<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถ้า...เลิกเกณฑ์ทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมพรรคอนาคตใหม่ถึง เดินหน้านโยบายเลิกเกณฑ์ทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดง่ายๆ ใช้ระบบอเมริกา คือเพิ่มสวัสดิการ เพิ่มเงินเดือน ล่อใจให้ชายไทยสมัครเป็นทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าวิธีนี้ดีหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบคือดีมาก ดีสำหรับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่ไม่อยากถูกเกณฑ์ ไม่อยากลำบากก็สมใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มันก็มีปัญหาต้องแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันกองทัพต้องการทหารเกณฑ์ประมาณปีละ ๑ แสนนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีทั้งระบบสมัครใจ และเกณฑ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าเฉลี่ยหลายปีมานี้ สมัครใจเป็นทหารประมาณ ๔๐% ส่วนที่ผ่านการเกณฑ์ประมาณ ๖๐%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั้นหมายความว่า หากยกเลิกการเกณฑ์ทหาร กำลังพลที่ต้องการยังขาดอยู่กว่าครึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเพิ่มสวัสดิการ เพิ่มเงินเดือนช่วยได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...ต้องเพิ่มเท่าไหร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินเดือน เบี้ยเลี้ยงทหารเกณฑ์ปัจจุบันประมาณ ๑ หมื่นบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มเป็น ๓ หมื่น ใช้งบประมาณแค่ ๓ พันล้าน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายไทยน่าจะแห่สมัครทหารกันถล่มทลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เราพูดถึงยามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าในยามไม่ปกติล่ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่บอกว่า เป็นหน้าที่ของผู้นำเหล่าทัพที่จะประเมินว่ามีสงครามหรือไม่ ถ้ามีก็ให้เกณฑ์ทหารล่วงหน้า ๑ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความเป็นจริง สามารถรู้ล่วงหน้า ๑ ปีเป็นสูตรตายตัวหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไม่ใช่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนไปสู่การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร มีตัวอย่างให้ประเทศไทยเราได้ศึกษาว่า ทหารที่มาจาก &amp;quot;การจ้าง&amp;quot; ทหารที่มาจาก &amp;quot;หน้าที่ตามกฎหมาย&amp;quot; ต่างกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนียักษ์ใหญ่ในยุโรป ที่ไม่เห็นว่าจะมีใครรุกราน หรือจะไปทำสงครามกับใคร วันนี้มีปัญหาด้านกำลังพล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อใหญ่ใจความคือ นโยบาย America First ของ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ประธานาธิบดีอเมริกา ทำให้ประเทศพันธมิตรทางทหารหลายๆ ประเทศ เริ่มหันมาเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เพื่อป้องกันตัวเอง &amp;nbsp;เช่นตะวันออกกลางอย่างซาอุฯ ตะวันออกไกล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้ง เยอรมนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Angela Merkel แถลงเมื่อไม่นานมานี้ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยุโรปไม่มีความสามารถที่จะปกป้องตัวเองได้อีกต่อไป และดูเหมือนอเมริกาก็ไม่ใส่ใจจะปกป้องเราชาวยุโรปด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาติในยุโรปจึงเริ่มนำ การเกณฑ์ทหารกลับมาอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนีเป็นชาติล่าสุดที่ประกาศนโยบายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้าวแล้ว....ทหารเกณฑ์ในยุโรปสวัสดิการไม่ดีเงินเดือนไม่สูงหรืออย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สูงแต่ตามภาคเอกชนไม่ทัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเกิดภาวะตึงเครียด ไม่ถึงขั้นสงคราม ก็ไม่มีใครอยากสมัครเป็นทหารแล้ว จ้างเงินเดือนสูงๆ ก็ไม่เอา เนื่องจากมีความเสี่ยงในชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุโรปสงบมานับตั้งแต่หลังสงครามเย็น หลายๆ ประเทศคิดว่า ไม่น่าจะมีสงครามอีกแล้ว จึงยกเลิกการเกณฑ์ทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันนี้การแย่งชิงทรัพยากรทั่วโลกที่มีจำกัดจำเขี่ยลงไปทุกที ไม่มีใครรับประกันได้ว่า สงครามจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเตรียมพร้อมรบขั้นสูงสุดจึงจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้หมายความว่ากระเหี้ยนกระหือรือจะทำสงคราม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความพร้อมรบคือเครื่องมือในการเจรจาที่ดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเยอรมนีเห็นความจำเป็นนั้นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นึกถึงชายไทยที่เป็นทหารด้วยเหตุผลเงินเดือนดีสวัสดิการเพียบ ไม่ใช่เพราะเข้าใจและเสียสละไปทำหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนมีความคิดแบบนี้จะมีสักกี่คนที่พร้อมไปเสี่ยงชีวิตเพื่อชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของกองทัพเอง มีปัญหาต้องแก้ไข หากยังไม่ขจัดการคอร์รัปชันในการเกณฑ์ทหาร หรือการใช้ทหารเกณฑ์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ให้หมดไปได้ ๑๐๐%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงเรียกร้องให้เลิกเกณฑ์ทหาร ก็จะดังอยู่ร่ำไป.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51541</URL_LINK>
                <HASHTAG>America First, อ่านเอาเรื่อง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการขวางนำเข้าหมูสหรัฐ หวั่นอาชีพเลี้ยงหมูเหลือเพียงตำนาน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 61 - รศ.ดร.ชัยภูมิ บัญชาศักดิ์&amp;nbsp; ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยแพร่ความเห็นเรื่อง &amp;ldquo;หมูสหรัฐ&amp;rdquo; บนความเป็นความตายของคนเลี้ยงหมูไทย ระบุว่า &amp;quot;ในช่วงเวลาที่ผ่านมาผู้เลี้ยงหมูสหรัฐฯพยายามกดดันให้ไทยเปิดตลาดรับหมูสหรัฐเข้ามาตลอด ประกอบกับนโยบาย &amp;ldquo;America First&amp;rdquo; และการให้ความสำคัญกับภาคเกษตรของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทำผู้เลี้ยงหมูสหรัฐมีบทบาทต่อรัฐบาลสหรัฐอย่างมาก ล่าสุด สภาผู้ผลิตสุกรของสหรัฐฯได้ยื่นคำร้องขอให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) พิจารณาตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ของประเทศไทย เนื่องจากไทยไม่ยอมเปิดตลาดสินค้าให้แก่สหรัฐอย่างเป็นธรรมและสมเหตุผล เช่น กรณีที่ไทยไม่ยอมรับหมูสหรัฐเข้า โดย USTR จะรับพิจารณาคำร้องของสภาผู้ผลิตสุกรของสหรัฐหรือไม่ ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ความเคลื่อนไหวของผู้เลี้ยงหมูสหรัฐและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐในครั้งนี้ อาจสร้างความกังวลใจให้ทั้งรัฐบาลไทยและเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูของไทยไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นหลักที่ไทยต้องปฏิเสธไม่นำเข้าหมูสหรัฐฯ เป็นเพราะประเทศของเขาเลี้ยงหมูโดยใช้สารเร่งเนื้อแดงแร็กโตปามีน (Ractopamine) กันอย่างกว้างขวางและถูกกฎหมาย แม้สหรัฐฯจะอ้างว่าได้ปรับค่าปริมาณสารเร่งเนื้อแดง ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน Codex ที่อนุญาตใช้เลี้ยงสัตว์แล้ว แต่เรื่องนี้ยังคงขัดต่อ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 ของไทยที่ห้ามไม่ให้ใช้สารเหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นกรมปศุสัตว์ยังยืนยันการห้ามใช้สารในกลุ่มเบตาอะโกนิสต์ทุกชนิด หากรัฐบาลไทยยอมนำเข้าหมูสหรัฐฯ ก็ต้องแก้กฎหมายอีกหลายฉบับ รวมถึงปัญหาสุขอนามัยของผู้บริโภคชาวไทยและการล่มสลายของคนเลี้ยงหมูและธุรกิจต่อเนื่องของไทยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้รัฐบาลไทยพยายามไม่นำเข้าหมูสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ชี้แจงให้สหรัฐฯเห็นว่า ต้องศึกษาและมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับความปลอดภัยของผู้บริโภคเกี่ยวกับการบริโภคเนื้อหมูที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง (แร็กโตปามีน) ซึ่งทั้งไทยและสหรัฐจะต้องหารือร่วมกัน ประเมินความเสี่ยงต่อผู้บริโภค และการจัดการด้านความปลอดภัยเป็นระยะเวลา 1 ปี นับว่าเรากำลังเผชิญกับแรงบีบครั้งสำคัญจากสหรัฐอเมริกาอีกครั้งให้ต้องกินเนื้อหมูปนสารเร่งเนื้อแดง ทั้งๆที่อีก 160 ประเทศทั่วโลกไม่ยอมรับในเรื่องนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะว่าไป...นโยบายการผลิตหมูของสหรัฐฯนับว่าแตกต่างจากเรามาก เนื่องจากเขาเน้นผลิตให้มากด้วยต้นทุนต่ำที่สุด โดยยอมให้ใช้สารเร่งการเจริญเติบโตแม้สารนั้นจะมีผลต่อสัตว์อย่างชัดเจนเพราะเป็นสารกระตุ้นที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หลอดเลือดขยายตัวและมีการสังเคราะห์โปรตีนสูงขึ้น ขณะที่ไทยเราเน้นการพัฒนากระบวนการผลิตที่มีคุณภาพปลอดภัย ไม่ยอมให้มีการใช้สารเร่งการเจริญเติบโตแม้จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากการปรับปรุงวิธีการเลี้ยง การยกระดับมาตรฐานต่างๆ เรียกว่าประเทศไทยยอมที่จะให้ภาระต้นทุนของเกษตรกรสูงขึ้นเพื่อความปลอดภัยทางอาหารให้ประชาชนชาวไทยบริโภคเนื้อหมูได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยต่อสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนากระบวนการผลิตหมูอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพเนื้อหมูของไทยเราดีขึ้นมาโดยตลอด รวมถึงปริมาณผลผลิตหมูในประเทศไทยก็มีมากกว่าความต้องการบริโภค ทำให้ราคาหมูขึ้นๆลงๆเป็นวัฏจักร เช่นในปัจจุบันที่หมูมีราคาตกต่ำ จนคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ ต้องมีมาตรการลดจำนวนแม่หมู นำลูกหมูไปทำหมูหัน และหมูขุนก็นำไปเชือดแล้วนำเข้าเก็บในห้องเย็นเพื่อลดปริมาณหมูในตลาด หากมีการให้นำเข้าหมูมาจำหน่ายในเมืองไทยอีกจะเป็นการซ้ำเติมตลาดหมูในประเทศ และทำร้ายเกษตรกรไทยให้ล้มหายตายจาก จนอาชีพเลี้ยงหมูนี้อาจต้องกลายเป็นเพียงตำนาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่ารัฐบาลไทยรับทราบถึงข้อเสียมากมายหากต้องนำเข้าหมูสหรัฐฯและขอเป็นกำลังใจให้คณะทำงานฝ่ายไทยที่จะต้องเจรจาต่อรองกับสหรัฐ...เพราะความเป็นความตายของคนเลี้ยงหมูอยู่ในมือท่าน โปรดอย่ายอมแพ้ USTR ที่แสดงออกต่อการช่วยเหลือปกป้องเกษตรกรสหรัฐอย่างถึงที่สุด.... เกษตรกรไทยของเราก็ต้องการการปกป้องอย่างถึงที่สุดเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;รศ.ดร.ชัยภูมิ บัญชาศักดิ์ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8640</URL_LINK>
                <HASHTAG>America First, USTR, ชัยภูมิ บัญชาศักดิ์, นำเข้าหมูสหรัฐ, อาชีพเลี้ยงหมู, เกษตรกรไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aebd2d2bfca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
