<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีหน้าครบ 50 ปี มนุษย์เหยียบดวงจันทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเพิ่งไปดูหนัง First Man ว่าด้วยชีวิตของ Neil Armstrong มนุษย์อวกาศคนแรกที่ไปเหยียบดวงจันทร์มา ทำให้ย้อนกลับไปคิดถึงการแข่งขันกันเป็น &amp;quot;เจ้าอวกาศ&amp;quot; ระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็นอย่างร้อนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อเมริกาตกใจมากที่อยู่ดีๆ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1957 สหภาพโซเวียตประกาศยิงดาวเทียมลูกแรกของโลกชื่อ Sputnik 1 ขึ้นไปในอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั่วโลกแตกตื่นโดยเฉพาะสหรัฐฯ ยอมไม่ได้ที่จะให้คู่แข่งร้ายกาจที่สุดของตนแสดงความเก่งกล้าสามารถทางด้านอวกาศเหนือเมฆอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะการที่มอสโกสามารถยิงดาวเทียมขึ้นฟ้าและหมุนรอบโลกได้เช่นนี้ ย่อมแปลว่าสหภาพโซเวียตสามารถยิงอาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีปได้อย่างไม่ยากเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการท้าทายความเชื่อที่ว่าอเมริกาเป็นเบอร์หนึ่งของโลกทางด้านทหาร, เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีดไวต์ ไอเซนฮาวร์ ตัดสินใจตั้งองค์การด้านอวกาศที่รู้จักกันดีทุกวันนี้ในนาม NASA&amp;nbsp; (National Aeronautics and Space Administration) เพื่อยืนยันว่าวอชิงตันจะไม่มีวันยอมตามหลังคู่แข่งเบอร์หนึ่งเป็นอันขาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นจุดก่อเกิดของโครงการอวกาศแรกของอเมริกาชื่อ Project Mercury ซึ่งมีเป้าหมายแรกคือการส่งมนุษย์ไปบินรอบโลกให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่ทันไรคนอเมริกันก็มีเหตุจะต้องตกใจอีกรอบ เพราะวันที่ 12 เมษายน 1961 สหภาพโซเวียตส่งนักบินอวกาศคนแรกของโลกชื่อ Yuri Gagarin ที่นั่งยานอวกาศโคจรรอบโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่านมาไม่ถึงเดือน วันที่ 5 พฤษภาคม 1961 อเมริกาก็ส่ง Alan Shepard ขึ้นเป็นมนุษย์อวกาศมะกันคนแรกขึ้นโคจรรอบโลก 15 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จอห์น เอฟ. เคนเนดี เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่ประกาศนโยบายมนุษย์พิชิตดวงจันทร์ในคำปราศรัยต่อสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 1961&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สหรัฐฯ ต้องเป็นประเทศแรกที่ส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์และกลับมาอย่างปลอดภัยก่อนจะสิ้นทศวรรษนี้&amp;rdquo;!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ชื่อ Apollo ซึ่งกว่าจะทดลองได้สำเร็จก็ถึง Apollo 11 โดย Apollo 11 มี 3 ส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่หนึ่งเรียก Command Module (CM) ซึ่งเป็นยานบังคับหลัก จุนักบินอวกาศ 3 คน และเป็นยานเดียวที่กลับสู่โลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่สองคือ Service Module (SM) ซึ่งเป็นยานสนับสนุนด้วยไฟฟ้า, ออกซิเจน, น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่สามคือ Lunar Module (LM) ซึ่งมีสองชั้น ชั้นแรกสำหรับร่อนลงผิวดวงจันทร์ ชั้นที่สองสำหรับส่งนักบินอวกาศขึ้นจากผิวดวงจันทร์กลับสู่วงโคจรรอบๆ ดวงจันทร์ มีชื่อว่า Eagle และร่อนลงจุดบนดวงจันทร์ที่เรียกว่า Sea of Tranquility หรือ ทะเลแห่งความสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จรวดที่ใช้ส่งยานอวกาศนี้คือ Saturn V จากนั้นทีมนักบินอวกาศก็จะแยกยานอวกาศออกจากจรวด ฝึกเดินทางสามวันก่อนเข้าวงโคจรของดวงจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักบินอวกาศชุดนี้มีสามคนคือ Michael Collins ซึ่งประจำอยู่ในยานบังคับ และ Neil Armstrong&amp;nbsp; กับ Edwin Buzz Aldrin, Jr ซึ่งลงไปเหยียบดวงจันทร์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 1969&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Armstrong กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่เหยียบผิวดวงจันทร์ หกชั่วโมงหลังยานอวกาศร่อนลงแตะพื้น และอีก 20 นาทีต่อมา Aldrin ก็ลงจากยานมาสมทบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งสองใช้เวลาด้วยกันข้างนอกยาน 2 ชั่วโมง 15 นาที และเก็บวัตถุจากผิวดวงจันทร์ทั้งหมด 21.5&amp;nbsp; กิโลกรัมเพื่อนำกลับบ้าน ส่วน Michael Collins ไม่ได้ลงมาเพราะมีหน้าที่บังคับยาน Columbia ที่วิ่งโคจรรอบดวงจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มนุษย์อวกาศทั้งสองที่ได้เหยียบดวงจันทร์ใช้เวลาบนผิวดวงจันทร์ทั้งหมด 21.5 ชั่วโมง ก่อนจะกลับขึ้นไปยาน Columbia เพื่อหมุนรอบดวงจันทร์ก่อนจะทะยานกลับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขากลับจากดวงจันทร์ นักบินอวกาศใช้ช่วงบนของยาน Eagle ยกตัวเองขึ้นจากผิวดวงจันทร์เพื่อเชื่อมกลับไปอยู่ในยานบังคับหลักที่ Collins ขับอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นนักบินอวกาศก็สลัดยาน Eagle เพื่อกระโจนออกนอกวงโคจรของดวงจันทร์มุ่งกลับสู่โลก หลังจากใช้เวลา 8 วันในอวกาศ คณะนักบินอวกาศทั้งสามก็กลับสู่โลกในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อวันที่&amp;nbsp; 24 กรกฎาคม 1969&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเป็นสักขีพยานการปล่อยในฐานะนักข่าววัย 23 ปี เมื่อได้เห็น Apollo 11 ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี ที่เกาะ Merritt ของรัฐฟลอริดากับ คุณพิชัย วาสนาส่ง ซึ่งได้ศึกษาเรื่อง Apollo 11 อย่างลึกซึ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปถึงที่พัก ณ Kenney Space Center คุณพิชัยพาผมไปร้านขายของเล่นเพื่อซื้อของเล่น Apollo&amp;nbsp; แกถอดออกมาเป็นชิ้นๆ เพื่ออธิบายให้ผมฟังอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอได้ดูหนัง First Man เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องอวกาศก็กลับมาเป็นแรงบันดาลใจอย่างเข้มข้นสำหรับผมอีกครั้งหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20472</URL_LINK>
                <HASHTAG>Aldrin, Apollo 11, Armstrong, Columbia, Michael Collins, กาแฟดำ, พิชัย วาสนาส่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
