<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯออกกฎเข้ม&#039;บิ๊กไบค์ &#039;เตรียมสอบใบขับขี่เพิ่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. .... ทั้งนี้ จากปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากผู้ขับรถ กรมการขนส่งทางบกได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยได้ยกร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. .... เพื่อแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2548 ให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีสาระสำคัญ เช่น กำหนดให้ใบรับรองแพทย์ที่จะนำมาใช้ประกอบการขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลต้องแสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัวหรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่า อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกจะประสานความร่วมมือกับแพทยสภาในการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคที่ต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถและจะวางแนวทางในการตรวจรับรองของแพทย์กับแพทยสภาต่อไป นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big bike) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบการขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม การให้อำนาจนายทะเบียนสามารถพิจารณาให้ผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถต้องเข้ารับการตรวจและนำใบรับรองแพทย์มายืนยันความเหมาะสมในการขับรถ รวมทั้ง ยังได้กำหนดให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถจะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบในการดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าวด้วย โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big bike) หรือรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 400cc ขึ้นไป เป็นพาหนะที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ผู้ขับขี่ต้องมีความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย และมีประสบการณ์การใช้งาน เพราะรถมีสมรรถนะค่อนข้างสูง กำลังแรง และน้ำหนักค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นการใช้รถต้องอาศัยทักษะความชำนาญ เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บนท้องถนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีจำนวนรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 400cc ขึ้นไป จดทะเบียนทั้งสิ้น 216,547 คัน จากจำนวนรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 21,284,775 คัน การที่ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลให้สามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และประชาชนผู้ใช้ถนนไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75023</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Bike, กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), บิ๊กไบค์, ยงยุทธ นาคแดง, สอบใบขับขี่เพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e26fe46292.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านกม.คุมบิ๊กไบค์ ต้องอบรม-ทดสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครม.ไฟเขียวแก้ร่างกฎกระทรวงคุมเข้มการออกใบขับขี่ เพิ่มโรคที่จะเป็นอันตรายต่อการขับรถ ทั้งอาการทางประสาท ระบบการได้ยิน รวมทั้งการมองเห็น โดยก่อนที่แพทย์จะออกใบรับรองต้องซักประวัติและตรวจสอบละเอียด นอกจากนี้ ผู้จะขับขี่บิ๊กไบค์ต้องผ่านการฝึกอบรมและทดสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 สิงหาคมนี้ ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คค.ได้รับรายงานจากกรมการขนส่งทางบกว่า กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ.2548 ยังมีความไม่เหมาะสม เนื่องจากการตรวจสุขภาพเพื่อออกใบรับรองแพทย์สำหรับใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ เป็นการตรวจเบื้องต้นว่าบุคคลนั้นไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ไร้ความสามารถ จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และไม่เป็นโรค 5 โรค ได้แก่ โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการอันเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม ติดยาเสพติดให้โทษ และโรคพิษสุราเรื้อรัง เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใบรับรองแพทย์ดังกล่าวจึงไม่สามารถคัดกรองบุคคลในการขับขี่รถ อันส่งผลให้ไม่สามารถช่วยลดอุบัติเหตุหรือสร้างความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และผู้ใช้รถบนถนนได้ อีกทั้งโรคที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดอุบัติเหตุไม่ได้ถูกนำมาอยู่ในรายการตรวจสุขภาพ และยังปรากฏข้อเท็จจริงอีกว่า ผู้มายื่นขอรับใบอนุญาตขับรถหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถบางรายมีสภาพจิตใจ หรือบุคลิกภาพที่ไม่ถึงขั้นวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน แต่มีความปกติทางอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมจะอนุญาตให้เป็นผู้ขับรถได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ปัจจุบันมีผู้นิยมใช้รถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big Bike) ซึ่งรถดังกล่าวมีสมรรถนะด้านความเร็วสูง การควบคุมรถกระทำได้ยากกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไป หากผู้ขับขี่ไม่ได้รับการอบรมในการขับขี่ที่ถูกต้อง ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุอันนำไปสู่การบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินทั้งต่อตนเองและผู้อื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงฯ พ.ศ.2548 โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยพัฒนาใบรับรองแพทย์ให้เพิ่มกลุ่มโรคที่เป็นอันตรายในขณะขับรถ หรือการกำหนดให้แพทย์ผู้ออกใบรับรองแพทย์ต้องทำการซักประวัติ และให้ผู้นั้นยืนยันความสมบูรณ์ปราศจากโรคที่เป็นอันตรายขณะขับรถ รวมทั้งควรเพิ่มเติมข้อกำหนดให้อำนาจนายทะเบียนในการใช้ดุลยพินิจให้ผู้ขออนุญาตเข้ารับการตรวจและนำใบรับรองแพทย์มายืนยันความเหมาะสมในการขับรถได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ.2548&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1 ปรับปรุงเอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2 กำหนดเพิ่มเติมให้ใบรับรองแพทย์ที่จะนำมาใช้ประกอบการขอ หรือต่อใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลต้องแสดงให้เห็นว่า ผู้ขอนอกจากไม่มีโรคประจำตัวแล้ว ยังไม่มีสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.3 กำหนดให้การขอต่อใบอนุญาตขับรถทุกกรณีต้องใช้ใบรับรองแพทย์ โดยใบรับรองแพทย์มีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด แต่หากแพทย์ไม่ได้กำหนดอายุไว้ ให้ใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือน นับแต่วันที่ออกใบรับรองแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.4 เพิ่มเติมอำนาจนายทะเบียนในการสั่งให้ผู้ขอรับหรือขอต่อใบอนุญาตขับรถต้องเข้ารับการตรวจ และนำใบรับรองแพทย์มายืนยันความเหมาะสมในการขับรถเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.5 ยกเลิกการใช้บัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน ภาพถ่ายบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายหรือสำเนาทะเบียนบ้านเป็นหลักฐานประกอบคำขอรับใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.6 เพิ่มเติมให้สามารถนำหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกมอบหมายให้ดำเนินการอบรมมาใช้ประกอบการขอรับใบอนุญาตขับรถได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.7 เพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big Bike) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบการขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดเป็นการเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.8 กำหนดให้ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถของรถประเภทเดียวกันกับที่ขอรับใบอนุญาตซึ่งรัฐบาลของประเทศอื่นออกให้ต้องยังไม่สิ้นอายุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.9 เพิ่มเติมกรณีเป็นแรงงานต่างด้าวที่มีมติคณะรัฐมนตรีเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ไม่มีสิทธิขอรับใบอนุญาตขับรถชนิดส่วนบุคคล (5 ปี)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ใบรับรองแพทย์ที่จะนำมาใช้ประกอบการขอหรือต่อใบอนุญาตขับรถ จะต้องแสดงว่าผู้ที่จะขอนอกจากไม่มีโรคประจำตัวแล้ว ยังต้องไม่มีโรคที่จะเป็นอันตรายต่อการขับรถ เช่น อาการทางประสาท หรือระบบการได้ยิน รวมถึงการมองเห็นด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15882</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Bike, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c17ee76e5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
