<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>88 ปีประชาธิปไตย ยังติดหล่มขัดแย้ง  ‘ลุงตู่’ จะรวมใจไทยสร้างชาติได้อย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 เป็นวันครบรอบ วันอภิวัฒน์สยาม เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลายองค์กรกิจกรรมรำลึกถึงคุณูปการของ คณะราษฎร ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเมื่อ 88 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือ Democracy Restoration Group (DRG) ได้จัดกิจกรรม &amp;quot;ลบยังไง ก็ไม่ลืม&amp;quot; ซึ่งเป็นกิจกรรมย้อนเวลา กลับไปสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ฉายภาพเคลื่อนไหวจำลองเหตุการณ์การอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 โดยนายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ต่อหน้าทหารบก ทหารเรือ และราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา เกียกกาย คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) และกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง (กสรก.) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ ประธาน ครช. พร้อมด้วยมวลชนประมาณ 200 คน ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ในหัวข้อ &amp;quot;24 มิถุนา ทวงคืนมรดกคณะราษฎร ทวงสัญญารัฐธรรมนูญประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมทั้งยื่นหนังสือเพื่อทวงถามความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา และขอให้ประกาศให้วันที่ 24 มิ.ย.ของทุกปีเป็นวันชาติและวันกำเนิดประชาธิปไตยของไทย โดยมีตัวแทนคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2560 และแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เป็นตัวแทนรับหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจปีนี้ฝ่ายกองทัพจัดกิจกรรมเช่นกัน โดย พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. ผู้แทนกองทัพบก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ พลเอกพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าบวรเดช และบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ พันเอกพระยาศรีสิทธิสงคราม เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของนายทหารที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิธีรำลึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองประชาสัมพันธ์กองทัพบกยังได้เผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระงานดังกล่าวว่านายทหารทั้งสองนายยังเป็นนายทหารประชาธิปไตย เมื่อปี พ.ศ.2475 เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย โดยกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าคณะราษฎร ถือเป็นการรัฐประหารเพื่อล้มราชบัลลังก์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนที่พรรคเพื่อไทย จัดเสวนา &amp;ldquo;ทิศทางรัฐธรรมนูญไทย&amp;rdquo; วิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันว่าเป็นการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร คสช. และปลุกประชาชนร่วมกันแก้ไขให้เป็น รธน.ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมของทั้ง 2 ขั้วดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองผ่านมาแล้ว 88 ปี ที่ก็ยังมีร่องรอยความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดที่ยังฝังลึกในสังคมไทย จากคนรุ่นก่อนจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ระบุว่า การที่กองทัพบกจัดงานพิธีรำลึกกบฏบวรเดชนั้นไม่เหมาะสม ในฐานะบทบาทของกองทัพขัดกับบทบาทหน้าที่ กองทัพบกอย่าสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งภายในขึ้นมาใหม่ มองไปข้างหน้า ร่วมพัฒนาประเทศไทยด้วยกันใหม่ในฐานะและบทบาทที่ถูกต้อง แก้ไขความขัดแย้งในสังคมไทยในอดีต ซึ่งในอนาคตอันใกล้คงต้องมีการนิรโทษกรรมนักโทษทางการเมืองและนักโทษทางความคิดทั้งหมดเพื่อการปรองดองแห่งชาติ และแก้ไขความขัดแย้งเรื้อรังที่ผ่านมากว่า 10 ปี เหมือนเช่นที่เกิดนโยบายการเมืองนำการทหารในช่วง 40 ปีก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมได้สั่งให้ทีมงานกลับไปรวบรวมรายชื่อบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีการเมืองทั้งหมดเพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการนิรโทษกรรมคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับปฏิเสธว่ากลุ่มใดที่มีการกระทำผิดกฎหมายแล้วจะดึงเข้ามา ต้องไปว่ากันตามคดีความให้จบสิ้นก่อน วันข้างหน้าหากมีการรับโทษกันแล้วก็จบ เพราะทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกัน แต่ถ้าไม่รับโทษแล้วจะทำอย่างไร ไม่เช่นนั้นคนก็ไม่เกรงกลัวการทำผิด ถ้าทำการเมืองโดยที่ต้องเอาทุกคนเข้ามา ผิดถูกไม่เป็นไร กฎหมายก็จะเสียหมดทั้งประเทศ ความเป็นประชาธิปไตยต้องมีกฎหมาย กฎหมายคือประชาธิปไตยที่ให้ความเท่าเทียมกับทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขอให้ทุกคน &amp;quot;รวมใจไทยสร้างชาติ&amp;quot; โดยเอาสิ่งที่มีอยู่แล้ว ทำของเดิมให้ดีที่สุด พร้อมมีการตรวจสอบรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายกรัฐมนตรีออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย แถลงเรื่อง &amp;quot;วิธีการทำงานแบบ New Normal ของนายกรัฐมนตรี &amp;ldquo;โดยประกาศเปลี่ยนโฉมประเทศไทยหลังโควิด พร้อมดึงประชาชนร่วมวางอนาคตประเทศใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นที่น่าจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเดินยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อสร้างแนวร่วมในการทำงานของรัฐบาล ซึ่งจะต้องเผชิญวิกฤติรอบด้านในอนาคตอันใกล้จากผลพวงการแพร่ระบาดไวรัสโควิดโดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังลุกลามทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา &amp;rsquo;35 และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ออกแถลงการณ์เรียกร้อง &amp;ldquo;หยุดฉีกสัญญาประชาคม แบ่งแยกแล้วปกครอง เดินหน้าสู่การปรองดอง หลอมรวมคนไทยทุกภาคส่วน&amp;rdquo; ระบุว่า เป็นที่น่าเศร้าอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทยที่มีความแตกแยกและขัดแย้งทางการเมืองมาอย่างยาวนาน แต่รัฐบาลไม่มีนโยบายหรือแนวทางการสร้างความสมานฉันท์และการปรองดองที่เป็นรูปธรรมเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยไปข้างหน้า ทั้งที่ คสช.ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ได้ประกาศเป็นสัญญาประชาคมว่าจะเข้ามายุติปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง จะทำให้ประชาชนในชาติเกิดความรักความสามัคคี ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากนั้นได้ตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) และคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองโดยตรงเพื่อรับฟังปัญหาจากพรรคการเมืองและภาคประชาชนทุกฝ่าย นอกจากนี้คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. ได้ศึกษาแนวทางและข้อเสนอแนะแนวทางการสร้างความปรองดองไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งได้ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้รัฐบาลแล้วแต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯ เรียกร้องให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนการสร้างความปรองดอง เริ่มต้นด้วยการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ไม่รวมถึงการกระทำความผิดอาญาโดยเนื้อแท้ ความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมองว่ารัฐบาลจะไม่สามารถผนึกประชาชนทุกภาคส่วนได้เลยหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังเรื้อรังและสร้างความปรองดองของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนที่นายกฯ พูดว่าเรื่องปรองดองอะไรต่างๆ จะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย นั้น นายอดุลย์ บอกว่า ทุกวันนี้เหลืองกับแดงส่วนใหญ่ตอนนี้เขาก็เข้าคุกกันเกือบหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็ได้รับความทุกข์ยากลำบากกันมาระยะหนึ่ง แล้วทำไมถึงไม่เข้าไปปลดเปลื้องความทุกข์ยากลำบากที่เขามีเจตนาดีต่อบ้านเมืองทุกฝ่าย เพราะหากเอาตามกฎหมายอย่างที่คนเสื้อเหลือง-แดงเจอ ทหารเองก็ต้องติดคุกกันหมด เพราะหากนำกฎหมายมาพูด พลเอกสุจินดา คราประยูร ตอนหลังเหตุการณ์ปี 2535 พลเอกสุจินดาก็ต้องเข้าคุกเหมือนกัน ทุกคนก็ต้องเข้าคุกกันหมด แล้วทำไมจะต้องทำแบบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ญาติวีรชนฯ ประกาศอโหสิกรรมให้กับพลเอกสุจินดา และพวกสมัยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ที่หลังจากนั้นกลุ่มญาติวีรชนฯ ก็ได้ไปขอพบพูดคุยกับพลเอกสุจินดา โดยพลเอกสุจินดาก็ให้ความร่วมมือโดยการไม่ทำตัวให้มีบทบาทใดๆ อีกเลยเพื่อให้สังคมสงบ ซึ่งจากการอโหสิกรรมดังกล่าว ก็ทำให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ขึ้นมา บ้านเมืองก็สงบมาร่วม 20 ปี&amp;rdquo; นายอดุลย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล่าสุด ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก 5 นปช. คือ นายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. คนละ 2 ปี 8 เดือน กรณีชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อปี 2550&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การนิรโทษกรรม คงยังเป็นยาแสลงทางการเมืองไทย หลังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผลักดัน พ.ร.ก.นิรโทษกรรมแบบสุดซอยเข้าสภาตอนตี่สี่ นำไปสู่ความขัดแย้งลุกลามบานปลาย นายอดลุย์จึงฝากถึงนายทักษิณ ชินวัตร ว่า ถ้าอยากกลับบ้านแบบเท่ๆ ต้องรู้จักการอดทนรอคอยและพิสูจน์ตัวเองให้ได้ก่อน ต้องเสียสละให้ประชาชนที่ก่อน จากนั้นคนในชาติจะพิจารณาเองว่าจะให้โอกาสนายทักษิณหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะที่ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย มองว่า &amp;ldquo;การสร้างความปรองดองของคนในชาติคือหัวใจของการสร้างชาติ สร้างแผ่นดิน หลักคิดของตนในเรื่องนี้คือ ผู้นำประเทศควรน้อมนำคุณธรรมทางศาสนามาใช้ในการสร้างความปรองดองของคนในชาติ โดยคุณธรรมทางศาสนาที่สำคัญนั้นได้แก่ อภัย และเมตตา เพื่อให้อภัยและเมตตาแก่บุคคลที่ต้องคดีการเมือง และคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับการเมือง ยกเว้นคดีทุจริต แต่กระบวนการกล่าวหาว่าผู้ใดทุจริต กระบวนการนั้นก็ต้องยืนอยู่บนหลักนิติธรรม ถึงจะได้รับการยอมรับจากนานาอารยประเทศ ที่สำคัญได้รับการยอมรับจากผู้ถูกกล่าวหา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการญาติวีรชนฯ เตรียมจัดเวทีเสวนา 2 นัด เพื่อทำความเข้าใจต่อสังคม ทำไมต้องปรองดอง-นิรโทษกรรมคดีการเมือง ในวันที่ 29 มิ.ย. และวันที่ 12 ก.ค.ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แนวทาง การทำงานแบบ New Normal ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะ รวมใจไทยสร้างชาติ ยังต้องรอพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรม แต่หากยังกอดกฎหมายแบบเดิมทั้งที่กลุ่มคู่ขัดแย้งมองว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้าม และใช้ปกป้องพวกพ้องตัวเองก็ยากจะรวมใจคนไทยทุกภาคส่วนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสร้างความปรองดองที่ต้องเริ่มด้วยการนิรโทษกรรมคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองจะสำเร็จหรือไม่ หลังมีการจุดกระแสขึ้นมาอีกครั้ง ภาคประชาชนเริ่มขานรับ หากผู้นำรัฐบาลมีความเข้าใจถึงหัวใจการสร้างความปรองดองเหมือนเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีต แล้วกล้าตัดสินใจนำพาสังคมไทยออกจากหล่มความขัดแย้ง ก็จะได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษ แต่หากยังขาดความกล้าหาญ สังคมไทยก็ยังติดหล่มความขัดแย้งเช่นนี้อีกต่อไป. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69902</URL_LINK>
                <HASHTAG>88 ปีประชาธิปไตย ยังติดหล่มขัดแย้ง  ‘ลุงตู่’ จะรวมใจไทยสร้างชาติได้อย่างไร, กรองสถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200627/image_big_5ef7532a13c96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
