<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้แทนภาคประชาชนในเอเซียถกปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง ‘ASIAN PARTNERSHIP URBAN POOR AND INCLUSIVE CITY DEVELOPMENT’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี / ผู้แทนภาคประชาชนในเอเซียถกปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง&amp;nbsp; &amp;lsquo;ASIAN PARTNERSHIP URBAN POOR AND INCLUSIVE CITY DEVELOPMENT&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในงาน &amp;lsquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rsquo; โดยมีผู้แทนภาคประชาชนจากกัมพูชา&amp;nbsp; เมียนม่าร์&amp;nbsp; ศรีลังกา&amp;nbsp; และผู้แทน UNHABITAT เข้าร่วม&amp;nbsp; แลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน&amp;nbsp; ผู้แทนเมียนม่าร์เผยเทคนิค &amp;lsquo;ยึดพื้นที่สื่อ&amp;rsquo; สร้างความสนใจให้รัฐเข้ามาแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฏาคมนี้&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; หน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp; และภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ร่วมกันจัดงาน &amp;lsquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rsquo; งานแสดงนวัตกรรมทางสังคมครั้งใหญ่ของประเทศไทย&amp;nbsp; โดยมีการแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp; ผลงาน&amp;nbsp; การออกร้านจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดประชุมทางวิชาการ&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอประสบการณ์การพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศ&amp;nbsp; และผู้แทนภาคประชาชนในประเทศเอเซียเข้าร่วมงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันนี้ ( 6 กรกฎาคม) มีการประชุมวิชาการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวข้อ &amp;nbsp;&amp;lsquo;ASIAN PARTNERSHIP URBAN POOR AND INCLUSIVE CITY DEVELOPMENT&amp;rsquo; มีวิทยากรจากประเทศต่างๆ ในเอเซีย&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมงานจากเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร พอช. เข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; กล่าวเปิดการสัมมนามีใจความตอนหนึ่งว่า พอช. ทำงานครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทำงานโดยไร้รอยต่อ&amp;nbsp; สร้างแกนนำ&amp;nbsp; สร้างขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และสร้างเครือข่าย เรียกง่ายๆ ว่า &amp;ldquo;ก ข ค&amp;rdquo;&amp;nbsp; คือ แกนนำ ขบวนองค์กรชุมชน และเครือข่าย&amp;nbsp; &amp;lsquo;ก&amp;rsquo;&amp;nbsp; คือ การไปสร้างให้เกิดความแกร่ง&amp;nbsp; &amp;lsquo;ข&amp;rsquo; ไปสร้างให้เกิดการขยายผล&amp;nbsp; &amp;lsquo;ค&amp;rsquo; คือ ให้เกิดเครือข่าย ซึ่ง พอช.ได้อาศัยแกนนำเคลื่อนงาน&amp;nbsp; ทำให้เกิดพลังในการทำงาน&amp;nbsp; นี่คือบทบาทของ พอช. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา พอช.ทำงานแบบปิดทองหลังพระมาโดยตลอด&amp;nbsp; และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เช่น&amp;nbsp; เรื่องที่ 11 การจัดที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เรื่องที่ 16 ความเป็นธรรม&amp;nbsp; เรื่องที่ 17 Partnership &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ซึ่ง พอช.ทำมากว่า 19 ปี เป้าหมาย คือ บ้านมั่นคง&amp;nbsp; ความมั่นคงของมนุษย์ที่มี 12 มิติ เช่น&amp;nbsp; มีสุขภาวะ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิต สิทธิพลเมือง การมีส่วนร่วมในสังคม โดยประมาณ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่บุกรุกกฎหมาย ไม่แออัด มีกรรมสิทธิ์ในตนเอง มีทั้งซื้อและเช่า มีทั้งที่ดินของรัฐและเอกชน ที่เป็นบ้านที่มากกว่าบ้าน ที่มีเป้าหมายเพื่อให้พี่น้องมีความสุขสมบูรณ์&amp;rdquo; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หลังจากนั้นเป็นการเสวนา ในหัวข้อ&amp;nbsp; &amp;lsquo;ASIAN PARTNERSHIP URBAN POOR AND INCLUSIVE CITY DEVELOPMENT&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนภาคประชาชนจากประเทศกัมพูชา&amp;nbsp; ศรีลังกา&amp;nbsp; เมียนม่าร์&amp;nbsp; และผู้แทนจาก UNHABITAT (โครงการการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ของสหประชาชาติ)&amp;nbsp; โดยมีนางทิพย์รัตน์&amp;nbsp; นพลดารมย์&amp;nbsp; ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของ พอช.เป็นผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp; โดยเกริ่นนำว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันในทวีปเอเซียมีประชากรที่มีปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; หรือมีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงประมาณ 500 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กัมพูชา :&amp;nbsp; นำประสบการณ์จาก พอช.ไปใช้ &amp;ldquo;ให้ชาวบ้านแก้ปัญหาเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายบานชื่น&amp;nbsp; ประธานมูลนิธิพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; และวุฒิสมาชิก ประเทศกัมพูชา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยในประเทศกัมพูชาเริ่มจากกลุ่มออมทรัพย์ก่อน&amp;nbsp; มีโครงการเล็กๆ&amp;nbsp; ที่นำไปสู่เรื่องที่อยู่อาศัย และมีการขยายกองทุนฯ ไปทั่วประเทศ ขณะที่ปัญหาของกัมพูชา&amp;nbsp; คือ การขยายตัวของเมืองที่เร็วเกินไป&amp;nbsp; เศรษฐกิจไปไกลแต่ชาวบ้านตามไม่ทัน&amp;nbsp; สิ่งที่ท้าทายและสิ่งที่ต้องทำ คือ เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; ซึ่งตนเคยเดินทางมาดูงานเรื่องบ้านมั่นคงที่ พอช.ทำที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp; และตนได้นำแนวคิดนี้ไปทำต่อที่กัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาที่อยู่อาศัยในกัมพูชา&amp;nbsp; เดิมชาวบ้านไม่เข้าใจ&amp;nbsp; ต่างคนต่างทำ ต่อมาจึงเริ่มใช้แนวคิดของ พอช.ที่เน้นให้ชาวบ้านแก้ปัญหาเอง&amp;nbsp; สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากฝีมือของชาวบ้านจนรัฐเอาไปกำหนดทิศทางของประเทศในระดับนโยบาย คือ&amp;nbsp; เรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับคนจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ปัญหาคนจนในที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คนจนในที่ริมแม่น้ำ&amp;nbsp; ทางเท้า&amp;nbsp; ริมทางรถไฟ&amp;nbsp; จึงเริ่มแก้ปัญหาโดยให้ชาวบ้านสำรวจข้อมูลทั้งเมือง&amp;nbsp; พบว่า 27 เทศบาลทั้งประเทศ มี 1,123 สลัม ประมาณ 180,000 ครอบครัว&amp;nbsp; จากนั้นจึงนำข้อมูลมาวางแผนแก้ไขปัญหา&amp;rdquo; นายบานชื่นกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และยกตัวอย่างชุมชนริมน้ำในกรุงพนมเปญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านสร้างบ้านอยู่บนคลองเก่า&amp;nbsp; และต่อมาได้เจรจากับรัฐเพื่อขออยู่ในที่เดิมจนประสบความสำเร็จ&amp;nbsp; จากนั้นชาวบ้านจึงเริ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; ปรับปรุงที่ดินและที่อยู่อาศัยเอง&amp;nbsp; ส่วนการก่อสร้างบ้านใหม่ต้องใช้งบเยอะจึงกู้เงินจากมูลนิธิพัฒนาชุมชนมาใช้ในการก่อสร้าง&amp;nbsp; มี 3 รูปแบบ&amp;nbsp; คือ สร้างในที่ดินเดิม&amp;nbsp; จัดการที่ดินใหม่&amp;nbsp; และย้ายที่อยู่อาศัยจากที่เดิมมาอยู่ที่ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สหกรณ์สตรีศรีลังกาเริ่มจาก 8 คนเป็น 100,000 คน&amp;nbsp; เงินเพิ่มเป็น 9,000 ล้านรูปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายมีโกด้า นัททะศิริ&amp;nbsp; ผู้แทนภาคประชาชนจากประเทศศรีลังกา&amp;nbsp; กล่าวว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศศรีลังกา&amp;nbsp; โดยสหกรณ์กลุ่มสตรีศรีลังกา&amp;nbsp; เริ่มจากการมาดูงานในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำไปปรับใช้&amp;nbsp; แต่ความท้าทายแรก คือ คนในประเทศไม่พร้อมใช้ศักยภาพและความสามารถของตนเอง&amp;nbsp; อันเนื่องมาจากความเคยชินในการที่ประชาชนมีหน้าที่เพียงการเลือกผู้แทน&amp;nbsp; แล้วให้ผู้แทนไปแก้ปัญหาของตน&amp;nbsp; จึงส่งผลต่อการพัฒนาด้านความสามารถ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; สหกรณ์สตรีศรีลังกาเริ่มงานจากการประชุมผู้หญิงเพื่อทำความเข้าใจเรื่องการออมทรัพย์ แต่มีคนสนใจน้อยเพียงแค่ 8 คน&amp;nbsp; และเริ่มทำงานจาก 8 คนจนขยายเป็น 100,000 คน&amp;nbsp; เริ่มแรกมีเงินเพียง 40 รูปี&amp;nbsp; ปัจจุบันเพิ่มเป็น 9,000 &amp;nbsp;ล้านรูปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางอโชก้า ประธานสหกรณ์สตรีศรีลังกา&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ตนเข้าร่วมกับสหกรณ์&amp;nbsp; โดยตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขนาดเล็กขึ้นมา จากกลุ่มออมทรัพย์เล็กๆ ได้รวมกลุ่มออมทรัพย์อื่นๆ จนกลายเป็นสหกรณ์ขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากการรวมกลุ่มได้มีการขยายเป็นสาขาย่อยของสหกรณ์&amp;nbsp; ให้สมาชิกกู้เพื่อที่อยู่อาศัย การศึกษา และอาชีพที่หลากหลาย&amp;nbsp; เงินสหกรณ์สามารถเอาไปใช้ได้หลายหมวด นอกจากนี้ที่ประเทศศรีลังการัฐบาลไม่มีนโยบายไล่ที่คนจน&amp;nbsp; แต่จะมีการจัดการที่ดินให้ชาวบ้านได้อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เนื่องจากเป็นสหกรณ์สตรี&amp;nbsp; แต่มีสมาชิกทั้งผู้หญิงและผู้ชาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ชายมีสิทธิ์โหวตเพื่อลงเสียงในสหกรณ์&amp;nbsp; แต่ไม่มีบทบาทในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; และจากประสบการณ์พบว่า&amp;nbsp; การชวนกลุ่มผู้หญิงเพื่อลงหุ้น 5 รูปีจะได้ทันที&amp;nbsp; แต่ผู้ชายจะคิดก่อน อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การที่ผู้หญิงเห็นความทุกข์ยากของชุมชนจึงมาร่วมกันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้แก่ชาวบ้านที่ยากจน&amp;nbsp; จนในปัจจุบันสหกรณ์สตรีฯ มีศูนย์รักษาสุขภาพของตนเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานสหกรณ์สตรีศรีลังกาเล่าประสบการณ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ประสบการณ์จากเมียนม่าร์ : ใช้สื่อให้เกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางลิซ่า&amp;nbsp; ผู้แทนภาคประชาชนจากองค์กรผู้หญิงเพื่อโลก&amp;nbsp; ประเทศเมียนม่าร์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พม่ามีปัญหาเรื่องราคาที่ดินที่สูงขึ้น&amp;nbsp; การเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว&amp;nbsp; เกิดผลกระทบกับชุมชน&amp;nbsp; ปัญหาที่อยู่อาศัยมีการต่อสู้ตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งตอนแรกยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร&amp;nbsp; แต่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณสมสุข บุญญะบัญชา (อดีต ผอ.พอช.) และใช้วิธีง่ายที่สุด คือ พาคนที่ประสบภัยพิบัติสึนามีมาดูงานที่ประเทศไทย&amp;nbsp; ซึ่งตอนประสบภัยพายุนากิสในประเทศ&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp; โดยทำบ้านเป็นลักษณะกล่องให้ชาวบ้านอยู่&amp;nbsp; ซึ่งชาวบ้านก็ไม่พอใจ&amp;nbsp; จึงมาดูงานสึนามิที่เมืองไทยที่เห็นชาวบ้านทำเอง&amp;nbsp; จึงกลับไปทำที่พม่า&amp;nbsp; โดยให้ชาวบ้านทำเอง&amp;nbsp; ชาวบ้านเหนื่อยมาก&amp;nbsp; แต่พอใจ ถูกใจ และแก้ปัญหาได้เร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พอประสบภัยพิบัติพายุนาร์กิสในปี 2551&amp;nbsp; ชาวบ้านไม่มีงบประมาณ ไม่มีที่ดิน เรื่องที่ยากคือคนในเมืองที่ไม่สิทธิ์อะไร&amp;nbsp; คนจนในเมืองจึงรวมตัวกัน&amp;nbsp; ทำการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; การมาดูงานที่เมืองไทยทำให้ชาวบ้านมีพลังในการทำงานมากขึ้น&amp;nbsp; โดยใช้กระบวนการออมทรัพย์สหกรณ์&amp;nbsp; เป็นเครื่องมือในการจัดการชุมชน&amp;nbsp; ทดลองทำใน 3 ชุมชน ในระยะเวลา 5 ปี&amp;nbsp; ซึ่งนโยบายรัฐไม่ได้สนับสนุน&amp;nbsp; แต่สิ่งที่ทำได้&amp;nbsp; คือ เห็นเพื่อนบ้านในประเทศอื่นๆ ทำได้&amp;nbsp; จึงได้ลงมือทำให้เป็นจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยไม่สนใจกฏหมาย&amp;nbsp; เพราะหากสนใจกฏหมายจะทำอะไรไม่ได้&amp;nbsp; จึงต้องมีความพยายามปรับเปลี่ยน&amp;nbsp; หลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการ 3 โครงการ จึงได้เข้าหารัฐบาลและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่รัฐเน้นแต่ผลผลิตและปริมาณ ซึ่งชาวบ้านยังไม่พอใจ จึงได้มีการปรับไปใช้งบจากบริษัทเอกชนขนาดเล็ก&amp;rdquo; ผู้แทนจากเมียนม่าร์เล่าถึงการแก้ไขปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และเล่าถึงการใช้สื่อมวลชนเพื่อแสดงปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน&amp;nbsp; ในช่วงที่นางอองซานซูจีไปเยี่ยมชุมชน มีสื่อมวชนตามไปทำข่าวเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงสร้างความสนใจโดยการร้องห่มร้องไห้&amp;nbsp; พูดถึงปัญหาความเดือดร้อนเรื่องไม่มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ทำให้สื่อสนใจนำข่าวไปเผยแพร่&amp;nbsp; รัฐบาลจึงสั่งให้มีการเร่งแก้ปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การเริ่มต้นของชาวบ้านคือมีกลยุทธ์ยึดสื่อ แถลงข่าวในการทำงาน&amp;nbsp; การจัดการต่างเรียนรู้จาก พอช. ซึ่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็พอใจกับกระบวนการแบบ พอช.&amp;nbsp; แต่องค์กรในเมียนม่าร์ยังไม่เป็นทางการหรือยังไม่เป็นสถาบันเหมือนกับ พอช.&amp;nbsp; แต่ในอนาคตจะขยับเป็นองค์กรระดับชาติ&amp;nbsp; และใช้กรณีศึกษาจากประเทศไทยเพื่อนำเสนอและต่อรองกับรัฐ&amp;nbsp; และสิ่งสำคัญในการทำงาน คือ ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาแก้ปัญหา&amp;nbsp; มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนบ้าน&amp;nbsp; ทำงานกับชุมชนต้องทำเรื่อยๆ ไม่หยุด&amp;nbsp; พยายามเชื่อมโยงกับนโยบายให้ได้&amp;nbsp; ภาคีร่วมพัฒนาที่เป็นเอ็นจีโอทั้งในและต่างประเทศก็ต้องร่วมมือกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนจากเมียนม่าร์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;UNHABITAT : &amp;ldquo;การทำเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องการสร้างสุขภาวะ สร้างความมั่นคง ไม่ใช่เพืยงการสร้างบ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายแฮม&amp;nbsp; ผู้แทนจาก UNHABITAT (โครงการการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ของสหประชาชาติ)&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย คือ ความไม่เท่าเทียมในชีวิตคนเมือง เป็นเรื่องที่เกิดในทุกๆ เมือง&amp;nbsp; ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีมานานแล้ว&amp;nbsp; และตนมีความรู้สึกดีที่มีองค์กรแบบ พอช.ที่ทำงานมานานและต้องทำงานต่อเนื่อง&amp;nbsp; โดยรัฐต้องมุ่งมั่นในการสนับสนุน และขบวนชาวบ้านต้องมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ในเอเชียจะเห็นว่ามากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด&amp;nbsp; จะอยู่อาศัยในชุมชนแออัด&amp;nbsp; แต่รัฐแก้ได้เพียง 1 ใน 3 ส่วน ที่เหลือยังแก้ไม่ได้&amp;nbsp; การทำที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องการสร้างสุขภาวะ&amp;nbsp; สร้างความมั่นคง&amp;nbsp; มีความเป็นองค์รวมไม่ใช่เพียงการสร้างบ้าน&amp;nbsp; และองค์ประกอบของการพัฒนาที่อยู่อาศัย คือ&amp;nbsp; ต้องมีนโยบายรัฐที่สนับสนุนการทำงานของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และชุมชนต้องได้รับการสร้างเสริมพลังความเข้มแข็ง&amp;nbsp; การแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยต้องมองจุดสัมพันธ์หลายระบบ&amp;nbsp; ทั้งการศึกษา&amp;nbsp; การปกครอง และเรื่องธรรมาภิบาล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในประเทศเมียนม่าร์ที่กำลังมีการเลือกตั้งเป็นช่วงที่ดีที่พร้อมในการโน้มน้าวให้รัฐมีนโยบายการพัฒนา&amp;nbsp; และการใช้สถิติตัวเลขที่อยู่อาศัยน่าจะเอามาใช้เป็นเครื่องมือในการพูดคุยกับรัฐได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนจาก&amp;nbsp; UNHabitat &amp;nbsp;แนะแนวทางการร่วมมือแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้รูปแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีหลักการและแนวคิดอยู่แล้ว&amp;nbsp; แต่สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องทำให้ผู้ที่กำหนดนโยบาย&amp;nbsp; ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&amp;nbsp; เชื่อมั่นต่อกระบวนการทำงานที่นำไปสู่การสร้างผลผลิตที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp; เช่นกองทุนหมุนเวียนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและสามารถทำได้โดยไม่ขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASIAN PARTNERSHIP, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d2060bed3d42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
