<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กยอมรับ ผู้ใช้โดนล้วงข้อมูลถึง 87 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่ใช่แค่ 50 ล้าน แต่เพิ่มเป็น 87 ล้านผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ข้อมูลส่วนตัวถูกแชร์ให้กับ &amp;quot;เคมบริดจ์อะนาลิติกา&amp;quot; บริษัทให้คำปรึกษาด้านการเมืองจากอังกฤษ โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม ขณะมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ยังปกป้องในความเป็นผู้นำองค์กรนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊กเปิดแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ 5 เมษายน 2561 ประกาศความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของตัวเขาและบริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐแห่งนี้ ที่ไม่สามารถปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก แต่ซัคเคอร์เบิร์กยังคงยืนกรานว่า เขาคือบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้นำองค์กรเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกถึง 2,000 ล้านรายแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่า ชีวิตคือการเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วค้นหาวิธีที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า&amp;quot; เอเอฟพีรายงานคำกล่าวของซัคเคอร์เบิร์ก ที่ตอบคำถามถึงความสามารถของเขาในการนำพาบริษัทแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ตัวเลขผู้ใช้งาน 87 ล้านคนที่โดนล้วงข้อมูลนั้น เป็นการประเมินขั้นสูง โดยอ้างอิงจากจำนวนการเชื่อมต่อมากที่สุดที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดชุดคำถามของนักวิจัยจากสถาบันการศึกษา ที่เป็นต้นตอของการล้วงข้อมูลส่วนบุคคลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซัคเคอร์เบิร์กกล่าวว่า เฟซบุ๊กต้องคิดทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างเฟซบุ๊กกับผู้คนในทุกสิ่งที่ทำ และคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะกอบกู้ความไว้วางใจของผู้ใช้กลับคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 11 เมษายนนี้ ซัคเคอร์เบิร์กจะต้องเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเป็นครั้งแรกนับแต่เรื่องอื้อฉาวล้วงข้อมูลถูกเปิดโปง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดประเมินใหม่นี้มากกว่าตัวเลข 50 ล้านราย ที่สื่อมวลชนรายงานก่อนหน้านี้ โดยอ้างอิงการเปิดโปงของคริสโตเฟอร์ ไวลี อดีตลูกจ้างของบริษัทเคมบริดจ์อะนาลิติกา เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ไวลีกล่าวว่าบริษัทให้คำปรึกษาทางการเมือง ซึ่งมีลูกค้าทั่วโลก ได้ล้วงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กมาช่วยเหลือโดนัลด์ ทรัมป์ ในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัทจากอังกฤษแห่งนี้ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ตอบโต้คำประกาศของเฟซบุ๊ก โดยยืนกรานว่าตนไม่ได้นำข้อมูลจากเฟซบุ๊กมาใช้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่ผ่านมา &amp;quot;เคมบริดจ์อะนาลิติาไม่ได้ใช้ข้อมูลเฟซบุ๊กจากจีเอสอาร์ (โกลบอลไซแอนซ์รีเซิร์ช) หรือดึงข้อมูลเหล่านี้มาใชัในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ&amp;quot; บริษัทกล่าว &amp;quot;เคมบริดจ์อะนาลิติกาได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลบุคคล 30 ล้านรายจากจีเอสอาร์ ไม่ใช่ 87 ล้านราย&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6561</URL_LINK>
                <HASHTAG>87 ล้าน, ผู้ใช้เฟซบุ๊ก, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, ล้วงข้อมูล, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62c7612019.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
