<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งขยายรร.โมเดล &#039; Active Learning &#039;กระจายทั่วภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21ก.ย.64- ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมวิชาการและประกาศนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง &amp;quot;ประกาศเดินหน้าพลิกโฉมสร้างนวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน ก้าวข้ามสภาวะวิกฤตโควิด-19 แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดชั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps&amp;quot; ซึ่งมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ศธ.ร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวิษณุ กล่าวว่า เนื้อหาของการจัดงานในครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่มาก และในอนาคตจะต้องมีนิทรรศการเรื่อง Active Learning แบบสัญจรทุกภูมิภาค เพราะเรื่องนี้คือจุดเริ่มต้นของการก้าวเดินแบบพลิกโฉมการศึกษาไทย เพราะทุกวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สามารถบูรณาการด้วยการสอนแบบ Active Learning ได้ เนื่องจากเป็นการสร้างนวัตกรรมของครูสู่นักเรียน เพื่อทำให้เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบรู้ลึก รู้จริง และรู้นาน ซึ่งควรจะมุ่งเน้นการสอนในรูปแบบนี้ตั้งแต่การศึกษาระดับปฐมวัยไปจนถึงอุดมศึกษา เนื่องจากรูปแบบ Active Learning ถือเป็น New normal ของการศึกษา ที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายบิ๊กล็อกปฏิรูปการศึกษา โดยที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการเรียนกาสอนรูปแบบนี้เป็นอย่างมาก และอยากให้มีการเรียนรู้อย่างกว้างขวางมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวตรีนุช กล่าวว่า เพื่อเป็นโมเดลในการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและในราชกิจจานุเบกษาที่กำหนดให้แก้ปัญหาด้านการศึกษาด้วยวิธีปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และกำหนดให้ปรับกระบวนการเรียนการสอนในหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard-based curriculum) ในปัจจุบัน ให้ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะในยุคใหม่ (Competency-based Learning) โดยศธ. ได้ดำเนินการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ด้วยการพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการพัฒนาการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ในลักษณะของการเรียน &amp;quot;วิธีเรียนรู้ (How to learn)&amp;quot; ที่ผู้เรียนสามารถนำไปเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ผ่านการรวบรวมข้อมูล (Gathering) การจัดข้อมูลให้เกิดความหมายผ่านการคิดวิเคราะห์ เพิ่มคุณค่า คุณธรรม ค่านิยม ออกแบบสร้างสรรค์ สร้างทางเลือก ตัดสินใจเลือกเป้าหมายแนวทางที่นำไปสู่ความสำเร็จ (Processing) วางแผนลงมือทำ ตรวจสอบแก้ปัญหา พัฒนาไปสู่ระดับนวัตกรรม (Applying 1) โดยผู้เรียนสามารถสรุปเป็นความรู้ระดับต่าง ๆ จนถึงระดับหลักการ สามารถนำเสนอได้อย่างมีแบบแผน (Applying 2) และประเมินภาพรวมเพื่อกำกับความคิดและขยายค่านิยมสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมให้กว้างขวางขึ้น (Self-Regulating) ซึ่งการเรียนรู้ในลักษณะนี้ สามารถนำมาปรับใช้ได้ทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน และทางออนไลน์ เพื่อเข้ากับบริบทของผู้เรียนอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่เป็นจุดเด่นของกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว คือ การที่ผู้เรียนนำเอากระบวนการสร้างความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในชีวิตประจำวันและการเรียนเรียนรู้ในสถานศึกษา โดยผู้เรียนสามารถสร้างนวัตกรรมได้และยังให้เด็กได้เรียนรู้แบบปฏิบัติการเชิงวิจัยนำไปเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน เด็กแต่ละคนจะสามารถออกไอเดียในการยกระดับคุณภาพชีวิต ครอบคลุมการดำเนินชีวิตในด้านต่าง ๆ รวมถึงการประกอบอาชีพในอนาคต ทั้งในเชิงพาณิชย์ เชิงอุตสาหกรรม เชิงบริการ และอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย นับว่าเป็นการจัดการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง และขณะนี้มีโรงเรียนต้นแบบรวม 30 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 10 โรงเรียน โรงเรียนขนาดกลาง 10 โรงเรียน และโรงเรียนขนาดใหญ่ 10 โรงเรียน พบว่า ประสบผลสำเร็จและเกิดผลงานจากการปฏิบัติ เป็นนวัตกรรมทั้งของครูและนักเรียนจำนวนมากกว่า 1,500 นวัตกรรม และมีความคาดหวังว่าจะเกิดนวัตกรรมในปีการศึกษาต่อไปจำนวนกว่า 5,000 นวัตกรรม
.
&amp;ldquo;จากความสำเร็จดังกล่าว ศธ.จะเร่งขยายผลให้มีโรงเรียนต้นแบบในทุกภูมิภาคให้ทั่วประเทศโดยเร็ว และเร่งขยายผลให้ครอบคลุมทุกสถานศึกษา เพื่อตอบสนองเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และปฏิบัติตามนโยบายปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117425</URL_LINK>
                <HASHTAG>ACTIVE LEARNING, ดร.วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149b311ac98e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กก.ปฎิรูปการศึกษา ฝากการบ้าน ว่าที่รมว.ศธ.ยึดแนวพัฒนารูปแบบ Active Learning</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11มี.ค.64-นายศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ว่างลง และอยู่ระหว่างการพิจารณาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาผู้ที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งตนเชื่อว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาดำรงเป็น รมว.ศธ. ก็ไม่น่าจะต้องกังวลอะไร เพราะขณะนี้ นายวิษณุ เครืองงาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลงานด้านการศึกษา ได้มีการกำหนดแนวทางการพัฒนาด้านการศึกษาในรูปแบบ Active Learning ไว้อย่างชัดเจนแล้ว ที่สำคัญแนวทางดังกล่าวสามารถตอบโจทย์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 258 จ.(4) ที่มุ่งเน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้ และพหุปัญญา คือความถนัดที่แตกต่างกันของผู้เรียน ทั้งยังตอบโจทย์แผนแม่บทภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ขานรับและนำแนวทางดังกล่าวไปนำร่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ว่าใครจะเข้ามานั่งในตำแหน่ง รมว.ศธ. ผมอยากให้เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาการศึกษาที่ นายวิษณุ ได้วางเอาไว้นี้ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนรู้ใหม่ให้เสียเวลา เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยจนตกผลึกแล้ว การปฏิรูปการศึกษาเรารอไม่ได้ ไม่ควรชักช้าเสียเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ประเทศมีการแพร่ระบาดโควิด19 เรายิ่งต้องเร่งรีบส่งเสริมและสร้างให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายศักดิ์สิน กล่าวอีกว่า หาก ศธ.เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กอย่างเร่งด่วน จริงจัง และต่อเนื่อง ต่อไปเราจะได้เห็นเด็กประถมศึกษาตอนต้นสามารถสร้างกระบวนการและสร้างความรู้ได้เอง ขณะที่เด็กประถมศึกษาตอนปลายและมัธยมศึกษาตอนต้นต้องสามารถนำความรู้ไปยกระดับคุณภาพชีวิตได้เอง และเข้าถึงนวัตกรรม สามารถขายไอเดียและโปรเจคงานได้ด้วยตัวเอง ส่วนเด็กมัธยมศึกษาตอนปลายจะต้องได้เรียนรู้แบบปฏิบัติการเชิงวิจัย เด็กสามารถวิจัยในสถานศึกษา หรือในชุมชนได้ โดยไม่ต้องรอไปถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม และประเทศชาติได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95758</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การปฎิรูปการศึกษา, ACTIVE LEARNING, รมว.ศธ., ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049e73accfb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
