<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกช่วย &#039;อัยการ-ตำรวจ&#039; จำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองถึงขั้น &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ลงมาสั่งเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ตำรวจอายัดศพ &amp;quot;นายจารุชาติ มาดทอง&amp;quot; ที่เชียงใหม่ ไปชันสูตรให้ละเอียดอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าการตาย &amp;quot;ปุบปับ&amp;quot; นั้น.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตายด้วยมอไซค์ชนกัน เป็นอุบัติเหตุจริงๆ หรือมีหลักฐานอื่นใด บ่งชี้ว่า ตายแบบ &amp;quot;มีเงื่อนงำ&amp;quot;?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะนายจารุชาติ เป็น ๑ ใน ๒ พยาน ที่ให้การหลังเกิดเหตุ ๗ ปี ว่า &amp;quot;บอส เรดบูล&amp;quot; ที่ขับรถชนตำรวจตายนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขับมาด้วยความเร็วไม่เกิน ๘๐ กม./ชม.!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เขารู้ อ้างว่าขับรถตามหลังมา เช่นเดียวกับพยานอีกคนที่ให้การเป็นพยานวันเดียวกัน &amp;quot;พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร&amp;quot; ซึ่งให้การสอดคล้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากความจำแช่แข็ง ๗ ปี ๒ พยานนี้ เป็นน้ำหนักทำให้ &amp;quot;ตำรวจ-อัยการ&amp;quot; เชื่อสุดใจ &amp;quot;สั่งไม่ฟ้อง&amp;quot; นายบอส &amp;quot;ทุกข้อหา&amp;quot; ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็น &amp;quot;ฟางเส้นสุดท้าย&amp;quot; บนหลังประชาชน ด้วยสุดจะทนต่อไปกับพฤติกรรม &amp;quot;ตำรวจ-อัยการ&amp;quot; พิพากษากันเอง โดยไม่ถึงศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้องใจกันมากว่า คดี &amp;quot;ขับรถชนคนตาย&amp;quot; นั้น ผิด-ถูกอย่างไร ที่ถูก-ที่ควร ตามกระบวนความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควรให้ &amp;quot;ศาลเป็นผู้ตัดสิน&amp;quot; มิใช่หรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คดีบอส เรดบูล นอกจาก &amp;quot;ตำรวจ-อัยการ&amp;quot; ใช้เวลา ๗-๘ ปี สุดจะพิถีพิถัน จนคดี &amp;quot;หมดอายุความ&amp;quot; ไปทีละข้อหา น่าฉงนในกุศลเจตนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้าย กรวดน้ำคว่ำขันกันเอง โดยไม่นำคดีสู่ศาล คำถามจึงเกิดขึ้นว่า....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจ-อัยการ&amp;quot; จะตัด &amp;quot;ศาล&amp;quot; ออกไปจาก &amp;quot;กระบวนการยุติธรรม&amp;quot; ถ่วงดุล อย่างนั้นหรืออย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าสังคมนิ่งเฉย จะเท่ากับไม่ทำหน้าที่พลเมืองตามรัฐธรรมนูญ ก็จะเหิมเกริมกัน ใช้กฎหมาย &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรฐาน ๒&amp;quot; โป้งปิดบัญชีกันเองตามอำเภอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย &amp;quot;ตัดขั้นตอนศาล&amp;quot; ทิ้งไป ซึ่งมีความน่าจะเป็นได้เช่นนั้นตามพฤติกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดี &amp;quot;ขับรถชนคนตาย&amp;quot; เป็นคดีธรรมดา อย่างคดีนี้ ไม่ซับซ้อน เป็นเหตุประจักษ์กลางเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพกล้องวงจรปิดก็มี กองพิสูจน์หลักฐานก็มีผลพิสูจน์ครบด้าน ทั้งที่เกิดเหตุ สภาพรถ และความเร็วรถชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ไม่ธรรมดา ก็ตรงผู้ต้องหาเป็นทายาทมหาเศรษฐีเท่านั้น และนี่หรือเปล่า ที่เป็น &amp;quot;แรงโน้มถ่วงโลก&amp;quot; ให้เบี่ยงเบนไป?!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สังคม &amp;quot;จี้&amp;quot; ทั้งตำรวจและอัยการ ให้เอาข้อเท็จจริงแต่ละขั้นตอนมาแสดง ว่ามีที่มา-ที่ไปอย่างไร ในการสั่งคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จู่ๆ ๑ ใน ๒ พยานปากเอก &amp;quot;นายจารุชาติ&amp;quot; ก็ตายปุบปับ ซึ่งอะไรมันจะช่างบังเอิญได้ขนาดนั้น?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมจึงมีคำถามสาธารณะ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอุบัติเหตุหรือ &amp;quot;ฆ่าปิดปาก&amp;quot;?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่นายกฯ ให้นำศพ &amp;quot;นายจารุชาติ&amp;quot; ไปชันสูตรอีกครั้ง ต้องบอกว่า นายกฯ ไวต่อเรื่องราว และฟังประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่งถึง &amp;quot;แน่วแน่&amp;quot; จะใช้เหตุจากคดีนี้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปสู่การล้างระบบ &amp;quot;ตำรวจ-อัยการ&amp;quot; ที่ใช้กฎหมายเป็นอาชีพเสริมตามอำเภอใจกันมานาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับว่าดี.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ รื้อ-ล้างก่อน ก่อนที่ประชาชนซึ่งสุดทน จะเป็นฝ่ายเข้าไป &amp;quot;รื้อ-ล้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะปล่อยไปถึงขั้นนั้น มันจะยุ่ง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ได้ยินทั้งตำรวจ อัยการ ผู้ชำนาญการกฎหมาย พูดตรงกันว่า เมื่ออัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไปแล้ว รื้อฟื้นอีกไม่ได้ เว้นแต่มี &amp;quot;หลักฐานใหม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอดี เมื่อวันเสาร์ (๑ ส.ค.๖๓)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น.ส.ณัฐวสา ฉัตรไพฑูรย์&amp;quot; อัยการพิเศษฝ่ายสถาบันกฎหมายอาญา ให้ความเห็น &amp;quot;ข้อกฎหมาย&amp;quot; &amp;nbsp;เกี่ยวกับ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกณฑ์การพิจารณาสั่งคดีอาญาของพนักงานอัยการ ในคดีนาย &amp;#39;วรยุทธ อยู่วิทยา&amp;#39; ที่ขับรถชนตำรวจตาย&amp;quot; ไว้ ๗ ข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ ๗ มีว่า........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ดี แม้พนักงานอัยการได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องก็ไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องต่อศาลเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในกรณีที่ปรากฏพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหานั้นได้ ก็อาจมีการรื้อฟื้นคดี &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย &amp;#39;พนักงานสอบสวน&amp;#39; ทำการสอบสวนพยานหลักฐานใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหานั้นใหม่ได้ตามกฎหมาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และข้อ ๕......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นที่ปรากฏตามข่าว มีหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดลแจ้งพนักงานสอบสวนว่าตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานดังกล่าวในสำนวนการสอบสวน แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาฐานเสพยาเสพติด แต่อย่างใดด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาละซี!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายความว่า ในชั้นพนักงานสอบสวน ตำรวจ สน.ทองหล่อ ส่งตัวนายบอสไปให้คณะแพทยศาสตร์ มหิดล รพ.รามาฯ ตรวจหาสารแปลกปลอมในร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหิดลส่งผลตรวจสอบให้ตำรวจทราบ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ น.395/2555
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 ต.ค.2555
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง ข้อมูลสารแปลกปลอมในร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียน หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยาขอแจ้งเกี่ยวกับสารแปลกปลอมที่พบในร่างกายของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ตามที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ขอทราบข้อมูลดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ALprazolam (อัลพาโซแลม) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภทที่ 4 ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯ โดยทางการแพทย์อาจใช้เป็นยานอนหลับ หรือยาแก้โรคทางจิตประสาทและสามารถพบในปัสสาวะได้นานถึง 3-4 วันหลังเสพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.Benzoyleegonine เป็นสารที่เกิดขึ้นในเลือดในกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย (Metabolism) หลังจากการเสพ Cocain (โคเคน) ซึ่ง Cocaine เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ตาม &amp;nbsp;พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย Cocaine ปกติจะไม่พบปนอยู่ในยาหรืออาหารและสามารถอยู่ในเลือดได้นาน 18-24 ชั่วโมง หลังเสพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.Cocaethylene เป็นสารที่เกิดขึ้นในเลือดในกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย (Metabolism) &amp;nbsp;หลังการเสพ Cocaine ร่วมกับแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.Caffeine (คาเฟอีน) ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ และไม่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทฯ โดยเป็นสารที่พบได้ใน ชา กาแฟ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำอัดลมชนิดน้ำดำ เป็นต้น และสามารถพบในปัสสาวะได้นาน 2-3 วันหลังเสพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.พลอากาศตรี นายแพทย์วิชาญ เปี้ยวนิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าสาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ชัดเจน........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าผลตรวจสอบนี้ เป็น &amp;quot;ข้อมูลใหม่&amp;quot; ที่พนักงานสอบสวนใช้เป็นหลักฐาน &amp;quot;รื้อฟื้นคดี&amp;quot; ได้ ในความผิดตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๔๓ ทวิ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๑๕๗/๑....ฯลฯ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ทวิ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอีกหนึ่งในสาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่...ฯลฯ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปี ถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรแล้ว ยังสามารถแจ้งข้อหาใหม่ ความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด มาตรา ๙๑ อีกคดีหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ใดเสพยาเสพติดประเภท ๒ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทษจำเกินกว่า ๑ ปี มีอายุความ ๑๐ ปี นายบอสเสพโคเคนปี ๒๕๕๕ จะหมดอายุความปี ๒๕๖๕&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็หมายความว่า ในข้อหาเสพยาเสพติดประเภท ๒ ยังไม่ขาดอายุความ ตำรวจสามารถตั้งข้อหานี้กับนายบอสได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และก็ยาก ที่ตำรวจจะหนีคำถามว่า &amp;quot;เป่าคดี&amp;quot; ในข้อหานี้ทิ้งไปแต่แรกใช่มั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่เคยตอบคำถามในประเด็นที่ไม่ตรวจแอลกอฮอล์นายบอสว่า เพราะผู้ต้องหาหลบหนี นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเท็จจริง นายบอสหนีหลังประกันตัว ตอนเกิดเหตุจับกุมตัวได้ ส่งไปตรวจหาสารแปลกปลอมในร่างกาย ผลยืนยันเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งพนักงานสอบสวนและอัยการ..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สั่งไม่ฟ้อง&amp;quot; ฐาน &amp;quot;ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&amp;quot; ทิ้งไปตั้งแต่แรกเช่นกัน!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จงใจ &amp;quot;เป่าคดี&amp;quot; ข้อหาเมาแล้วขับหรือไม่ นี่ก็เป็นประเด็นที่สังคมอยากฟังคำตอบจากสององค์กรกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะผลตรวจร่างกาย เชื่อมโยงการเสพโคเคนกับการดื่มแอลกอฮอล์อยู่ด้วยกัน การจะตั้งข้อหาใด-ข้อหาหนึ่ง &amp;quot;ข้อหาเดียว&amp;quot; ก็ไม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เลยดีดเอกสารชิ้นนี้ออกไปจากสำนวน นายบอสจึงไม่ต้องข้อหาทั้งเมาแล้วขับทั้งเสพยาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเช่นนี้หรือไม่ สังคมอยากฟังคำอธิบายเช่นกัน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมเกรงคณะสอบข้อเท็จจริงทั้งตำรวจและอัยการจะตกหล่นประเด็น จึงบันทึกช่วยจำ เพื่อช่วยกันผดุงดุลยธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงจากหัวชาวบ้าน...แล้วตอบด้วย!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ALprazolam, Benzoyleegonine, Caffeine, Cocaethylene, บอส เรดบูล, ผศ.พลอากาศตรี นายแพทย์วิชาญ เปี้ยวนิ่ม, สน.ทองหล่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
