<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้นตอดื่มเบียร์ดับ จัดแข่งในโรงแรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายต้านเหล้ายื่นหนังสือถึง รมว.สาธารณสุขจัดการเด็ดขาดจัดแข่งดื่มเบียร์จนมีคนตาย ผลสอบพบบริษัทผู้ตายจ้างบริษัทจัดเลี้ยงจัดงานสังสรรค์ในโรงแรม ทั้งคู่ส่อรับผิดทางอาญาฐานประมาทเลินเล่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 3 กรกฎาคมนี้ นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์ Alcohol Watch พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ยื่นหนังสือต่อ นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องให้กระทรวงบังคับใช้กฎหมายกับสถานประกอบการที่จัดกิจกรรมแข่งขันดื่มเบียร์ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำรณกล่าวว่า กิจกรรมแข่งขันดื่มเหล้า-เบียร์นี้กำลังได้รับความนิยมในสถานบันเทิง และในกิจกรรมงานเลี้ยง ซึ่งความคึกคะนองอาจทำให้เสียชีวิตได้ ขณะเดียวกันการแข่งขันประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการขายในลักษณะของการชิงรางวัล เข้าข่ายลักษณะความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอลฮอล์ พ.ศ.2551 จึงอยากให้กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะมีหน้าที่โดยตรงเร่งติดตามเรื่องนี้ เพราะเข้าข่ายละเมิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตรา 30 (4) มาตรา 30 (5) ว่าด้วยการห้ามส่งเสริมการขาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 29 (2) ว่าด้วยการห้ามขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ และความผิดอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ อยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาดูแลเรื่องนี้อยากจริงจัง เนื่องจากมีผู้เสียชีวิต และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจ เพราะหากต่อไปพฤติกรรมการแข่งขันดื่มแบบนี้ระบาดไปในกลุ่มเด็กและเยาวชนจะอันตรายอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.กิตติศักดิ์กล่าวว่า ปกติร่างกายของคนเรามีการตอบสนองไม่เหมือนกัน โดยสามารถทนต่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ได้ประมาณ 300 มิลลิกรัม แต่กรณีที่เกิดขึ้นพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์มากถึง 400 มิลลกรัม และเป็นการดื่มอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้แอลกอฮอล์ไปกดการหายใจ ทำให้หยุดหายใจ เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบแน่นอน และขอเตือนเยาวชน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่ามากน้อยมีผลต่อสุขภาพ ยิ่งช่วงนี้มีกิจกรรมรับน้องของสถานศึกษา ต้องระมัดระวัง และยิ่งใกล้เทศกาลเข้าพรรษา การไม่ดื่มแอลกอฮอล์จะยิ่งดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พงษ์ธร ชาติพิทักษ์ รอง ผอ.สำนักควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในพื้นที่ พบว่าผู้ตายเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยมีการจัดกิจกรรมจัดเลี้ยงสังสรรค์ในโรงแรม เป็นการว่าจ้างบริษัทจัดเลี้ยงมาดำเนินการ และมีการจัดแข่งขันดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งผู้ตายระหว่างดื่มไม่รู้สติตั้งแต่อยู่ในที่เกิดเหตุ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เพราะหายใจเองไม่ได้ ทางโรงพยาบาลได้ใส่ท่อช่วยหายใจ แต่ปัญหามีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ จึงได้ดูดออก พบเศษอาหารและเบียร์ ดังนั้นจึงมองว่ากรณีนี้มีอยู่ 2 สาเหตุ คือ 1.เกิดจากการสำลัก อุดหลอดลม และ 2.ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ส่งผลให้เสียชีวิต จึงต้องมีการพิสูจน์สาเหตุ คาดว่าใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน แต่ทั้งนี้ แอลกอฮอล์ล้วนเกี่ยวข้องและเป็นสาเหตุทั้งสิ้น และต้องดูว่าบริษัทรับจัดเลี้ยงและบริษัทที่ทำงานของผู้เสียชีวิต อาจมีความผิดทางอาญา ฐานประมาทเลินเล่อ แต่ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40112</URL_LINK>
                <HASHTAG>Alcohol Watch, คำรณ ชูเดชา, นพ.พงษ์ธร ชาติพิทักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1cab7657e71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
