<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มธนาคารกดตลาดติดลบ -11 จุด หลังเงินบาทอ่อนค่า คาดนักลงทุนต่างชาติขายออกหุ้นไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มธนาคารกดตลาดติดลบ -11 จุด หลังเงินบาทอ่อนค่า คาดนักลงทุนต่างชาติขายออกหุ้นไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 64 o ตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 ก.ย. 64 ดัชนี SET Index ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,605.68 จุด ปรับตัวลดลงหรือลบ -11.30 จุด คิดเป็นร้อยละ -0.70% มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 90,607.37 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET50 อยู่ที่ 964.35 จุด ลดลง -7.50 จุด คิดเป็นร้อยละ -0.77% มีมูลค่าซื้อขายรวม 47,868.36 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET100 อยู่ที่ 2,194.43 จุด ลดลง -17.59 จุด คิดเป็นร้อยละ -0.80% มีมูลค่าซื้อขายรวม 63,404.00ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 544.68 ลดลง -4.20 คิดเป็นร้อยละ -0.77% มีมูลค่าซื้อขายรวม 4,412.36 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.KBANK ปิดที่ 133.50 บาท ลดลง -4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,280.33 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.GUNKUL ปิดที่ 4.86 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,164.44 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.SCB ปิดที่ 122.00 บาท ลดลง -2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,270.95 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.TRUE ปิดที่ 3.80 บาท ลดลง -0.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,214.51 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.UBE ปิดที่ 2.06 บาท ลดลง -0.34 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,047.37 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า แรงขายระยะสั้นในหุ้นบิ๊กแคป ทำให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มธนาคารที่ได้ขึ้นไปแรงแล้วเกิดการปรับตัวลง รวมถึงใกล้เข้าสู่ช่วงพรีวิวผลประกอบการคาดกำไรไตรมาส 3/64 ลดลงจากผลล็อกดาวน์ และหุ้นกลุ่มพลังงานปรับลงตามราคาน้ำมัน และความกังวลจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 11,646 ราย เป็นการปรับขึ้นมาเกินหลักหมื่นรายต่อวันอีกครั้ง ทำให้ไปกดดันหุ้น AOT จากที่ปรับขึ้นไปแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้เงินบาทอ่อนค่าทำให้มีความเป็นไปได้ที่นักลงทุนต่างชาติจะขายออกหุ้นไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118364</URL_LINK>
                <HASHTAG>AOT, ตลาดหลักทรัพย์ (SET), ตลาดหุ้นปิด, ธนาคาร, หุ้น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062f608afbc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดทำ ทอท.อ่วมผู้โดยสารวูบ70%ปีหน้าเสี่ยงขาดทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการบิน ทั้งด้านผู้ประกอบการเที่ยวบินต้นทุนต่ำ ทราบมาว่ามีสภาวะพนักงานล้นเกินความต้องการ (Over Employment) จึงต้องพยายามรักษาอัตราจ้างงานไว้ ขณะที่สายการบินแห่งชาติอยู่ระหว่างพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ ทอท.เองก็เจอสภาวะตัวเลขผู้โดยสารลดลงมากจนถึงจุดต่ำสุดและคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นกลับมาเป็นปกติในเดือน ตุลาคม 2565 หรืออีกกว่า 2 ปีนับจากนี้ โดยเฉพาะช่วงที่ยังไม่เปิดประเทศผู้โดยสารรวมของ ทอท.จะเหลือยอดอยู่เพียง 25% จากยอดผู้โดยสารปกติ เนื่องจากเที่ยวบินระหว่างประเทศฝรั่งหายไปทั้งหมดและเที่ยวบินภายในประเทศชาวต่างชาติที่เป็นสัดส่วน 50% ไม่มีการเดินทาง

สำหรับตัวเลขผู้โดยสารล่าสุดในวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 พบว่ามีผู้โดยสารเพียง 52,000 คน/วัน จากช่วงปกติมีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 140,000 คน แบ่งเป็น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เหลือ 15,000 คน จากเดิม 187,000 คน/วัน ลดลง 91.6% ท่าอากาศยานดอนเมือง เหลือ 40,000 คน/วัน จากเดิม 114,000 คน/วัน ลดลง 65% ขณะที่ท่าอากาศยานภูเก็ตลดลง 84% ท่าอากาศยานหาดใหญ่ลดลง 35% และท่าอากาศเชียงรายลดลง 40%

อย่างไรก็ตามทอท.คาดการณ์ผู้โดยสารตลอดปี 2563 จะหดตัวลง 72% เหลือ 38.81 ล้านคน เมือ่เทียบกับปีก่อนซึ่งมียอดผู้โดยสาร 141 ล้านคน ขณะที่ปี 2564 ตัวเลขผู้โดยสารจะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งที่ 14% ยอดรวมทั้งปี 55 ล้านคน ส่วนปี 2565 ตัวเลขผู้โดยสารจะเติบโตต่อเนื่องที่ 132% ยอดรวมทั้งปี 128 ล้านคน จากนั้นปี 2566 ตัวเลขผู้โดยสารจะกลับมาเติบโตกว่าช่วงก่อนเกิดโควิดอีกครั้งที่ 150 ล้านคน ส่งผลให้ ทอท.ต้องเดินหน้าลงทุนพัฒนาสนามบินต่อเนื่องและยืนยันว่าจะไม่หยุดลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมรับยุครุ่งเรืองของตลาดการท่องเที่ยวไทยอีกครั้ง

&amp;ldquo;สภาวะตลาดการบินจะยังคงมืดมิดและคาดการณ์ไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีนรักษาโควิด-19 ถือเป็นอุปสรรคของ ทอท.ซึ่งต้องแบกรับต้นทุนไปพร้อมกับลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2563-2564 มีความเสี่ยงที่จะเจอปัญหาสภาพคล่อง จนต้องเตรียมแผนสำรองเพื่อรับมือ แต่ทุกอย่างนี้ต้องอยู่บนเงื่อนไขว่าจะไม่มีโควิดระลอกที่ 2&amp;rdquo; นายนิตินัยกล่าว

นายนิตินัยกล่าวต่อว่า ยืนยันว่าปี 2563 ทอท.ยังไม่ขาดทุน เนื่องจากตุนเงินทุนสะสมไว้แล้วจากช่วงพีคของการท่องเที่ยวช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ดังนั้นปัญหาสภาพคล่องและสภาวะขาดทุนของ ทอท.อาจเกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งถือเป็นอีกปีที่ตัวเลขผู้โดยสารตกต่ำมาก แม้ปัจุบันจะมีเงินสดในมือ 50,000 ล้านบาท แต่ก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่เพียงพอในปี 2564 จากงบเบิกจ่ายและลงทุนต่อเนื่อง หลังจากนี้จึงต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง หากมีความจำเป็นต้องกู้คงดำเนินการกู้ภายในประเทศ ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือ 1.กู้สถาบันการเงิน 2.ออกหุ้นกู้(บอนด์) เพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ทั้งนี้สมมติฐานทั้งหมดอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าไม่มีการแพร่ระบาดโควิด ระลอกที่ 2

ทั้งนี้เมื่อผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนหนักอึ้งและผู้โดยสารลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลโดยตรงกับกิจการเกี่ยวเนื่องภายในสนามบิน ซึ่ง ทอท.มองเห็นปัญหาอยู่ 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ครัวการบิน 2.คลังสินค้า 3.บริการภาคพื้น 4.ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน เพราะมีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการรายเดิมอาจปิดกิจการ จนอาจส่งผลกระทบงานบริการผู้โดยสารภายในสนามบิน โดยเฉพาะกลุ่ม คลังสินค้าและบริการภาคพื้น ซึ่งมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย หากรายใหญ่ล้มเลิกไป รายที่เหลือไม่มีศักยภาพเพียงพอบริการผู้โดยสารแน่นอน ขณะที่กลุ่มครัวการบินยังคงไม่มีความแน่นอนว่า การบินไทย จะเดินไปทางไหนต่อ ดังนั้น ทอท.จึงเตรียมสรุปข้อมูลเพื่อเสนอคณะกรรมการ ทอท.เพื่อเตรียมมาตรการรองรับ เช่น การเตรียมความพร้อมบริษัทลูกของ ทอท.เพื่อเข้าไปดำเนินงานแทนผู้ประกอบการเดิม

สำหรับแผนการเพิ่มรายได้ในช่วงวิกฤติการบินปี 2563-2564 นั้น ทอท.ได้ต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ใหม่ไว้ 4 ด้าน โดยทุกกลุ่มธุรกิจจะเริ่มทำเงินในปี 2564 ประกอบด้วย 1.ศูนย์รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (Certify Hub) จดทะเบียนบริษัทแล้วเสร็จ ส.ค.นี้ก่อนเปิดบริการเต็มรูปแบบในเดือน ธ.ค.ปลายปีนี้ 2.เมืองการบินสุวรรณภูมิ (Airport City) ขณะนี้แปลงสีผังเมืองเสร็จแล้ว เปิดให้เอกชนเริ่มลงทุนในเดือน ก.ย.-ต.ค. ควบคู่ไปกับการขยายสัญญาสัมปทานที่ดินแปลงบี 723 ไร่ ให้หมดอายุในปี 2595 จากเดิมปี 2575 เพื่อจูงใจนักลงทุน 3.บริษัทลูก ทอท. ขณะนี้เริ่มให้บริการด้านภาคพื้นแล้วที่สนามบินดอนเมืองและจะขยายไปสนามบินภูเก็ตเร็วๆนี้ 4.แอพพลิเคชั่น AOT Airports พบว่าได้รับความนิยมอย่างมากมีผู้ดาวน์โหลดถึง 500,000 ครั้ง สูงกว่าสนามบินชั้นนำในต่างประเทศขึ่งมียอดดาวน์โหลดเพียง 200,000 ครั้ง

ส่วนด้านข้อพิพาทหนี้สินกับการบินไทยนั้น ยังต้องรอดูความชัดเจนของศาลล้มละลายกลางวึ่งจะมีคำตัดสินในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เบื้องต้นพบว่าตัวเลขหนี้ดังกล่าวไม่กระทบต่องานบริการสนามบินของ ทอท. เพราะมีวงเงินไม่มาก แบ่งเป็น หนี้สินค้างจ่ายหมุนเวียน 700-800 ล้านบาท และหนี้สินข้อพิพาทด้านการใช้ที่ดินราว 2,000 ล้านบาท ขณะที่สัญญางานเดิมระหว่าง ทอท.และการบินไทยเมื่อเปลี่ยนเป็นเอกชนแล้ว ต้องเปลี่ยนสัญญามาใช้รูปแบบการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) แทน

สำหรับความคืบหน้าด้านโครงการอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ทิศเหนือ (North Expansion) วงเงิน 42,000 ล้านบาท ที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เห็นชอบ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาพัฒน์ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป ขณะที่โครงการรันเวย์ 3 วงเงิน 22,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ใช่วง ต.ค.นี้ ใช้เวลา 2 ปี แล้วเสร็จช่วงปลายปี 2565 ส่วนด้านโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมืองเฟส 3 วงเงิน 32,000 ล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งขั้นตอนจะไม่ช้าแน่นอน เพราะเป็นการพิจารณาร่วมกันภายในกระทรวงคมนาคม ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่นแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72922</URL_LINK>
                <HASHTAG>AOT, ขาดทุน, ทอท., บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT), ผลประกอบการครึ่งปีแรก, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10881669633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามหน้า!ทำเป็นเด็กเล่นขายของ เว็บไซต์AOTตายสนิท เหตุต่อสัญญากับบริษัทรับดูแลไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ www.airportthai.co.th/ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)ไม่สามารถเข้าดูได้ โดยหน้าเว็บระบุว่าอยู่ระหว่างการปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าสาเหตุสืบเนื่องมากจาก ทอท.ยังไม่ต่อสัญญาหลังหมดสัญญากับบริษัทที่ดูแลเว็บไซต์ นอกจากนี้ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ AOT มีการนำหน้าเว็บไซต์ที่ระบุปิดปรับปรุงไปโพสต์ไว้ โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6503</URL_LINK>
                <HASHTAG>AOT, www.airportthai.co.th/, ทอท., บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ปิดปรับปรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac577be160be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
