<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BDMS ร่วมกับ ทอ. จัดตั้งโรงพยาบาลสนามธูปะเตมีย์ รับผู้ป่วยโควิดสีเหลือง 100 เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 กรกฎาคม 2564 เวลา 08.00 น. พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย นายแพทย์ ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ แพทย์หญิง ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ. (ธูปะเตมีย์) ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ. (ธูปะเตมีย์) ได้รับการสนับสนุนอาคารสถานที่จากกองทัพอากาศ โดย BDMS ได้เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ วางระบบโรงพยาบาลสนาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มมากขึ้นตามสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้โรงพยาบาลต่างๆ ไม่สามารถจัดสรรเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ. เมธินี ไหมแพง รองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 BDMS และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ. (ธูปะเตมีย์) มีความพร้อมรองรับผู้ป่วย โควิด-19 ได้จำนวน 100 เตียง โดยรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงปานกลาง ผ่านทีมแพทย์ของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ นอกจากจะมีระบบอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว &amp;nbsp;BDMS ยังได้นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เรามีหุ่นยนต์อัจฉริยะ (เฮลท์ตี้บอท) จำนวน 5 ตัว ที่จะช่วยนำส่งอาหารและยาให้แก่ผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ นอกจากนั้น เรายังนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดูแลรักษาเพื่อลดการสัมผัสผู้ป่วย เป็นการจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่จำกัดให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด โดยทีมแพทย์ที่ประจำอยู่ ณ โรงพยาบาลสนามฯ และโรงพยาบาลในเครือข่าย BDMS จะตรวจและติดตามอาการ รวมทั้งพูดคุยกับผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดผ่านทางหน้าจอแบบออนไลน์ ส่งผลให้สามารถบริหารจัดการตามอาการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากผู้ป่วยมีอาการเข้าข่ายรุนแรงหรือเข้าขั้นวิกฤติ (สีแดง) เราจะประสานงานกับโรงพยาบาลในเครือ BDMS เพื่อนำส่งผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤติไปรักษาตัวต่อทันที เพราะเราคำนึงถึงความความปลอดภัยสูงสุดเป็นสำคัญ&amp;rdquo; พญ. เมธินี กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ. (ธูปะเตมีย์) ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิเวชดุสิตในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และหน่วยงานต่างๆ อาทิ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), มูลนิธิ ทองพูล หวั่งหลี และครอบครัว, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด และบริษัท วินบริดจ์ จำกัด เป็นต้น โดยได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานโรงพยาบาลสนามตรงตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด สามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฏาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111258</URL_LINK>
                <HASHTAG>BDMS, กองทัพอากาศ, ธูปะเตมีย์, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์, แพทย์หญิง ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ff9bfac4edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BDMS ทิ้งหุ้นบำรุงราษฎร์เกลี้ยงพอร์ตเปลี่ยนมือรายใหม่ รับเงิน 18,613.7 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย. 2563 นางนฤมล น้อยอ่ำ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส และประธานเจ้าหน้ำที่บริหารด้านการเงิน บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS)&amp;nbsp; แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า BDMS ได้ข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นสามัญบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) (BH) ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมดจำนวน 180.71 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 22.71% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของ BH ให้กับผู้ซื้อ ราคาหุ้นละ 103 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 18,613.7 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 บริษัทได้รับการยืนยันจากผู้ซื้อเกี่ยวกับความแน่นอนของแหล่งเงินทุน โดยบริษัทจึงคาดว่าจะสามารถดำเนินการขายเงินลงทุนในหุ้นสามัญ BH บางส่วนผ่านกระดานซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ (Big Lot) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ&amp;nbsp; ในเบื้องต้นจำนวน 90.50 ล้านหุ้น ที่ราคา 103 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 9,321.5 ล้านบาทได้ ภายในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563

สำหรับเงินลงทุนในหุ้นสามัญ BH ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 90.21 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11.34% ของหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วของ BH บริษัทคาดว่าการซื้อขายดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2563 โดยการทำรายการดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนขึ้นกับความสำเร็จในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมของผู้ซื้อ&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84849</URL_LINK>
                <HASHTAG>#รพ.บำรุงราษฎร์, BDMS, ขายหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b272f8ec7269.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BDMS ขยายอาณาจักรสุขภาพ ทุ่มพันล้านเสริมธุรกิจแล็บ-ร้านขายยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BDMS ลุยกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล กางแผน 3 ปี ทุ่มงบ 800-1,000 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายร้านขายยาเซฟดัก 200 สาขาปีหน้า หวังหนุนธุรกิจในเครือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล 7.1 บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เปิดเผยว่า จากแนวโน้มของอุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือประมาณ 20% จากมูลค่า กว่า 3 แสนล้านบาท เพราะประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและป้องกันตนเองไม่ให้เป็นโภค รวมถึงการเข้าสู่สังคมอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อธุรกิจบริการสุขภาพ มีโอกาสทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น บริษัทมีแผนใช้งบประมาณการลงทุนในช่วง 3 ปีนับจากนี้ ประมาณ 800-1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพและสร้างการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงบประมาณดังกล่าว โดยคร่าวๆจะใช้ลงทุนขยายศูนย์แล็บ เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดใน จ. ระยอง ปี 2562 และเพิ่มอีกแห่งที่ จ. เชียงใหม่ ประมาณปี 2563 พร้อมกับลงทุนสร้่างศูนย์ฆ่าเชื้อสำหรับเครื่องมือแพทย์ย่านฝั่งธนและ จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลของบริษัท ประกอบด้วย บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านสนับสนุนทางการแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาล และบริษัท เซฟดรัก เซ็นเตอร์ จำกัด ร้านขายยาและเวชภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจร้านขายยาเซฟดรัก จะเพิ่มเป็น 200 สาขาภายในปีหน้า &amp;nbsp;จากปัจจุบันมีรวม 150 สาขา มีรายได้รวมปี2561นี้ ประมาณ 1,100 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2560 ที่มีรายได้ประมาณ 975 ล้านบาท ขณะที่เอ็นเฮลท์จะมีรายได้รวม 4,200 ล้านบาท &amp;nbsp;เติบโต 17% &amp;nbsp;จากปี 2560 ที่มีรายได้รวม &amp;nbsp;3,600 ล้านบาท &amp;nbsp;จากอุตสาหกรรมธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลรวมที่มีมูลค่า 11,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯมีพอร์ตรายได้หลักมาจาก บริการการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฎิบัติการ บริการทางวิศวกรรมทางการแพทย์บริการผ้าและปราศจากเชื้อภายในโรงพยาบาล แบ่งเป็น ลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลหรือบีทูบี สัดส่วน 95% &amp;nbsp;และที่เหลือ 5% เป็นสัดส่วนกลุ่มผู้บริโภคหรือบีทูซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้ว่าธุรกิจร้านขายยาจะแข่งขันค่อนข้างสูง แต่เราอยากเพิ่มความสามารถในการดูแลสุขภาพของประชาชน เพราะร้านขายยาอยู่ใกล้กับชุมชนหรือบริเวณที่อาศัย รวมถึงการเพิ่มบริการด้านต่างๆเข้ามาเสริมให้เรามีความต่าง ระยะยาวจะเป็นธุรกิจที่ช่วยเสริมในเครือ ทั้งยังนำข้อมูลของลูกค้ามาเชื่อมโยงกันภายในเครือให้มีประโยชน์มากยิ่งขึ้น&amp;quot; นายณรงค์ฤทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14857</URL_LINK>
                <HASHTAG>BDMS, กรุงเทพดุสิตเวชการ, ณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ, ร้านขายยา, เซฟดรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b68fdc6cbf8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BDMS ขยายอาณาจักร ผุดโรงพยาบาลเด็ก 3 แห่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BDMS ลุยสร้างโรงพยาบาลเด็ก 3 แห่ง รับมือวิวัฒนาการโรคเพิ่มขึ้น ตั้งเป้าหมาย 3-5 ปี รายได้เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% และกำไรเติบโตปีละ 8-10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างโรงพยาบาลเด็กโดยเฉพาะ 3 แห่ง เพื่อรองรับการรักษาเด็ก ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุ 12 ปี เนื่องจากปัจจุบันเด็กต้องใช้บริการรักษาพยาบาลร่วมกับผู้ใหญ่ แต่ความจริงโรคของเด็กมีรายละเอียดมากกว่า ทำให้การรักษาเด็กต้องให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โรคเด็กมีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครทำ บริษัทจึงเข้ามาทำในส่วนนี้เพิ่มเติม เพราะการรักษาพยาบาลเด็กมีความสำคัญ เบื้องต้นดำเนินการเสร็จแล้ว 2 แห่ง คือ สมิติเวช ศรีนครินทร์ ถือเป็นโรงพยาบาลเด็กต้นแบบ มาตรฐานเทียบเคียงกับโรงพยาบาลพี่เลี้ยงในต่างประเทศ ส่วนโรงพยาบาลศรีระยอง จะสามารถดูแลเด็กในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บริษัทจะทำการวิจัยเรื่องยีนส์ต่าง ๆ เพื่อลงลึกไปตั้งแต่เด็กเกิด รองรับผู้ที่อายุเยอะให้มีโอกาสมีบุตรได้เพิ่มขึ้น โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกัน รวมถึงดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เมื่อถึงวัยต้องหันมาดูแลสุขภาพ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่อายุ 55 ปี เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายจะเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้ต้องมีการวิจัยและพัฒนา เพื่อค้นพบว่าหากสูงอายุจะเป็นมะเร็งในส่วนใด เพราะหากรู้ล่วงหน้าสามารถป้องกันตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการดำเนินงานบริษัทตั้งเป้าหมาย 3-5 ปี จะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% และกำไรเติบโตปีละ 8-10% ซึ่งเป็นมาตรฐานของโรงพยาบาลที่มีการบริหารความมั่งคั่งจำเป็นต้องมี เพื่อรักษาสัดส่วนและผลประโยชน์ของทั้งผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และคนไข้ โดยจะพยายามให้มีการลงทุนที่ต่ำ จากการใช้ของเดิมที่มีอยู่ แต่เพิ่มประสิทธิภาพแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตั้งเป้าหมายจะมีผู้ป่วยชาวจีนมาใช้บริการวันละ 500 ราย จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 30,000 ราย คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ปีละ 3,000 ล้านบาท และยังเจาะกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติ ที่สนใจมารักษาในประเทศไทย เพราะค่าบริการทางการแพทย์ไม่สูงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ โดยจะเพิ่มเครื่องมือทางการแพทย์รุ่นใหม่ เพิ่มผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และปรับปรุงการบริการให้ดีกว่าเดิม ซึ่งตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 50% และผู้ป่วยไทย 50%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11571</URL_LINK>
                <HASHTAG>BDMS, กรุงเทพดุสิตเวชการ, จีน, ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ, โรงพยาบาลเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b272f8ec7269.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
