<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางวิสัยทัศน์ ปตท. สร้างความยั่งยืนยับยั้งความล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มนุษย์&amp;rdquo; ไม่สามารถอยู่ท่ามกลางความล้มเหลวได้...&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งความล้มเหลวของสังคม รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม จึงทำให้ที่ผ่านมาการทำงานต่างๆ จะต้องมีการปรับเปลี่ยน และเสริมสร้างความเข้มแข็งในทุกด้าน ทุกยุคทุกสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของที่สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต รวมทั้งยังต่อยอดไปสู่อนาคตอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และในปัจจุบันสิ่งจำเป็นที่มนุษย์พึงกระทำก็คือการพัฒนาสังคมให้เกิดความเจริญก้าวหน้า และก้าวทันต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นอยู่เสมอ แต่...จากการพัฒนานี้เองก็อาจจะเป็นส่วนเสียที่สะสมจนอาจจะไปลดทอนความยั่งยืนที่ตั้งใจอยู่ก็เป็นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;...หลายครั้งที่หลายกิจกรรมของมนุษย์สร้างผลกระทบอย่างมากต่อการคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติ หรือส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งขยะล้นเมือง อากาศเป็นพิษ โลกร้อน และอีกหลายๆ เหตุการณ์ที่ทำให้มนุษย์ต้องย้อนกลับมาทบทวนในสิ่งที่จะเดินหน้าต่อ จนทำให้เกิดรูปแบบการพัฒนาสังคมอย่าง &amp;ldquo;ยั่งยืน&amp;rdquo; ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ภาคธุรกิจก็จะต้องมีการปรับแผนการดำเนินการครั้งใหญ่ให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของสังคมได้อีกครั้ง โดยยึดโจทย์หลักในการพัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อที่จะสามารถดูแลทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมไปควบคู่กัน และด้วยเป้าหมายที่เปลี่ยนไปนี้ หนึ่งในองค์กรที่สามารถปรับตัวและมุ่งมั่นที่จะใช้โจทย์ในการทำงานดังกล่าวมาเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจก็คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย นายอรรถพล เปิดเผยภายในการเสวนาในงาน Youth Charge The Kickoff ว่า ปตท. มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนไป รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติเอง ทำให้บริษัทต้องยกเครื่องใหม่ ชูวิสัยทัศน์การทำงานให้ตอบโจทย์กับเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งมุ่งมั่นว่าเราจะเป็นจะเป็นพลังงานที่ขับเคลื่อนทุกชีวิต ผู้คน ชุมชน สังคม ประเทศ หรือโลก ด้วยพลังแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด หรือพลังงานทดแทน ที่ ปตท. ได้เข้าไปดำเนินการเรื่องนี้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;Powering Life with Future Energy and Beyond&amp;rdquo; วิสัยทัศน์ที่สะท้อนถึงความยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต และเติบโตในธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยธุรกิจใหม่ในที่นี้ เห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ปตท. มีการดำเนินงานพัฒนาในธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่อย่างเต็มตัว รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาดำเนินธุรกิจหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาวด์เซอร์วิส และโดรน ด้วยความมุ่งมั่นนี้เองจึงได้จัดตั้ง บริษัท พีทีที เรส จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจดังกล่าวให้ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้จากการดำเนินในธุรกิจใหม่ๆ ยังรวมไปถึงธุรกิจอื่นที่มีส่วนในการขับเคลื่อนให้วิถีชีวิตของคนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนมากขึ้น อาทิ อุปกรณ์การแพทย์ ผลิตยารักษามะเร็ง โดยใช้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเข้ามาร่วมพัฒนา โดยตั้งเป้าจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและเชื่อมโยงสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าวว่า ปัจจุบัน ปตท. มีการแบ่งแผนการทำงานของบริษัทเป็น 2 ฉบับ ฉบับแรกคือการดำเนินงานในด้านธุรกิจที่จะสามารถสร้างผลกำไรและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นได้อย่างเข้มแข็ง รวมถึงสร้างรายได้ให้กับประเทศในนามของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่อีกฉบับหนึ่งคือเดินหน้าเรื่องยกระดับคุณภาพชีวิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เพราะเชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนของการดำเนินงานมีความสำคัญ และการเข้าไปส่งเสริมชุมชนหรือสังคมด้วยการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น จะสามารถสร้างอนาคต สร้างโลกให้ดีขึ้นรองรับการเติบโตของเยาวชนรุ่นใหม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความสำคัญด้านเทคโนโลยี เป็นส่วนสำคัญที่ ปตท. เห็นว่าจะเข้ามาตอบสนองความต้องการที่จะพัฒนาสังคมควบคู่ไปกับความยั่งยืนได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิจิทัล เอไอ โรโบติกส์ แต่สิ่งสำคัญที่สังคมไทยจำเป็นจะต้องทำคือ &amp;ldquo;การเรียนรู้ทำความเข้าใจในเทคโนโลยี จนสามารถนำมาสร้างประโยชน์และประยุกต์ใช้กับแนวทางการพัฒนาในอนาคตให้ได้มากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ไบโอเทคโนโลยี&amp;rdquo; ที่เป็นการพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่แล้วแต่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยต่อยอดให้เป็นสิ่งใหม่ๆ เชื่อว่าจะเป็นส่วนที่จะสร้างความเจริญและความยั่งยืนให้กับสังคมได้อย่างดี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพราะหากไบโอเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาอย่างดี จะสามารถไปตอบสนองกับปัจจัย 2 อย่างที่สำคัญต่อชีวิตมนุษย์ คือ อาหาร และ ยารักษาโรค ได้ทันที!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และตลอดเวลาที่ผ่านมา ปตท. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์เสมอมา โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนที่จะมาเป็นอนาคตของโลกได้ โดยการสนับสนุนกับโรงเรียนระดับทั่วไป ให้มีการเรียนการสอนทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เป็นการสนับสนุนทั้งเงินทุน องค์ความรู้ หรือจัดโครงการต่างๆ ขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการดำเนินงานหลักของ ปตท. เองก็ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) เพื่อคัดเลือกเยาวชนที่มีความสนใจและมีความถนัดในเรื่องดังกล่าวเข้ามาเรียนรู้เสริมพัฒนาการในระดับมัธยมปลาย ขณะเดียวกันในระดับมหาวิทยาลัยก็ได้มีการจัดตั้ง สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ขึ้นเพื่อจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอก ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของสังคมได้อย่างดีที่สุด เนื่องจากการเรียนดังกล่าวจะมุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานวิจัยชั้นสูงที่สามารถก่อให้เกิดนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ตอบโจทย์การพัฒนา เพื่อให้กลายเป็นนักวิจัยและสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ในภาคส่วนของด้านการพัฒนาบุคลากร &amp;ldquo;สถาบันนวัตกรรม ปตท.&amp;rdquo; ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะสามารถตอบได้ว่า ปตท. มุ่งมั่นเรื่องนี้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องจากมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นเวทีให้กับคนทำงานรุ่นใหม่ ให้สามารถแสดงความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และการสนับสนุนเชิงเทคนิคครอบคลุมอย่างครบวงจรได้อย่างเต็มที่ โดยดำเนินงานวิจัยและพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลายและครอบคลุม เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และพลังงานทางเลือก ให้มีคุณภาพสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จึงตอบได้ว่าการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคน สังคม ประเทศ หรือโลก ต้องไม่ใช่การใช้ทรัพยากรในอนาคตโดยไม่ไตร่ตรองอย่างแน่นอน แต่โจทย์สำคัญคือต้องมีแผนดำเนินงานในทุกมิติอย่างชัดเจนและครอบคลุม โดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และความร่วมมือจากหลายๆ ด้านเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งเชื่อมั่นได้เลยว่าจุดนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยจะก้าวข้ามวิกฤต หรือความล้มเหลวได้ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117393</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI, KVIS, Powering Life with Future Energy and Beyond, VISTEC, Youth Charge The Kickoff, การพัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน, กิจกรรมของมนุษย์สร้างผลกระทบ, ความล้มเหลวของสังคม, ธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที เรส จำกัด, ปตท., ยั่งยืน, วิสัยทัศน์, สถาบันวิทยสิริเมธี, โรงเรียนกำเนิดวิทย์, ไบโอเทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149820f307e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาก AI ทำให้คนตกงาน ควรจะแจกเงินทุกบ้านไหม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าหุ่นยนต์มาทดแทนคนได้จริงๆ อนาคตคนก็จะตกงานกันเป็นทิวแถว สังคมจะตั้งรับปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอันรุนแรงนี้ได้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหานี้คือ การให้รัฐบาลแจกเงินทุกคนในวัยทำงานเป็นรายได้ประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวคิดนี้มีชื่อว่า Universal Basic Income (UBI) ซึ่งมีความน่าสนใจไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอนี้เป็น &amp;quot;ประชานิยมสุดขั้ว&amp;quot; หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเป็น &amp;quot;ทางออกสำหรับในยุคที่หุ่นยนต์และ AI จะมาแย่งงานคน&amp;quot; ใช่ไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มมะกันเชื้อสายจีนคนหนึ่งชื่อ Andrew Yang ถึงขั้นประกาศเสนอตัวเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในนามพรรคเดโมแครตด้วยนโยบาย UBI เป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าถ้าเขาเป็นผู้นำสหรัฐฯ จะแจกทุกคนที่อายุเกิน 18 เดือนละ 1,000 เหรียญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินก้อนนี้ถือว่าเป็น &amp;quot;รายได้พื้นฐานสากล&amp;quot; ที่รัฐพึงจะมอบแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนละ 1,000 เหรียญไม่ได้มากพอที่จะทำให้ไม่ต้องทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ไม่น้อยเกินไปสำหรับการอยู่รอดไปวันๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหากคนต้องตกงานด้วยสาเหตุเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องแจกเงินรายได้ขั้นต่ำให้ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเอาเงินมาจากไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่เชื่อในหลักการนี้เสนอว่าเงินก็ควรจะเก็บภาษีจากบริษัทต่างๆ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะใช้หุ่นยนต์หรือ AI มาทดแทนคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเก็บภาษีเพิ่มจากเศรษฐีทั้งหลายที่ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายเรื่องนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในหลายประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นจำนวนเงินที่จะแจกนั้นควรจะมากน้อยแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนเสนอว่า &amp;quot;รายได้ขั้นพื้นฐาน&amp;quot; ที่จะแจกนั้นไม่ควรจะมากเกินไป ควรอยู่ในระดับที่ยังให้ผู้ได้รับยังต้องพยายามหางานทำอยู่ ไม่ใช่ได้เงินประจำเดือนมากพอที่จะทิ้งงานทิ้งการ ใช้ชีวิตอย่างไร้เป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อีกบางคนก็มีความเห็นว่ารายได้ขั้นพื้นฐานที่จะแจกให้ทุกคนนั้น ควรจะมากพอที่จะทำให้ผู้คนไม่ต้องกังวลต่อการยังชีพวันต่อวัน เพื่อว่าจะได้ใช้เวลาว่างและความมั่นคงของรายได้นี้ไปคิดอะไรที่สร้างสรรค์และทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่สนับสนุนแนวคิดนี้บอกว่าเมื่อหุ่นยนต์สามารถทำงานแทนคนได้จำนวนมากพอ สังคมมนุษย์ก็จะก้าวเข้าสู่สภาวะ &amp;quot;สังคมสุขนิยม&amp;quot; หรือ leisure society&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสังคมใหม่เช่นนี้คนก็ไม่จำเป็นต้องเครียดกับการต้อง &amp;quot;ทำมาหากิน&amp;quot; อีกต่อไป ใช้เวลาว่างนั้นทำสิ่งที่ตนเองมีความชอบอย่างมีความสุข ไม่ต้องป็น &amp;quot;ทาส&amp;quot; ของระบบเศรษฐกิจ &amp;quot;ใครมือยาวสาวได้สาวเอา&amp;quot; อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงวิธีคิดเรื่อง UBI นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อเมริกาสมัยประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน หรือแม้กระทั่งนักต่อสู้เพื่อคนผิวดำอย่างมาร์ติน ลูเธอร์ &amp;nbsp;คิงก็เคยนำเสนอนโยบายเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในช่วงจังหวะนั้น เจตนาของการเสนอแนวคิดนี้ก็เพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของชนชั้นล่างในสังคมอเมริกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงนิกสันเกือบจะประกาศนโยบายแจกเงินทุกครอบครัวให้พ้น &amp;quot;เส้นแห่งความยากจน&amp;quot; เพื่อสร้างความนิยมให้ตัวเอง แต่ร่างกฎหมายนั้นไม่ผ่านสภา ทำให้หัวข้อนี้หายไปจากเวทีถกแถลงทางการเมืองอยู่พักใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อหรือไม่ว่าความคิดนี้ได้รับการฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ในแวดวงผู้ประกอบการนวัตกรรมยุคดิจิตอลใน &amp;nbsp;Silicon Valley โดยที่เจ้าของ startups อย่างนาย Sam Altman ของบริษัท Y Combinator และ Chris &amp;nbsp;Hughes ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊กที่ประกาศให้ทุนวิจัยเพื่อทำโครงการนำร่องแจกเงิน UBI อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสนใจของ Silicon Valley ต่อแนวคิด &amp;quot;รายได้พื้นฐานสากล&amp;quot; ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องการแก้ปัญหาความยากจนเหมือนในอดีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นการวางแนวทางเพื่อการแก้ปัญหาคนตกงานอันเกิดจากการใช้หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ &amp;nbsp;(AI) ที่มีสัญญาณว่าจะทำให้คนตกงานกันอย่างกว้างขวางในหลายๆ อาชีพซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาของสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบาย UBI จะเกิดได้จริงหรือไม่ก็ตาม แต่การถกแถลงแนวทางการตั้งรับปัญหาคนว่างงานเพราะเทคโนโลยีกำลังเป็นหัวข้อร้อนแรงทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเราก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น...หากนักการเมืองของเรามีวิสัยทัศน์ยาวไกลเพียงพอ!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34828</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI, Universal Basic Income (UBI), กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ้ย!คิดแล้วเศร้ามากครับ!&#039;เหวง&#039;เหน็บประเทศไทย โลกไปสู่ยุคAIแล้ว แต่เรายังคำนวนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไม่เป็น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.62-นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า น่าเศร้ามากสำหรับประเทศไทย อารยะประเทศทั่วโลกกำลังเร่งไปสู่ยุค AI แล้วครับ ของเรายังคำนวนสส.ปาร์ตี้ลิสต์ไม่เป็น แค่ใช้บัญญัติไตรยางค์ธรรมดานะครับ ไม่รู้มีวาระซ่อนเร้น เพียงเพื่อเอาชนะกันเท่านั้นหรือเปล่าครับ? แล้วอนาคตของชาติจะอยู่ที่ไหนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วพวกที่กำหนดบงการยุทธศาสตร์ชาติ20ปี เขาเล็งเห็นไหมครับว่า AIจะมาเปลี่ยนชีวิตทั้งหมดเลยครับ แล้วนี่เขียนบังคับบงการให้รัฐบาลทุกชุดที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนต้องทำตาม ไม่ทำตามมีโทษทั้งอาญาแพ่งวินัย โอ้ย!คิดแล้วเศร้ามากครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33769</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI, น.พ.เหวง โตจิราการ, ยุทธศาสตร์ 20 ปี, สูตรคำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb2c2ef2ae9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5G: เมื่อหุ่นยนต์ใกล้ ความเป็นมนุษย์มากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ก่อนผมขึ้นเวทีกับผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ด้านเพื่อวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่จะเกิดขึ้นเมื่อประเทศไทยใช้เทคโนโลยี 5G ในปี 2563 ตามกำหนดของ กสทช. ภาพที่เห็นจะมีความน่าตื่นเต้นสำหรับทุกวงการ และความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะตามมาจะพลิกโฉมของธุรกิจเกือบทุกประเภท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือมันจะมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อน พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมการ กสทช.ที่เพิ่งกระโดดเข้าสู่การเมืองส่งข้อความนี้มาให้ผม เป็นการอธิบายถึงผลจาก 5G ที่คนไทยจะต้องรับรู้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอนำมาเล่าต่อให้อ่านเพื่อเป็นการปูพื้นเรื่องราวที่ผมจะเขียนในหัวข้อนี้ในวันข้างหน้า ดร.เศรษฐพงค์เขียนไว้อย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยุค 5G หุ่นยนต์และมนุษย์จะทำงานร่วมกันในโรงงาน ซึ่งในโรงงานจะทำหน้าที่เหมือนวงออเครสตรา มากกว่าจะเป็นเพียงกลุ่มของสายการผลิตที่มีเครื่องจักร มนุษย์ และหุ่นยนต์ที่ต่างก็มีบทบาทแตกต่างกัน แต่กลับมาทำงานร่วมกัน พื้นโรงงานจะเป็นแบบไดนามิก และปรับแต่งใหม่ได้ เพื่อให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่จะผลิตขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ่นยนต์ที่มีเซนเซอร์นำทางจะสามารถเคลื่อนที่จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งได้ โดยไม่มีการชนกันด้วยความเร็วในการส่งข้อมูลของ 5G ที่เร็วกว่า 4G ถึง 100 เท่า และมีความหน่วงเวลา &amp;nbsp;(delay) ต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ่นยนต์จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์ เพื่อความปลอดภัยและสั่งการ ซึ่ง 5G ไม่ได้สำคัญแค่เรื่องความเร็ว แต่จะมีการเพิ่มจำนวนเครือข่ายที่สามารถเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น และสามารถรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ Internet of Things ได้ถึงล้านล้านอุปกรณ์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน 5G Infrastructure Public Private Partnership ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มร่วมกันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในยุโรปและ EU
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5G จะทำงานได้ดีสำหรับทั้งการสื่อสารในระยะสั้นและระยะไกล สนับสนุนคุณสมบัติด้านความปลอดภัย และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทางเทคนิคแล้ว 5G จะสามารถใช้งานได้โดยใช้พลังงานเพียงแค่หนึ่งในพันของพลังงานที่ใช้โดย 4G และแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าเดิม ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในเรื่องการบำรุงรักษาและเหมาะกับการใช้ในโรงงานที่มีเครื่องจักรอัตโนมัติที่ซับซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้ว่าโรงงานแห่งอนาคตในยุค 5G ยังไม่ได้เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ณ วันนี้ก็ตาม แต่หุ่นยนต์ที่มีการใช้งานอยู่แล้วจะสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ประมวลผลที่มีราคาไม่แพง เซ็นเซอร์ที่สามารถจับภาพและเก็บข้อมูลจำนวนมากและอัลกอริธึมการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน และเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังมารวมกันเพื่อสร้างเครื่องจักรที่เรียนรู้ได้ (Machine Learning) ภายใน 2 ปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของ PricewaterhouseCoopers ในอนาคตหุ่นยนต์จะได้รับการฝึกและเรียนรู้ โดยใช้ทรัพยากรสำหรับการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง (Deep Learning) ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) &amp;nbsp;ขั้นสูงบนระบบคลาวด์ โดยในอนาคตโรงงานจะมีหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ด้วยการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องจักรบางชิ้นจะประมวลผลข้อมูลของตัวเอง ที่หนึ่งรอบเวลาที่ใช้ในการทำงานสำเร็จหนึ่งงานจะใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิวินาที เครื่องจักรจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลสตรีมมิง ในขั้นตอนนี้เรียกว่า &amp;nbsp;Edge computing ที่จะสามารถทำการวินิจฉัยด้วยตนเองและตัดสินใจกำหนดค่าใหม่ได้เองภายใต้กรอบนโยบายและกฎในการผลิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยุค 5G เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) จะช่วยให้มนุษย์สามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาด โดยการสวมเลนส์ AR ทำให้คนในไลน์การผลิตที่ยังคงมีอยู่สามารถเข้าถึงข้อกำหนดและคำแนะนำต่างๆ โดยละเอียด ช่วยลดเวลาในการฝึกอบรมและช่วยให้พวกเขาสามารถทำงานอย่างอื่นได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริษัท Lockheed Martin คนงานก็กำลังใช้ AR เพื่อสร้างเครื่องบินเจ็ต F-35 ด้วยการแสดงผลบนกระจกแว่นตาที่พวกเขาสวมใส่ ทำให้เห็นได้ว่าแต่ละชิ้นส่วนควรวางตำแหน่งใด ทำให้เพิ่มผลผลิตได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มความแม่นยำขึ้นถึง 96 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในโรงงานแห่งอนาคต ทีมงานฝ่ายสนับสนุนจะมีการใช้ AR เพื่อตรวจสอบกระบวนการแบบเรียลไทม์ ที่จะสามารถมองเห็นได้เช่นเดียวกับที่คนงานมองเห็นผ่านแว่นตา AR และจะได้ให้คำแนะนำในการแก้ไขหรือสั่งงานได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยุคระบบสื่อสารบรอดแบนด์เคลื่อนที่ 5G จะเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของรูปแบบธุรกิจในอนาคต ซึ่งซัพพลายเออร์จำนวนมากกำลังสร้างอุปกรณ์ 5G ซึ่งจะช่วยผลักดันการแข่งขันและสร้างประสิทธิภาพด้านต้นทุน โดยจะมีมาตรฐานออกมาและใช้งานในเชิงพาณิชย์ภายใน 2020
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทด้านโทรคมนาคมทุกวันนี้ให้บริการโดยตรงกับลูกค้าที่เป็นผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ในการทำงานกับโรงงาน พวกเขาอาจจะต้องทำข้อตกลงกับบุคคลที่สามที่เป็นบริษัทผู้ติดตั้งระบบ อย่างเช่น &amp;nbsp;Huawai, Cisco, Sigfox, NEC เป็นต้น จึงทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า Mobile operators จะต้องเปลี่ยน business model ในยุค 5G ในอนาคตอันใกล้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นในยุค 5G ระบบสื่อสารเคลื่อนที่จะมีบทบาทที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะเข้าไปมีบทบาทในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมาก โดยจะทำให้เกิดการปฏิวัติการผลิตสินค้าให้เป็นแบบ M2M และ M2H &amp;nbsp;อย่างแน่นอน และมันจะเป็นตัวเร่งทำให้เกิดแพลตฟอร์ม IoT และ robotics ที่เติบโตขึ้นทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เห็นภาพอย่างนี้แล้วหากคนไทยไม่รีบปรับตัวให้ทันก็จะตกอยู่ในสภาพ &amp;quot;ซอมบี&amp;quot; แห่งโลกดิจิทัลได้เลย!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23185</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI, Augmented Reality (AR), กาแฟดำ, บริษัท Lockheed Martin, พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไมโครซอฟท์ฟันธงปี63 ธุรกิจไทยกว่า 85%ใช้&#039;ปัญญาประดิษฐ์&#039;ทำงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์ เผยแทบทุกอุตสาหกรรมในเมืองไทย พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจของตนเองผ่านการใช้งาน AI มากขึ้น ชี้เทคโนโนลีไม่ได้แทนมนุษย์ แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้คาดการณ์กันว่ามากว่า 40% ของกระบวนการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ภายในปี 2562 บทบาทของ &amp;nbsp;AI จะเข้ามาสนับสนุนด้วย โดยในปี 2563 มองว่าจะมีองค์กรถึง 85% ที่นำ AI มาประยุกต์ใช้งานอีกด้วย ในส่วนของบริษัทยังเห็นว่าแอปพลิเคชันกว่า 50% ในตลาด จะนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อใช้งานในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งภายในสิ้นปี 2561 นี้ ส่วนการใช้บอทและ AI ติดต่อสื่อสารกับลูกค้านั้น มีแนวโน้มที่จะแพร่หลายขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจคิดเป็นอัตราส่วนถึง 95% ของการสนทนากับลูกค้าในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความต้องการของประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว ไม่แตกต่างจากหลายประเทศทั่วโลก จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการหลายราย เริ่มให้ความสำคัญกับ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจแล้วเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคของการเงินการธนาคาร ประกัน โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และระบบขนส่ง หรือแทบจะทุกภาคอุตสาหกรรมที่ &amp;nbsp;AI เข้ามาขับเคลื่อนการทำงานขององค์กรตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยที่ทำให้ AI แพร่หลายมากขึ้น ประกอบด้วย 1.ทรัพยากรข้อมูล กลไก และแนวทางในการค้นหา คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มากมาย 2.บุคลากร ความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์หรือประยุกต์ใช้ข้อมูลในรูปแบบที่เกิดประโยชน์กับองค์กร ผู้ใช้งาน หรือสังคม และ 3. ความเข้าใจ นอกจากทักษะและความเข้าใจเชิงเทคนิคของผู้พัฒนา AI เองแล้ว ความไว้เนื้อเชื่อใจในเทคโนโลยี AI และความมั่นใจในประสิทธิภาพหรือความแม่นยำของระบบก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า การใช้งาน AI อย่างแพร่หลาย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการวางมาตรฐานที่ชัดเจนในด้านความปลอดภัยของข้อมูล ความโปร่งใสในการทำงาน และความรับผิดชอบของผู้พัฒนา เป็นต้น โดยการพัฒนา AI จะต้องมีวัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมให้มนุษย์สามารถทำงานได้ดีขึ้น มากขึ้น หรือทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่มนุษย์แต่อย่างใด จากแนวโน้มของตลาดเมืองไทยสะท้อนให้เห็นการก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทวางโพซิชั่นนิ่งไว้ด้วยกัน 3 อย่าง คือ 1. AI Platform 2. Intelligent Products และ3. AI Business Solutions โดยบริษัทมองว่าแม้ความต้องการที่อยากพัฒนาอะไรใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในเมืองไทยจะมีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องของทักษะหรือความสามารถของคนยังเป็นความท้าทายอยู่ไม่ใช่น้อย จึงต้องมีความร่วมมือกันเพื่อส่งเสริม รองรับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10074</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI, ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน, ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์, ปัญญาประดิษฐ์, เอไอ, ไมโครซอฟท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0994f7c5f87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
