<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่แท้ก็เลี้ยงแกะ!ย้อนดูความเห็น &#039;กรณ์&#039; กรณี Blind Trust </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.62 - จากกรณีการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2562 แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินรวมคู่สมรส (นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ) ประมาณ 5.6 พันล้านบาทเศษ โดยมีรายการเงินลงทุนรวมคู่สมรสประมาณ 3.2 พันล้านบาท และยังไม่มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่าดำเนินการโอนสินทรัพย์และหุ้นให้กับกองทุนดูแล หรือ Trust ตามที่เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2562 นายธนาธร เคยแถลงข่าวลงนามบันทึกข้อตกลงการทำ Trust หรือที่นายธนาธรเรียกว่า &amp;lsquo;Blind Trust&amp;rsquo; (บลายด์ทรัสต์) กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด (มหาชน) นั้น โดยสำนักข่าวอิศรา ระบุว่า ไม่พบการแจ้งข้อมูลกับ ป.ป.ช. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง นายกรณ์ จาติกวณิช เคยให้ความเห็นไว้ใน 4 ประเด็นว่า 1. &amp;ldquo;Blind Trust&amp;rdquo; ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นที่คุณธนาธรลงนามไปนั้น ไม่ใช่ blind trust และไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน 2. นายธนาธรได้โอนทรัพย์สินให้สถาบันการเงินดูแล อันนี้หลายคนน่าจะเคยทำเหมือนกัน ผมก็เคยและวันนี้ก็ยังมีอยู่ โดยที่ผมก็ได้ลงนามสัญญาให้เขาบริหารโดยอิสระเช่นเดียวกัน 3. ตัวนายกรณ์เองเคยมี Trust อยู่ที่ต่างประเทศ และรายงานรายละเอียดทั้งหมดกับ ปปช. ตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องการรายงานบัญชีทรัพย์สิน และ 4. หลายปีมาแล้วที่นายกรณ์ตัดสินใจทำสวนทางกับที่นายธนาธรพยายามที่จะทำ คือนายกรณ์ได้ยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เนื่องจากคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่คุณธนาธรได้ประกาศวันนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่ท่านบอกว่าทรัพย์สินที่ท่านโอนไปนี้จะ &amp;lsquo;มองไม่เห็น&amp;rsquo; มันเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่าท่านมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้ จริงๆ แล้ววิธีที่ชัดเจนที่สุดที่จะปลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคือการขายขาด อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดคือ เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และที่ไม่ควรเลยคือการโอนเข้าไปในที่ ๆ มองไม่เห็น &amp;rdquo; นายกรณ์ ตั้งข้อสังเกตในวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากนักวิชาการทางการเงินระบุว่า ประเด็นเรื่องนี้คือ นักการเมืองทุกคนต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน นายธนาธรต้องยื่นเพราะเป็นนักการเมือง นายธนาธรบอกว่าจะยกระดับมาตรฐานนักการเมืองด้วยการตั้ง blind trust แต่ก็ไม่ได้ทำ และไม่ชี้แจงเอง ทั้งที่ช่วงก่อนเลือกตั้งแถลงไว้อย่างครึกโครม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรุปให้ง่าย ๆ คือ ณ วันนี้ Blind trust ในเมืองไทยไม่มีกฎหมายรองรับ &amp;nbsp;คุณกรณ์พูดถูกว่ามันไม่มีตั้งแต่แรก แต่การไม่มีถือว่าเป็นเรื่องดีกว่า เพราะเราจะสามารถเห็นได้ว่านักการเมืองแต่ละคนมีอะไรบ้างตามที่รายงานในการเปิดเผยของปปช. และในกรณีที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน นักการเมืองจะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบด้วยการอ้างว่า &amp;lsquo;โอนเข้า Blind trust แล้ว&amp;rsquo; และการที่นายธนาธรอ้าง Blind trust เป็นการยกระดับมาตรฐานนั้น เป็นเรื่องไม่จริงก็แย่อยู่แล้ว ตอนนี้ให้คนอื่นๆ ในพรรคมาย่ำว่าบอกจะทำแต่ไม่ได้ทำนั้นแย่ยิ่งกว่า&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46552</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blind Trust, กรณ์ จาติกวณิช, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บลายด์ทรัสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8aba42aa0f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุ&#039;ชี้&#039;ธนาธร&#039;ทำ&#039;Blind Trust&#039;ไม่แปลก ยันต้องยื่นปปช.อยู่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงนามในข้อตกลงโอนทรัพย์สินเข้าไปอยู่ในกองทุนเป็นผู้ดูแล (ทรัสต์) โดยเจ้าของทรัพย์สินมองไม่เห็นหรือที่เรียกว่า Blind Trust ก่อนรับตำแหน่งทางการเมือง &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;แม้โอนทรัพย์สินเข้า Blind Trust ก็ยังต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) การเอาบัญชีหรือหุ้นไปให้กองทุนอื่นบริหารจัดการเป็นเรื่องปกติที่ใครก็ทำได้ ถ้าใครเข้ามาสู่วงการเมืองมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ก็มีข้อกฎหมายบังคับไว้ว่าถือครองได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนที่ถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ต้องถูกนำเข้าบัญชีให้บุคคลหรือองค์กรอื่นบริหารจัดการ การยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้นเป็นกฎหมายอีกฉบับ ยืนยันว่ายังต้องยื่นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทรัพย์สินที่อยู่ Blind Trust จะสามารถถูกตรวจสอบได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;nbsp;ถูกตรวจสอบได้ เพราะเวลายื่น ต้องยื่นเป็นทรัพย์ของใคร และมอบให้ใครเป็นคนจัดการ คำว่า Blind Trust หมายความว่าเจ้าของไปบริหารจัดการไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ยังเป็นเจ้าของอยู่ และสามารถโอนทรัพย์สินได้ ไม่ต่างกับการเอาทรัพย์สินไปฝากไว้เฉยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายธนาธรระบุว่าที่กระทำเช่นนี้ เพื่อต้องการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสก่อนลงเล่นการเมืองนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะปกติใครก็ทำ ซึ่งถ้าเข้ามาการเมืองเป็นสิ่งที่บังคับว่าต้องทำ แต่ถ้ามาเป็น ส.ส. ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การดำเนินการเช่นกันนี้ถือเป็นการแสดงนัยยะทางการเมืองอะไรหรือไม่ &amp;nbsp;นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่ทราบ ไม่ขอไปวิจารณ์ ถ้าจะทำไว้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ได้ว่าอะไร และที่ผ่านมาก็มีคนอื่นที่ไม่ใช่นักการเมืองทำเช่นนี้ คือ เอาเงินไปฝากในกองทุนไว้ ถ้าเขาเกรงว่าจะมีปัญหาอาจทำวิธีนี้เพื่อไม่ให้ผิดพลาด เช่นในเรื่องของมรดกซึ่งเมื่อทำแล้ว จะถอนหรือยกเลิกเมื่อใดก็ได้ แต่ถ้ามีตำแหน่งทางการเมืองแล้วจะยกเลิกไม่ได้ และส่วนที่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ต้องเปลี่ยนบริษัทในการบริหารจัดการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31802</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blind Trust, ธนาธร, ปปช., ยื่นทรัพย์สิน, วิษณุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c91d59b65022.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายความว่า&#039;ธนาธร&#039;จะเป็นคนเดียวที่ไม่ต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19 มี.ค.62- เพจโลกสีเทา โพสต์ประเด็นที่กำลังอื้อฉาวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั่นก็คือ Blind Trust โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอตั้งชื่อบทความว่า : จะ &amp;quot;Blind Trust&amp;quot; ได้ไง? เมื่อไม่มีกฎหมายบังคับให้ &amp;quot;blind&amp;quot; ไม่มีกฎหมายบอกให้เป็น &amp;quot;trust&amp;quot; !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นคุณกรณ์พูดเรื่อง blind trust เพื่อลดเครดิตการแสดงเจตนาสร้างความโปร่งใสทางการเมืองของคุณธนาธร (พูดภาษาชาวบ้านใส่ไฟนิดๆ คือ คุณกรณ์พูดประมาณว่า &amp;quot;ธนาธรอย่ามาแอ๊บสร้างภาพนะ ผมรู้ทัน&amp;quot;) ดิฉันคิดว่าคุณกรณ์เขียนนั้นมีทั้งส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อความเห็น ในที่นี่จะมาขอขยายความเพิ่มบางส่วนค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมุดแรก &amp;nbsp;แรกเป็นความรู้เกี่ยวกับทรัสต์เผื่อใครไม่เคยทราบ ส่วนหมุดที่สอง เป็นข้อวิเคราะห์กรณีดราม่าคุณกรณ์คุณธนาธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัสต์คืออะไร? ทรัสต์คือระบบกรรมสิทธิตามแบบอังกฤษที่แยกสิทธิต่อทรัพย์สินออกเป็นสองส่วนด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นแรก คือ สิทธิของผู้ครองทรัพย์ตามกรรมสิทธิในทางกฎหมาย (legal owner) กล่าวคือ บุคคลที่มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สิน เป็นคนลงนามให้คำยินยอมในการใช้หรือถ่ายโอน-เปลี่ยนรูปทรัพย์สินนั้น legal owner มีอีกชื่อว่าผู้ถือครองทรัสต์ หรือ ทรัสตี (trustee)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นที่สอง คือ สิทธิของผู้รับผลประโยชน์จากทรัพย์ (beneficiary) เป็นบุคคลที่ legal owner ต้องถือครองกรรมสิทธิเพื่อผลประโยชน์ให้ ดังนั้นสิทธิของ beneficiary จึงไม่ใช่สิทธิที่กระทำต่อทรัพย์โดยตรง แต่เป็นบุคคลสิทธิ หรือสิทธิที่ใช้ในการเรียกต่อตัว legal owner ให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อทรัพย์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผลประโยชน์ที่แท้จริงของการใช้ทรัพย์เป็นของ beneficiary กฎหมายจึงพัฒนากฎเกณฑ์ต่างๆออกมาควบคุมการจัดการทรัพย์ของ legal owner ให้เป็นไปโดยสุจริต และเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของ beneficiary เสมือนว่า beneficiary มีสิทธิต่อทรัพย์นั้นโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมสิทธิตามกฎหมายของ legal owner เรียกว่า legal title
ในขณะที่สิทธิของ beneficiary ซึ่งดูเสมือนเป็นสิทธิต่อทรัพย์ (แต่ในความเป็นจริงคือสิทธิต่อ legal owner) เรียกว่า equitable title (และเรียก beneficiary ว่า beneficial owner หรือ equitable owner)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัสต์มีหลากหลายประเภท เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Bare trust หรือ ทรัสต์เปล่า legal owner (trustee) ไม่มีสิทธิบริหารทรัพย์ เป็นเพียงผู้ถือ legal title และรอทำตามคำสั่งของ beneficiary อย่างเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Discretionary trust หรือ ทรัสต์ที่ ทรัสตี มีอำนาจใช้ดุลพินิจในการจัดการทรัพย์ แจกจ่ายแบ่งปันให้ beneficiary เอาดอกผลหรือถอนเงินออกไปใช้ได้เมื่อเห็นสมควรและถูกต้องตามเงื่อนไขของทรัสต์ เช่น กองทุนทรัสต์เพื่อการศึกษาของครอบครัว xx กองทุนเพื่อเงินบำนาญ (pension fund)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Charitable trust หรือ มูลนิธิ ก็เป็นทรัสต์แบบใช้ดุลพินิจประเภทหนึ่ง ที่ beneficiary ไม่มีตัวตนที่แน่นอน แต่ทรัสตีมีหน้าที่บริหารทรัสต์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทรัสต์นั้น เช่น กองทุนของโรงเรียน โบสถ์หรือมูลนิธิเพื่อสวัสดิภาพสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่คุณกรณ์บอกว่า &amp;quot;blind trust&amp;quot; ไม่มีจริงในประเทศไทยนั้นถูกต้อง การก่อตั้งทรัสต์ไม่มีกฎหมายไทยรับรองนอกจากเรื่องทรัสต์ในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ตาม พรบ.ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะ MOU ที่คุณธนาธรทำ จึงไม่ใช่ทรัสต์และไม่ใช่ blind trust แต่เป็นการโอนอำนาจการบริหารทรัพย์สินของคุณธนาธรให้กับผู้บริหารกองทุน โดยตั้งเงื่อนไขให้เสมือน blind trust คือ กองทุนจะไม่ให้คุณธนาธร, ครอบครัว, ผู้แทนหรือบุคคลใกล้ชิด ได้ทราบว่าทรัพย์สินของตัวเองถูกลงทุนที่ไหนบ้าง และกองทุนไม่สามารถขอคำปรึกษาหรือปฏิบัติตามคำสั่งของคุณธนาธรได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความที่ลักษณะทางธุรกรรมของ MOU นี้ไม่ใช่การก่อตั้งทรัสต์ ดิฉันจึงต้องขอเรียกทางผู้บริหารกองทุนว่าเป็น fund manager ไม่ใช่ทรัสตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะที่สำคัญที่สุดของ blind trust (และของทรัสต์ทั่วไปด้วย) คือเรื่องการบังคับให้ทรัสตีปฏิบัติตามหน้าที่ของทรัสตีอย่างเคร่งครัด (enforcement of trustee&amp;#39;s duties)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่พิเศษในกรณีของ blind trust ทรัสตีมีหน้าที่อยู่ 2 ชั้นด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การบริหารทรัพย์ เป็นหน้าที่ต่อ beneficiary แต่เนื่องจาก beneficiary และผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทรัพย์สินในกองทรัสต์ จึงมีข้อกำหนดพิเศษต่างๆเพื่อดูแลตรวจสอบให้กับ beneficiary เช่น ผ่านทาง public auditor (ในส่วนของ MOU ก็เป็นเรื่องของคุณธนาธรไปจัดการตกลงกับ fund manager เอาเอง ดิฉันไม่รู้ว่าเค้าจัดการกันอย่างไร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หน้าที่ของทรัสตีในการปฏิบัติตามเงื่อนไขของ blindness คือ ต้องไม่ให้ข้อมูล ไม่รับคำสั่ง ไม่ขอคำปรึกษาใดๆ จาก beneficiary&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ต่างประเทศ ในกรณีทรัสต์ของผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งบริหารงานสาธารณะ (public office holder: POH) เช่น รัฐมนตรี หน้าที่ของทรัสตีในการรักษา benefificary&amp;#39;s blindness จะถูกบังคับโดยผู้ตรวจการ (Commissioner) ซึ่งต้องสืบสวนหาคำตอบให้ได้หากสมาชิกรัฐสภา (parliamentarian) หรือประชาชนทั่วไปที่อาจทราบข้อมูลบางอย่างมามีข้อสงสัยว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลการลงทุนของทรัสตี หรือสงสัยว่า POH มีการส่งชุดคำสั่งการลงทุนไปยังทรัสตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายทรัสต์และไม่มีกฎหมาย blind trust คำถามจึงมีอยู่ว่า แล้วใครจะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกองทุนว่าจะบริหารงานแบบ blind trust จริงๆ? หาก fund manager มีการส่งข้อมูลหรือรับคำสั่งจากคุณธนาธร ใครจะเป็นผู้มีอำนาจตรวจสอบ? บทลงโทษคืออะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อที่บอกว่ารัฐตรวจสอบได้ เพราะคุณธนาธร &amp;quot;blind&amp;quot; แต่รัฐไม่ blind ไปด้วย อันนี้ดิฉันฟังแล้วคิดว่าค่อนข้างไม่เข้าใจ เพราะเมื่อกองทุนต้องส่งรายละเอียดทรัพย์สินให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบ แต่หน่วยงานรัฐไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายพิเศษใดที่จะเก็บข้อมูลนั้นไม่ให้คุณธนาธรเห็น ข้อมูลนั้นสามารถรั่วไหลไปถึงคุณธนาธรผ่านระบบมาตรฐานของการตรวจสอบทรัพย์สินของ POH เช่น กรณีต้องการเรียกให้คุณธนาธรชี้แจงกรณีต้องสงสัยว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือว่าจะให้ตั้งกฎเกณฑ์พิเศษมาใช้กับการตรวจสอบทรัพย์สินของคุณธนาธรคนเดียว ต่างกับกฎเกณฑ์ที่บังคับต่อ POH คนอื่นๆ ที่กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินทั้งหมด? เท่ากับว่าหน่วยงานสามารถตรวจสอบและเปิดเผยทรัพย์สินของรัฐมนตรีทุกคนได้ แต่จะไม่ให้เปิดเผยของคุณธนาธรคนเดียวเพราะเกรงว่าคุณธนาธรจะรู้ว่าทรัพย์สินของตัวเองถูกนำไปลงทุนที่ไหนบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายความว่าคุณธนาธรจะเป็นคนเดียวที่ไม่ต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน และไม่มีกฎหมายใดจะไปบังคับเอา fund manager ตอบข้อสงสัยจาก parliamentarian ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันคิดว่า นี่คือที่มาของคำทักท้วงของคุณกรณ์ที่ว่า &amp;quot;ยิ่งมองไม่เห็น&amp;quot; (blind) จึง &amp;quot;ยิ่งตรวจสอบไม่ได้&amp;quot; (unaccountable)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อยังไม่มีกฎหมายควบคุม blind trust เพื่อการตรวจสอบด้านผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมือง การตรวจสอบในวิธีที่ดีที่สุดในทรรศนะของคุณกรณ์ก็คือ การเปิดเผย (disclosure) เกี่ยวกับข้อมูลทรัพย์สินและตอบคำถามโดยตรงต่อ parliamentarian ในรัฐสภา ไม่ใช่อ้างว่า blind แล้วไม่ต้องตอบคำถามใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและหลักการเรื่องการทำ disclosure เพื่อเปิดเผยว่าตนเองอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็เป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายทรัสต์ กล่าวคือในกรณีที่ทรัสตีอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการดูแลทรัพย์สินของ beneficiary ทรัสตีสามารถทำได้ 2 ประการด้วยกัน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เปิดเผยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น เพื่อให้ beneficiary ทราบและยินยอม
2. นำตัวเองออกจากตำแหน่งที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- การทำ disclosure แบบคุณกรณ์ว่า คือแบบที่ 1
- การขายหน่วยการลงทุนทิ้งให้หมด ตามที่คุณกรณ์บอก คือแบบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่อง blind trust หรือปิดตาไม่ให้ตัวเองรู้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรบ้าง เป็นการบอกว่าฉันกระทำทุกอย่างโดยสุจริตใจนะ จะมาเอาผิดฉันไม่ได้ สุจริตคล้ายกับการทำ disclosure แตกต่างกันที่ไม่มีคำยินยอมของ beneficiary&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในกฎหมายทรัสต์ หน้าที่ของทรัสตีที่จะหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนต่อ beneficiary เป็นหน้าที่ที่เด็ดขาด ทรัสตีที่กระทำโดยสุจริตก็สามารถละเมิดหน้าที่นี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำเสนอเรื่อง disclosure ของคุณกรณ์ คือ ต้องการยึดการตรวจสอบและยินยอมจาก beneficiary เป็นสำคัญ ในกรณีของการเมือง ผู้บริหารบ้านเมืองก็เสมือนว่าเป็นทรัสตี คือ ต้องดูแลผลประโยชน์ของประเทศ และหลีกเลี่ยงที่จะมีผลประโยชน์ของตัวเองแอบแฝง คุณกรณ์ต้องการให้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน (ตามอย่างกฎ disclosure ของทรัสต์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ การทำ blind trust แม้จะมีข้อดีในด้านความสุจริตและลดโอกาสที่จะผู้บริหารบ้านเมืองจะตัดสินใจโดยมีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ก็ทำให้ขาดคำยินยอมจาก beneficiary (ซึ่งในที่นี้คือคำยินยอมของสาธารณชนผ่านทาง parliamentarian) นี่คือข้อโต้แย้งหลักๆของผู้คัดค้านเรื่อง blind trust&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใน blind trust ขนานแท้ รัฐจึงมีการคิดค้นการตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อนของ POH ไว้อย่างเป็นระบบ เช่น บริษัททรัสตีของ POH มีหน้าที่โดยตรงที่จะส่งมอบเอกสารแสดงรายละเอียดหน่วยลงทุนต่างๆให้แก่ Commissioner ตามที่ถูกร้องขอ และทั้ง Commissioner และ parliamentarian ที่เข้ามาตรวจสอบมีหน้าที่รักษาข้อมูลเกี่ยวกับกองทรัสต์ไม่ให้รั่วไหล เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบ blind trust โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใน MOU รูปแบบ fund management ของคุณธนาธร ไม่มีกฎหมายใดในประเทศไทยที่จะบังคับเงื่อนไข non-disclosure ไม่ให้รั่วไหลไปถึงคุณธนาธรได้ ทั้งจากการผ่านทางสื่อสารโดยตรงระหว่างคุณธนาธรกับ fund manager และการรับรู้ข้อมูลผ่านหน่วยงานรัฐจากระบบการตรวจสอบทรัพย์สินปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากคุณธนาธรจะสื่อสารกับ fund manager ก็ไม่มีใครมีอำนาจตรวจสอบ และหากมีการสื่อสารเกิดขึ้นจริงก็เป็นเพียงการกระทำขัดกับ MOU ระหว่างคู่สัญญาด้วยกันเอง รัฐไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องร้องหรือดำเนินคดีอยู่ดี ต่างกับการทำ blind trust ของแท้ ที่หาก Commissioner พบว่ามีการสื่อสารกัน(นอกจากที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้) จะถือเป็นการกระทำความผิดและเป็นเรื่องใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการที่คุณธนาธรออกมาทำ MOU ในลักษณะคล้าย blind trust ดิฉันมองว่าอาจจะเป็นไปได้ในทั้ง 2 แง่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คุณธนาธร &amp;quot;ขาวใสสะอาดซื่อสัตย์&amp;quot; มีเจตนาสมัครใจทำเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นแก่ธุรกิจของตนเองในขณะที่มีตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง โดยกระทำในมาตรฐานที่กฎหมายไทยยังไปไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คุณธนาธร &amp;quot;ดำมืดสนิท&amp;quot; แค่จะมาสร้างภาพว่าโปร่งใส แต่จริงๆรู้อยู่เต็มอกว่าในทางปฏิบัติแล้วบังคับใช้อะไรไม่ได้เลย ตนจึงสามารถชักใยอยู่เบื้องหลังพร้อมตีหน้าซื่อว่าตัวเอง blind นะ (แต่จริงๆไม่ blind) หลีกเลี่ยงการตอบคำถามต่อ parliamentarian&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือคุณธนาธรอาจจะเป็นสีเทาๆ ระหว่างสองขั้วนั้นก็เป็นได้ เช่น อาจจะเจตนาดี คือตั้งใจจะไม่โกงล่ะ แต่ขอสร้างภาพด้วยเพราะรู้เต็มอกว่า MOU นั้นในทางปฏิบัติแล้วมันบังคับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะเทาเข้ม เทาอ่อน ก็แล้วแต่จะคิดกันไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31757</URL_LINK>
                <HASHTAG>blind trust, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, เพจโลกสีเทา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90e92495c6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปน้ำขุ่นๆ&#039;ธนาธาน&#039;อ้างสิ่งที่จะทำไปไกลกว่าหลายคนที่เคยทำมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.62 - นายธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงบนทวีตเตอร์ ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีคนติงมาว่าผมไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำไปไกลกว่าหลายท่าน เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง ก็คือ 1. Blind ทำให้สั่งไม่ได้ มองไม่เห็น* 2. จะไม่ลงทุนในหุ้นไทย 3. ไม่เอาคืนจนกว่าจะครบ 3 ปีหลังพ้นตำแหน่ง ถ้าไม่จริงก็ขอดูรายละเอียดแต่ละท่านด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31659</URL_LINK>
                <HASHTAG>blind trust, ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8f9e46af2af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธาน&#039;โป๊ะแตก!อิศรากางข้อมูลโอนหุ้นให้ blind trust 15รมต.4 รัฐบาลทำมาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.62 - สำนักข่าวอิศรา รายงานข่าวหัวข้อ &amp;nbsp;&amp;quot;โอนหุ้นให้ blind trust &amp;lsquo;ธนาธร&amp;rsquo;ไม่ใช่คนแรก 15 รมต. 4 รัฐบาล &amp;lsquo;ชวน-บิ๊กตู่&amp;rsquo;ทำมาแล้ว&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเมื่อ 18 มี.ค.2562 กรณีการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนที่ถือหุ้นธุรกิจเครือซัมมิทมูลค่า 5 พันล้านบาทว่าจะใช้แนวทาง Blind trust คือโอนทรัพย์สินไปให้ trust หรือ กองทุน เป็นผู้ดูแล ส่วนใหญ่จะให้ บริษัท phatara asset management ทั้งหมดคือ หุ้นในบริษัทมหาชนหรือที่ดิน ส่วน บ้าน รถ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเก็บไว้ในนามส่วนตัว และยังบอกอีกว่า วิธีการนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ private fund มาก่อน เป็นนวัตกรรมใหม่ ยกระดับมาตรฐานแสดงความจริงใจให้เกิดต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงเรื่องนี้มาจากรัฐธรรมนูญที่ 2540 มาตรา 209 บัญญัติว่า รัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท หรือไม่คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทต่อไป ทั้งนี้ ตามจำนวนที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณีที่รัฐมนตรีผู้ใดประสงค์จะได้รับประโยชน์จากกรณีดังกล่าวต่อไป ให้รัฐมนตรีผู้นั้นแจ้งให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งและให้รัฐมนตรีผู้นั้นโอนหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทดังกล่าวให้นิติบุคคลซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติห้ามมิให้รัฐมนตรีผู้นั้นกระทำการใดอันมีลักษณะเป็นการเข้าไปบริหาร หรือจัดการใดๆเกี่ยวกับหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีการออก พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 บัญญัติห้ามรัฐมนตรีและคู่สมรสถือครองหุ้นในบริษัทจำกัดได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของหุ้นจำนวนทั้งหมด ในกรณีที่รัฐมนตรีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากการถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 5 จะต้องทำเป็นหนังสือแจ้ง ประธาน ป.ป.ช.ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี จะต้องโอนหุ้นส่วนหรือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้นิติบุคคลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ และเมื่อได้ดำเนินการโอนหุ้นส่วนหรือหุ้นให้กับนิติบุคคลใดแล้ว ให้รัฐมนตรีแจ้งเป็นหนังสือให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นนั้น นิติบุคคลที่รัฐมนตรีจะโอนหุ้นส่วนหรือหุ้นให้จัดการตามพระราชบัญญัตินี้ได้ ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอำนาจจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือนิติบุคคลซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นตามกฎหมายโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. (มาตรา 4,มาตรา 5,มาตรา 6 )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้เพื่อมิได้รัฐมนตรีและคู่สมรสมีส่วนได้เสียในธุรกิจและห้ามรัฐมนตรีผู้นั้นเข้าไปบริหารจัดการได้ใดใดในหุ้นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interests)ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นที่มาของการให้กองทุน Blind trust เข้ามาบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า ตั้งแต่ยุครัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นต้นมาจนถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอดีตรัฐมนตรี อย่างน้อย 15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลนายชวน 3 คน ได้แก่ นายสาวิตต์ โพธิวิหค อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใช้บริการกองทุนรวมไทยพาณิชย์ เป็นผู้บริหารหุ้นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 6 คน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยบริษัทนิติบุคคลที่นายชวรัตน์ ให้บริหารหุ้นให้ ประกอบด้วย กองทุนรวม อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิฟทีน จำนวน 100,000 หุ้น กองทุนรวมอินเตอร์เนชั่นแนล ทเวนตี้ 200,000 หุ้น กองทุนเปิดบีทีอินคัมโกรทฟันด์ 132,718.0745 หุ้น กองทุนเปิดเซ็ท 50 จำนวน 71,475,7379 หุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์นิชดาธานี 2 จำนวน 200,000 หุ้น กองทุนเปิดออมทรัพย์เพื่อการเลี้ยงชีพ 18,954,8306 หุ้นกองทุนเปิด เพื่อเงินทุนสร้างค่าเพื่อการเลี้ยงชีพ 7,020,3273 หุ้น กองทุนเปิดเพิ่มค่าหุ้นระยะยาว 48,220,0958 หุ้น กองทนรวมโพรฟิต16 จำนวน 200,000 หุ้น กองทุนเปิด โพรฟิต 10 ซีรี่ส์ 2 จำนวน 300,000 หุ้น กองทุนเปิดไทยดราก้อน 100,000 หุ้น กองทุนเปิดกำไรเพิ่มพูน 40,000 หุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดอาทิ B-LTF, M-SAVING (RME) , M-GSB TMBBOT 108 A , CPNRF, SPF , ABWOOF, INGASIA-E, INGBRIC INGEHD, TMBCHEQ, TISCOAU, TMBKFS9 , TMBPM6M9,TISCOAEF และ TISCOCH3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.น.พ.พฤติชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ใช้บริหารกองทุนทหารไทยธนบดี กองทุนเปิดเคตราสารรัฐระยะสั้น กองทุนเปิด ING Thai Cash Mangement กองทุนทหารไทยพรีเมียร์ 6 M 10 และกองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบอำนาจให้ กองทุนเปิดอยุธยาเอ็นแฮนซ์ไทยโน้ทพลัส 30,000 หุ้น กองทุนเปิดบัวหลวงธนาคารกรุงเทพ 30,432,7989 หุ้น กองทุนเปิดรวงข้าวธนาคารกสิกรไทย 48,545,2396 หุ้น กองทุนเปิดอยุธยา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 19,723,6233 หุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มอบอำนาจให้ กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ 35,232.5934 หุ้น และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์มั่นคง 100,000 หุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบอำนาจให้ กองทุนรวมอสังหาริทรัพย์ไทคอน (TFUND) เป็นผู้บริหารหุ้นแทนจำนวน 2,500,000 หุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 3 คน (เท่าที่ตรวจพบ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลิกอ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31655</URL_LINK>
                <HASHTAG>blind trust, ธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8f945c8b78f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
