<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศค. ยันฝุ่นท่วมเหนือไม่กระทบนักลงทุน-ท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย. 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน ครั้งที่ 23 และการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน ครั้งที่ 5 และการประชุมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่จ.เชียงราย ว่า ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ได้แสดงความเป็นกังวล หรือเป็นห่วงถึงผลกระทบที่จะมีต่อสุขภาพและการประชุม จากสถานการณ์หมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp; เพราะเชื่อว่าปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาระยะสั้น จะจบภายใน 1 สัปดาห์ จึงทำให้เชื่อว่านักลงทุนจะไม่กังวลกัลปัญหาดังกล่าว จนทำให้เกิดการชะลอการลงทุน ขณะที่ในส่วนของนักท่องเที่ยวเชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยปีนี้ ยังคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคนอย่างแน่นอน&amp;nbsp;

&amp;nbsp;สำหรับการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียนนั้น จะมีการหารือเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในอาเซียน ที่จะเน้นความร่วมมือการเปิด Single Window ที่จะอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าระหว่างกันมากขึ้น ขณะที่การเชื่อมโยงภาคการเงินไทย จะเป็นผู้นำในการพัฒนาระบบการชำระเงินร่วมกันในอาเซียน หรือ คิวอาร์โค้ดอาเซียน คาดว่าจะเริ่มพัฒนาเป็นคิวอาร์โค้ดในกลุ่มประเทศ CLMV ก่อน ซึ่งขณะนี้สปป.ลาว และกัมพูชาให้ความสนใจก่อน รวมถึงพร้อมเพย์ที่ขณะนี้เชื่อมโยงกับ Pay Now เรียบร้อยแล้ว จะนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาพร้อมเพย์ในอาเซียนต่อไป&amp;nbsp;

&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจะมีการหารือถึงสถานะทางการคลังของประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งในส่วนของไทยยืนยันว่า สถานะการคลังยังแข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง อัตราเงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมาย และอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32890</URL_LINK>
                <HASHTAG>8 จังหวัดภาคเหนือ, ฝุ่นพิษ, ลวรณ แสงสนิท, สศค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c8287bfa60f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ. เผยคุณภาพอากาศ 8 จังหวัดภาคเหนือมีผลกระทบต่อสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31 มี.ค. 2562&amp;nbsp; นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 เวลา 05.00 น. พบว่า มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 รวม 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย (ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงรายตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย) เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม) ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลสบป้าด ตำบลบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ) ลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) แม่ฮ่องสอน (ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) น่าน (ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) แพร่ (ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่) พะเยา (ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา) โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 78 &amp;ndash; 363ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 100 &amp;ndash; 403 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 170 &amp;ndash; 473 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระดมรถฉีดพ่นน้ำพร้อมรถบรรทุกน้ำจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี เขต 8 กำแพงเพชร เขต 9 พิษณุโลก เขต 10 ลำปาง เขต 15 เชียงราย และเขต 16 ชัยนาท ฉีดพ่นเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศในพื้นที่ที่ประสบปัญหาหมอกควัน พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาหมอกควันเชิงรุก ทั้งการกำหนดกติกาชุมชน เพื่อจัดระเบียบพื้นที่และช่วงเวลาห้ามเผาให้เหมาะสมตามสภาพความเสี่ยงภัย อีกทั้งสนธิกำลังเจ้าหน้าที่และจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรด้านสาธารณภัยให้พร้อมดับไฟป่า และบรรเทาลดผลกระทบจากหมอกควัน ตลอดจนเข้มงวดการเผาในพื้นที่เสี่ยงด้วยการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผาในพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่การเกษตร พื้นที่ชุมชน และพื้นที่ริมทาง รวมถึงจัดกำลังลาดตระเวนและเฝ้าระวังการลักลอบเผาป่าหรือวัสดุทางการเกษตร สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน เพราะจะสูดดมฝุ่นละอองจำนวนมากเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เจ็บป่วยได้ รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย ส่วนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางอยู่ในระดับต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32614</URL_LINK>
                <HASHTAG>8 จังหวัดภาคเหนือ, กระทรวงมหาดไทย, ฝุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63a1342eb29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงาน 8 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.62- &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 05.00 น. พบว่า มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 รวม 8 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ เชียงราย (ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย) เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่) ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลสบป้าด ตำบลบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ) ลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) แม่ฮ่องสอน (ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) น่าน (ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) แพร่ (ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่) พะเยา (ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา) โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 53 - 82 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 68 &amp;ndash; 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีค่าระหว่าง 106 &amp;ndash; 180 ซึ่งคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสาน 8 จังหวัดภาคเหนือเตรียมพร้อมป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผา อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรมให้กำหนดช่วงเวลาและ จัดระเบียบการเผา ประกาศเขตห้ามเผา ส่งเสริมการจัดทำแนวกันไฟ และรณรงค์การไถกลบแทนการเผา ส่วนพื้นที่ริมทางหลวง ให้เฝ้าระวังการเผาในเขต ริมทางหลวงอย่างเข้มข้น อีกทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมปฏิบัติการระงับไฟป่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมประชาสัมพันธ์ผลกระทบของหมอกควันต่อสุขภาพอนามัย และข้อมูลคุณภาพอากาศ รวมถึงคำแนะนำในการปฏิบัติตนแก่ประชาชน ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน เพราะจะสูดดมฝุ่นละอองจำนวนมากเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เจ็บป่วยได้ รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย ส่วนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช้ถนนเป็นพิเศษ เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางอยู่ในระดับต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29956</URL_LINK>
                <HASHTAG>8 จังหวัดภาคเหนือ, ชยพล ธิติศักดิ์, ฝุ่นละอองขนาดPM2.5, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0dd0ec3ffb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
