<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปคนละทาง!ชำนาญชี้ศาลรธน.รับตีความเรื่อง8ปีไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ว่า กรณี 8 ปีของการเป็นนายกฯของประยุทธ์ ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้วินิจฉัยไม่ได้ เพราะปัญหายังไม่เกิด #ศาลไม่ใช่ที่ปรึกษากฎหมาย #ส่องทวิตยามเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้เคยกล่าวถึงกรณีนี้ไว้ว่าต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะตีความให้นับอายุตั้งแต่ปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118174</URL_LINK>
                <HASHTAG>8 ปี, กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า, ทวิตเตอร์, ทวีต, นายชำนาญ จันทร์เรือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153c884be88a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทิพานัน’ยกรธน.อธิบายชัด‘ประยุทธ์’เป็นนายกฯไม่ถึง8ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) และฝ่ายค้านพยายามอ้างมาตรา 158 วรรค 4 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ห้ามนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี มาปลุกปั่นกระแสสังคมเพื่อลดทอนความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านถนัดและดิ้นรนจะทำ เพราะไม่สามารถหาจุดบกพร่องในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ จึงต้องไปเอากฎหมายมาตีความกระท่อนกระแท่น เอามาบางส่วนในแต่ละมาตรามาโจมตีนายกฯ เพราะถ้าอ่านมาตรา 158 และมาตรา 264 ทั้งมาตราก็จะเข้าใจได้อย่างเป็นปกติว่า การนับอายุดำรงตำแหน่งนายกฯ เริ่มขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามมาตรา 158 วรรค 2 ที่บุคคลที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้รับความเห็นชอบจากสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า บทบัญญัติของมาตรา 158 ทั้งมาตราที่มี 4 วรรค คือ วรรคหนึ่ง พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคนประกอบกันเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน วรรคสอง นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 วรรคสาม ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และวรรคสี่ นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องพิจารณาคือมาตรา 158 วรรค 2 ระบุว่า &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 และเมื่อประกอบมาตรา 272 แล้วต้องให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ดังนั้นความมุ่งหมายของมาตรา 158 ทั้งมาตราเป็นการบัญญัติพระราชอำนาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ซึ่งในการนับเวลา 8 ปีตามรัฐธรรมนูญนี้ &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่าจะนับตั้งแต่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญ แต่ต้องเป็นตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้และเป็นนายกฯ ที่มาตามมาตรา 158 วรรค 2 ที่ต้องผ่านขั้นตอนการเสนอชื่อโดยกระบวนการตั้งแต่ประชาชนตามมาตรา 159 ซึ่งรัฐธรรมนูญปีไหนก็ยังไม่มี &amp;nbsp;เมื่อจะใช้กฎหมายมาตรานี้ก็ต้องอ่านทั้งมาตรา จะเอาวรรค 4 วรรคเดียวมาอ้างแบบกระท่อนกระแท่นบางส่วนไม่ได้ การนับเวลา 8 ปีตามมาตรา 158 วรรค 4 ต้องนับจากนายกรัฐมนตรีที่มาตามมาตรา 158 วรรค 2 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนมาตรา 264 วรรค 1 ที่บัญญัติว่า ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่... ก็มีความหมายตามตัวบทคือ ครม.ก่อนหน้าประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ใช่ ครม.ตามรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่ง ครม.ก็ต้องรวมถึงนายกฯ ด้วย แสดงว่านายกฯ คนปัจจุบันก็เพิ่งมีสถานะเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และหากพิจารณาตามเจตนารมณ์นั้น เมื่อดูจากหนังสือความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หน้า 483 ก็บอกความมุ่งหมายของมาตรานี้ทั้งมาตราชัดเจนว่า เป็นเพียงการบัญญัติกำหนดให้ ครม. ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่ เพื่อความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามบทหลักของรัฐธรรมนูญ ยกเว้นลักษณะต้องห้ามบางประการอันเป็นกรณีที่ใช้บังคับแก่ ครม. ซึ่งมีที่มาตามรัฐธรรมนูญนี้เป็นการเฉพาะเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า การตีความมาตรา 264 วรรค 1 ไม่ได้เป็นไปตามที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พยายามบิดเบือนว่าเป็นมาตราที่ให้นับการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ปี 2557 เพราะไม่ได้เป็นมาตราที่พูดถึงการนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งเลย ไม่มีตรงไหนบัญญัติเรื่องการให้นับระยะเวลาดำรงตำแหน่งต่อเนื่องเลย ดังนั้นจะมาอ้างว่ามาตรา 264 กำหนดไว้ชัดเจนให้นับย้อนตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ไม่ได้ &amp;nbsp;จึงอยากให้นายธีรัจชัยและฝ่ายค้านหยุดบิดเบือนการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อปลุกปั่นกระแสสังคมและลดทอนความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ. ประยุทธ์ อย่าลดมาตรฐานการทำงานตรวจสอบของฝ่ายค้านจนทำให้ประชาชนเห็นชัดว่าไม่สามารถหาจุดบกพร่องในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ ถึงขนาดต้องจนตรอกบิดเบือนกฎหมายจนสังคมสับสน
&amp;nbsp;
&amp;quot;ไม่ว่าการสับสนครั้งนี้ จะนำไปสู่การยื่นศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดตีความอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การคาดการณ์มาตรา 158 แบบล่วงหน้าของฝ่ายค้านจนสังคมสับสนนั้นมีเหตุผลเดียวคือกลัว กลัวว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า จะมีประชาชนเลือกพรรคที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็น พล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ &amp;nbsp;หากเป็นเช่นนั้น ก็อย่างเพิ่งกลัวไปก่อน เพราะไม่มีใครทราบว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร &amp;nbsp;สิ่งเดียวที่ฝ่ายค้านควรจะทำเสียตั้งแต่วันนี้คือ ไม่บิดเบือนข้อมูล ไม่ใส่ร้ายป้ายสีคนทำงาน และต้องมีจิตใจช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากใจจริงก็พอ เพราะสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามชี้นำประเด็น มาตรา 158 ก็ยังมาไม่ถึง จงทำปัจจุบันให้ที่สุดจะดีกว่า&amp;quot; น.ส.ทิพานัน กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118170</URL_LINK>
                <HASHTAG>8 ปี, ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ, นายกรัฐมนตรี, พท., พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61512518ac1c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซินแสภาณุวัฒน์&#039;ทุบโต๊ะ&#039;ลุงตู่&#039;เป็นนายกฯยาวอีก8ปี &#039;ลุงป้อม-ลุงป๊อก&#039;โหงวเฮ้งดีเสาหลักคุ้มบ้านเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3 ก.ย.62- นายภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล หรือซินแสภาณุวัฒน์ ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมบุตรชาย นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล รองโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เดินทางมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ถือฤกษ์ 11:39 น. ไหว้ศาลพระภูมิ ศาลตาศาลยาย ก่อนกล่าวถึง ดวงชะตาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐบาลในภาพรวม ว่า ไม่มีอะไรน่าห่วง เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นปัญหาไปได้ แม้จะมีปัญหาจุกจิก เข้ามาวุ่นวาย แต่มั่นใจว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถนำนาวารัฐมนตรี ผ่านพ้นวิกฤตไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องเข้า ไปชี้แจงประเด็นการถวายสัตย์ต่อสภานั้น ไม่มีปัญหา ซึ่งดวงของนายกรัฐมนตรีในภาพรวมก็ดีอยู่แล้ว และจะดูแลบ้านเมืองไปอีกยาว อีก 2 สมัย (8 ปี) ซึ่งตนดูไปตามดวง ไม่ได้เข้าข้างใคร หรือทำนายแล้วจะไปอิงคนโน้น คนนี้ เพราะจะเสียชื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจากนี้ไปจะมีอุบัติเหตุทางการเมืองอะไรอีกหรือไม่ นายภาณุวัฒน์ กล่าวว่า การทำงานก็ต้องมีปัญหาเป็นช่วงๆ เช่นเดียวกับในช่วงที่พายุฝนมาเราก็ต้องหลบ ต้องรู้จักเบรกรู้จักชะลอ เหมือน พล.อ.ประยุทธ์ บางช่วงท่านก็รู้จังหวะ ก็ไม่ยอมปะทะด้วย ชีวิตคนเราจะเห็นว่ามีบางจังหวะที่ไม่ดี ซึ่งจะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ บางครั้งก็จะหงุดหงิด วุ่นวาย บางช่วงก็อารมณ์ดี ซึ่งตนเองก็ได้ให้คำแนะนำไปบ้าง แต่ด้วยความที่นายกฯเป็นตัวของตัวเองก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นจะต้องไปไหว้พระเพิ่มเติมเสริมดวงหรือไม่ นายภาณุวัฒน์ ตอบว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องไปนั่งไหว้พระ ไหว้เจ้า หรือนั่งสมาธิ เพราะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการทำงาน หรือทำให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้ เพียงแต่ การไหว้พระ นั่งสมาธิ ทำให้จิตใจมีความสงบ และมีกำลังใจ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยก็มีพระสยามเทวาธิราชคุ้มครองอยู่ ผู้ที่ทำไม่ดีต่อบ้านเมืองก็จะต้องแพ้ภัยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ามีเกณฑ์ที่จะปรับครม.ในช่วงนี้หรือไม่นายภาณุวัฒน์ กล่าวว่า ทุกอย่างเพิ่งเริ่ม รัฐบาลยังไม่ทันทำงานจะมีการปรับครม.ได้อย่างไร เช่นเดียวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ซึ่งจะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้กวนเมือง แทนที่จะทำให้บ้านเมืองเดินไปด้วยความสงบสุข แต่คอยดึงขาดึงแข้ง ดึงซ้ายที ดึงขวาที คนก็ไม่ต้องทำงาน อันนี้ต้องโทษคนที่มาขวางทำให้บ้านเมืองไม่ก้าวไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับหน้าที่ของตนนั้นจะต้องดูแลศาสนกิจในเรื่องของวัดวาอาราม ในตอนนี้จะเห็นว่าพระพุทธศาสนามีแต่เรื่องวุ่นวายจึงคิดว่าจะมาช่วยในด้านนี้ โดยจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องกฎหมายหรือด้านอื่นๆ เพราะมีหน้าที่ที่มีผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ตนก็ดูในเรื่องของฮวงจุ้ย เพราะทำงานทางด้านนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าฮวงจุ้ยในทำเนียบฯของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ นายภาณุวัฒน์ กล่าวว่า มีการปรับไปครั้งนึงแล้วตั้งแต่ที่ท่านเข้ามาทำงานใหม่ๆ ซึ่งทุกอย่างก็ดีหมด ไม่จำเป็นต้องปรับอะไรเพิ่มเติม ส่วนที่มีการปรับแต่งพื้นที่ ปลูกต้นไม้ ไม่เกี่ยวกับฮวงจุ้ย เป็นเพียงการปรับแต่งพื้นที่ตามความเหมาะสม แต่เรื่องฮวงจุ้ยลึกๆมีหลายเรื่อง เช่น 1. ดูทิศทางของใบหน้า 2.มือเท้า 3. สุขภาพ 4.ที่อยู่อาศัย ซึ่งยืนยันว่าทั้งหมดนี้ ก็จัดมาดีหมดแล้ว และท่านก็อยู่มาจนถึง 5 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงเรื่องเสียงปริ่มน้ำว่าไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายภาณุวัฒน์ ตอบว่า ดูแล้ว ส.ส. คงไม่อยากเลือกตั้งใหม่ ซึ่งก็ต้องช่วยกัน โดยเฉพาะการลงมติในประเด็นสำคัญ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการลงมติแพ้แต่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ จึงขอให้เข้าใจว่า เราต้องมองดูสาระว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคือเรื่องอะไร ไม่ใช่มาตีให้เป็นข่าว เพื่อสร้างภาพลบให้กับรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะผ่านพ้นวิกฤตปัญหาไปได้ เพราะโหงวเฮ้ง นายกรัฐมนตรีดี ของ พล.อประวิตร &amp;nbsp;และ พล.อ.อนุพงษ์ก็ดี ซึ่งเป็น 3 เสาหลักที่คุ้มบ้านเมืองอยู่ มีลักษณะโหงวเฮ้งที่ดี และเบื้องบนของเรา ราชวงศ์ก็ดี สถาบันก็ดี เพราะเมืองไทยเราจะต้องดูแลด้วยพระมหากษัตริย์ ทหารต้องดูแลบ้านเมือง&amp;quot;นายภาณุวัฒน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44909</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 สมัย, 8 ปี, ซินแสภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล, รัฐบาลลุงตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e16a2849b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
