<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2026 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ไม่หวั่นโควิด – 19 พร้อมเดินหน้าโครงการ U2T ต่อ  “เอนก” ปรับการทำงานใหม่ให้ทำงานเป็น “จิตอาสา” ช่วยงานโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.แถลงข่าว &amp;ldquo;3 เดือน U2T ความสำเร็จและก้าวต่อไป&amp;rdquo; ว่า โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T เริ่มต้นเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตนยินดีที่จะได้มาสรุปความสำเร็จในเบื้องต้นของงานซึ่งเป็นเวลาเดียวที่มีการระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 รอบ 3 อว.จะดำเนินโครงการ U2T ต่อไป ไม่หยุด ไม่ชะงัก เพราะโครงการ U2T เกิดจากโควิด &amp;ndash; 19 อยู่แล้ว รัฐบาลต้องจ้างงานเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น โครงการทำให้ตำบลต่างๆ มีความเข้มแข็ง มีรากแก้วหยั่งลงไปในดินได้ ความสำเร็จประการแรก คือ อว.ทำให้เกิดการจ้างเกือบ&amp;nbsp; 6 หมื่นคนซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดในเวลาไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น ต่อมาทำให้เกิดเงินหมุนเวียนภายในประเทศได้ถึงเดือนละกว่า 700 ล้านบาท เกือบ 3 เดือนที่ผ่านมาตนลงพื้นที่ไปติดตามการจ้างงานเหนือสุดที่ จ.ลำปาง ภาคอีสานที่สุดที่ จ.บึงกาฬ และภาคใต้สุดที่ จ.นราธิวาส ได้พูดคุยกับชาวบ้าน พวกเขาดีใจมาก ที่หมู่บ้านกลับมาคึกคัก ในตำบลมีคนเดินมาจับจ่ายใช้สอย นักเศรษฐศาสตร์ ของ อว.คำนวณว่าไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่ผู้จ้างงานได้รับ ตกอยู่ใน 3 พันตำบลนั่นเอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว.กล่าวต่อมา ประการต่อมาการจ้างงานทำให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ได้รับการจ้างงานกับชุมชนเกือบ 1 หมื่นโครงการ เฉลี่ยตำบลละ 30 โครงการ มีหลายโครงการที่น่าสนใจ เช่น การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ใน 12 วัดในชุมชนวอแก้ว จ.ลำปาง ซึ่งทำให้คนในชุมชนกลับมาอนุรักษ์รักษามรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองเพื่อยกระดับเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชน หรือ การอบรมชาวบ้านทำ สปาสมุนไพรในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ในชุมชนภูเขาทอง จ.นราธิวาส เพื่อรองรับการท่องเที่ยวหรือการนำเทคโนโลยีด้าน IoT ไปใช้ในด้านการเกษตร เปลี่ยนแปลงเกษตรดั้งเดิมให้เป็น Smart Farming รวมถึงการทำเกษตรปลอดภัยในอีกหลายๆ ตำบล ที่บึงกาฬ เอาศิลปะโบราณเกี่ยวกับพญานาค ครูขาบ สุทธิพงษ์ สุริยะ ได้นำเด็กมาฝึกทำพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ทำศิลปะพญานาคแต่ปรับให้เป็นสมัยใหม่ มี มรภ.อุดรธานี มาช่วยพัฒนา มีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดามาช่วยด้วย เป็นต้น ที่สำคัญ ผู้ได้รับการจ้างซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา บัณฑิตสามารถทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ได้อย่างกลมกลืน กลมเกลียว เป็นการสนธิกำลังกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.ดร.เอนก กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ผู้ได้รับการจ้างงานได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลพื้นฐานตำบล เพื่อสำรวจปัญหาและประเมินศักยภาพตำบล ได้ถึง 97 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ได้รู้ว่ามีตำบล 31 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือ และมี 66 เปอร์เซ็นต์ที่พึ่งพาตัวเองได้หรือก้าวไปสู่ความยั่งยืนได้ จากนี้ไปผู้ได้รับการจ้างงานจะเก็บข้อมูลความหลากหลายของสังคมและความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อนำข้อมูลมาสนับสนุนโครงการ BCG หรือ&amp;nbsp; เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ของรัฐบาล นอกจากผู้ได้รับการจ้างงานจะทำงานกับชุมชนแล้ว ยังต้องเรียนไปด้วย เพื่อเพิ่มทักษะการเงิน ดิจิทัล ภาษาอังกฤษ และทักษะทางสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ผมพูดมา อาจจะมีคำถามว่าคุยโวหรือเปล่า ขอตอบว่าโครงการที่จะสำเร็จจริงหรือไม่ ดูไม่ยาก คือ ดูว่ามีคนสนใจเข้ามาร่วมกับเราหรือไม่ โครงการ U2T ถ้าไม่สำเร็จคงจะไม่มีภาคเอกชนมากมายเข้ามาร่วม เช่น เซ็นทรัลกรุ๊ป ให้ใช้พื้นที่ที่หาดใหญ่สำหรับ U2T และในอนาคตจะให้ใช้พื้นที่อีก 40 แห่งทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่ากลุ่มซีพี จะสนับสนุนจะให้นำสินค้าเกษตรที่ชุมชนในโครงการ U2T มาจัดจำหน่ายในเครือ ยังมีเบทาโกร มิตรผล ธนาคารออมสิน รวมทั้งกูเกิ้ลที่ให้ใช้แอคเคาน์ฟรีถึง 1 แสนแอคเคาน์ด้วย ที่สำคัญเอกชนอยากจะให้เราเพิ่มพื้นที่ตำบลให้ครบทั่วประเทศ ซึ่งวันนี้ผมได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสภาพัฒน์เพื่อขอขยายโครงการ U2T อีก กว่า 4 พันตำบลแล้ว&amp;rdquo; ศ.ดร.เอนก กล่าวและว่า อีก 3 เดือนข้างหน้าเราจะเอาเด็กในโครงการ U2T มาแข่งขันในโครงการ U2T Hackathon เพื่อให้เด็กช่วยกันคิดหาแนวทางการพัฒนาตำบลของตัวเองให้ดีที่สุดและจะเพิ่มการแข่งขันอี &amp;ndash; สปอร์ตเข้าไปด้วย และทำเรื่อง Foresight หรือการคาดการณ์เพื่อสร้างอนาคตด้วย ตนคิดว่าเด็กรุ่นนี้โชคดีมาก ที่ได้เรียนรู้สิ่งที่พิเศษและวิเศษมากๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่สำคัญ อว.จะปรับการทำงานของโครงการ U2T ไปเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยโรงพยาบาลสนามเพื่อสู้ภัยโควิด &amp;ndash; 19 ไปด้วย เราจะไม่หยุด ไม่ท้อ ไม่ถอย ไม่สะดุดเพราะโควิด &amp;ndash; 19 เพราะ U2T นั้น เกิดมาจากโควิด เราจะทำไปจนถึงเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลเตรียมเปิดประเทศ&amp;rdquo; ศ.ดร.เอนก กล่าว&lt;/p&gt;
d55
m358
kc9
dark168
r39
pglucky88
bwin
hotbet
pgth
l86</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100096</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG, Smart Farming, U2T, U2T Hackathon, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, อว., เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว, โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ, โควิด – 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e9cee1932d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ช่วยเหลือศิลปินพื้นบ้านและเครือข่ายวัฒนธรรมได้รับผลกระทบโควิด-19 ให้กำลังใจ-สร้างงาน-สร้างรายได้ จัดมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ&quot;วิถีถิ่น วิถีไทย&quot; 4 ภูมิภาคช่วงมี.ค.-พ.ค.นี้  ประเดิมที่นครราชสีมา 23-29 มี.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 23 มีนาคม 2564 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ลานโอเปร่า อ.เมืองนครราชสีมาจ.นครราชสีมา นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ&amp;quot;วิถีถิ่น วิถีไทย พร้อมเยี่ยมชมบูธจัดแสดงสาธิตและจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;CPOT&amp;nbsp;และสินค้าทางวัฒนธรรมของชุมชนคุณธรรมฯในจังหวัดต่างๆ โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายกฤษฎา คงคะจันทร์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นางโชติกา อัครกิจโสภากุล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจต่างๆ รวมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานรัฐจัดทำแผนปฏิบัติการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ชุมชนและประเทศ ซึ่งในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)มุ่งสร้างขวัญและกำลังใจ และส่งเสริมให้ศิลปินพื้นบ้าน ผู้ประกอบการด้านศิลปวัฒนธรรม ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีพื้นที่ในการแสดงและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมผ่านโครงการมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ&amp;quot;วิถีถิ่น วิถีไทย&amp;quot;ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ช่วยลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งเป็นการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่&amp;ldquo;BCG&amp;rdquo;ในเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโดยเฉพาะการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ได้แก่ สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (Cultural Product of Thailand:CPOT)&amp;nbsp;และสินค้าทางวัฒนธรรมของชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวรในจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปรเมศวร์&amp;nbsp; กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; โครงการมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ &amp;quot;วิถีถิ่น วิถีไทย&amp;quot; จัดขึ้นทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคโดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จ.นครราชสีมา จัดงานวันที่ 23-29 มีนาคมนี้ ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สวนเมืองทองและสนามหน้าศาลากลางจ.นครราชสีมา มีกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น&amp;nbsp; การแสดงเพลงโคราช ลิเกโคราช หมอลำโคราช หมอลำพื้นบ้าน หมอลำกลอนประยุกต์ เช่น คณะไพบูลย์ เสียงทอง จ.มหาสารคาม หมอลำเพลินประยุกต์ เช่น คณะลูกพระธาตุ สิทธินาถ มงคลชัย จ.นครพนม&amp;nbsp; คณะราตรี ศรีวิไล จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; หมอลำ เช่น คณะเสียงอิสาน(นกน้อย อุไรพร)&amp;nbsp; ศิลปินดอกฟ้า เพชรภูพาน&amp;nbsp; หมอลำพื้นบ้าน เช่น คณะไหมไทย หัวใจศิลป์ จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp; คณะอรสา แสงเพชร จ.ยโสธร ลำผญามุกดาหาร&amp;nbsp; การแสดงหมอศิลป์อมรสุรินทร์ จ.สุรินทร์ การแสดงรวมศาสตร์ศิลป์ถิ่นอีสาน วงผกาลำดวน จ.ศรีสะเกษ ภาคกลางและภาคตะวันออกที่จ.พระนครศรีอยุธยา จัดงานวันที่ 1-4 เมษายนนี้ ณ สนามวัดพระราม (หลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา) มีกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น&amp;nbsp; ลิเก งิ้ว ลำตัด เพลงเรือ เพลงอีแซว ละครชาตรี วงดนตรีลูกทุ่ง/รำวงย้อนยุค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคใต้ที่จ.นครศรีธรรมราชจัดงานวันที่ 7-9 พฤษภาคมนี้ ณ สนามหน้าเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น การแสดงโนรา&amp;nbsp; หนังตะลุง&amp;nbsp; ลิเกฮูลู เพลงบอกและลิเกป่า ภาคเหนือที่จ.เชียงราย จัดงานวันที่ 10-14&amp;nbsp; พฤษภาคมนี้ ณ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ 75 พรรษา เทศบาลนครเชียงราย&amp;nbsp; มีกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น การแสดงขับซอล้านนา สะล้อ ซอ ซึง ทั้งนี้ แต่ละพื้นที่ที่จัดงานมีบูธจำหน่ายสินค้า CPOTและสินค้าทางวัฒนธรรมของชุมชนคุณธรรมฯในจังหวัดต่างๆด้วย&amp;nbsp; ขณะที่ส่วนกลางที่กรุงเทพฯคาดว่าจะจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม วธ.ได้กำชับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกแห่งที่เป็นพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดงานให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม 1765&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97102</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG, COVID-19, CPOT, กระทรวงวัฒนธรรม, งานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ, นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, นางโชติกา อัครกิจโสภากุล, นายกฤษฎา คงคะจันทร์, นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์, นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา, นายอิทธิพล คุณปลื้ม, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, วิถีถิ่น วิถีไทย, ศิลปินพื้นบ้าน, สินค้าทางวัฒนธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ab6b440879.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ดันวิจัยพัฒนา เพื่อสร้างเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG ตอบโจทย์ โลกมุ่งแก้ปัญหาขยะล้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ต.ค.62-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ใช่แค่เรื่องขยะ แต่ยังมีเรื่องคุณภาพอากาศ และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น ในประเด็นที่ท้าทายเหล่านี้จัดอยู่ในแพลตฟอร์ม เรื่องการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม ที่รัฐบาลมีงบประมาณสนับสนุนอยู่ถึง 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากเราสามารถมาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้จะสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ทันที ดังนั้นรัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้มีการผลักดันโมเดลเศรษฐกิจใหม่ &amp;nbsp;ที่เป็นเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy :BCG ) ซึ่งอยู่บนจุดแข็งของประเทศไทย เพราะเรามีเรื่องการเกษตรและความหลากหลายเชิงชีวภาพจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดของเสียที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ อีกทั้งยังมีของเสียจากภาคอุตสาหกรรมด้วย ซึ่งการที่เราจะสามารถผลักดัน BCG ให้ขับเคลื่อนไปได้ หนึ่งในข้อต่อสำคัญ คือ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และภายใต้ระบบนี้ก็มีเรื่องที่สำคัญ คือ Zero waste ทั้งนี้หากเราขับเคลื่อน BCG ได้อย่างดี จะส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรและชุมชน เพิ่มขึ้นถึง 240,000 บาท ต่อครัวเรือน/ปี โดยขณะนี้เปอร์เซ็นของ BCG ต่อผลผลิตมวลรวมของประเทศ (GDP) อยู่ที่ ร้อยละ 21 อว.ตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปี จะขับเคลื่อนให้เป็นร้อยะ 24 ต่อ GDP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาขยะล้นเมืองนับเป็นปัญหาที่สำคัญและเรื้อรังมานาน โดยในปีที่ผ่านมา มีปริมาณขยะเกิดขึ้นจำนวนกว่า 27.8 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.64 และในจำนวนขยะทั้งหมด มีการคัดแยกและนำกลับไปใช้ประโยชน์ด้วยการีไซเคิลและทำปุ๋ยอินทรีย์มเพียง 1 ใน 3 ของขยะทั้งหมด ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปกำจัด และยังเป็นการกำจัดอย่างไม่ถูกต้องสูงถึง 7.36 ล้านตัน โดย อว.ตั้งเป้าว่า จะลดปริมาณขยะลง 16.5 ล้านตันต่อปี และเมื่อมีนโยบายและการบริหารจัดการที่เราสามารถที่จะเปลี่ยนขยะให้เป็นเงินได้ กลายเป็นการสร้าง Waste to wealth ดังนั้นการวิจัยที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้จะต้องตอบโจทย์ชุมชน และประเทศ โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมที่มีการกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ และมหาวิทยาลัยจะต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชน ชุมชน และสตาร์ทอัพ ให้ตอบโจทย์ Zero waste อีกทั้งการทำงานร่วมกัน ตนมองว่ายังจะช่วยลดปัญหางานวิจัยขึ้นหิ้งด้วย เนื่องจากมีการนำไปใช้งานจริง อีกทั้งการวิจัยครั้งนี้จะไม่ใช่ในเชิงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะครอบคลุมถึงพฤติกรรมการผลิตและบริโภคของประชากรด้วย อย่างไรก็ตาม การวิจัยเรื่อง Zero waste ไม่ได้เร่ิมจากศูนย์ ดังนั้น อว.จะรวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ผ่าน เพื่อนำมาขยายผลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่เราจะทำให้ของเสียเกิดน้อยที่สุด คือ ประสิทธิภาพการผลิตจะต้องดีกว่านี้ อีกทั้งตัวของเสียจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ใน 2 กระบวนการสำคัญ คือ การหมุนเวียนกลับมาใช้ และการนำของเสียมาสกัดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เช่น งานวิจัยแปลง CO2 ให้กลายเป็นเงิน ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ทำให้เป็นโอเลฟินส์จำพวกเอทิลีนและโพรพิลีน ที่เป็นผลิตภัณฑ์ขั้นต้นในการผลิตเม็ดพลาสติกที่ใช้ผลิตลิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น ประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงญี่ปุ่นตื่นตัวเรื่องเหล่านี้มาก ซึ่งเราสามารถเข้าไปร่วมกับเขาให้การขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ได้ อีกทั้งผมได้มีการหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ของต่างประเทศ ให้เข้ามาร่วมกับประเทศไทยด้วย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้มีโอกาสได้หารือกับญี่ปุ่นที่กำลังจะขับเคลื่อนโครงการ Marine ขจัดไมโครพลาสติกในมหาสมุทรร่วมกับประชาคมโลก และประเทศไทยก็จะเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย จากนั้นก็จะมีความร่วมมือกับประเทศนอร์เวย์ เกี่ยวกับคลีนเทคโนโลยี และประเทศเยอรมัน ก็จะร่วมมือเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน อว.ได้มีการผลักดันเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย โดยมีแนวทางดังนี้ คือ ให้หน่วยงานอว. ร่วมรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักให้บุคลากรในสังกัดรวมถึงผู้รับบริการและประชาชน ผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ให้บุคลากรของหน่วยงาน อว. สถาบันการศึกษารวมถึงนิสิต นักศึกษาใช้ถุงผ้า กล่องข้าวและ แก้วน้ำส่วนบุคคล ให้ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารภายในหน่วยงาน อว. เลือกใช้ เลือกใช้ถุงหูหิ้ว กล่องข้าว และแก้วน้ำแบบย่อยสลายง่าย และให้ลดการใช้บรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยากในการจัดเบรคและอาหารในการประชุมต่างๆ เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ทั้งนี้ อว.ได้กำหนดกรอบนโยบายการบริหารจัดการขยะพลาสติก ในภาพรวมของประเทศ โดยการจัดการขยะพลาสติก ปีพ.ศ. 2561 - 2573 จะมีขยะพลาสติก 4 ประเภทที่ประเทศไทยต้องเลิกใช้ในปี 2565 คือ พลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร หลอดพลาสติก และแก้วน้ำพลาสติก พร้อมทั้งตั้งเป้าปี 2570 จะนำขยะผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์พลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ได้ทั้ง 100%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49197</URL_LINK>
                <HASHTAG>bcg, Bio-Circular-Green Economy :BCG, การวิจัยและพัฒนา, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, อว., เศรษฐกิจสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7ce2ae37213.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
