<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การดำเนินการตาม พ.ร.บ. 77 กับบทบาทการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐถือเป็นภารกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมุ่งเน้นการพัฒนานักกฎหมายให้มีความรู้ทั้งในด้านงานกฎหมาย คุณธรรม และจริยธรรม และทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานทั้งในด้านการร่างกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้กฎหมายถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน ตามที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้นั่นก็คือ &amp;ldquo;Better Regulation for Better Life&amp;rdquo; หรือพัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 หรือที่นักกฎหมายเรียกกันว่า &amp;ldquo;พ.ร.บ.77&amp;rdquo; ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งปฏิรูประบบกฎหมายให้ทันสมัย มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา มีสาระสำคัญ 6 เรื่อง ได้แก่ (1) กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย ตั้งแต่การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายหรือที่เรียกว่า RIA (2) กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมาย (3) กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย (4) กำหนดกลไกเกี่ยวกับการเข้าถึงบทบัญญัติของกฎหมาย (5) กำหนดกลไกการโต้แย้งหรือตรวจสอบบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีโทษอาญาโทษทางปกครอง หรือสภาพบังคับที่มีผลร้ายอื่น และ (6) กำหนดกลไกเร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐต้องออกกฎหรือดำเนินการอื่นใดโดยเร็ว ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจในแนวทางการดำเนินการเพื่อรองรับและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว เช่น แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย แนวทางการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักกฎหมายภาครัฐของกระทรวง และกรมต่าง ๆ จะต้องนำไปดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงได้จัดโครง&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;การฝึกอบรมวิทยากรการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายขึ้น เมื่อวันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม 2564 ผู้เข้าอบรมฯ ประกอบด้วย นิติกรระดับชำนาญการหรือชำนาญการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายในกระทรวง และกรมต่าง ๆ จำนวน 100 คน โครงการฝึกอบรมฯ ในครั้งนี้ จัดในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Microsoft Teams เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ ได้รับความรู้เกี่ยวกับเจตนารมณ์และสาระสำคัญของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ทั้งในส่วนการดำเนินการตามกระบวนการจัดทำร่างกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย การเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบนั้นต่อประชาชน และการตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมายทั้งระบบอนุญาต ระบบคณะกรรมการ การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย และหลักเกณฑ์การกำหนดโทษอาญา และกระบวนการภายหลังเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วในส่วนของการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย รวมทั้งการจัดทำข้อมูลกฎหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบทบัญญัติของกฎหมายได้ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องและสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐซึ่งวิทยากรนั้นสังกัดอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าอบรมฯ ทุกท่านเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115493</URL_LINK>
                <HASHTAG>Better Regulation for Better Life, กฎหมาย, การบังคับใช้กฎหมาย, การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ, การร่างกฎหมาย, คุณธรรม, จริยธรรม, พ.ร.บ. 77, วิสัยทัศน์, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, โครง­­­การฝึกอบรมวิทยากรการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131c1ab46363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ไตรมาสที่ 3)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด - 19 ในส่วนของการพิจารณาร่างกฎหมายและการให้ความเห็นทางกฎหมายนั้น ต้องมีความรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยแก้ไข ช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยมีการพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายที่สำคัญ อาทิ ร่างพระราชบัญญัติโรคติดต่อ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยมีการแก้ไขคำนิยามเกี่ยวกับ &amp;ldquo;โรคติดต่อ&amp;rdquo; ให้ชัดเจน เพื่อให้ครอบคลุมและเท่าทันสถานการณ์โรคระบาดร้ายแรง กำหนดให้มีมาตรการที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพในการป้องกัน ระงับ ควบคุม หรือขจัดโรคติดต่อ ที่มีการระบาดทั้งในกรณีปกติและในกรณีที่มีความรุนแรงให้ยุติ หรือบรรเทาลงโดยเร็ว รวมถึงการกำหนดสิทธิของบุคคลที่จะได้รับ การป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายอย่างเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองประชาชนจากภยันตรายอันจะเกิดจากการระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 ยังส่งผลต่อการประกอบกิจการในภาคส่วนต่าง ๆ ส่งผลต่อนายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตน ซึ่งร่างกฎหมายที่จะช่วยลดภาระของผู้ประกอบการและลูกจ้างในส่วนนี้ได้ อาทิ 1) ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. .... เป็นการลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเป็นเวลา 3 เดือน (มิถุนายน - สิงหาคม 2564) ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2) ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์สำหรับการโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการชำระหนี้ให้แก่บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และสถาบันการเงิน ในกรณีเป็นการโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 3) ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. &amp;hellip;.) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ โดยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของสถาบันการเงิน ที่ได้ปลดหนี้ให้ลูกหนี้เนื่องจากการรับโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเพื่อชำระหนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และให้สามารถทำได้โดยไม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้เดิม เช่น ต้องมีการติดตามทวงถาม มีการฟ้องร้องดำเนินคดี เป็นต้น 4) ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ 5) ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับบุคคล ซึ่งสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. .... เป็นการปรับปรุงอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลและผู้ประกันตนต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อประโยชน์ทดแทน และเป็นการลดอัตราการจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร่างกฎหมายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2564) ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น และเป็นการทำงานในรูปแบบ Work From Home ในอัตราร้อยละ 90 โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการทำงาน ได้แก่ การใช้อีเมล OCS, การรับส่งเอกสารผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ saraban@ocs.go.th, ไลน์ OCS Staff, ระบบ OCS SMART, และการประชุมคณะกรรมการในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Microsoft Teams เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด โดยในไตรมาสที่ 3 นี้ สำนักงานฯ ได้รับเรื่องจากคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานต่าง ๆ มาดำเนินการแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 388 เรื่อง แบ่งออกเป็นงานจัดทำร่างกฎหมาย 117 เรื่อง (ร่างพระราชบัญญัติ 12 เรื่อง ร่างพระราชกำหนด 1 เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกา 33 เรื่อง ร่างกฎกระทรวง 58 เรื่อง ร่างประกาศ 9 เรื่อง และร่างระเบียบ 4 เรื่อง) งานให้ความเห็นทางกฎหมาย 270 เรื่อง และคำแปลกฎหมาย 1 เรื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มุ่งเน้นการพัฒนางานด้านกฎหมายตามภารกิจไปสู่เป้าหมาย คือ &amp;ldquo;Better Regulation for Better Life&amp;rdquo; หรือพัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้กฎหมายที่ออกมาใช้บังคับเป็นกฎหมายที่ดี ทันต่อสถานการณ์ของโลกปัจจุบัน เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111315</URL_LINK>
                <HASHTAG>Better Regulation for Better Life, การพิจารณาร่างกฎหมาย, การรับส่งเอกสารผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์, การให้ความเห็นทางกฎหมาย, บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน, มุ่งเน้นการพัฒนางานด้านกฎหมาย, ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ, ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม, ร่างพระราชบัญญัติโรคติดต่อ, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60fffad1c7135.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐส่งผลให้เกิดคุณภาพกฎหมายที่ดี เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐถือเป็นภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นอกเหนือจากภารกิจด้านการร่างกฎหมายและการให้ความเห็นทางกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ความสามารถ คุณธรรม และจริยธรรม ของนักกฎหมายจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การจัดทำร่างกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและเที่ยงธรรม ตามวิสัยทัศน์ของสำนักงานฯ &amp;ldquo;Better Regulation for Better Life&amp;rdquo; หรือพัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายที่มีคุณภาพจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ผู้จัดทำร่างกฎหมายจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดทำกฎหมายต่าง ๆ และเข้าใจในกฎหมายทุกมิติ มีคุณธรรมจริยธรรม และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักกฎหมายที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 นี้ สำนักงานฯ ได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมนักกฎหมายภาครัฐให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 2 หลักสูตร ประกอบด้วย 1) หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับชำนาญการขึ้นไป รุ่นที่ 28 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2563 - วันที่ 26 มีนาคม 2564 และ 2) หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับปฏิบัติการ รุ่นที่ 18 วันที่ 23 ธันวาคม 2563 - วันที่ 2 เมษายน 2564 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ จากหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมเป็นวิทยากร ซึ่งรูปแบบการฝึกอบรมจะเป็นการบรรยายในห้องประชุม แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 สำนักงานฯ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนจากการบรรยายในห้องประชุมเป็นการบรรยายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ MS TEAM เพื่อช่วยป้องกันและลดการแพร่ระบาด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฝึกอบรมมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการพัฒนานักกฎหมาย 4 ประการ คือ ประการที่ 1 ด้านกฎหมาย โดยจะต้องพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน และการดำเนินการตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ประการที่ 2 พัฒนาทักษะด้านกฎหมายเพื่อให้นักกฎหมายมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของนักกฎหมายในการสนับสนุนให้มีกฎหมายที่ดี ลดปัญหาการบังคับใช้กฎหมายและการตีความกฎหมายที่ไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์และบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อลดภาระที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ประการที่ 3 ด้านความรู้ โดยพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมนักกฎหมายเพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของผู้เข้ารับการฝึกอบรม รวมถึงพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าทางด้านวิชาชีพ และประการที่ 4 ด้านคุณธรรม จริยธรรม สำนักงานฯ มุ่งเน้นเสริมสร้างให้นักกฎหมายมีการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของนักกฎหมายเพื่อเป็นนักกฎหมายที่ดีของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนานักกฎหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลให้กฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีที่จะช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การส่งเสริมและพัฒนานักกฎหมายให้มีความรู้ทั้งในด้านงานกฎหมายและทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ ตลอดจนการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานทั้งในด้านการร่างกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้กฎหมายถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน อันจะส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107367</URL_LINK>
                <HASHTAG>Better Regulation for Better Life, การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ, นักกฎหมาย, นักกฎหมายที่ดีของประเทศ, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับชำนาญการขึ้นไป รุ่นที่ 28, หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับปฏิบัติการ รุ่นที่ 18, หลักสูตรฝึกอบรมนักกฎหมายภาครัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2d69c0fb1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
