<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์เฟกนิวส์เกาะกระแสวิ่ง&#039;ไล่-เชียร์&#039;ลุงช่วงPM 2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.2563 &amp;ndash; เฟซบุ๊กศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-Fake News Center ได้โพสต์ในหัวข้อ &amp;ldquo;รับมือยังไงเมื่อต้องวิ่งในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5&amp;rdquo; ระบุว่า สำหรับนักวิ่งคงจะมีความวิตกกังวลอยู่ไม่น้อยเมื่อเจ้าฝุ่น PM 2.5 กลับมาอีกครั้งซึ่งจะก่อให้เกิดผลอะไรกับร่างกายหรือไม่หากเราออกไปวิ่งตามสวน หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง จะรับมือกับเจ้าฝุ่นยังไงได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าฝุ่น PM 2.5 นั้น เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หากเทียบกับเส้นผมมนุษย์จะมีขนาดประมาณ 1/25 ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ดังนั้นขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเรายังอยากออกกำลังกายกลางแจ้งหรืออยากไปลงวิ่งในงานต่างๆ อาทิเช่น วิ่งมาราธอน วิ่งการกุศลหรือแม้กะทั้งที่ได้สมัครไว้ ในสถานการณ์ที่ฝุ่น PM 2.5 กลับมาแบบนี้ ซึ่งยังคงพอทำได้ด้วยการพิจารณาถึงระดับมลพิษของพื้นที่ ความหนักของการออกกำลังกาย เวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรม และนำมาประเมินสุขภาพของตนเองถึงความพร้อมในการทำกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็คว่าร่างกายอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหนด้วย เช่น คนที่มีโรคประจำตัวหรือโรคที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับฝุ่น &amp;nbsp;โดยจะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนงานวิ่ง ด้วย 4 ข้อดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ฟิตซ้อมร่างกายให้พร้อมสำหรับทำ กิจกรรม ด้วยการลองซ้อมวิ่งระยะจริงหรือใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เตรียมเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดีมีความคล่องตัว และรวมไปถึงการเลือกรองเท้าที่ใส่สบายและเหมาะสมในการออกกำลังกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การพักผ่อน ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างการของเราฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หน้ากากอนามัย ควรเลือกที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ แต่ก็ต้องระวังสำหรับการสวมใส่ด้วยเพราะว่าอาจทำให้เป็นลม หรือช็อกเพราะขาดออกซิเจนก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5 มาจากการเผาไหม้และการใช้พลังงานต่างๆ เช่น จากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ และการเผาไหม้ที่เกิดควัน นอกจากเราจะป้องกันตัวเองจากฝุ่นแล้ว เรายังช่วยกันลดฝุ่น PM 2.5 ได้ด้วยการรักษาเครื่องยนต์ของรถให้อยู่ในสภาพดีและลดการเผาไหม้ต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นท่านสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษเพิ่มเติมได้ที่ http://air4thai.pcd.go.th/webV2/ และ แอปพลิเคชั่น Air4Thai
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54347</URL_LINK>
                <HASHTAG>Anti-Fake News Center, ฝุ่น PM 2.5, วิ่ง, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1a8ad571b65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Anti-Fake News Center</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ได้รับฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) มีดำริที่จะก่อตั้ง Fake News Center ขึ้น ก็ต้องขอชมเชยว่าเป็นความคิดที่ดี มีวิสัยทัศน์ที่ดีมาก เพียงแต่อยากแสดงความคิดเห็นว่าน่าจะชื่อว่า Ant- Fake News Center มากกว่า ทั้งนี้เพราะหน่วยงานนี้จะทำหน้าที่ &amp;ldquo;ต่อต้าน&amp;rdquo; Fake News หรือข่าวปลอม ข่าวลวงทุกประเภท คำว่า &amp;ldquo;ต่อต้าน&amp;rdquo; น่าจะตรงกับคำว่า &amp;ldquo;Anti&amp;rdquo; ดังนั้นศูนย์นี้จึงสมควรที่เรียกว่า &amp;ldquo;Anti-Fake News Center&amp;rdquo; ในภาคภาษาไทยว่า &amp;ldquo;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม&amp;rdquo; และศูนย์ดังกล่าวนี้จะทำหน้าที่หลายๆ อย่างที่เป็นการต่อต้านข่าวลวง ข่าวปลอมต่างๆ ที่ทำความเสียหายให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่มีเรื่องราวที่ปรากฏในข่าว ทั้งนี้เพราะว่าในปัจจุบันสังคมมีพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เป็นสื่อเปิดที่ทำให้ประชาชนทุกคนทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวที่สามารถผลิตข่าวนำเสนอแก่สังคมได้โดยไม่มีบรรณาธิการเป็นผู้ คัดสรรข่าวที่จะนำออกมาเผยแพร่ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ สื่อสังคมออนไลน์ให้เสรีภาพในการนำเสนอข่าวให้แก่ประชาชนทุกคนในสังคมประชาธิปไตย การต่อต้านข่าวปลอมบนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์จึงจำเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คำว่า ข่าวปลอม หรือ Fake News ที่ปรากฏบนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์นั้นมีหลากหลายรูปแบบที่ประชาชนจะต้องรู้เท่าทัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; ข่าวปลอม คือ ข่าวที่ไม่มีมูลความจริงเลยแม้แต่น้อย คนที่นำข่าวนี้มาเผยแพร่จงใจที่จะทำให้ประชาชนเชื่อและเข้าใจผิด สร้างความเสียหายให้บุคคลหรือหน่วยงานในข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; ข่าวลวง คือ ข่าวที่จงใจให้คนเข้าใจผิด แล้วกระทำอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ไม่สมควร สร้างความเสียหายให้แก่คนที่เชื่อข่าวลวงดังกล่าว และเมื่อมีความผิดหวัง ไม่ได้รับอะไรบางอย่างที่ข่าวลวงบอกว่าพวกเขาจะได้รับ ก็จะก่อให้เกิดความเกลียดชังหน่วยงานที่พวกเขาหวังว่าจะให้อะไรบางอย่างกับพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; ข่าวลือ คือ ข่าวที่ไม่ใช่เรื่องจริง แต่มีคนบางคนนำมาเผยแพร่ โดยใช้คำว่า &amp;ldquo;ได้ยินมาว่า&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เขาเล่าว่า&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เขาพูดกันว่า&amp;rdquo; ข่าวแบบนี้จะทำให้คนแตกตื่น เป็นกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; ข่าวผิด คือ ข่าวที่คนนำเสนอเข้าใจผิด ฟังไม่เข้าใจ แล้วนำมาเผยแพร่ผิดๆ อย่างที่คำพังเพยของไทยบอกว่า &amp;ldquo;ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด&amp;rdquo; เป็นการนำเสนอของคนที่ไม่รู้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; ข่าวบิดเบือน คือ ข่าวที่ผู้นำเสนอรู้ดีว่าความจริงคืออะไร แต่นำข่าวนั้นไปเสนอแบบจงใจบิดเบือน จงใจตีความข่าวจริงให้มีความหมายเชิงลบ เพื่อให้คนในข่าวหรือหน่วยงานในข่าวได้รับความเสียหาย เป็นการเสนอข่าวของคนที่จงใจทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบุคคลที่อยู่ในข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; วาทกรรม เป็นการนำเสนออีกรูปแบบหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ใช่ข่าว แต่ก็เป็นการสร้างวาทกรรมที่ก่อให้เกิดทัศนคติที่ผิดๆ ความเชื่อที่ผิดๆ นำไปสู่พฤติกรรมที่ผิดๆ ทั้งที่เรื่องจริงไม่เป็นไปตามวาทกรรมเหล่านั้น เช่น &amp;ldquo;สืบทอดอำนาจ&amp;rdquo; &amp;ldquo;ลิดรอนเสรีภาพ&amp;rdquo; &amp;ldquo;เป็นเผด็จการ&amp;rdquo; &amp;ldquo;ฝ่ายประชาธิปไตย&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวประเภทต่างๆ เหล่านี้เข้าข่ายเป็น Fake News ที่ควรจะต้องมีศูนย์ต่อต้านข่าวทั้งหลายเหล่านี้ โดยศูนย์ดังกล่าวนี้จะต้องทำหน้าที่ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; Monitoring เฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารต่างๆ เพื่อจะรู้ได้ทันทีที่มีการนำเสนอ Fake news&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; Fact Finding ต้องหาข้อเท็จจริงทันทีว่า หากข่าวนั้นเป็น Fake News ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง แล้วความจริงคืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; Communicating ต้องสื่อสารชี้แจงให้ประชาชนได้รู้ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร ให้เจ้าของเรื่องในข่าวออกมาชี้แจงพร้อมด้วยหลักฐานที่แสดงข้อเท็จจริงตามความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; Identifying แสวงหาต้นตอของ Fake News เหล่านั้น แล้วนำเสนอให้ประชาชนได้รับรู้ว่าเป็นใคร และมีเจตนาอะไรที่ปล่อยข่าวแบบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; Enforcing ใช้กฎหมายในการจัดการกับคนที่ปล่อยข่าวดังกล่าวเหล่านั้นอย่างเคร่งครัด ต้องทำให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงมีความศักดิ์สิทธิ์ ต้องเอาจริงในการใช้กฎหมายลงโทษคนที่ปล่อย Fake News อย่าเพิกเฉยละเลยอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่ทำให้ปริมาณ Fake News บนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์มีมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;middot; Campaigning ทำการรณรงค์ให้ประชาชนได้รู้เท่าทัน Fake News อย่าให้พวกเขาเชื่ออะไรง่ายๆ จะต้อง &amp;ldquo;เช็ก&amp;rdquo; ให้ &amp;ldquo;ชัวร์&amp;rdquo; ก่อนที่จะ &amp;ldquo;เชื่อ&amp;rdquo; และอย่าด่วน &amp;ldquo;แชร์&amp;rdquo; ก่อนที่จะมั่นใจว่าเรื่องที่ได้รับรู้นั้นไม่ใช่เรื่องจริง และต้องช่วยกันประณามคนเหล่านั้น และทำหน้าที่รายงานไปยัง Facebbok, Instagram และ YouTube ให้ Block คนเหล่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำงานดังกล่าวข้างต้นของศูนย์ต่อต้าน Fake News จะต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะสังคมปัจจุบันเป็นสังคม Real Time ถ้าหากตอบโต้ อธิบาย ชี้แจงล่าช้าอาจจะไม่ทันการณ์ ทั้งนี้เพราะว่าข่าวสารบนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์นั้น คนที่ได้พบเห็นจะกด Share ทำให้ข่าวสารนั้นกลายเป็น Viral Message ที่กระจายไปอย่างกว้างขวางรวดเร็วมาก ระวัง &amp;ldquo;วัฒนธรรมระบบราชการ (Bureaucratic Culture) ที่อาจจะเป็นอุปสรรคของการทำหน้าที่ของศูนย์ต่อต้าน Fake News ที่ทางกระทรวง DE จะจัดตั้งขึ้น รีบทำนะคะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44197</URL_LINK>
                <HASHTAG>Anti-Fake News Center, คิดเหนือกระแส, ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
