต่ปฏิรูปเลย บริหารประเทศก็ล้มเหลว ล้มเหลวทุกเรื่อง ประเทศชาติเกิดวิกฤตอะไรก็ไม่เคยแก้ได้เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวด้วยว่า ประชาชนที่คณะรัฐประหารอ้างว่าเขาขัดแย้งกันนั้น ประชาชนกลุ่มหนึ่ง คือ กปปส. ที่จะก่อความขัดแย้งกับประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกลุ่ม กปปส.ใช่หรือไม่ที่สนับสนุนกบฏ ทุกวันนี้หัวหน้า กปปส.ก็ยังประกาศตัวสนับสนุนกบฏอยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ตนอยากขอให้ประชาชนจำไว้ การนิรโทษกรรมแค่บอกว่าไม่เอาโทษแล้วแค่นั้นเอง แต่ไม่สามารถจะลบล้าง การกระทำที่ถูกบันทึกเอาไว้แล้วในประวัติศาสตร์ ว่าการกระทำเช่นนี้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;113 &amp;nbsp;หากจะลบให้หมดก็ต้องยกเลิก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;113&amp;nbsp;ออกจากประมวลกฎหมายอาญา แต่ทุกวันนี้มาตรานี้ยังบังคับใช้อยู่ และในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;ก็ยังบังคับใช้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ ยังกล่าวอีกว่า หากมีคนบอกว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่กบฏแล้ว &amp;nbsp;แต่มาจากการเลือกตั้งนั้น ตนอยากถามว่าใครมาจากการเลือกตั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ป. มาจากการเลือกตั้งตรงไหน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา,&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ,&amp;nbsp;และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนลงเลือกตั้งหรือไม่ สังกัดพรรคอะไร ลง ส.ส.เขตหรือไม่ หรือเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคไหน ดังนั้นทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนเป็นคนนอกทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะใคร ก็เพราะ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ส.ว.ที่ตั้งมากับมือนั่นแหละ ไปยกมือให้ในสภา ให้คนนอกอย่างประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วประยุทธ์ก็ใช้อำนาจแต่งตั้ง ประวิตรเป็นรองนายกฯ ควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม แล้วก็แต่งตั้งอนุพงษ์ เผ่าจินดา ให้เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย คุมมหาดไทยซึ่งเป็นกระทรวงที่ดูแลสุขทุกข์ของประชาชนทั้งประเทศ ควบคุมดูแลตรวจสอบและลงโทษ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด,&amp;nbsp;นายก อบจ.,&amp;nbsp;นายกเทศมนตรี นายก อบต. กำนันผู้ใหญ่บ้าน เห็นหรือยังไอ้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กบฏนี้มีอำนาจล้นประเทศอยู่ในขณะนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งมองว่า เป็นการสืบทอดอำนาจ การเลือกตั้งก็มีการจัดการทั้งหมด ขณะเดียวกัน พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้คุมกระทรวงหลักๆ แต่อยู่ในมือกบฏทั้งนั้น แล้วที่บอกว่าจะปฏิรูป ทั้งการเมือง สังคมเศรษฐกิจ ก่อนการเลือกตั้ง จะปฏิรูปอะไรมีแต่ไปยึดทั้งหมด ฝ่ายนิติบัญญัติก็ถูกยึดทั้ง ส.ส. ส.ว. ตนอยากถามว่าพรรคพลังประชารัฐของใคร ก็ในที่สุดเจ้าของพรรคตัวจริงคือ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนการเลือกตั้ง บรรดาองค์กรอิสระ ทั้ง กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็แต่งตั้งขึ้นจากกลุ่มคนเหล่านี้ ดังนั้น จะมาอ้างว่าสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นในแผ่นดินได้หรือไม่ เพราะทุกอย่างอยู่ในมือของคนเหล่านี้ทั้งหมด นี่หรือความเป็นธรรม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีมีอะไรดีขึ้นบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ความสามัคคีของคนในชาติที่เกิดขึ้นขณะนี้ ไม่ว่าเหลืองหรือแดง จับมือกันเป็นกลุ่มประชาชนไทยไม่ทนนั้น เกิดขึ้นเพราะ ประชาชนที่พวกกบฏอ้างขัดแย้งกัน กลับมามีความเห็นร่วมกันว่า บัดนี้ปัญหาของประเทศคือกบฏกลุ่มนี้ และเราต้องจัดการเอากบฏกลุ่มนี้ออกไป ประชาชนสามัคคีกันเอง เพราะเห็นภัยของชาติและประชาชน &amp;nbsp;ไม่ใช่ความสำเร็จของกลุ่มคนเหล่านี้ที่อ้างเมื่อ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีที่แล้ว ว่าจะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนเขาเห็นความชิบหาย ความเสียหายจากการบริหารประเทศของพวกกบฏ จึงรวมตัวกัน ทนไม่ได้ ขับไล่อยู่ทุกวันนี้ แต่ขณะเดียวกันพวกมันกำลังเป็นคู่ขัดแย้งใหม่กับประชาชน ตัวมันนั่นแหละกำลังเป็นคู่ขัดแย้งใหม่กับประชาชนที่เขาเรียกร้องประชาธิปไตย และเขารักประชาธิปไตย ที่เขาต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ไอ้พวกกบฏนี่แหละครับ มันขัดขวาง มันจึงกลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนที่แท้จริงในขณะนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103819</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีรัฐประหาร, บิ๊กตู่ลาออก, วีระ สมความคิด, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a8e232eae9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่นแล้ว! &#039;ครูใหญ่ขอนแก่น&#039; ซัด 7 ปีรัฐประหาร ทุจริตมโหฬาร ถ้ามองไม่เห็นคือคนใจบอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;พ.ค.64 - ที่สถานีพีซทีวี กรุงเทพฯ คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย จัดเวทีปราศรัยออนไลน์ ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในหัวข้อ &amp;ldquo;7&amp;nbsp;ปีรัฐประหาร เหลียวหลังแลหน้าประเทศไทย&amp;rdquo; โดยนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ จากกลุ่มขอนแก่นพอกันที แนวร่วมกลุ่มราษฎร ปราศรัยถึงเหตุผลในการขึ้นเวทีไทยไม่ทน ว่าตนมาแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง เรามีจุดร่วมข้อแรกคือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกไป ยุติรัฐเผด็จการ ก้าวสู่ประชาธิปไตย วันนี้ครบรอบ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีรัฐประหาร&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีแห่งความสามานย์ฉ้อฉล อวดตนเป็นคนดี แต่สร้างความพินาศ การทุจริตเกิดขึ้นมโหฬาร ถ้ามองไม่เห็นการทุจริตคือคนใจบอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวถึงยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อีกว่าเป็น&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี แห่งการกดขี่ ละเมิดสิทธิ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องลี้ภัย สูญหาย ใช้กฎหมายปิดปากทั้ง ป.อาญา ม.112&amp;nbsp;ม.116&amp;nbsp;และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งทุกครั้งที่เราชุมนุมจะมีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ่วงมาตลอด ไม่มีคนติดโควิดจากการชุมนุม แต่ติดเพราะอยู่ในคุก เพราะถูกดำเนินคดีจากการชุมนุม ทั้งเป็น&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี เผด็จการรัฐสภา ตั้ง&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ส.ว. มาโหวตตัวเอง โหวตแพ้โหวตใหม่อยู่เรื่อย ถ้าไม่มี ส.ว. พรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยคงไม่กล้าตระบัดสัตย์กับประชาชน อ้างร่วมรัฐบาลเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ผ่านมายังไม่เป็นจริง ท่านเสียสัตย์เมื่อไหร่ก็กลายเป็นสัตว์ และเป็น&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีที่องค์กรอิสระตรวจสอบไม่ได้ กลายเป็นกลไกประทับตราความบริสุทธิ์ ทั้งแหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน ขายแป้งเป็นรัฐมนตรี รวมถึง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีแห่งการครอบงำสื่อ ปิดกั้นเสรีภาพ จอดำ ไม่สามารถรายงานตรงไปตรงมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวอีกว่า เป็น&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี แห่งความอับอายบนเวทีโลก พล.อ.ประยุทธ์ เงอะงะงุ่มง่าม ไม่สามารถเจรจาต่อรองอะไรได้ พินาศทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หยุดพัฒนา รัฐราชการรวมศูนย์ ปัจจุบันผู้ว่าฯ กทม. ยังมาจาก ม.44&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี ตุลาการเป็นเครื่องมือรัฐ พวกเราติดคุกไม่ได้ประกันตัว แม้เพิ่งได้ประกันแล้วแต่ยังไม่หมด ทหารไม่รู้หน้าที่รั้วของชาติ ไม่กลับไปอยู่ในกรมกอง ไม่ต้องเข้ามาเล่นการเมือง นอกจากนี้ มีการสร้างหนี้สาธารณะ กู้แล้วแจก ทั้งที่เศรษฐกิจจะพัฒนาต้องเกิดจากความเชื่อมั่น แล้วจะเกิดการบริโภค กู้แล้วแจกไม่สร้างความเชื่อมั่น เงินหมุนแล้วไปเข้านายทุน ความเหลื่อมล้ำอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอรรถพล ยังกล่าวปราศรัยถึงการที่ฝ่ายรัฐบาลออกกฎหมายขยายพระราชอำนาจต่างๆ ด้วยว่า ทำให้สถาบันกษัตริย์ออกห่างจากความเป็นประชาธิปไตย เข้าใกล้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ การแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ ต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากอำนาจ และเขากล่าวถึงการแก้ปัญหาไวรัสโควิดของรัฐบาลว่า ตัดสินใจพลาดตั้งแต่การซื้อวัคซีน การเยียวยา และล็อกดาวน์ จนพังพินาศ อย่างไรก็ตาม ขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี ทำให้คนตื่นรู้ พร้อมทิ้งท้ายว่า &amp;ldquo;เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;rdquo; และชู&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103818</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีรัฐประหาร, ครูใหญ่ขอนแก่น, บิ๊กตู่ลาออก, อรรถพล บัวพัฒน์, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a8dabadcee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; สวนเจ็บ &#039;ยิ่งลักษณ์&#039; ลืมง่ายเหตุเริ่มต้น &#039;ลักหลับนิรโทษแม้ว-ปล่อยโกงจำนำข้าว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.64 -&amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนางสาวยิ่งลักษณ์&amp;nbsp;ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการรัฐประหาร 7 ปี เชื่อได้ว่ามีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าจากหลายเหตุการณ์ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างทำรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยนายเสกสกล ยืนยันว่าการพิพากษาคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย เป็นการพิจารณาของศาลซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ควรคิดไปเอง ทำผิดก็ควรยอมรับผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การเกิดรัฐประหารขอให้นางสาวยิ่งลักษณ์คิดทบทวนให้ดีว่าเกิดจากสาเหตุใด ไม่ใช่ว่าเพราะเกิดการเคลื่อนไหวของประชาชนในการต่อต้านการผลักดันร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย เพื่อผลประโยชน์ของนายทักษิณ ชินวัตร ที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศใช่หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเรื่องนี้ตนได้เคยห้ามปรามนางสาวยิ่งลักษณ์แล้วว่าจะมีปัญหาการต่อต้านความวุ่นวายบ้านเมืองจะตามมา แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่รับฟังตนที่เตือนด้วยความหวังดี แต่กลับไปเชื่อแต่พี่สาวเจ๊แดง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ว่าจะต้องเอานายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายกลับให้ได้โดยไม่กลัวว่าจะถูกประชาชนต่อต้านและขับไล่เป็นล้านๆคนจนรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลังความรุนแรงสลายการชุมนุมจนเกิดการบาดเจ็บล้มตาย นี่เป็นเพราะการเห็นแก่ตัวเพื่อที่จะใช้เสียงข้างมากลากไป ที่เรียกว่าเผด็จการรัฐสภา ประชุมสภาฯลงคะแนนถึงตีสี่ตีห้าเพื่อให้ผ่านกฏหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ช่วยพี่ชายนายทักษิณพ้นโทษเอากลับบ้านให้ได้ เหตุเริ่มต้นตรงจุดนี้มิใช่หรือ ทำไมถึงลืมง่ายจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นางสาวยิ่งลักษณ์อย่ามาเฉไฉใส่ความพลเอกประยุทธ์และรัฐบาลนี้โดยไม่นึกถึงสิ่งที่เคยทำไว้จนเหตุการณ์บานปลายจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสู่ภาวะความสงบ และเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดความรุนแรงที่ นปช.และกปปส. กำลังจะมีเหตุการณ์ปะทะกันได้อาจจะเกิดการนองเลือดเต็มแผ่นดิน ดังนั้นคสช.จึงต้องออกมายุติเหตุการณ์เพื่อให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติไม่ให้คนไทยต้องมารบราฆ่าฟันกัน นี่คือความจริงที่ต้องเอามาพูดยืนยันกันอีกครั้งมิใข่หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายกฯประยุทธ์ เข้ามาก็เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และสะสมมานาน ซึ่งตั้งแต่เข้ามา บริหารประเทศยังเห็นได้ชัดว่าได้แก้ไขปัญหาได้หลายอย่างและพัฒนาประเทศไปหลายด้านแล้ว ซึ่งแตกต่างกับในสมัยที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล มั่นใจว่าประชาชนยังไว้วางใจนายกฯให้ทำงานแก้ไขปัญหา แต่จะมีแค่คนบางส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมจาบจ้วง ก้าวล่วง สถาบันในขณะนี้ รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน ที่ไม่เห็นว่านายกฯประยุทธ์ ได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกลยังระบุว่าหากนางสาวยิ่งลักษณ์จะออกมากล่าวให้ร้ายโจมตีการทำงานนายกฯประยุทธ์ ก็ควรย้อนมองดูตัวเองด้วยว่าในสมัยที่เป็นนายกฯได้ทำอะไรเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชนหรือไม่ ซึ่งเท่าที่ตนเองเห็นนั้นไม่ได้ทำอะไรเพื่อประชาชนเลย ยกเว้นคนในตระกูลและพวกพ้อง พร้อมถามกลับว่าและใครกันแน่ที่อ้างโครงจำนำข้าวแบบจีทูเจี๊ยะจนชาวนาผูกคอตาย รัฐบาลนี้ต้องมาหาเงินใช้หนี้ชาวนาแทนจนทุกวันนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103817</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีรัฐประหาร, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a8d752e00d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
