<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.เผยถึงเวลาปิดประเทศ-ชดเชยลางานจี้บิ๊กตู่ต้องตัดสินใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 2563 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเทศไทยขณะนี้พบว่าการแพร่ระบาดของ โควิด-19 เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจเข้าสู่ระดับที่ 3 ในเวลาอีกไม่นาน ประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญ และบุคคลากรทางการแพทย์ที่เป็นมืออาชีพจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันรัฐบาลประสบปัญหาการขาดยุทธวิธีในการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ เพราะหน่วยงานภาครัฐ ขาดการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งเราจะเห็นได้จาก กรณีที่โฆษกรัฐบาลออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว การปิดห้างว่าเป็น Fake News แต่ผู้ว่ากทม.กลับออกมาแถลงปิดห้าง ปิดตลาดสด และสถานบริการอีกหลายประเภท ซึ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;โดยหลายครั้งที่รัฐบาลได้ออกประกาศและประชาชน ไม่เชื่อ และอาจทำในทิศทางตรงกันข้าม เช่น รัฐบาลประกาศว่าประเทศเราไม่มีทางประสบกับปัญหาเรื่อง การขาดแคลนอาหาร แต่ประชาชนกลับแห่กักตุนของใช้-อาหารแห้ง ประกอบกับการที่ออกมาบอกว่าหน้ากาก อนามัยมีเพียงพอแต่ปัจจุบันกลับ ยังหาซื้อไม่ได้ และยังมีกรณีที่อธิบดีกรมการค้าภายในลาออกจากราชการ เพราะสังคมตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับกรณีการลักลอบส่งออกหน้ากากหรือไม่ และจนถึงขณะนี้รัฐบาล ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าว่า พรรคเพื่อไทยขอเสนอ 5 ยุทธวิธีเพื่อใช้สำหรับแก้ไขปัญหาโควิด-19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รัฐบาลยังไม่มีนโยบายตรวจ โควิด-19 ฟรี ซึ่งหากเราตรวจพบเร็วก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็ว และหากต้องมีการกักตัวผู้ติดเชื้ออยู่บ้าน ก็ควรติดเครื่อง Detention (อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบ หรือกำหนดการเดินทาง อาณาเขตของผู้ถูกจำกัด) เพื่อช่วยในการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปัจจุบันค่าครองชีพสูง รายได้ต่ำ รัฐบาลควรควบคุมราคาสินค้า และลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง ลิตรละ 5 บาท เพราะเรามีกองทุนน้ำมันอยู่แล้ว ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ภาครัฐควรใช้ Big Data ให้เป็นประโยชน์ โดยรวมกลุ่ม Startup ที่คิด Application เพื่อแก้ไขปัญหา โควิด-19 มาพัฒนาเป็น Application เพื่อประชาชนสามารถที่จะทราบถึงพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง และจุดปลอดภัย เพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาด และสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. รัฐควรใช้งบประมาณช่วยเหลือจ่ายเงินชดเชยให้กับกลุ่มลูกจ้างรายได้น้อยที่ติดเชื้อโควิด-19 และต้องลางาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องปิดประเทศ เพื่อไม่ให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้ามาในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้ เรายังไม่เห็นถึงการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ตรงจุด ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องกล้าที่จะตัดสินใจและแก้ไขปัญหา โควิด-19 อย่างจริงจัง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของภาครวมเป็นหลัก เพราะทุกวันนี้คนไทยส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาตนเอง &amp;nbsp;ซึ่งเชื่อมั่นว่า ทุกปัญหามีทางแก้ หากผู้นำประเทศเข้าใจ และพร้อมแก้ไขปัญหาร่วมกับประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60488</URL_LINK>
                <HASHTAG>8แกนนำพรรคเพื่อไทย, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, แนวทางแก้ปัญหาโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e23c2c62349e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กี่วันก็ไม่สำคัญ เชื่อ &#039;เพื่อไทย&#039; ชนะเลือกตั้งแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก่อแก้ว&amp;quot; ไม่สนใจเวลาหาเสียง เชื่อ 70 วัน พา เพื่อแม้ว ชนะแน่ เหมือน สมัยยิ่งลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีรัฐบาลออกมาระบุว่ามีเวลา70 วัน สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งว่า เรื่องระยะเวลาการหาไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับพรรคเพื่อไทย ขอให้เลือกตั้งตามวันที่โรดแมป ยิ่งเลือกเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะประเทศชาติจะได้กลับมาเป็นประชาธิปไตย นานาชาติจะได้ให้การยอมรับ เพราะประเทศถูกปิดมากว่า 5 ปีแล้ว นักการเมืองพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่คนที่พร้อมมากกว่า คือ เป็นประชาชน ที่จะได้กลับมามีสิทธิมีเสียง หลังจากโดนจำกัดสิทธิมาเป็นเวลานาน และพรรคเพื่อไทย เรื่องเวลาหาเสียง ไม่น่าจะเป็นปัญหา ได้รับฟังและรับรู้ปัญหาของประชาชนมาตลอด เหลือเพียงเสนอนโยบายออกมาแก้ปัญหาให้ประชาชนเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายก่อแก้วกล่าวว่า เมื่อ 7 ปีก่อน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เวลาเพียง 49 วันในการลงพื้นที่หาเสียง ยังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ชนะการเลือกตั้งมาอย่างถล่มทลายและการเลือกตั้งครั้งที่จะเกิดขึ้น เชื่อว่าประชาชนอยากเลือกตั้งเต็มที่แล้ว เชื่อว่าประชาชนยังคงไว้วางใจให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ปัญหาอีก โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้อง ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารงานของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17139</URL_LINK>
                <HASHTAG>8แกนนำพรรคเพื่อไทย, ก่อแก้ว พิกุลทอง, ระยะเวลาหาเสียง, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65bcaedf728.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหลิม&#039; มั่นใจเลือกตั้งส.ส. เพื่อไทยชนะเกิน 250 ที่นั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.61 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้มาให้กำลังใจหลานชาย ส่วนเรื่องการเมืองยังไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก เพราะรัฐบาลยังไม่ปลดล็อก แต่ยืนยันได้เลยว่า หากมีการเลือกตั้งเมื่อใดก็รับรองว่าพรรคเพื่อไทย จะชนะการเลือกตั้งขาดลอยอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนคนที่จะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรคนั้น จะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ หรือใครก็ได้ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคที่จะคัดเลือก แต่ที่ผ่านมาสื่อไปเขียนข่าวกันเอง เรื่องคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ใช่ตนแน่นอน แต่หากถามว่าผู้ใดเหมาะสมนั้นขอไม่ตอบ ขอให้เป็นความลับก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า กรณีของสามมิตร สื่อก็ไปนำเสนอข่าวกันเองจนมีผู้แทนฯ เป็นพันคนแล้วพรรคนี้ ไปเอาที่ไหนกันมากลุ่มสามมิตรไปหาที่ไหนตนจะพูดให้ฟังไป จ.กาฬสินธุ์ 4 ชั่วโมง กลับมาบอกได้ผู้แทนฯ 5 คน จริงๆ ได้แค่คนสมัคร ไม่ใช่ได้ผู้แทนฯ เขาเต็มหมดแล้ว เปลี่ยนแนวความคิดได้เลย เชื่อเถอะว่าพรรคเพื่อไทยชนะขาด แต่อย่าไปบอกว่าจะได้ทั้งหมด อย่างนี้ดีกว่า ตนมั่นใจว่าได้ 250 เสียงขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนสำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ตนมองเป็นเรื่องไร้สาระมากกว่า ตนเล่นการเมืองมานาน ไม่ใช่ไปจังหวัดไหน ไปเจอ อบต. อบจ.แล้วกลับมาบอกว่าได้ผู้แทนฯ เยอะ แต่จริงๆ คือได้แค่ผู้สมัคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าไปพูดว่าเราไม่ให้ราคา แต่บอกได้ว่าแพ้ ถ้ากลุ่มสามมิตร อยู่พรรคไหนก็ตาม ไม่มีหรอก เชื่อเถอะว่าพรรคเพื่อไทยชนะ ผมเป็นคนคุมศูนย์อำนวยการเลือกตั้งของพรรค ตอนปิดกรุงเทพฯ ชัตดาวน์ ผมไม่รู้ว่าใครทำอะไรไว้บ้าง เดี๋ยวถึงเวลาปราศรัย ผมก็ต้องบอกสื่อ บอกสังคม สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม พวกที่ทำอะไรไว้เวรกรรมมันตามมาแล้ว ผมมีข้อมูลหมด แต่ที่ผมเงียบเพราะผมกลัวเขาจับ ยังไม่อยากติดคุก ที่ผมพูดใครไปลงไม่ใช่ผมให้ลงนะ เดี๋ยวไปไลฟ์ ไปลงเฟซ ตำรวจก็มาเรียกผมอีก เสียชื่อผมหมด สื่อถ้าไปลงผมไม่รับผิดชอบ ประเดี๋ยวก็มีตำรวจหน่วยไหนต่อไหน มาเรียกไป แล้วก็ปล่อย ผมรับผิดชอบแค่คำพูดว่า พรรคเพื่อไทยชนะขาดแน่ กลุ่มสามมิตรแพ้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ในส่วนการรับทราบข้อกล่าวหาของนายอาชวิน หลังรับทราบข้อหา พิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จได้เดินทางกลับทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15771</URL_LINK>
                <HASHTAG>8แกนนำพรรคเพื่อไทย, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, วัน อยู่บำรุง, ว่าที่รัฐมนตรี, เพื่อไทยชนะขาด, เลือกตั้ง, เหลิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a5a4a6649b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยตอก&#039;นิธิ&#039;นิ่มๆประชาชนรู้ท่าทีของพรรคดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.61- &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ และสมาชิกพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีนายนิธิ เอียวศรีวงศ์ &amp;nbsp;นักวิชาการอาวุโส มีความเห็นว่าพรรคเพื่อไทยควรนำเสนอนโยบายในการนำพาประเทศไปข้างหน้าอย่างไรว่า พรรครับฟังความเห็นของประชาชนทั่วไปและสมาชิกพรรค โดยแนวทางของพรรคให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดทำ รับฟังความเห็นของประชาชนเพื่อประกอบการจัดทำนโยบายที่ตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและอื่นๆ โดยนโยบายต้องสามารถนำไปแก้ปัญหาได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่าประชาชนทราบท่าทีนี้ของพรรค และคาดว่าแต่ละพรรคการเมืองก็คงต้องมีนโยบายที่จะนำเสนอต่อประชาชนในช่วงเลือกตั้ง เพื่อที่ประชาชนจะได้เปรียบเทียบดูว่านโยบายของพรรคใดดีกว่าและกาคะแนนสนับสนุนพรรคนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ในการทำนโยบายที่สมบูรณ์นั้น ต้องมีการประชุมปรึกษาหารือ การเดินทางไปรับฟังประชาชนในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งการรับฟังความเห็นออนไลน์ ซึ่งน่าเสียดายว่าขณะนี้มีข้อจำกัดทางกฎหมายที่พรรคการเมืองไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมือง อีกทั้งข้อจำกัดการห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปยังคงอยู่ และไม่มีความชัดเจนว่าหากคนที่อ้างว่าเป็นกลุ่มการเมืองทำได้ พรรคเพื่อไทยจะทำเช่นนั้นได้หรือไม่ ดังนั้นจึงมีคำถามจากหลายฝ่ายว่าเหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง น่าจะเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ได้ขับเคลื่อนจัดทำนโยบายเพื่อให้ประชาชนพิจารณา ซึ่งไม่น่าจะกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนคงอยากเห็นการเลือกตั้งครั้งหน้า เสรี เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ คำว่าเป็นธรรมคือทุกฝ่ายแข่งขันอย่างเท่าเทียม อยู่ภายใต้กฎ กติกาเดียวกัน ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือการปลดล็อคให้ทุกพรรคทำกิจกรรมต่างๆเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ&amp;rdquo;นายนพดลกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14425</URL_LINK>
                <HASHTAG>8แกนนำพรรคเพื่อไทย, นพดล ปัทมะ, นิธิ เอียวศรีวงศ์, นโยบายพรรคการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b5ff46156daa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำเน่า!&#039;หมวดเจี๊ยบ&#039;งับ&#039;บิ๊กตู่&#039;นักการเมืองสายพันธุ์เผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61- ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ยินชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า มีคนในรัฐบาลเขียนสคริปต์ให้กลุ่มนักธุรกิจในจังหวัดภาคอีสานตอนล่างพูดเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้อยู่ในตำแหน่งนานๆ ระหว่างมาประชุม ครม.สัญจร กำลังรอดูอยู่ว่าจะมีการพูดตามสคริปต์นั้นจริงหรือไม่ เท่าที่ได้ติดตามข่าวครม.สัญจร ทำให้เห็นการเลือกปฏิบัติที่แตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างคนที่ยอมก้มหัวกับคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้เผด็จการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์และนักศึกษา ม.อุบลราชธานี ถูกคุกคามเสรีภาพทางวิชาการโดยมีทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ไปกดดันไม่ให้ออกมาแสดงพลังคัดค้านหรือวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงที่มีการประชุม ครม.สัญจร ผิดกับคนที่ร้องเพลงเอาใจพล.อ.ประยุทธ์ กลับแสดงอาการปลาบปลื้มจนออกนอกหน้า ทั้งที่เนื้อหาของเพลงไม่ได้สะท้อนความจริงในบ้านเมือง และไม่ตรงกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ถ้าเพลงป่าในเมืองเปลี่ยนเนื้อร้องเป็น ถอยหลังลงคลองไม่หยุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ ก็น่าจะโดนใจคนฟังค่อนประเทศมากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมของรัฐบาลที่เลือกปฏิบัติกับกลุ่มคนคิดต่างนั้น เหมือนส่งสัญญาณว่าใครเลือกยืนข้างเดียวกับรัฐบาล ก็จะมีหน้ามีตา ส่วนใครที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้าม ก็ต้องทำใจว่าอาจเสี่ยงติดคุกติดตาราง ถ้าขบวนการดูดนักการเมืองใช้หลักคิดแบบนี้ ก็ถือว่าอันตรายและจะเกิดการเมืองน้ำเน่าในอนาคต เพราะนักการเมืองไม่ได้เลือกสังกัดพรรคเพราะมีอุดมการณ์ตรงกัน แต่เลือกที่จะยืนข้างความไม่ถูกต้องเพื่อหนีตายหรือเพื่อเอาตัวรอด ถ้าบ้านเมืองได้คนประเภทนี้เข้าสู่อำนาจ ก็อย่าหวังว่าประเทศชาติจะพัฒนา เพราะเป้าหมายหลักของคนพวกนี้คือ หวังสืบทอดอำนาจเพื่อช่วยพวกเผด็จการปกปิดความผิดและป้องกันการถูกเช็คบิลจากการที่ทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหายเท่านั้น ประชาชนจึงต้องระวังอย่าเลือกนักการเมืองสายพันธุ์เผด็จการมาเป็นผู้นำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14021</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., 8แกนนำพรรคเพื่อไทย, ประชุมครม.สัญจร, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, หมวดเจี๊ยบ, อุบลราชธานี, เผด็จการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56f673c3bbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบหิ้ว&#039;วัน อยู่บำรุง&#039;ฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.42 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานสอบสวนกองปราบปรามควบคุมตัวนายวัน อยู่บำรุง อายุ 44 ปี บุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตนักการเมืองชื่อดังฝั่งธนบุรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.409/2561 ลงวันที่ 19 ก.ค.2561 ข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายโดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มาฝากขังต่อครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.- 4 ส.ค.2561 ซึ่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามคัดค้านการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวัน อยู่บำรุง ใส่เสื้อเชิ้ตสีส้ม-ขาว แขนยาว ลายดอก สวมกางเกงสีดำและใส่กุญแจมือโดยมีผ้าพันปิดไว้ นั่งมาในรถตู้สีขาวของกองปราบปราม เมื่อมาถึงนายวันมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่ยังยิ้มและทักทายสื่อพร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ผมรักลูกผม ผมต้องทำหน้าที่ของคนเป็นพ่อ&amp;quot; จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวเข้าห้องเวรชี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตั้งแต่ช่วงเช้ามีบุคคลใกล้ชิดและ &amp;quot;กลุ่มใจถึงพึ่งได้&amp;quot; ของนายวัน ประมาณ 10 คนมารอให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้ โดยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทีมทนายความ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 300,000 บาท ขอประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุการณ์ที่มาของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายคือ นายภานุวัฒน์ หรืออั๋น ปุณณรัตนกุล อายุ 34 ปี นักธุรกิจทายาทร้านทองรุ่นที่ 2 &amp;ldquo;แม่ทองสุก&amp;rdquo; ได้เข้าไปเที่ยวที่ร้านเดโม่ผับ ซ.ทองหล่อ 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา หลังจากร้านเลิก ผู้เสียหายกับเพื่อนก็ได้เดินมาที่ลานจอดรถ ก็ได้พบกับกลุ่มของนายวัน ซึ่งมาพร้อมกับบุตรชาย คือ นายอาชวิน หรือกาโม่ อยู่บำรุง, นายยศพัฒน์ หรือปุ้ย สัมพันธ์ชัย และมีผู้ติดตามอีก 7-8 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจอหน้ากันนายวันก็เรียกนายภานุวัฒน์เข้ามาคุยด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ไปมีปัญหากับนายอาชวิน บุตรชาย ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อเดินเข้ามาหา นายวันก็ใช้มือตบไปที่หน้าอกของนายภานุวัฒน์เบาๆ โดยไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะแยกย้ายกันขึ้นรถ ปรากฏว่าเมื่อนายภานุวัฒน์เดินขึ้นรถเก๋งส่วนตัวไปแล้ว ก็ได้ยินเสียงนายวันร้องเรียกให้นายภานุวัฒน์ลงมาหาอีก แต่ครั้งนี้นายวันกลับไม่พูดอะไร ก่อนจะใช้หมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าของนายภานุวัฒน์หลายครั้ง ซึ่งผู้เสียหายก็พยายามจะใช้มือปัดป้อง แต่ก็ถูกต่อยจนล้มลง พอจะลุกขึ้นยืนก็ถูกนายยศพัฒน์ชักอาวุธปืนออกจากเอวขึ้นมาข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายสู้ ขณะนั้นก็ยังถูกนายอาชวินเข้ามาเตะซ้ำอีก เสร็จแล้วนายยศพัฒน์ก็ยังยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่เพื่อนของผู้เสียหาย เพื่อไม่เข้ามาช่วยเหลือ หลังลงมือเสร็จแล้ว กลุ่มของนายวันก็ขึ้นรถขับออกไปจากที่เกิดเหตุทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ พร้อมกับเข้าร้องเรียนที่กองปราบปราม เนื่องจากเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพล ต่อมาพนักงานสอบสวนของกองปราบปราม จึงได้ยื่นคำร้องขอศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ กระทั่งผู้ต้องหาเดินทางเข้ามามอบตัวเมื่อวานนี้ (23 ก.ค.) ภายหลังเข้ามอบตัวพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้เร่งสอบปากคำนายวัน นอกจากนี้กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาจะเรียกตัวผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์มาดำเนินคดีเพิ่มเติมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมหมาย กู้ทรัพย์ ทนายความของนายวัน อยู่บำรุง เปิดเผยว่าได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง เพื่อขอประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่ทางพนักงานสอบสวนคัดค้านการให้ประกันตัว โดยให้เหตุผลเกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ซึ่งทำให้นายวันต้องถูกคุมตัวไว้ที่กองปราบปรามเป็นเวลา 1 คืน ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายวันมาขออำนาจศาลฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ มีรายงานว่า คดีนี้มีผู้ก่อเหตุจำนวน 2 ราย คือนายวัน อยู่บำรุง และนายยศพัฒน์ สัมพันธ์ชัย หรือนายนรงฤทธิ์ ทำดี ชื่อเล่น ปุ้ย โดยในคืนก่อเหตุ นายยศพัฒน์หรือ ปุ้ย เป็นผู้ยิงปืนขึ้นฟ้าที่ลานจอดรถหน้าเดโม่ผับ อย่างไรก็ตาม สำหรับ นายยศพัฒน์ หรือปุ้ย มีประวัติติดตัวเคยตกเป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 444/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 2398/2558 ของศาลอาญาธนบุรี ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี โดยศาลอาญาธนบุรีได้ออกหมายจับไว้ตามหมายจับที่ 259/2558 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
มีรายงานด้วยว่าในส่วนของข้อหาที่ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามแจ้งต่อนายวัน ฐานความผิดร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจนั้น เนื่องจากในวันเกิดเหตุนายยศพัฒน์ได้ชักอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า เพื่อข่มขู่กลุ่มผู้เสียหายให้ไม่ต่อสู้นายวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13999</URL_LINK>
                <HASHTAG>8แกนนำพรรคเพื่อไทย, ทำร้ายร่างกาย, ฝากขัง, ลูกชายเฉลิม อยู่บำรุง, วัน อยู่บำรุง, ศาลอาญากรุงเทพใต้, ไม่ให้ประกันตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56adb5bc048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;แจงเป็นเพื่อนทุกกลุ่มการเมือง ไม่ใช่แค่สามมิตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ลั่นไม่ใช่แค่สามมิตร วงการเมืองเป็นมวลหมู่มหามิตรที่เป็นเพื่อนๆกัน เชื่อนักการเมืองย่อมเลือกพรรคที่จะได้เป็นรัฐบาล ปัดคุยดูดส.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่รวมนักการเมืองเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัยว่า ที่มีการพาดพิงถึงตนก็ให้พาดพิงต่อไป ตนไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะทำงานด้านเศรษฐกิจ เมื่อถามว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสามมิตรใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ทุกคนเป็นเพื่อนกัน และไม่ใช่แค่สามมิตร เป็นมวลหมู่มหามิตรเลย เป็นเพื่อนฝูงกันทั้งหมด วงการเมืองคือเพื่อนๆกัน เมื่อถามว่าเพื่อนๆกันจะมารวมตัวกันได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ขอร้องอย่าชี้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า บางคนมองว่ากลุ่มสามมิตรรวมกับพรรคพลังประชารัฐ จะชนะพรรคเพื่อไทย นายสมคิด กล่าวว่า ไม่ต้องมาถามเรื่องการเมือง เพราะส่วนตัวไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องด้วย แต่ตนมีเพื่อนเยอะ และเชื่อว่าทุกคนก็มองถึงประเทศชาติทั้งนั้น ทุกพรรคคือเพื่อนกันทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ใช่แค่ช่วงนี้ที่มีคนเอาชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เป็นมา 20 ปีแล้ว การทำเพื่อประเทศ ไม่เกี่ยวกับว่าจะรวมกลุ่มหรือไม่รวมกลุ่ม การเมืองคือการที่ทุกคนต้องเข้ามาทำให้ประเทศดีขึ้น อย่าไปโฟกัสว่าจะรวมกลุ่มหรือไม่ พรรคการเมืองดีทุกพรรค แต่ละพรรคมีนโยบายของเขา ใครจะอยู่พรรคใดก็อยู่ไปถ้ามีความสุข คนที่จะเลือกพรรค เขาจะมองว่าพรรคนั้นสามารถทำให้เขาได้ทำงานเพื่อประเทศชาติได้หรือไม่ ใครจะอยู่พรรคใดก็แล้วแต่ ทุกคนมีสิทธิ์ทั้งนั้น แต่อย่าทะเลาะกัน อย่าไปมองการเมืองในแง่ที่ไม่ดี ส่วนใครจะเอาชื่อผมไปพาดพิงหรืออะไร ก็ตามสบายเถอะ&amp;rdquo;นายสมคิดกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากลุ่มสามมิตรระบุได้ดีลการเมืองผ่านท่าน ตกลงได้พูดคุยกับหลายคนในกลุ่มสามมิตรหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ไม่ได้คุย เอาข่าวมาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยพูดคุยกันเลย ตนเพิ่งกลับจากต่างประเทศ หายไป 2 สัปดาห์ ก็มีแต่ข่าวว่าตนไปพูดคุย ยืนยันว่าไม่มี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12791</URL_LINK>
                <HASHTAG>8แกนนำพรรคเพื่อไทย, กลุ่มสามมิตร, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, พรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3dad799e942.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
