<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เนคเทค สร้างแพลตฟอร์ม&quot; AI for Thai&quot;มีระบบภาษา จดจำใบหน้า ฯลฯรองรับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;9ก.ย.62-กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค-สวทช. เปิดตัว AI FOR THAI : Thai AI Service Platform หรือแพลตฟอร์มเอไอสัญชาติไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจาก CAT INET pantip.com และ KBTG มุ่งหวังให้เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมและบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า &amp;nbsp;การสร้างคนในศตวรรษที่ 20 ซึ่งต้องมาจากการสร้างองค์ความด้านวิจัยและนวัตกรรมของตนเอง ทำให้ต้องมีการปฏิรูปความรู้ขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งภารกิจของเนคเทคจะเชื่อมโยงเข้ากับทุกยุทธศาสตร์ของอว. ในปัจจุบันเราก้าวข้ามยุคของคอมพิวเตอร์ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ การพัฒนาเอไออย่างชัดเจน การสอนให้เด็กและเยาวชนเข้าใจในเรื่องของเอไอ หรือการสร้างความเข้าใจในการนำเอไอไปใช้ในการทำงาน และการคำนึงถึงจริยธรรม เพื่อสร้างรากฐานด้านเทคโนโลยีในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ &amp;nbsp;เนคเทค-สวทช. กล่าวว่า &amp;nbsp;กล่าวว่า การเติบโตของเอไอในปัจจุบันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคต คาดว่า ในปี 2030 &amp;nbsp;เอเชียแปซิฟิก ที่ไม่รวมประเทศจีน จะมีอุตสาหกรรมเอไอที่สร้างผลกระทบได้ในมูลค่าถึง 0.9 ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ &amp;nbsp;ถ้าหากเป็นส่วนของประเทศจีนจะมีมูลค่า 7 &amp;nbsp;ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ สำหรับประเทศไทยในการจัดอันดับดัชนีความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) โลก อยู่ในอันดับที่ 56 จากทั้งหมด 194 ประเทศ ขณะที่ อันดับที่ 1 คือ สิงคโปร์ โดยข้อมูลจาก Oxford Insights ระบุว่า &amp;nbsp;1.เครื่องมือที่เหมาะสมกับโจทย์ของไทย 2.งบลงทุนช่วงแรก 3.บุคลากรด้านเอไอขาดแคลน 4.ข้อมูลซึ่งเป็นหัวใจการแข่งขัน ทั้งหมดจึงเป็นสาระสำคัญในการพัฒนาเอไอ ทำให้เกิดการรวบรวมผลงานวิจัยและพัฒนาทางด้าน AI ภายใต้กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ &amp;nbsp; ประกอบไปด้วยงานทางด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติของภาษาไทย, งานด้านการเข้าใจภาพในบริบทของความเป็นไทยและงานด้านการรู้จำและสร้างเสียงพูดภาษาไทย สู่การพัฒนาเป็น AI for Thai
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ชัย กล่าวต่อว่า สำหรับ AI for Thai ได้รับการพัฒนามากว่า 20 ปี ที่มีจุดเด่น คือ มีบริการให้พร้อมเรียกใช้งาน ช่วยให้สามารถต่อยอดสร้างสรรค์แอพพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว ทดสอบการใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นแบบ limited free service สำหรับ APIs &amp;amp; Service ที่เข้ามาให้บริการบนแพลตฟอร์ม ตรงตามบริบทคนไทย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Language จะมีส่วนในการประมวลภาษา แนะนำป้ายกำกับ แปลภาษา วิเคราะห์ความคิดเห็น , Vision ที่ทั่วโลกพัฒนา แต่ในส่วนนี้จะมีการแปลงภาพอักษรเป็นข้อความ รู้จำวัตถุ วิเคราะห์ใบหน้า วิเคราะห์บุคคล และ Conversation ในการประมวลผลเสียง ที่จะเแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ หรือแปลงข้อความเป็นเสียงพูด รองรับภาษาไทยปนอังกฤษ &amp;nbsp;และสร้างแช็ตบอกซ์ &amp;nbsp;ที่พร้อมให้ใช้งานในรูปแบบ Web Service หรือ API ซึ่งใน 1 แอคเคาท์ จะสามารถใช้งานได้ 500 ทรานแซกชั่น ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบริการด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ชัย เสริมว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมาย อาทิ นักพัฒนาระบบ ผู้ประกอบการบริษัท SME และ Start up และบริษัทอื่นๆ อย่าง ภาคธุรกิจกลุ่มค้าปลีก (Retail) ใช้ Chatbot โต้ตอบเพื่อตอบคำถาม ให้บริการแก่ลูกค้าแทนพนักงาน กลุ่มโลจิสติกส์ ใช้ระบบรู้จำใบหน้า (Face Recognition) เพื่อตรวจจับใบหน้าของพนักงานขับรถ ว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ ด้านการแพทย์ก็เริ่มใช้ AI มาวิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงของโรคส่วนบุคคล หรือการอ่านฟิล์ม X-rays แทนมนุษย์ เป็นต้น ด้านการท่องเที่ยว สามารถใช้ AI แปลภาษาและสามารถวิเคราะห์รูปอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวจากภาพถ่าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีเครื่องมือพัฒนาบุคลากรเอไอเชิงลึก และตรงกับโจทย์ของคนไทย นักวิจัย นักพัฒนา นักศึกษา สามารถนำเอไอมาเปิดบริการทดสอบ สตาร์ทอัพ/เอสเอ็มอี เชื่อมต่อไปทดสอบสร้างนวัตกรรมได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ด้านภาคอุตสาหกรรมมี s-curve ด้านเอไอแบบก้าวกระโดน ประเทศลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าและไม่เป็นเพียงผู้ใช้พื้นฐานอีกต่อไป หลังจากการเปิดตัวนี้ก็อยากจะเห็น นโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์ ที่ชัดเจนมากขึ้น หรือการเผยแพร่ข้อมูลการสร้างเอไอ และบุคคลากรด้านเอไอทั่วประเทศที่อาจจะมีเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันมีเพียง 200 คน&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ เนคเทค-สวทช. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บนเวทีบรรยายยังมีการแนะนำ นักข่าวเอไอ คือ สุทธิชัย หยุ่น เพื่อให้เห็นภาพการทำงานของ AI for Thai มากขึ้น &amp;nbsp;โดยมีการสื่อสารเพื่อให้เห็นการทำงาน ซึ่งการพัฒนาตรงนี้จะช่วยการทำงานของนักข่าวในการนำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ถูกต้อง ทุกที่ และยังเป็นเสียงและลีลาท่าทางจริง ช่วยลดช่องว่างการรับข่าวสารของประชาชน โดยการรายงานข่าวเป็นภาษาถิ่นภาคต่างๆ ได้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการนำเสนอผลงานวิจัยและการประยุกต์ใช้งาน และกิจกรรมเสวนาในหัวข้อที่น่าสนใจ เพื่อเป็นเวทีนำเสนอแนวโน้มของเทคโนโลยี ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจสามารถใช้งานได้ที่ www.aiforthai.in.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45350</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI For Thai, ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย, สวทช., อว., เนคเทค, แพลตฟอร์มรองรับการใช้งานเอไอในประเทศ](</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d7623591e4f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
