<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคฝ่ายค้านถกกรอบซักฟอก โวลั่นข้อมูลหลั่งไหลมาเพียบ มีใบเสร็จมัดแน่นดิ้นไม่หลุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.63 - ที่ห้องประชุมชั้น10 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ร่วมประชุมเพื่อกำหนดกรอบประเด็นและรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยก่อนการปะชุมว่า หัวหน้าพรรค 7 พรรคฝ่ายค้านได้ประชุมนัดพิเศษร่วมกัน เพื่อสรุปตัวบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้นในช่วงบ่ายจะนำเข้าหารือกับวิปพรรคฝ่ายค้าน โดยข้อมูลที่จะนำมาอภิปรายจะมีทั้งประเด็นที่ได้รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้และข้อมูลใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายเรื่อง เช่น การป้องกันปัญหาฝุ่นPM2.5 การป้องกันปัญหาไวรัสโรโรน่า ปัญหาการทุจริต และการออกกฎหมายงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอที่ให้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 63 3 วาระรวดนั้น &amp;nbsp;ฝ่ายค้านทั้งหมดจะหารือกันก่อนว่า พร้อมจะสนับสนุนแนวทางดังกล่าวหรือไม่ แต่ยอมรับว่าปกติแล้ว กฎหมายที่จะให้ความเห็นชอบผ่าน 3 วาระรวดได้ จะต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเท่านั้น และต้องมีเหตุผลเพียงพอที่จะอธิบายต่อสาธารณะได้ &amp;nbsp;เชื่อว่า ร่างกฎหมายงบประมาณปี 63 จะเป็นโมฆะ หลังเกิดปัญหามีการเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งฝ่ายค้านจะรอดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเดินหน้าเพื่อเอาผิดทางอาญา กับผู้ที่เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เดิมกำหนดไว้วันที่29ม.ค. แต่ถ้าหากจะมีการเลื่อนออกไปจากเดิม1-2วัน ก็ไม่น่ามีปัญหา และคงจะไม่กระทบกับกรอบวันของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งในการประชุมเราจะร่วมกันกำหนดร่างญัตติ ที่เตรียมจะนำไปยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรมกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านตั้งในให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบรัฐบาลด้วย ไม่ได้หวังพึ่งมือในสภาฯเพียงอย่างเดียว รัฐบาลแม้จะเป็นเสียงข้างมาก แต่ก็อยู่ในภาวะเสียงปริ่มน้ำ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้น ฝ่ายค้านจะชี้ให้ประชาชนได้ประจักษ์ว่า การบริหารงานที่ผ่านมาของรัฐบาลประยุทธ์ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพหรือไม่ ทั้ง7พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีความพร้อมมีความเข้าใจร่วมกัน ในการประชุมครั้งนี้จะได้ร่วมหารือถึงบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชื่อที่เสนอมาซ้ำกันหรือไม่ คงจะมีการแลกเปลี่ยนพูดคุย ตกลงกัน เพื่อทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ ยินดีรับกรอบที่พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ได้หารือร่วมกันที่จะร่วมอภิปรายถึงความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ นำพาประเทศไปผิดทิศผิดทาง เราจะร่วมทำหน้าที่แทนประชาชน ตรวจสอบการทำงานรัฐบาล กรอบที่ฝ่ายค้านได้คุยกันมีทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ประเด็นที่อาจจะมีการทุจริตคอปรัปชั่น การอภิปรายที่จะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงความไม่มีประสิทธิภาพ ความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนและฝ่ายรัฐบาล ช่วยกันร่วมตรวจสอบสิ่งที่ฝ่ายค้านได้นำเสนอ ถ้าเปิดใจกว้างรับฟังอย่างไม่มีอคติ ก็จะรู้ว่า เราไม่อาจไว้วางใจให้รัฐบาลประยุทธ์ ได้บริหารประเทศต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวว่า พรรคจะร่วมตรวจสอบประเด็นการบริหารงานที่ขาดจริยธรรมในหลายประการ มีทั้งหลักฐานที่จับต้องได้ เพราะเราได้รับข้อมูลจากประชาชน ฝ่ายราชการเข้ามาเยอะมาก ขณะเดียวกันหลังยึดอำนาจเมื่อ22พฤษภาคม2557 รัฐบาลระบุจะปฏิรูปประเทศในหลายๆด้าน แต่กลับไมได้มีการปฏิรูปอะไรเลย ถือเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เราจะชี้ให้เห็นสิ่งที่รัฐบาลพูดอย่าง ทำอย่าง ขอให้ประชาชนร่วมติดตาม ฝ่ายค้านจะพูดในสิ่งที่เป็นจริงมีประโยชน์ มีข้อเท็จจริงที่จับต้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เรวัต กล่าวว่า ได้รับแจ้งจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะอภิปราย นายกฯ นายวิษณุ รอ.ธรรมนัส เรื่องของนายกฯคือ การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน นอกจากพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่จะอภิปรายแล้ว ยังมีตน ที่จะชี้ให้เห็นตั้งแต่การบริหารงานของประยุทธ์1 มาถึงการสืบทอดอำนาจจนมีรัฐบาลประยุทธ์2 ในการตั้งสว.แล้วคนเหล่านั้นก็มาโหวตเลือกให้ได้เป็นนายกฯอีกครั้ง ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกทำกัน นอกจากนี้ยังจะพูดถึงการทำงานของรัฐบาลประยุทธ์ ที่เอื้อให้กับบริษัททุนขนาดใหญ่ โดยเจาะลงไปที่โครงการอีอีซี โดยมีการใช้อำนาจตามมาตรา44 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงครามกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้แตกต่างจากการอภิปรายจากที่แล้วมา เพราะมีข้อมูลหลั่งไหลมาให้ฝ่ายค้านเยอะมาก เชื่อว่าหลังการอภิปราย ถ้านักการเมืองฝ่ายรัฐบาลยังยกมือให้กันอีก ก็ไม่รู้จะว่าอะไรแล้วที่ยังทนได้ เรื่องที่มีก็เด็ดๆ ไม่ต้องทวงถามใบเสร็จ เพราะเรามีใบเสร็จที่พร้อมจะนำไปแสดงแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิคมกล่าวว่า ในการอภิปรายมีข้อมูล ถ้าเปิดไปคงทำให้ประยุทธ์อยู่ไม่ได้ ขอให้ช่วยกันติดตามการอภิปราย เชื่อว่าหลังการอภิปรายจะมีเสียงจากรัฐบาลบางพรรค มายกมือให้ฝ่ายค้านด้วย นอกจากนี้ตนเตรียมเสนอในที่ประชุมให้อภิปรายรัฐมนตรีเพิ่มเติมประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม แต่คงแล้วแต่ที่ประชุมจะว่าอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55601</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, ซักฟอก, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e8265e8aba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เจอ 3 ข้อกล่าวหาร้ายแรง! 7 พรรคฝ่ายค้านชง&#039;ปปช.&#039;เชือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.63 - เมื่อเวลา 11.35 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยมีตัวแทนทั้ง7พรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) แถลงว่า หัวหน้า 7 พรรคฝ่ายค้านได้รวบรวมรายชื่อส.ส.เพื่อยื่นดำเนินการ 3 เรื่อง คือ 1.การเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กรณีการแถลงนโยบายไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญของพล.อ.ประยุทธ์ โดยเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 5 ซึ่งความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ไว้เป็นเพียงความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำตัดสิน จึงมีมติให้ยื่นเรื่องดังกล่าวให้มีการตัดสินต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ที่มีกรรมการสรรหา 10 คน ซึ่งบางคนเป็นสมาชิกคสช. เห็นว่าเป็นการสรรหาที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้มีการสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง 3 เรื่อง ได้ยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าเรื่องที่ยืนร้อง ไม่เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นเรื่องที่ 7 พรรคได้พูดคุยและมีมติไว้นานแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาเพื่อให้เกิดความรอบคอบจึงให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษาไว้ก่อน&amp;rdquo;พ.ต.อ.ทวีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า เราพยายามดำเนินการให้ถูกต้องในทุกส่วน เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า แต่ละพรรคมีการทำการบ้านและทำงานร่วมกัน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7 พรรคฝ่ายค้านได้พูดคุยกันไปบางส่วนแล้ว จะมีการหารือกันอีกครั้งในวันนี้ว่า พรรคใด มีประเด็นใด โดยเราไม่ได้เอาจำนวน ส.ส. มาเฉลี่ยว่าจะได้พูดพรรคละเท่าใด แต่จะยึดเอาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ หากพรรคใดมีประเด็น มีหลักฐานที่ชัดเจน สามารถอภิปรายได้ตามกรอบเวลา ภายใน 2 วันนี้จะสามารถสรุปและยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มความสามารถ อะไรที่ใช้เวทีสภาฯ ดำเนินการได้ ก็จะใช้เวทีสภาขับเคลื่อน การอภิปรายครั้งนี้ถ้าสามารถพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นได้ รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ ประชาชนไม่จำเป็นต้องอดทน ที่ผ่านมาได้ทนมามากพอแล้ว เวลาทนต่อไปไม่มีอีกแล้ว เราต้องการคนที่ถูกตัว และคนที่ถูกต้อง เข้ามาทำหน้าที่แก้ปัญหาให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ ยังคงจุดยืนร่วมกับฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเวลา 4 ชั่วโมงอภิปรายไม่ไว้วางใจ การอภิปรายครั้งนี้ ไม่ใช่การทดลองส.ส. ใหม่ แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้ถึงข้อมูล เนื่องจากสุดท้ายแล้วรัฐบาลไม่สามารถฝืนประชาชนได้ และต่อให้เป็น ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องฟังเสียงประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55027</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, การเมือง, บิ๊กตู่, ปปช., ฝ่ายค้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25513c2df6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2019 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าโยนบาปให้ส.ว.&#039;วันชัย&#039;ประกาศลั่นพร้อมเสียสละ หากแก้รธน.แล้วบ้านเมืองสงบเรียบร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค.62 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(สว.)โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าเห็นมีพูดกันว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญนั้น แก้เรื่องส.ว. และแก้เรื่องการโหวตนายกฯ แค่นี้เรื่องเดียวก็จบและก็คงแก้ไม่ได้ เพราะส.ว.คงขวาง ก็ขอบอกว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ส.ว.250 คนคงไม่มีใครขวางแน่ อย่าโยนบาปหรือความเกลียดชังมาให้กับส.ว. หาว่าส.ว.เป็นติ่งเป็นส่วนเกิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอทำความเข้าใจอีกครั้งว่าที่รัฐธรรมนูญเขาให้มีส.ว. 250 คนนั้น ก็มาเพื่อทำภารกิจเฉพาะกิจเฉพาะกาลในระยะเปลี่ยนผ่าน และคงไม่มีใครมายึดติดกับตำแหน่ง เขาไม่ได้ให้มาหนุนใคร โดยเฉพาะและไม่ได้ให้มารักษาอำนาจให้แก่ใคร รัฐธรรมนูญเขาให้มาหนุนการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ทั้งให้มารักษาเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมืองให้เดินต่อไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ใช่ให้มาแย่งชิงอำนาจ สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้กับบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าการเมืองดี มีความมั่นคง มีส.ส.ดี มีนักการเมืองดี และประเทศชาติเดินไปด้วยดี มีความเรียบร้อย ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ผมมีความเห็นว่าไม่ต้องมีส.ว.ยังได้เลย ที่เขามีไว้ในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ เขาไม่ต้องการให้การเมืองกลับไปสู่วังวนเดิม คือใช้เงินสร้างอำนาจ มีอำนาจแล้วโกงกินทุจริต แล้วก็หาเงินไปรักษาอำนาจ ในที่สุดก็ชุมนุม ประท้วง ขับไล่ ปฏิวัติรัฐประหาร วงจรอุบาทว์ทั้งนั้น เขาต้องการให้ทุกเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างของบ้านเมืองมันจบในสภา เขาจึงมีการออกแบบให้มีการถ่วงดุลกันทั้งสองสภา และให้มีผบ.เหล่าทัพอยู่ในสภา ได้รู้ได้เห็นได้แก้ปัญหากันในสภา จะได้เลิกเสียทีต่อการปฏิวัติรัฐประหาร เขามีส.ว.เฉพาะกิจเฉพาะกาลเพราะมาเสริมเพื่อป้องกันปัญหาของบ้านเมืองไม่ให้มันบานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามั่นใจกันว่าบ้านเมืองในขณะนี้มันเรียบร้อยดีอยู่แล้ว จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไรก็ไม่ว่า แต่ปัญหาอย่างที่เราเห็นกันอยู่มันเรียบร้อยจริงหรือไม่ มันมั่นคงหรือไม่ ในซีกการเมืองสามารถตอบได้เองอยู่แล้ว อย่าโยนบาปให้ส.ว. เพราะทุกคนยืนยันว่าจะเป็นส.ว.หรือไม่ได้เป็น ถ้าบ้านเมืองเรียบร้อยเสียแล้ว เชื่อว่าทุกคนพร้อมเสียสละเพื่อบ้านเมือง เรื่องตำแหน่งมันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องของประเทศชาติและประชาชนยิ่งใหญ่กว่า เลิกด่าเลิกกล่าวหากันเสียที.. ดูตัวเองกันบ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52955</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, การเมือง, วันชัย สอนศิริ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ต่อ บี้รัฐบาลถอนญัตตินับคะแนนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 62 &amp;ndash; เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วยตัวแทนจาก 7 พรรคฝ่ายค้าน ร่วมแถลงผลการประประชุมวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่า เรื่องในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเดิมวิปฝ่ายค้านจะยื่นญัตติในช่วงปลายเดือนธ.ค. แต่มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้วิปฝ่ายค้านต้องเลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลออกไปเพราะช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ชุดต่างๆ โดยเฉพาะ กมธ.งบประมาณฯ&amp;nbsp; สมาชิกส่วนใหญ่ต่างทุ่มเทให้กับงานตรงนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจทำให้เกิดเป็นความพะวงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้หากยื่นญัตติในช่วงเดือน ธ.ค. ยังเกรงว่าที่ประชุมจะบรรจุญัตติแล้วจะไปชนกับบรรยากาศช่วงคริสต์มาส หรือปีใหม่ด้วย ส่วนจะยื่นในช่วงใดนั้นจะพิจารณาต่อไป&amp;nbsp; ทั้งนี้เราไม่ต้องเร่งรีบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะนับตามสมัยประชุม ดังนั้นจะมีเวลาถึงวันที่ 28 ก.พ. 63 ทำให้จะได้มีเวลาทำงานขึ้นด้วย และต้องการให้รัฐบาลได้มีเวลาทำงานต่ออีกช่วงหนึ่ง เพราะเราอยากดูตอนจบว่าจะจบอย่างไร เช่น เรื่องที่ดิน ส.ป.ก. การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้หากเห็นว่ารัฐบาลทำงานดี เราอาจจะถอดเรื่องนั้นๆ ออก แต่หากเห็นว่ารัฐบาลทำงานล้มเหลวก็จะต้องนำมาอภิปราย และพูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในวันนี้ในการพิจารณาญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และมาตรา 44 นั้น เรื่องนี้มีการนับองค์ประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง และทำให้สภาฯ ล่มมาแล้ว 2 ครั้ง วันนี้ฝ่ายค้านอยากให้สภาฯ เดินหน้าต่อ ไม่อยากให้ติดหล่ม เพราะมีวาระสำคัญที่รอการพิจารณาอยู่ เช่น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นฝ่ายค้านจึงมี 2 แนวทาง คือ 1.ให้รัฐบาลถอนญัตติที่ให้นับคะแนนใหม่ออก แล้วให้ยึดตามมติเดิมโดยการให้มีการตั้ง กมธ. ดังกล่าวขึ้น 2.มีการเสนอให้ฝ่ายค้านร่วมประชุม ให้ครบองค์และนับคะแนนใหม่&amp;nbsp; ซึ่งฝ่ายค้านได้มีการพูดคุยว่าจะไม่ให้เสียหลักการ และเกิดผลกระทบในอนาคต จึงมองว่าแนวทางที่ 1 ดีงามที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่ถอนญัตติก็จะเกิดแนวทางที่ 3 คือ เราเคารพจุดยืนซึ่งกันและกันโดยเราจะยืนอยู่บนจุดยืนของเรา คือไม่ร่วมด้วย เป็นหน้าที่ของทางรัฐบาลต้องหาทางออกให้ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าทำได้ เพราะมือของรัฐบาลเยอะกว่าอยู่แล้ว ตนยอมรับความแตกต่างของจุดยืน แต่ต้องหาจุดร่วมของความแตกต่างที่มีให้ได้โดยวัดกันที่องค์ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะคุมเสียงของฟากฝ่ายค้านไม่ให้ไปยกมือให้ทางรัฐบาลได้หรือไม่ เพราะมีข่าวพรรครัฐบาลพยายามล็อบบี้ ส.ส.ฝ่ายค้าน นายสุทิน กล่าวว่า เราไม่มั่นใจ เพราะการล็อบบี้ด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งหากจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ยอมรับ&amp;nbsp; หากมีการยกมือให้ทางฟากรัฐบาล แล้วทำให้ฝั่งรัฐบาลชนะก็ถือว่าเราไม่สามารถควบคุมสมาชิกเราได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51768</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, ถอนญัตตินับคะแนนใหม่, ประธานวิปฝ่ายค้าน, สภา, สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de74c0fc298d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7พรรคฝ่ายค้านเหวออีก!ญัตติตั้งกมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญลากยาวไปปลายเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)ทั้ง7พรรค โดยมีตัวแทนแต่ละพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อพิจารณาวาระการประชุมสภาฯ โดยเฉพาะญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ2560 และญัตติเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 ของคสช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ความจริงสัปดาห์ที่แล้ว วาระรับทราบควรจะพิจารณาให้เสร็จสิ้นทั้งหมด นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เคยระบุว่า วาระรับทราบต่อสัปดาห์จะบรรจุมากสุด 2 เรื่อง แต่ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ย. พิจารณาไม่จบ เลยทำให้วาระที่ยังค้าง ต้องนำมาพิจารณาต่อในสัปดาห์ถัดไป จึงทำให้ญัตติเรื่องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้รับผลกระทบไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ไม่อยากมองว่าเป็นเกมการเมือง เพียงแต่อยากให้ประธานและรองประธานสภาฯ ทั้ง 3 คน คุยกันให้ชัดว่า ในการประชุมวันนี้ ควรพิจารณาวาระนั้นๆ เอาให้จบไปเลย การประชุมสภาฯ 20-21 พ.ย. กลายเป็นว่า มีวาระค้างอยู่ 4 เรื่อง มีวาระใหม่เพิ่มอีก จึงทำให้ ญัตติเรื่องรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้าน ถูกเลื่อนไปอีก คิดว่าในสัปดาห์ถัดไป ประมาณวันที่ &amp;nbsp;28 หรือ 29 พ.ย.น่าจะมีการพิจารณาได้ คงไม่เลื่อนออกไปอีก ยอมรับว่า เมื่อญัตติยังไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาก็จะทำให้กระบวนการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องล่าช้าออกไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50633</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, ญัตติตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd38df166b50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พร้อมมาก!7พรรคฝ่ายค้านทุบโต๊ะซักฟอกรัฐบาลแน่ แต่เมื่อไหร่ใครบ้างยังไม่ได้ข้อสรุป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย ตัวแทนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปร่วมฝ่ายค้าน) 7 พรรค ร่วมประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยมีตัวแทนทุกพรรคเข้าร่วมหารือ อาทิ นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาวิปฝ่ายค้าน น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย น.ส. ศิริกันยา ตันสกุล ส.ส.พรรคบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ วิปฝ่ายค้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ควรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่จะยื่นเมื่อไหร่ จะอภิปรายครม.ทั้งคณะ เป็นรายบุคคล มีรัฐมนตรีจากกระทรวงใดบ้าง รวมถึงมีรายละเอียดอย่างไรนั้น จะประชุมกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาข้อสรุป อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเราได้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมาโดยใกล้ชิด ซึ่งหลังจากที่ปิดสภาฯ ได้เก็บข้อมูล รวบรวมหลักฐาน โดย 7 พรรคได้รวบรวมเอาความหนักแน่นของข้อมูลมาประมวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยึดกรอบความพร้อมในเรื่องของข้อหาและหลักฐานซึ่งการอภิปรายครั้งนี้ จะเป็นการอภิปรายที่มาตรฐานอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม ที่ผ่านมาจะเน้นเรื่องการทุจริตเป็นหลัก แต่ครั้งนี้จะมองไปถึงความผิดพลาด ความสามารถในการบริหารประเทศที่ทำลายเครดิตของประเทศให้ตกต่ำ โดยยึดฐานความผิดมาจากระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศมา โดยความผิดในอดีตส่งผลต่อปัจจุบัน และเป็นความกังวลไปสู่อนาคต ซึ่กรอบเวลาคร่าวๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมในยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ วันที่ 18-19-20 ธ.ค. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าฝ่ายค้านล็อกเป้ารัฐมนตรีคนใด หรือกระทรวงใดบ้าง น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ในสภาฯ ได้ตรวจสอบทุกกระทรวงและทุกคน พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคมองความสำคัญของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลที่จะอภิปรายต้องหนักแน่นพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวเสริมว่า จะเป็นการอภิปรายผสมผสานกันไป รัฐบาลที่ผ่านมาและรัฐบาลปัจจุบัน คนเก่าสร้างความผิดและคนใหม่มาต่อยอดความผิด ดังนั้นต้องอภิปราายทั้งคนเก่าและคนใหม่ควบคู่กันไป อาจจะแตกต่างที่ประเด็นความผิด บางกรณีความผิดทำกันหลายคน ยึดโยงกันหลายกระทรวง บางเรื่องโยงไปถึงหัวหน้ารัฐบาล ที่ดึงลูกน้องมาทำความผิด แต่บางเรื่องก็เป็นความผิดส่วนบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตั้งเป้าว่าจะสามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายสุทินตอบว่า โดยเจตนาเราไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล แต่ถ้าเขาชี้แจงไม่ได้ แล้วทำความผิดจริง จะล้มด้วยตัวของเขาเอง โอกาสในการล้มรัฐบาลโดยการยกมือในสภาฯ เป็นไปได้น้อยอยู่แล้ว แต่หากหลักฐานเราดี ก็เป็นไปได้ที่พรรคฟากรัฐบาลจะยกมือสนับสนุนเรา ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนล้มด้วยการยกมือในสภาฯ แต่จะเพลี้ยงพล้ำจากสภาฯ แล้วไปล้มข้างนอก เสมือนเราเป็นการเปิดแผลในสภาฯแล้วไปเน่าข้างนอก เชื่อว่าปัจจุบันพลังของโซเชียลจะเป็นม็อบที่สำคัญ และเป็นม็อบที่ใหญ่ที่สุด ที่จะทำให้รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ อย่างไรก็ตามเรามีหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตแน่นอน เพราะถ้าไม่มีเราไม่กล้าเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพรรคฝ่ายค้านจะมาคุยกันว่าหลักฐานที่มีจะเป็นการผลักให้เซหรือผลักให้ล้ม แต่วันนี้เราสรุปกันได้แล้วว่ามีผลักให้หัวคะมำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.พ.ชลน่านกล่าวว่า หากวางกรอบที่จะอภิปรายในวันที่ 18-20 ธ.ค. สิ้นเดือนพ.ย. ญัตติจะต้องเสร็จเพื่อยื่นให้ประธานสภาฯ บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาฯ โดยอย่างช้าที่สุดต้องไม่เกินวันที่ 6 ธ.ค. ที่เราจะต้องยื่นญัตติให้กับประธานสภาฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49576</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, ซักฟอกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc12753b3651.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน!สมุนแม้วยัน ชนชั้นใดร่างรัฐธรรมนูญก็เพื่อชนชั้นนั้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.62- นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการแจ้งความดำเนินคดีกันไปมาระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จากการเปิดเวทีสัมมนารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า สาระสำคัญ 7 ประการ ที่ต้องขอยืนยัน ทำความเข้าใจในเจตนารมณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค อีกครั้ง คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ แม้แต่รัฐบาลก็ยังได้บรรจุในนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของนโยบายรัฐบาล การที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านมีนโยบายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด &amp;nbsp;
2.พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะแก้ไขรัฐธรรมนูญตามวิถีทางที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ไม่แก้โดยวิธีการอื่นที่กฎหมายไม่รองรับ ไม่แก้ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่แตะหมวด 1 และ หมวด 2 ผู้ไม่ประสงค์ดี หรือมีเจตนาบิดเบือน ควรยุติการกระทำที่ทำให้เกิดความขัดแย้งได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.แนวทางที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอกับสังคม คือ การมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ที่มาจากประชาชน จะเป็นผู้มากำหนดเนื้อหาในการแก้ เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ชนชั้นใดร่างรัฐธรรมนูญ ก็เพื่อชนชั้นนั้น การให้ประชาชน มาเป็นกำลังหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงจะได้ รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นทางออกของประเทศ กระบวนการรับฟัง สะท้อนปัญหา สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่เคยเสนอให้ทั้งประเทศ หยุดทุกอย่าง แล้วมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ทุกๆปัญหาสามารถแก้ไขควบคู่ไปได้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลตั้งศูนย์ปราบปรามข่าวปลอม Anti-Fake News ใหญ่โต เปลืองงบประมาณ แต่หลายกรณี รัฐบาลกลับตกเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเองว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลิตและปล่อยข่าวปลอม บิดเบือนเจตนารมณ์อันดีของพรรคร่วมฝ่ายค้านและภาคประชาสังคมเสียเอง หรือไม่ &amp;rdquo; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47581</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36c77042f2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
