<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดราคาแพ็ก  Disney+ Hotstar ดูหนังตาแฉะ เดือนละ 99 บาท ลูกค้า AIS จ่ายเพียง 35 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 &amp;nbsp;มิถุนายน 2564 นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า &amp;ldquo;ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มีคลื่นมากสุด พร้อมด้วยโครงข่าย 5G และ ไฟเบอร์ซึ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน ด้วยเหตุนี้ เราจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความวางใจจากดิสนีย์ให้เป็นผู้ให้บริการ Disney+ Hotstar ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน โดยมีแพ็คเกจพิเศษสำหรับลูกค้า AIS เราคาดหวังว่าภาพยนตร์และรายการที่เป็นที่ชื่นชอบจากแบรนด์ชื่อดังอย่างดิสนีย์ จะสามารถมอบห้วงเวลาแห่งความสบาย ความสุข และ แรงบันดาลใจ ให้กับผู้ชมของเราท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พิเศษสำหรับลูกค้า AIS ในช่วง Early Bird ตั้งแต่วันที่ 8 - 27 มิถุนายนนี้ สามารถสมัครสมาชิก Disney+ Hotstar ในราคาพิเศษ เพียงเดือนละ 35 บาท (จากราคาปกติเดือนละ 99 บาท) และพร้อมรับสิทธิเพิ่มอีก 1 เดือน ที่ โทร *111 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และค้นหาข้อเสนอพิเศษอื่นๆ ที่ www.ais.th/disney&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดวิด ชิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ใน ไต้หวัน ฮ่องกง และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ไม่รวมอินโดนีเซีย) กล่าวว่า &amp;ldquo;หนึ่งในเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวัฒนธรรมไทยคือความรักในความบันเทิงที่มีร่วมกัน และเรารู้สึกตื่นเต้นที่การเปิดตัว Disney+ Hotstar ในประเทศไทย จะมอบสิ่งที่มากกว่าการได้รับชมความบันเทิงให้กับผู้ชม ด้วยการร่วมมือกับ AIS 5G ผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัลอันดับ 1 ของประเทศไทย บริการนี้จะเชื่อมโยงเรื่องเล่าที่ทรงพลังจากแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของเรา เข้ากับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันจากสตูดิโอชั้นนำในประเทศไทย เราคาดหวังว่าผู้บริโภคจะสนุกกับประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีที่สุดของเรา ที่มีรูปแบบเนื้อหาที่น่าสนใจ และพร้อมส่งมอบให้กับผู้ชมในทุกช่วงวัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Disney+ Hotstar คือบริการสตรีมมิ่งที่มีเนื้อหาทั้งจากระดับโลก เอเชีย และ จากไทย รวมเอาทั้งภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดระดับบล็อคบัสเตอร์ และ เนื้อหาระดับรางวัลจาก Disney, Marvel, Star Wars, Pixar, National Geographic, FX, 20th Century Studios และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงเนื้อหาจากสตูดิโอชั้นในประเทศ และรายการยอดนิยมในภูมิภาค โดยให้บริการบนอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ Disney+ Hotstar ให้บริการภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชั่น เนื้อหาสั้นๆ และสารคดี โดยไม่มีโฆษณา รวมไปถึงซีรีส์ Loki, The Mandalorian, WandaVision and The Falcon and The Winter Soldier และภาพยนตร์อย่าง Avengers: Endgame, Luca, Ford v Ferrari, Terminator: Dark Fate, the Maze Runner franchise และ Frozen 2 Disney+ Hotstar ยังมีบริการซีรีส์และภาพยนตร์ทั้งจากเอเชีย และภายในประเทศ เช่น พี่มากพระโขนง, เฟรนด์โซน, น้อง.พี่.ที่รัก, ลัดดาแลนด์, ต้มยำกุ้ง, ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง, Extraordinary Siamese Story: Eng and Chang, Seobok, Ip Man 4: The Finale, The Deer and the Cauldron และอื่นๆ อีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมพร้อมรับประสบการณ์ความบันเทิงจาก AIS5G และ Disney+ Hotstar ได้ในวันพุธที่ 30 มิถุนายน 2564 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.th/disney&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105740</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS, Disney Hotstar, Disney+, Disney+ Hotstar, ปรัธนา ลีลพนัง, ราคาแพค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0264e19940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.เปิดแคมเปญ &#039;Travel We Care อยู่บ้าน ทำดีได้ สไตล์คุณ&#039;ชวนถ่ายคลิปผ่านTiktok </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 28 พ.ค. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญ &amp;ldquo;Travel We Care อยู่บ้าน ทำดีได้ สไตล์คุณ&amp;rdquo; โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. และนางศิวลี บูรณสงคราม หัวหน้าแผนกงานบริหารแบรนด์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด&amp;nbsp; (มหาชน) หรือเอไอเอส (AIS) ร่วมแถลงข่าวฯ ผ่านทางเฟสบุ๊กแฟนเพจ MGROnline Live ชวนคนไทยอยู่บ้านในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และร่วมสร้างสรรค์วิดีโอ ภายใต้คอนเซปต์ อยู่บ้าน ทำดีได้ สไตล์คุณ ส่งความรักให้สิ่งแวดล้อม เพิ่มสีเขียวให้โลกสวย ผ่านทางแอปพลิเคชัน Tiktok ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม &amp;ndash; 29 มิถุนายน 2564 พร้อมลุ้นเป็นผู้โชคดีได้เดินทางไปถ่ายทำ VDO VR 360&amp;deg; ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวไทย และลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัจจุบัน ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ททท. เข้าใจสถานการณ์และให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันโรค จึงร่วมกับ เอไอเอส จัดแคมเปญ &amp;ldquo; Travel We Care อยู่บ้าน ทำดีได้&amp;nbsp; สไตล์คุณ&amp;rdquo; รณรงค์ให้คนไทยอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เว้นระยะห่างทางสังคม ใช้ชีวิตแบบ New Normal เพื่อลดการระบาดของโควิด-19 ควบคู่กับสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism) ซึ่งสอดคล้องกับ BCG Model ของรัฐบาล เพื่อนำร่องผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้ฟื้นตัวอย่างแข็งแรงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต โดยเชิญชวนคนรุ่นใหม่ร่วมกิจกรรมออนไลน์สร้างสรรค์ถ่ายคลิปวิดีโอสั้น ความยาวไม่น้อยกว่า 15 วินาที ภายใต้คอนเซปต์ อยู่บ้าน ทำดีได้ สไตล์คุณ ส่งความรักให้สิ่งแวดล้อม เพิ่มสีเขียวให้โลกสวย ผ่านแอปพลิเคชัน Tiktok พร้อมติดแฮชแท็ก #TravelWeCare จากนั้นแชร์คลิปวิดีโอจากแอปฯ Tiktok ไป ยัง Facebook หรือ Instagram ของตัวเอง และติด #TravelWeCare พร้อมตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ (Public) ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2564 &amp;ndash; 29 มิถุนายน 2564
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;lสำหรับผู้โชคดี 1 ท่าน จะได้ร่วมเดินทางไปถ่ายทำ VDO VR 360&amp;deg; โปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวไทยที่ใต้สุดแดนสยาม จ.ยะลา สัมผัสแหล่งท่องเที่ยว Amazing ยิ่งกว่าเดิม พร้อมทั้งนำวิดีโอดังกล่าว เผยแพร่ผ่านช่องทางของ AIS โดยคนไทยทุกคนสามารถรับชมได้ผ่านแอปพลิเคชัน AIS 5G Play VR นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้ลุ้นรับรางวัลแพ็กเกจที่พักและแพ็กเกจสปา จำนวน 5 รางวัล บัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 100 บาท จำนวน 25 รางวัล และบัตรกำนัลกาแฟพันธุ์ไทย มูลค่า 100 บาท จำนวน 25 รางวัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางศิวลี บูรณสงคราม หัวหน้าแผนกงานบริหารแบรนด์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด&amp;nbsp; (มหาชน) กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้คนไทยไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ เอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการ Digital Life Service Provider ที่มีเครือข่าย 5G ที่มีคลื่นมากสุด มีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่คนไทยในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะในช่วง&amp;ldquo;อยู่บ้านหยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; จึงร่วมกับ ททท.เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมเป็น Content Creator เพื่อพัฒนา VR Content แบบ Unseen Thailand พร้อมพาคนไทยเปิดโลกประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยี 5G Virtual Reality ที่ทำให้เสมือนได้ท่องเที่ยวในสถานที่นั้นจริงๆ โดยผู้ชนะจากแคมเปญนี้จะได้ร่วมทริป และเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทำ เพื่อนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย โดยทุกคนสามารถรับชมได้ผ่านแอปพลิเคชัน AIS 5G Play VR&amp;nbsp; ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมสามารถศึกษารายละเอียดหรือสอบถามได้ที่ Tiktok : Amazing Thailand &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104519</URL_LINK>
                <HASHTAG>#TravelWeCare, AIS, ททท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0ef7e22668.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูจุดแกร่ง “ธนพงษ์” นำทัพ “เอไอเอส” เคียงข้างผู้ประกอบการไทย มุ่งสู่อุตสาหกรรม 4.0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วิกฤต COVID-19 ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างมาก โดยเฉพาะ SME ที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศ ดังนั้น เอไอเอสต้องให้ความสำคัญและจัดสรรรบริการและเทคโนโลยีที่จะนำให้พวกเขาอยู่รอด&amp;rdquo; หนึ่งในคำกล่าวสั้นๆ จาก นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา และเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ของ AIS SME ต้อนรับศักราชใหม่ในปี&amp;nbsp; 2564 เป็นอาวุธให้ผู้ประกอบการ SME ได้เลือกใช้อย่างครบเครื่อง กรุยทางสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การก้าวสู่ครอบครัวเอไอเอส นายธนพงษ์ ผู้ที่มีผลงานในธุรกิจและองค์กรชั้นนำ ทั้งในบริษัทที่มีธุรกิจอยู่ทั่วโลก หรือบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการด้านพลังงานและความยั่งยืนขององค์กรที่หลากหลาย มาเป็นระยะเวลา 29 ปี กับทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการจัดการทั่วไป การบริหารธุรกิจ การขายและการตลาด ในบริษัทชั้นนำ อาทิ ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้ บทบาทของนายธนพงษ์ ในเอไอเอส สำหรับการดูแลรับผิดชอบในการผลักดันกลยุทธ์ และบริหารธุรกิจเชิงพาณิชย์ในกลุ่มลูกค้าองค์กร และการสร้างความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ โดยการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดและนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในธุรกิจยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ภายในอุตสาหกรรมองค์กรต่างๆ เพื่อเสริมสร้างและเร่งให้เกิดแนวทางในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน เพื่อนำพาเอไอเอสและพันธมิตร ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) และเป็นกระบวนการ Digital Transformation ได้อย่างแข็งแกร่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพงษ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;วิสัยทัศน์ในการทำงาน จะแบ่งบริการออกเป็น 2&amp;nbsp; กลุ่ม คือ Telecom Services&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการติดต่อสื่อสาร และเครือข่ายขององค์กรต่างๆ จะซึ่งเน้นเรื่องคุณภาพที่ดีสำหรับองค์กร และการครอบคลุมพื้นที่ของทั้งเครือข่ายไร้สายและสายใยแก้วนำแสง และด้านการบริการ Digital Enabler สำหรับธุรกิจต่างๆ จะนำ Digital Technologies ไปประยุกต์ใช้กับยุค Digital Transformation และให้สอดคล้องกับการทำงานแบบ New normal เช่น ระบบIT, Cloud, IoT, Cyber Security, Digital Marketing รวมถึง เทคโนโลยี 5G ในอนาคต โดยจะนำเสนอการให้บริการและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่เป็น Large enterprises &amp;amp; SMEs เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกธุรกิจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึง โครงการแรกที่ทำในปีนี้ คือ การนำพา AIS SME สู่ดิจิทัล ว่า&amp;ldquo;วิกฤต COVID-19 ส่งผลกระทบกับภาคธุรกิจมาก โดยเฉพาะ SME ที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศกำลังได้รับผลอย่างหนักหน่วงรุนแรง ดังนั้น เอไอเอสและตนเองจึงมองเห็นช่องทางและเป้าหมายในการพัฒนาเอสเอ็มอีให้สอดรับกับวิถี New Normal โดยนำเครื่องมือดิจิทัลด้านต่างๆ มาช่วยผลักดันให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การมี Online Asset สำหรับติดต่อสื่อสาร, การทำ Digital Marketing เข้าถึงกลุ่มลูกค้าซึ่งความท้าทายในครั้งนี้คือ การสร้างโอกาสทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ (New Business Model)&amp;nbsp;ให้เอสเอ็มอี และคาดการณ์ว่า หากเอสเอ็มอีมีการปรับตัวตลาดในส่วนของ Online SME &amp;amp; Technology Startup จะมีการเติบโตต่อเนื่องแม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนต่อไปในการนำพาเอไอเอส สู่ Digital Transformation อย่างแข็งแกร่ง คือการให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้าทั้ง SMEและLarge Enterprise โดยการสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมต่างๆ ให้ประยุกต์ใช้ระบบ 5G ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การทำ Smart Manufacturing / Factory, Smart City รวมถึง Public Infrastructures ในกิจการท่าเรือหรือสนามบิน ซึ่งในปัจจุบันเอไอเอสได้มีการทดสอบและทดลองใช้ AIS 5G ในหลากหลายตัวอย่าง ซึ่งปัจจุบัน AIS มีความพร้อมทั้งในแง่สัญญาณ 5G ที่ครอบคลุมเต็มพื้นที่ 100% ในนิคมอุตสาหกรรม EEC รวมทั้ง มีความพร้อมทั้งในแง่ Solutions ที่ร่วมกับ Partners จากหลากหลายธุรกิจ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการใช้งาน 5G ในอนาค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91043</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS, ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย, อุตสาหกรรม 4.0, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fa766d6c48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอเอส และ กสทช. ลงพื้นที่ประสบภัย ขยายระยะเวลาชำระค่าบริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 กันยายน 2562: จากสถานการณ์อิทธิพลพายุโซนร้อนโพดุลที่ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง จนส่งผลให้มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะภาคอีสาน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการใช้ชีวิตของประชาชนจนถึงปัจจุบันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;AIS และ กสทช. &amp;nbsp;มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง จึงยังคงเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเตรียมความพร้อมทั้งด้านเครือข่าย อุปกรณ์ปั่นไฟ น้ำมัน และบุคลากร เพื่อดูแลเครือข่ายให้ยังคงพร้อมให้บริการติดต่อสื่อสารได้อย่างดีที่สุด พร้อมระดมทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลางและภูมิภาคเข้าดูแลสถานีฐานในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสถานการณ์พายุจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับลูกค้าเอไอเอส ที่ได้รับผลกระทบใน 8 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด, สกลนคร, มุกดาหาร, อุดรธานี, นครพนม, อำนาจเจริญ, กาฬสินธุ์ และยโสธร เอไอเอสจึงดำเนินการขยายระยะเวลาชำระค่าบริการสำหรับลูกค้ารายเดือนออกไปจนถึงวันที่ 8 กันยายน 2562 ส่วนลูกค้าระบบเติมเงินจะได้รับการขยายเวลาการใช้งานให้เพิ่มอีก 7 วัน โดยลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวจะได้รับ SMS ยืนยันอีกครั้ง และไม่จำเป็นต้องกด USSD ลงทะเบียนให้ยุ่งยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นับตั้งแต่เริ่มต้นสถานการณ์อุทกภัย เอไอเอสได้เข้าไปร่วมดูแลประชาชนในพื้นที่ พร้อมส่งมอบน้ำดื่มและถุงยังชีพให้กับหน่วยงาน และศูนย์ดูแลประชาชนในแต่ละพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44882</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS, กสทช., ขยายเวลาชำระบิล, น้ำท่วม, อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6dd0945e6c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลงตัว‘AIS-DTAC’แบ่งคลื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์สุดกร่อย เอไอเอส-ดีแทคสมานฉันท์เคาะเพิ่มคนละ 25 ล้านบาท จบอยู่ที่ใบละ 12,511 ล้านบาท ได้เงินเข้ารัฐอยู่ที่ 25,022 ล้านบาท &amp;quot;ฐากร&amp;quot; ย้ำ กสทช.ทำเต็มที่แล้ว มองไปข้างหน้าเตรียมความพร้อมคลื่น 5 จี ประกาศถือครองคลื่นความถี่ที่ได้รับจาก กสทช.มากที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เอไอเอสลั่นเป็นผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์ หลังถือครองคลื่นความถี่มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีผู้ประกอบการ 2 รายเข้าร่วม ได้แก่ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) บริษัทในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัทในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส โดยการประมูลเริ่มเคาะราคารอบแรกเวลา 10.00 น. โดยตัวแทนจากเอไอเอสเดินทางมาถึงเวลา 08.15 น. ส่วนดีแทคเดินทางมาถึงเวลา 08.30 น. โดยประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. เปิดเผยว่า &amp;nbsp;สำหรับการประมูลในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายอันดีของประเทศไทย ที่มีการจัดการประมูลก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการและการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การประมูล กำหนดให้ประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ รวม 45 เมกะเฮิรตซ์ &amp;nbsp;แบ่งออกเป็น 9 ใบอนุญาต ใบละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ผู้เข้าร่วมประมูลสามารถประมูลได้สูงสุด 4 ใบอนุญาต หรือ 20 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น โดยผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องเคาะครั้งแรกซึ่งเป็นราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 12,486 ล้านบาท และเคาะราคาจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 25 ล้านบาท หากผู้เข้าร่วมประมูลไม่มีการเคาะราคาจะถูกยึดหลักประกันตามหลักเกณฑ์การประมูล และภายหลังการประมูลเสร็จสิ้น จะมีการประกาศผลการประมูลภายใน 7 วัน โดย กสทช.จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามให้แก่ผู้เข้าร่วมการประมูล ภายหลังจากผู้เข้าร่วมการประมูลได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตอย่างครบถ้วนถูกต้องภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สำหรับการประมูลเริ่มเคาะราคารอบแรกเวลา 10.00 น. เพื่อยืนยันราคา 12,486 ล้านบาท มีการเคาะคนละ 1 ใบ รอบที่สองมีการเคาะราคาเพิ่ม 25 ล้านบาท ส่วนรอบที่สามและรอบที่สี่ไม่มีการเคาะราคาเพิ่ม ทำให้ราคาหยุดอยู่ที่ใบละ 12,511 ล้านบาท ในเวลา 11.20 น. รวมเงินในการประมูลอยู่ที่ 25,022 ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยทางเอไอเอสได้เลือกประมูลคลื่นในล็อตที่ 1 ที่เป็นคลื่น 1740-1745 MHz คู่กับ 1835-1840 MHz ส่วนทางดีแทคเลือกประมูลคลื่นล็อตที่ 2 1745-1750 MHz คู่กับ 1840-1845 MHz
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สุกิจกล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz &amp;nbsp;ซึ่งมีผู้ประกอบการ 2 รายเข้าร่วม ได้แก่ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ผลการประมูลปรากฏว่าทั้ง 2 รายได้ใบอนุญาตไปคนละ 1 ใบ จำนวนคนละ 5 MHz
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงสรุปการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ว่า ผลการประมูลในภาพรวมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ สำนักงานทำเต็มที่แล้ว กสทช.พยายามทำให้การถือครองคลื่นความถี่มีความเหมาะสมที่สุดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือ &amp;nbsp;กสทช.จะพิจารณาทบทวนเงื่อนไขการประมูลที่เหมาะสมต่อไป โดยสำนักงานได้ทำการศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลไว้หมดแล้ว โดยจะเสนอให้บอร์ดพิจารณา หากจะพิจารณาในประเด็นการถือครองคลื่นความถี่ของผู้ประกอบการถือว่ายังไม่เพียงพอที่จะเข้าสู่ 5 จี ซึ่ง กสทช.จะพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเสนอให้บอร์ดพิจารณาต่อไป เพื่อให้ผู้ประกอบการมีคลื่นความถี่เพียงพอที่จะเข้าสู่เทคโนโลยี 5 จี เพราะหากเข้าช้าเกินไปจะเกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) บริษัทในเครือเอไอเอส ซึ่งเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz และสามารถประมูลได้คลื่น 1800 MHz จำนวน 1 ใบอนุญาต จำนวน 5 MHz ด้วยมูลค่า 12,511 ล้านบาท ทำให้บริษัทถือเป็นผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์ที่ถือครองคลื่นความถี่ที่ได้รับจาก กสทช.มากที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รวมกับการใช้โรมมิงกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้มีคลื่นในการให้บริการมากถึง 60 MHz โดยเฉพาะคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่มีรวมกันถึง 20 MHz ทำให้ลูกค้ากว่า 40 ล้านเลขหมายทั่วประเทศได้รับประสบการณ์การใช้งานเพิ่มมากขึ้นในเรื่องคุณภาพทั้งบริการผ่านเสียงและบริการดาต้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐานเทคโนโลยี 4 จี ที่สำคัญเป็นการยกระดับความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในประเทศไทย เพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 การประมูลครั้งนี้ ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความถี่ 1800 MHz จำนวน 20 MHz ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยี 4 จี เพียงรายเดียวที่มีคลื่นความถี่ติดกันมากที่สุด ทำให้รองรับความเร็วของการใช้งานบริการดาต้าของลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือสามารถรองรับในปริมาณที่มากขึ้นด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำในตลาด รวมทั้งยังสามารถสร้างโอกาสและเตรียมความพร้อมในการรองรับคลื่นความถี่ 5 จีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานเอไอเอสกล่าวอีกว่า คลื่นความถี่ 1800 MHz ที่บริษัทประมูลได้มานั้น มีความเหมาะสมและความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับการขยายความจุโครงข่ายเพื่อรองรับการเติบโตของ 4 จี โดยเป็นการเพิ่มช่องสัญญาณจากเดิม และใช้ได้กับอุปกรณ์โครงข่าย 4 จี บนคลื่น 1800 MHz ที่มีอยู่ ซึ่งช่วยให้บริษัทประหยัดงบประมาณการลงทุนในระยะยาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15733</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS, Dtac, ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์, หนังสือพิมพ์, เอไอเอสลั่นเป็นผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b796c4d2979c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอไอเอส&#039; แจงเหตุไม่ร่วมประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.61 - บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส แถลงว่าตามที่เอไอเอส ได้เข้ารับเอกสารชี้ชวนการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHzในนามบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่15 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ทางบริษัทฯได้มีการพิจารณาหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการประมูลต่างๆในเอกสารอย่างละเอียดรอบคอบ &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียของบริษัทฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งลูกค้า คู่ค้าและนักลงทุน จึงพิจารณาว่าจะไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz &amp;nbsp;ตามที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้กำหนดขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลครั้งนี้ &amp;nbsp;ยังไม่เหมาะสมต่อการลงทุนหรือก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทฯในขณะนี้ &amp;nbsp; โดยบริษัทฯ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีจำนวนคลื่นความถี่มากถึง 55 MHz &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมากเพียงพอสำหรับการดำเนินการที่จะส่งมอบบริการให้กับลูกค้า &amp;nbsp; โดยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงสามารถรองรับลูกค้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตได้อีกด้วย ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงจะลงทุนในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ &amp;nbsp;เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านคุณภาพของโครงข่าย &amp;nbsp;และให้ลูกค้าได้ใช้บริการได้อย่างมีคุณภาพอย่างต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันเอไอเอส มีทั้งคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz ,คลื่น 1800MHz และคลื่น 900 MHz ที่บริษัทฯประมูลมาได้ รวมทั้งมีคลื่นความถี่2100 MHz จากบมจ.ทีโอที &amp;nbsp; ที่ได้มีการลงนามสัญญา ร่วมกันกับบริษัทฯ แล้ว ดังนั้นจากคลื่นความถี่ทั้งหมดที่เรามีอยู่จึงเพียงพอต่อการรองรับลูกค้าในการใช้บริการทั้งวอยซ์ และดาต้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;บริษัทฯ จะติดตามสถานะการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประมูลที่อาจมีขึ้นในอนาคต &amp;nbsp;เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลใหม่ &amp;nbsp; ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากอ่หน้านี้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ก็ออกมาประกาศจะไม่เข้าร่วมประมูล คลื่นความถี่ 1800 MHz&amp;nbsp; ด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11427</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS, คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b235f0f85bdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงแถลงการณ์ขวางมาตรา44อุ้ม&#039;เอไอเอส-ทรู&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61 - องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ออกแถลงการณ์เรื่อง &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโทรศัพท์มือถือ&amp;quot; ระบุว่าจากการที่รัฐบาล และ คสช. ได้แสดงท่าทีว่าจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฯ เพื่อเปิดทางให้เอกชนผู้ประกอบการธุรกิจมือถือสองราย เปลี่ยนแปลงวิธีการชำระค่าสัมปทานคลื่นโทรศัพท์ 4 จี ที่ทั้งสองรายนั้นประมูลได้ไปโดยสมัครใจตามกระบวนการที่มีเงื่อนไขชัดเจนและเปิดเผย โดยยืดเวลาชำระเงินที่ยังค้างจ่ายให้รัฐไปเป็นการผ่อนชำระนาน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1.5 ต่อปี ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับการที่ประชาชนต้องจ่ายเพื่อกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์หรือประกอบธุรกิจการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อกรณีนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เห็นด้วยและสนับสนุนข้อมูลของนักวิชาการและผู้นำภาคประชาสังคมที่เสนอว่า ยังไม่มีเหตุจำเป็นใดเลยที่รัฐต้องยอมเอาประโยชน์ของคนไทยไปช่วยเหลือบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสอง หากรัฐบาลและ คสช. มั่นใจว่ามาตรการช่วยเหลือที่จะออกมาปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ควรใช้กลไกทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่นำไปสู่การตรวจสอบอย่างเปิดเผยรอบด้าน รวมทั้งขอให้บุคคลใน ครม. และ คสช. ต้องร่วมกันรับผิดหากเกิดการฟ้องร้องเอาผิดทางกฎหมายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เสนอว่า ควรแยกพิจารณาวิธีการช่วยเหลือผู้ประกอบการในธุรกิจทีวีดิจิทัลออกจากการพิจารณากรณีโทรศัพท์มือถือ เพราะมีเงื่อนไขที่ทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน อนึ่ง การใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 นั้น ควรใช้เพื่อการอันจำเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยแท้จริง มิเช่นนั้นจะเป็นการทำลายหลักนิติรัฐและทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6733</URL_LINK>
                <HASHTAG>4จี, AIS, กสทช., คอร์รัปชัน, ค่ายมือถือ, ทรู, ทีวีดิจิทัล, องค์ต่อต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acaf193dea0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
