<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงนายกฯเลิกใช้‘SQ’กักตัว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ยอดติดเชื้อใหม่เพิ่ม 2,290 ราย เสียชีวิต 27 ราย คลัสเตอร์ใหม่ลามหลายจังหวัดยอดพุ่ง &amp;quot;กทม.&amp;quot; ปรับแผนนำร่องใช้มาตรการบับเบิลแอนด์ซีลแคมป์คนงาน 28 วันก่อนคุมทั่ว ปท. &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ชงนายกฯ ยกเลิก SQ เริ่ม 1 ก.ค.นี้ หลังพบ ปชช.บางคนเข้า-ออกนับ 10 รอบ ปรับเป็นกักตัวผ่าน ASQ เก็บค่าอาหาร-ที่พัก รัฐช่วยค่าบริการ สธ. &amp;quot;เรือนจำ&amp;quot; ผู้ต้องขังรักษาตัวหายเพิ่มขึ้น &amp;quot;สมุทรปราการ&amp;quot; ยังติดเชื้อหลักร้อย &amp;quot;สงขลา&amp;quot; เจอคลัสเตอร์โรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,290 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,966 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,334 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 632 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 294 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 30 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 189,828 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 5,711 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 144,998 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 43,428 ราย อาการหนัก 1,287 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 352 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 27 ราย เป็นชาย 15 ราย หญิง 12 ราย อยู่ใน กทม. 17 ราย ปทุมธานี สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย สมุทรปราการ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ชัยนาท ราชบุรี สระบุรี จังหวัดละ 1 ราย อายุน้อยที่สุด 48 ปี ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,402 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 175,616,534 ราย เสียชีวิตสะสม 3,788,650 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับ 5 จังหวัดแรกที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในวันนี้คือ กทม. 942 ราย สมุทรปราการ 173 ราย นนทบุรี 102 ราย สมุทรสาคร 98 ราย นครปฐม 83 ราย โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายจังหวัดคือ บริษัทส่งออกเสื้อถักไหมพรม อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีผู้ป่วย 67 ราย โรงงานชำแหละไก่ อ.สามพราน จ.นครปฐม มีผู้ป่วย 63 ราย ตลาดวชิรา อ.เมือง จ.สงขลา มีผู้ป่วย 7 ราย โรงงานถุงมือยาง อ.สะเดา จ.สงขลา มีผู้ป่วย 19 ราย โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี มีผู้ป่วย 27 ราย ตลาดไทย-กัมพูชา และในชุมชน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี มีผู้ป่วย 13 ราย ขณะที่ใน กทม.มีการระบาดที่เป็นคลัสเตอร์รวมทั้งสิ้น 78 แห่ง มีคลัสเตอร์ใหม่ 3 แห่ง คือ แคมป์ก่อสร้างวรสิษฐ์ เขตหลักสี่ พบผู้ป่วย 59 ราย ตลาดซอยละลายทรัพย์ เขตบางรัก 20 ราย โรงงานเย็บผ้า CPG Garment เขตภาษีเจริญ 37 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในที่ประชุมวันนี้กรมควบคุมโรคได้เสนอมาตรการบับเบิลแอนด์ซีลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ เนื่องจากก่อนหน้านี้อาจมีบางแคมป์ปฏิบัติไม่ตรงกัน โดยแคมป์คนงานที่อยู่สถานที่เดียวกับที่ก่อสร้างเราจะใช้มาตรการซีล โดยจะให้มีการจัดหาที่พักให้แก่พนักงาน มีอาหารให้ 3 มื้อ จัดทำทะเบียนสถานที่พัก แต่งตั้งผู้ควบคุมแต่ละหอ โดยมีการลงทะเบียนเข้า-ออกหอพัก ส่วนสถานที่พักที่อยู่คนละจุดกับที่ทำงานนั้นจะมีการตั้งแถว มีผู้ควบคุมกลุ่มที่เดินกลับที่พัก จัดหารถรับ-ส่งพนักงาน และมีระบบติดตามการเดินทางระหว่างที่พักกับจุดทำงาน โดยมาตรการเหล่านี้จะจัดไว้กับกลุ่มที่มีร่างกายแข็งแรง จะกันผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวออกไป เพื่อจะไม่ต้องปิดแคมป์หรือโรงงาน เนื่องจากหากปิดไปก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะคนงานเหล่านี้อาจไปสมัครงานที่อื่นได้ โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสนอว่าให้ใช้มาตรการเช่นนี้ไป 28 วัน ระหว่างนั้นจะมีการสุ่มตรวจ ครบ 28 วันแล้วจะมีแผนการเปิดจุดต่างๆ โดยจะมีรายละเอียดแถลงออกมา และจะนำมาตรการนี้ไปใช้กับทุกจังหวัดเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
ศบค.เตรียมยกเลิก SQ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กยังฝากไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ทำทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากผู้ว่าฯ มีส่วนสำคัญในการควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวมั่นใจการมอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงดูแลแคมป์คนงานก่อสร้างจะทำให้การป้องกันโควิดดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กล่าวถึงกรณีจะยกเลิกการใช้ State Quarantine หรือ SQ ว่า เป็นไปตามมติของที่ประชุม ศบค.เมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบันรายงานผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยน้อยลงแล้ว นอกจากนี้ยังมีประชาชนเดินทางไป-กลับนับ 10 รอบ ซึ่ง ศบค.มองว่าเป็นภาระด้านงบประมาณของรัฐบาล จึงหาทางให้ผู้ที่เดินทางรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้กำลังพิจารณาแนวทางการใช้ Alternative Stste Quarantine หรือ ASQ ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการยกเลิกเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาทางอากาศเท่านั้น พร้อมกับพิจารณาสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นให้ส่วนราชการผู้รับผิดชอบเจ้าของเรื่องเป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เดินทางเข้าออกประเทศยังคงต้องกักตัว 14 วัน แต่ต้องเปลี่ยนไปใช้การกักตัวที่ ASQ ซึ่งผู้เดินทางต้องแสดงความพร้อมว่าเมื่อเดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องไปกักตัวที่ใด&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า การยกเลิก SQ กำลังอยู่ในขั้นตอนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.พิจารณา และจะเริ่มยกเลิกวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งนายกฯ และ ศบค.คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนบางส่วน จึงกำชับให้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยกำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาราคาที่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบงบรายจ่ายบางส่วน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งผู้ที่เข้ารับการกักกันจะต้องรับผิดชอบเฉพาะค่าอาหารและค่าที่พัก ซึ่งจะเป็นราคาที่ถูกกว่า ASQ เดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การยกเลิก SQ และภูเก็ต SandBox มีเงื่อนไขต่างกัน โดยภูเก็ต SandBox มีเงื่อนไขพิเศษ ซึ่งขณะนี้กำลังหารือกันอยู่ ส่วนจะขยายพื้นที่ท่องเที่ยวไปยังพื้นที่อื่นหรือไม่ ขณะนี้มีเพียงภูเก็ตพื้นที่เดียว ส่วนพื้นที่เกาะสมุยจะเสนอเข้ามาอีกรูปแบบหนึ่ง โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่ เนื่องจากสมุยไม่มีเครื่องบินตรงจากต่างประเทศ&amp;rdquo; เลขาธิการ สมช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสถานการณ์โควิดแล้วให้มีการขยายเวลาการเวิร์กฟรอมโฮมต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ โดยยึดแนวทางปฏิบัติที่ประกาศไว้เดิม แต่มีประเด็นเพิ่มเติมคือ เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ของ สปน.ได้รับการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วประมาณ 74%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมราชทัณฑ์? นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงสถานการณ์โควิดในเรือนจำและทัณฑสถาน มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 294 ราย รักษาหายเพิ่ม 3,021 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 8,747 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน พบมีเรือนจำและทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดเท่าเดิมที่จำนวน 129 แห่ง ขณะที่ยังพบการแพร่ระบาด 12 แห่งคงเดิม และในวันนี้มียอดผู้ติดเชื้อที่รักษาหายเพิ่มขึ้นมากถึง 3,021 ราย
คลัสเตอร์ รง.ทำสงขลาพุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการพบผู้ติดเชื้อใหม่ จำนวน 173 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 159 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 83 ปี การตรวจคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 202,638 ราย พบเชื้อ 7,998 ราย ผู้ป่วยติดเชื้อที่พบในวันนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่กักตัวที่โรงพยาบาลสนามแล้วตรวจพบว่าติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตราด นายสมพงษ์ ธนากิจ สาธารณสุขอำเภอแหลมงอบ พร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแหลมงอบ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เดินทางมาเคลื่อนย้ายแรงงานกัมพูชา จำนวน 23 คน ที่ติดเชื้อโควิดซึ่งอยู่ในเรือประมงชื่อ พ.พรประเสริฐ 1 จำนวน 21 คน และเรืองโชควิริยะ อีก 2 คน เพื่อนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลแหลมงอบ นอกจากนี้ยังมีลูกเรือประมงอีก 13 คน บนเรือ พ.พรประเสริฐ 1 อีก 2 คนที่ต้องรอผลว่าจะเกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื่องจากจะยังถูกกักตัวอยู่ที่เรือประมงทั้ง 2 ลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.อำนาจเจริญ ไม่มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ติดต่อกัน 7 วัน อย่างไรก็ตาม พระสงฆ์ในเขตตัวเมืองอำนาจเจริญหลายวัด มีพระสงฆ์ออกบิณฑบาตเพียงวัดละ 1 รูปเท่านั้น จากที่เคยบิณฑบาตวัดละ 10-15 รูปในทุกเช้า โดยเฉพาะบางวัด ไม่มีพระสงฆ์ออกบิณฑบาตเลยนับตั้งแต่มีการระบาดระลอก 3 ร่วม 3 เดือนแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตรัง นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น โฆษกศูนย์บริหารโควิด-19 จ.ตรัง และ พญ.ทิพย์ลดา บุญชัย รองโฆษกฯ แถลงว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 22 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 1,292 ราย ผู้ป่วยใหม่เป็นคนไทยทั้งหมด จาก 5 คลัสเตอร์ที่ระบาดมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้คือ ร้านกาแฟภาสินี 10 ราย โรงงานถุงมือยาง เป็นพนักงาน 1 ราย และผู้สัมผัส 7 ราย โรงงานไม้ยางพารานาเมืองเพชรพาราวูด 2 ราย รวมทั้งคลัสเตอร์ใหม่ล่าสุดคือ คลัสเตอร์พี่เลี้ยงเด็กห้วยยอด พบเพิ่ม 2 ราย รวมยอดสะสม 7 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 70 ราย จากคลัสเตอร์โรงงานถุงมือยาง โรงงานยางแผ่นรมควันประมาณ 30 กว่าราย กลุ่มดื่มน้ำ กระท่อมป้อมหก 5 ราย คลัสเตอร์คนขับรถโดยสารปาดังเบซาร์ 18 ราย และนอกจากนั้นจากกลุ่มสัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ รวมติดเชื้อสะสม 2,190 คน เสียชีวิต 12 คน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASQ, COVID-19, กักตัวผ่าน ASQ, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แคมป์คนงาน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c368ad7c619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.กำชับรพ.คู่สัญญา ASQ ต้องปฎิบัติตามมาตรฐานเคร่งครัด หลังมีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ อีก4คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63- &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;จ.นนทบุรี &amp;nbsp;นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พร้อมด้วย ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. และนพ. จักรรัฐ พิธยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า สถานกักกันที่รัฐจัดให้และสถานกักกันที่รัฐกำหนด เป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองและควบคุมโรคโควิด 19 ที่มาจากต่างประเทศ โดยปัจจุบันมี State Quarantine (SQ) 25 แห่ง Alternative State Quarantine (ASQ) 116 แห่ง Alternative Local Quarantine (ALQ) 39 และ และ Alternative Hospital Quarantine (AHQ) 183 แห่ง ปัจจุบันมีผู้เดินทางเข้ามาสู่ระบบการกักกันทุกรูปแบบ 171,016 คน อัตราการติดเชื้อร้อยละ 0.67 หากพิจารณาเฉพาะส่วนของ ASQ อยู่ที่ร้อยละ 0.54 ถือว่ายังไม่สูงผิดปกติ สำหรับโรงพยาบาลคู่สัญญาที่เข้ามาดูแลผู้เข้ากักตัวในส่วนของโรงแรม ASQ มีจำนวน 17 แห่ง ดังนั้น โรงพยาบาล 1 แห่งจึงเป็นคู่สัญญากับโรงแรมหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สำหรับกรณีพบผู้ติดเชื้อเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานใน ASQอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุร่วมกับกรมควบคุมโรค ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำเข้าสู่ระบบการกักกันและเฝ้าระวังอาการทั้งหมดแล้ว ขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าโรงแรมที่เข้าร่วมเป็นสถานที่กักกันจะต้องผ่านมาตรฐาน 6 ด้านตามที่กำหนด และโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาต้องปฏิบัติตามหลักการควบคุมจัดการโรคติดต่อ การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิด 19 (Infectious Control) และแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา กรณีโรคโควิด 19 (CPG) อย่างเคร่งครัด โดยวันที่ 9 ธันวาคม 2563 จะประชุมชี้แจงและซักซ้อมแนวปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติงาน (SOP) ผ่านระบบ Web-ex และ Zoom Meeting โดยขอให้ผู้ปฏิบัติงานใน ASQ ดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการเข้าเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อและการถอดชุดป้องกัน ที่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและระมัดระวัง เนื่องจากเป็นจุดเสี่ยงที่อาจทำให้ติดเชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. จักรรัฐ &amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ทั่วโลก วันนี้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกือบ 5 แสนราย ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม 67,934,939 ราย เสียชีวิต 1,550,169 ราย ประเทศที่มีการติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล รัสเซีย และฝรั่งเศส ส่วนประเทศเมียนมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,276 ราย สะสม 100,431 ราย และมาเลเซีย รายใหม่ 1,600 ราย สะสม 74,294 ราย &amp;nbsp;สำหรับประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวม 19 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศและกักตัวในสถานกักกันโรคที่รัฐกำหนด 14 ราย เดินทางมาจากเมียนมา 6 ราย ตุรกี 1 ราย บัลแกเรีย 1 ราย โมร็อกโก 1 ราย สหรัฐอเมริกา 2 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย เดนมาร์ค 1 ราย และบาเรนห์ 1 ราย ทุกรายเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว ลักลอบเดินทางเข้ามา 1 ราย มาจากเมียนมาเข้าทางเส้นทางธรรมชาติ เข้าสู่ระบบการดูแลรักษา และพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 4 ราย เป็นพยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชนคู่ปฏิบัติการของสถานกักกันที่รัฐกำหนด (ASQ) ขณะนี้เข้ารับการรักษาทุกราย&amp;nbsp;
สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่เกี่ยวข้องกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา อยู่ในระบบการควบคุมสอบสวนโรครวม 39 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 1 ราย เป็นหญิงอายุ 21 ปี เดินทางเข้ามาผ่านช่องทางธรรมชาติพร้อมเพื่อนที่เป็นชาวราชบุรี (ผู้ติดเชื้อรายเก่าที่รายงานแล้ว) ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามระบบแล้ว ทั้งนี้ ได้รับรายงานในเบื้องต้นว่ามีผู้ติดเชื้อรอการยืนยันอีก 7 ราย ซึ่งทาง จ.เชียงรายได้แถลงข่าวไปแล้วเมื่อเวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. จักรรัฐกล่าวต่อว่า ขณะนี้ เริ่มพบการติดเชื้อภายในประเทศโดยอยู่ในวงจำกัดของบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลเอกชนคู่ปฏิบัติการของ ASQ ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมลงพื้นที่ดำเนินการสอบสวนโรค ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ ข้อมูลสอบสวนโรคในเบื้องต้น ผู้ติดเชื้อเป็นบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งเดียวกัน รวม 5 ราย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนคู่ปฏิบัติการของ ASQ โดยรายแรกเริ่มมีอาการและตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 (เป็นผู้ป่วยที่รายงานแล้วเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563) ในวันนี้พบเพิ่ม 4 ราย นับเป็นรายที่ 2 ของกลุ่มก้อนนี้ โดยตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานและพักห้องเดียวกันกับผู้ติดเชื้อรายแรก, รายที่ 3 ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม, รายที่ 4 ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ให้ประวัติว่าเริ่มมีอาการเล็กน้อยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 และรายที่ 5 ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2563 แต่ไม่มีอาการ ทั้งหมดเป็นเพื่อนร่วมงานของผู้ติดเชื้อรายแรก เบื้องต้นตรวจผู้สัมผัสรวม 280 ราย เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง 51 ราย ผลตรวจทั้งหมดไม่พบการติดเชื้อ และกลุ่มเสี่ยงต่ำ 229 ราย ผลออกแล้ว 14 รายไม่พบการติดเชื้อ และรอผล 215 ราย ส่วนสาเหตุของการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์กลุ่มดังกล่าว อยู่ระหว่างการสอบสวนและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ จะได้มีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมและแถลงให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot; ปลัดสธ. &amp;nbsp;ได้สั่งการไปยังโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งให้กำชับบุคลากรเข้มงวดการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล และสั่งการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ติดตาม กำกับดูแลมาตรฐานของสถานกักกันทุกรูปแบบ &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ในส่วนของผู้โดยสารที่เดินทางเที่ยวบินเดียวกับผู้ติดเชื้อหญิงอายุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี ขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม หากผู้โดยสารที่เดินทางในเที่ยวบินเดียวกันหรือวันเดียวกัน มีความกังวล สามารถสอบถาม รับคำปรึกษาที่สายด่วน 1422 หรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ประสานงานกับกระทรวงคมนาคม เข้มงวดมาตรการควบคุมป้องกันโรคของสนามบิน และบนเครื่องบิน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน&amp;quot;นพ.จักรรัฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86294</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ASQ, กระทรวงสาธารณสุข, บุคลากรทางการแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf4412a25f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เปิดแพ็กเกจ ทั้งไทย-เทศ จองโรงแรมกักตัวผ่าน&quot;agoda&quot; แง้มประตูท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27 พ.ย.63- &amp;nbsp;โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วยนพ . ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) และนายจอห์น บราวน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอโกด้า (Agoda) ร่วมแถลงข่าว &amp;ldquo;การดำเนินงานสถานกักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine) และเปิดตัวแพลตฟอร์มจองแพ็คเกจโรงแรมสถานที่กักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก (ASQ)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สาธิต กล่าวว่า สธ. โดย สบส. ได้ร่วมมือกับบริษัทอโกด้า เปิดตัวระบบปฏิบัติการ (Platform) จองแพ็คเกจโรงแรมสถานกักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine (ASQ) packages) ประเทศแรกของโลกที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจองโรงแรมสถานที่กักตัว แก่ชาวไทยที่ต้องการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย และชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในประเทศไทย ช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการค้นหาเปรียบเทียบแพ็คเกจ ASQ ในประเทศไทย เช่น จำนวนห้องพักที่ว่าง ราคาห้องพัก ประเภทห้องพัก และบริการอื่นๆ เป็นการลดเวลาในการเลือกจองโรงแรมที่ได้รับการรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ยังมีบริการที่ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้บริการ มีการแสดงผลมากถึง 39 ภาษา บริการดูแลลูกค้าใน 21 ภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและจีนบริการ ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง และมีกระบวนการชำระเงินที่สะดวกรวดเร็ว นับเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบกิจการในทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. ธเรศ &amp;nbsp;กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงแรมที่ได้รับการรับรองเป็น ASQ แล้ว 113 แห่ง สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ 1,200 ล้านบาท สำหรับการเปิดตัวแพลตฟอร์ม เบื้องต้นมีสถานประกอบการเข้าร่วมแพ็คเกจ ASQ ให้เลือกรับบริการประมาณ 37 แห่ง และจะขยายเพิ่มจำนวน ASQ และสถานที่ควบคุมโรคทางเลือกในต่างจังหวัด (Alternative Local Quarantine - ALQ) อีกกว่า 100 แห่ง คาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 30,000 ราย และสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มอีกกว่า 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจอห์น บราวน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอโกด้า กล่าวว่า ขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข ที่มีแนวคิดก้าวหน้านำบริษัทที่มีเทคโนโลยีมีความเชี่ยวชาญการจองที่พักนำมาร่วมพัฒนาการเข้าถึงและประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มจองแพ็คเกจ ASQ ในแบบดิจิทัล เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพแก่ประชาชนในประเทศ และนักเดินทางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและองค์กรในลักษณะนี้ ย่อมมีส่วนช่วยให้โครงการอื่นๆ ในอนาคตสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น คุ้มค่า อีกทั้งยังช่วยตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85223</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, agoda, ASQ, กักตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0bf43c6746.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้บทเรียน สธ.ตั้งคณะทำงานตรวจประเมิน โรงแรมกักตัวที่รัฐจัดให้ หรือ ASQ  หลังพบเชื้อในฟิตเนส และหญิงชาวฝรั่งเศสติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63-ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงข่าวมาตรการเข้มในสถานกักตัวที่รัฐกำหนด ว่า สถานกักกันโรคเป็นการเฝ้าระวังโรคโควิด 19 ในผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ทำให้ระบบการจัดการโรคโควิด 19 ในประเทศมีประสิทธิภาพ โดยสถานกักตัวที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine : ASQ) ผู้เข้ากักกันจะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ปัจจุบันมีโรงแรมที่ประกาศเป็น ASQ แล้ว 101 แห่ง จำนวน 13,004 ห้อง อยู่ระหว่างตรวจประเมิน 2 แห่ง รออนุมัติอีก 7 แห่ง ส่วน Alternative Local Quarantine (ALQ) ในภูมิภาคที่จะรองรับการบินตรงมายังต่างจังหวัดมี 21 แห่ง ได้แก่ บุรีรัมย์ 1 แห่ง ชลบุรี 1 แห่ง ภูเก็ต 8 แห่ง ปราจีนบุรี 1 แห่ง และสุราษฎร์ธานี 10 แห่ง รวม 1,466 ห้อง โดย ASQ จะต้องผ่านมาตรฐาน 6 หมวด ได้แก่ หมวด 1 โครงสร้างอาคารวิศวกรรมความปลอดภัยและระบบสื่อสารสารสนเทศ หมวด 2 บุคลากร ซึ่งต้องได้รับการอบรมก่อนปฏิบัติงาน หมวด 3 วัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน และอื่นๆ หมวด 4 ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล หมวด 5 การจัดการสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับชุมชน และหมวด 6 โรงพยาบาลคู่สัญญาปฏิบัติการร่วมและความสะดวกสบายเพิ่มเติม ดาวน์โหลดรายละเอียดได้ที่ http://www.hsscovid.com/files/A%20State%20Quarantine%2017.4.63.pdf&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับกรณีที่พบเชื้อบนพื้นผิวอุปกรณ์ฟิตเนส ใน ASQ แห่งหนึ่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นคณะทำงานวิชาการได้ตรวจประเมินพบว่า มีหลายจุดที่ต้องทำการทบทวน เช่น การให้ออกจากห้องมาออกกำลังกาย การเข้าไปทำความสะอาดห้องพัก 2 วันต่อครั้ง การออกมาปะปนกันของผู้กักตัว เป็นต้น ทั้งนี้ ก่อนอนุญาตให้ดำเนินการ ASQ ได้มีการชี้แจงถึงมาตรฐานการอนุญาตให้ผู้กักตัวออกมานอกห้อง โดยต้องจัดระบบ จัดพื้นที่พักผ่อน จัดรอบการออกนอกห้องพัก การเว้นระยะห่าง มีการทำความสะอาดฟิตเนสเป็นรอบๆ ซึ่งระบบวางไว้ค่อนข้างดี แต่บางโรงแรมอาจไม่ได้ทำตามแนวทางที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจึงได้ไปซักซ้อมทำความเข้าใจให้มีความปลอดภัย แต่ผู้เดินทางยังได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัย แนวทางหนึ่งคือ การจัดกลุ่มผู้เข้ากักกันตามความเสี่ยงของประเทศต้นทาง โดยพิจารณาจากจำนวนผู้ป่วยและระบบโครงสร้างพื้นฐานการควบคุมโรคของประเทศนั้น ซึ่งจะพิจารณาทุก 15 วัน และแบ่งเป็นกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำ ปานกลาง และสูง ถ้าใช้เรื่องความเสี่ยงควบคู่กับการอนุญาตให้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวก มาตรการก็จะเข้มแข็งขึ้น เป็นการจัดการตามความเสี่ยงและยังคงความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;การจัดการ ASQ ยังคงเป็นไปตามมาตรฐาน แต่บางส่วนอาจจะต้องปรับปรุง โดยจะตั้งคณะทำงานตรวจประเมินมาตรฐานเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และทบทวนการอนุญาตให้ผู้กักตัวใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม สำหรับกรณีที่จังหวัดสมุทรปราการ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรปราการได้ให้ ASQ หยุดรับคนเข้ากักกันเพิ่ม ให้ผู้พักเดิมอยู่แต่ภายในห้อง ไม่อนุญาตออกมาใช้พื้นที่ส่วนรวม และเมื่อคนในที่พักออกจากที่กักครบทั้งหมดแล้ว จะมีการเข้าไปดูแลทำความสะอาดและประเมินทุกอย่างอีกครั้ง&amp;quot; นพ.ธเรศกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82089</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ASQ, นพ.ธเรศ กรัษนัยรววิวงค์, ฟิตเนส, หญิงชาวฝรั่งเศศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f995a9d79dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
