<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันตนม.33เฮ เพิ่มเงิน862ล้าน กันยาจ่าย13จ.อีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจ้าง-ลูกจ้าง ม.33 เฮ! ครม.ขยายวงเงินเป็น 17,912 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกันตน 29 จังหวัดแดงเข้ม พร้อมอนุมัติ 16,103 ล้านบาท เยียวยา 13 จ.อีก 1 เดือน เริ่มโอนภายในเดือนนี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งคลังหามาตรการเพิ่มดูแลกลุ่มตกหล่น นอกเหนือจากบัตรคนจน-คนละครึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ อนุมัติให้สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 9 กิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด เพื่อให้ครอบคลุมผู้ประกอบการและแรงงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ดังนี้​ 1.ขยายกรอบวงเงินจาก 17,050.4 ล้านบาท เป็น 17,912.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 862.2 ล้านบาท จากการปรับปรุงจำนวนนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่ 29 จังหวัด โดยมีนายจ้างจำนวน 226,394 ราย เพิ่มขึ้น 18,900 ราย และผู้ประกันตน ม.33 จำนวน 3,877,936 ราย เพิ่มขึ้น 400,375 ราย ซึ่งเป็นผลจากการขยายเวลาให้นายจ้างในพื้นที่ 3 จังหวัดและ 16 จังหวัด สามารถขึ้นทะเบียนประกันสังคมรายใหม่ได้ภายในวันที่ 24 ส.ค.2564 ทั้งนี้ ยังขยายระยะเวลาในการเบิกจ่ายและดำเนินโครงการถึงวันที่ 31 ธ.ค.​นี้​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.อนุมัติเงิน 16,103.3 ล้านบาท ช่วยเหลือนายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด เพิ่มเติม 1 เดือน (สิงหาคม) แบ่งเป็น ช่วยเหลือนายจ้างจำนวน 194,660 ราย โดยจ่ายให้ 3,000 บาท ต่อจำนวนลูกจ้างไม่เกิน 200 คน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 7,257 ล้านบาท และช่วยเหลือผู้ประกันตนตาม ม.33 สัญชาติไทย จำนวน 3,538,530 คน โดยจะจ่ายให้ 2,500 บาท/คน/เดือน เป็นจำนวนเงิน 8,846.3 ล้านบาท โดยจะเริ่มโอนเงินเยียวยาภายในเดือน ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวันนี้เป็นการอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมจำนวน 16,965.5 ล้านบาท เดิมที่อนุมัติไปแล้ว (เมื่อวันที่ 10 ส.ค.) จำนวน 17,050.4 ล้านบาท ทำให้โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน มาตรา 33 ใน 9 กิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ที่ประกอบด้วยการให้ความช่วยเหลือนายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ในพื้นที่ 13 จังหวัดในระยะเวลา 2 เดือน (ก.ค.- ส.ค.) และในพื้นที่ 16 จังหวัด ระยะเวลา 1 เดือน (ส.ค.) มีกรอบวงเงินรวมทั้งสิ้น 34,015.9 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ประชุม ครม.ยังห่วงใยกลุ่มผู้ขับแท็กซี่และกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ขับแท็กซี่และกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันมาตรา 40 เนื่องจากมีคุณสมบัติอายุเกินที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดไว้ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุมด้วย&amp;quot; นายธนกรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ยังสั่งการในที่ประชุม ครม.ให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด รายละ 2,000 บาทโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ดำเนินการโอนไปแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ นายกฯ สั่งการให้กระทรวงการคลัง ทบทวนเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โดยให้เสนอมาตรการอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐมากขึ้น รวมทั้งเร่งสำรวจว่ามีกลุ่มใดที่ตกหล่นบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.อนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นประจำปีงบประมาณ 2564 เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ครั้งที่ 3 &amp;nbsp;จำนวน 1,766 โครงการ วงเงินรวม 2,909 ล้านบาท ดำเนินการใน 10 จังหวัด และเห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ครั้งที่ 4 &amp;nbsp;จำนวน 1,434 โครงการ วงเงินรวม 3,753 ล้านบาท ดำเนินการใน 14 จังหวัด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115964</URL_LINK>
                <HASHTAG>912 ล้านบาท, ครม.ขยายวงเงินเป็น 17, นายจ้าง-ลูกจ้าง ม.33 เฮ!, นายธนกร วังบุญคงชนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613752f672877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
