<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กพปชร.ลากไส้&#039;ศรีธนญทอน&#039;หลอกลวงสร้างมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองปลอมจ่อคุก 10 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62- &amp;nbsp;น.ส. ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้นำทรัพย์สินเข้าบลายทรัสต์ (Blind Trust) ว่า เรื่องนี้แม้ไม่ได้มีข้อกฎหมายใดบังคับว่าให้นายธนาธรต้องทำตามที่ประกาศเอาไว้ แต่หากจำกันได้นายธนาธร บอกเองว่าต้องการสร้างมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองใหม่ และเพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจของครอบครัว เมื่อนายธนาธรได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.แล้ว ก็ควรปฏิบัติตามที่ประกาศไว้ เพราะเหนือข้อกฎหมายใด ก็คือสัญญาประชาคม ที่เหมือนเป็นข้อตกลงกับประชาชน &amp;nbsp;เมื่อนายธนาธรไม่ได้ทำตามที่ประกาศไว้ อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นวาทกรรมหาเสียง เรียกคะแนนนิยมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายธนาธรประกาศเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเพียงแค่ 6 วัน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดมาตรา 73 (5) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ที่บัญญัติว่า &amp;nbsp;หลอกลวง ... หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง&amp;rdquo; ซึ่งจะมีโทษตามมาตรา 159 จําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ซึ่งได้เคยมีผู้ยื่นร้องเรียนต่อ กกต. ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เมื่อประกอบกับเรื่องราวในอดีต ทั้งการลงประวัติของตนเองว่าเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 สมัยติดต่อกัน ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงประธานสภาอุตสาหกรรม จ.นครนายก หรือการให้สัมภาษณ์ข้อมูลวันโอนหุ้นที่กลับไปกลับมาจนต้องกล่าวว่านักข่าวถามคำถามผิด รวมถึงการให้สัมภาษณ์ยอดเงินกู้พรรคที่ไม่ตรงกันกับบัญชีทรัพย์สินที่แสดงจริง ยิ่งทำให้สังคมเกิดความสงสัยถึงความน่าเชื่อถือในคำพูดของนายธนาธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงว่าที่นายธนาธร ยังไม่ได้โอนทรัพย์สินเข้า &amp;#39;Blind Trust&amp;#39; เพราะยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.นั้น รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp; กล่าวว่า เป็นการอ้างแบบศรีธนญชัย ขาดเหตุผลทางความคิดของนักกฎหมาย &amp;nbsp;เพราะถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็จริง &amp;nbsp;แต่สถานะของนายธนาธร ยังเป็นส.ส.อยู่ &amp;nbsp;ดังนั้นจึงทำให้นายธนาธรมีหน้าที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. จนทำให้ประชาชนทราบว่า &amp;ldquo;บลายทรัสต์&amp;rdquo; ของนายธนาธรนั้นไม่มีจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุด น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ความเป็นจริงก็คือ ถ้าย้อนกลับไปดูข่าว มันคือการทำ &amp;ldquo;เอ็มโอยู (MOU)&amp;rdquo; มันยังไม่ใช่การโอนไป และเมื่อนายธนาธรถูกระงับปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จึงทำหนังสือเลื่อนการปฏิบัติตามเอ็มโอยูไปก่อน นั้น ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า ถ้านายธนาธรต้องการสร้างมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองใหม่และความโปร่งใสจริงๆ ทำไมเมื่อมีการทำหนังสือแจ้งเลื่อนการปฏิบัติตามเอ็มโอยู นายธนาธรไม่แจ้งให้สังคมทราบเอง แต่กลับให้ประชาชนตรวจสอบและทราบข้อมูลเองจากบัญชีทรัพย์สินว่า &amp;ldquo;บลายทรัสต์&amp;rdquo; ของนายธนาธรนั้นไม่มีจริง ประชาชนจึงเกิดความสงสัยใน มาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองใหม่ ในมาตรฐานของนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46467</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blind Trust”, ทิพานัน ศิริชนะ, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, หลอกลวง, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d897cc373bb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรรพากร”ยัน Blind Trust ไม่ใช่วิธีหลบเลี่ยงภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค. 2562 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองโอนทรัพย์สินทั้งหมดเข้าไปอยู่ในกองทุน Blind Trust ว่า การโอนทรัพย์สินเข้าไปไว้ใน Blind Trust เป็นการบริหารจัดการทรัพย์สินปกติ เหมือนกองทุนต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้น ซึ่งต้องขออนุญาตจากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยเฉพาะเรื่องรายได้ ผลประโยชน์ผลตอบแทน จากการโอนทรัพย์สินไปไว้ในกองทุน ผู้ที่บริหารจัดการต้องทำหน้าที่นำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษี เงินปันผล ทุกประเภท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมยังไม่ทราบรายละเอียดกองทุนที่พรรคการเมืองไปจด มีการร่างสัญญาเป็นอย่างไร แต่โดยทั่วไป คนที่ทำหน้าที่บริหารทรัพย์สินส่วนบุคคล ก็มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีใดใดที่เกิดขึ้น ผู้บริหารจัดการกองทุนเป็นคนนำส่งให้กรมสรรพากร อำนาจหน้าที่ในการเสียภาษีทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การตั้งกองทุน Blind Trust ไม่ใช่วิธีที่จะเอาไปหลบภาษีได้ ผู้ที่โอนทรัพย์สินทั้งบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ยังมีภาระหน้าที่เสียภาษีอยู่เหมือนเดิม ไม่สามารถละเว้นได้หรือหลบเลี่ยงภาษีได้ กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่บอกว่า Blind Trust &amp;nbsp;ไม่ได้หมายความว่า Blind แล้วจะหลบซ่อนสรรพากรได้ ถ้าไม่เสียภาษีให้ถูกต้อง ก็ต้องตรวจสอบ ส่วนการนำไปลงทุนต่างประเทศ ถ้ามีรายได้ ก็ยิ่งต้องรายงานภาษีต้องครบถ้วน ดังนั้น Blind Trust จึงไม่ใช่เป็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31722</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blind Trust”, เลี่ยงภาษีไม่ได้, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b9137d31f881.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบเห่!&#039;ธีระชัย&#039; ลากไส้&#039;ธนาธร&#039;Blind Trustใช้กับธุรกิจครอบครัวไม่ได้ กลายเป็นเกราะปกปิดเอื้อผลประโยชน์ทับซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62-&amp;nbsp;ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และเป็นประธานกลุ่ม ก.ล.ต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thirachai Phuvanatnaranubala &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีนายธนาธรโอนทรัพย์สินของตน 5,000 ล้านบาทเข้ากอง Blind Trust&amp;rdquo;ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออธิบายเพิ่ม เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายๆ ว่าทำไมโครงสร้างนี้ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาประโยชน์ทับซ้อนได้จริง กรณีเป็นธุรกิจครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนักการเมืองที่โอนหุ้นในชื่อของตนเองในกิจการครอบครัว เช่น ประธานาธิบดีทรัมป์โอนหุ้นใน บริษัททรัมป์ ที่เดิมอยู่ในชื่อของตน เข้าไปในกอง Blind Trust นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ว่า กติกากำหนดว่า ผู้บริหารกอง Blind Trust จะเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องการลงทุนทรัพย์สินส่วนนี้แทนทรัมป์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะผู้ถือหุ้น วันเดียวที่เขาจะมีอำนาจ ก็คือวันประชุมผู้ถือหุ้น คือจะออกเสียงอะไร ก็ไม่ต้องไปถามทรัมป์ ส่วนวันอื่น ไม่มีอำนาจอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาอาจจะมีอำนาจมากขึ้น ถ้าหากผู้ถือหุ้นอื่นในครอบครัวเลือกให้เขาเข้าไปเป็นกรรมการบริษัทแทนทรัมป์ แต่ก็ไม่มีกติกาใดที่บังคับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ต่อให้เข้าไปเป็นกรรมการ ก็จะมีเพียงเสียงเดียวในคณะกรรมการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในทางทฤษฎี ที่เขามีสิทธิที่จะขายหุ้นในบริษัททรัมป์ออกไป และเอาเงินที่ได้ไปลงทุนอื่นแทนนั้น ในทางปฏิบัติ ก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กรณีที่ทรัพย์สินของนักการเมือง เป็นหุ้นในกิจการครอบครัว นอกจากไม่สามารถป้องกันประโยชน์ทับซ้อนได้จริงแล้ว ยังจะมีปัญหาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากมีภาพภายนอก เสมือนว่ามีเกราะป้องกัน นักการเมืองจึงอาจจะแอบส่งผ่านข้อมูล เพื่อให้กิจการครอบครัวรู้ข้อมูลภายในก่อน และปรับตัวได้ก่อนคู่แข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งนักการเมืองอาจจะออกนโยบายที่เป็นประโยชน์แก่กิจการครอบครัว โดยทำทีว่าตนเองไม่รู้ว่านโยบายจะมีผลออกมาเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ในกรณีกิจการครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช. จึงต้องคิดอ่าน กำหนดข้อบังคับให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกิจที่ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะการทำธุรกรรมกับภาครัฐ และที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้สื่อมวลชนและภาคประชาชนติดตามป้องปรามประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31705</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blind Trust”, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล, อดีตรมว.คลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c907baf98cd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรี&#039;ทนไม่ได้!ร้องกกต.สอบ&#039;ธนาธร&#039;การจูงใจ หลอกลวง แอบอ้าง กรณีโอนทรัพย์สินให้ trust ดูแล จี้ถอนสิทธิ์20ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19 มี.ค.62- ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่ากรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;แถลงข่าวโอนทรัพย์สินไปให้กองทุน หรือ trust เป็นผู้ดูแล โดยแอบอ้างว่า เป็นนักการเมืองคนแรกที่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ ด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครมาบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่นายธนาธรได้นำเสนอ เพราะกฎหมายบังคับว่าต้องทำ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ การที่กฎหมายกำหนกว่าต้องโอนหุ้นให้กองทุนดูแล มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 และมีนักการเมือง 14-15 คนแล้ว ที่โอนหุ้นให้กองทุนดูแล ไม่ใช่นายธนาธร เป็นคนแรก และที่นายธนาธรทำ เพราะกฎหมายบังคับ ไม่ได้สมัครใจ ไม่ได้เป็นการสร้างบรรทัดฐานคนรุ่นใหม่ &amp;nbsp;เพราะตามรัฐธรรมนูญปี 2560 หมวด 9 มาตรา 187 ที่กำหนดว่ารัฐมนตรี จะต้องไม่มีหุ้นส่วน หรือถือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนของบริษัท และต้องไม่เป็นลูกจ้างของผู้ใด และหากประสงจะได้รับประโยชน์ ก็ให้แจ้งต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ทราบ &amp;nbsp;และโอนหุ้นให้แก่นิติบุคคล ซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่คุณธนาธร ออกมาแถลงอวดอ้าง ความดีในเรื่องดังกล่าว เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 อนุ 5 ในเรื่องการจูงใจ หลอกลวง ให้เข้าใจ ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เป็นการสร้างประเด็น เพื่อให้เกิดความนิยมในตัวคุณธนาธร มีเจตนาสร้างภาพลักษณ์ของตนเอง ให้ดูดีกว่านักการเมืองคนอื่นๆ เพื่อหวังผลทางการเมือง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ล่วงรู้ความจริงอาจหลงผิดไปเชื่อถ้อยแถลงของนายธนาธร โดยฐานความผิดตามมาตรา 73 ต้องจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ 20,000 &amp;ndash; 200,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31703</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blind Trust”, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ร้องกกต., หลอกลวง, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c9075741a680.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าลูกพ่อครางฮือ!แฉมุมมืดรัฐฟลอริดาเตรียมสั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐใช้&#039;Blind Trust&#039;เพราะตรวจสอบไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62-เว็บไซต์ ThaiPublica เผยแพร่บทความ &amp;quot;รู้จัก &amp;ldquo;Blind Trust&amp;rdquo; เครื่องมือนักการเมืองจัดการทรัพย์สิน โชว์ความโปร่งใส&amp;quot; &amp;nbsp;หลังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเรื่องการจัดการทรัพย์สินในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง พร้อมกับได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อโอนทรัพย์สินมูลค่าราว 5,000 ล้านบาทให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทรดูแลและจัดการในลักษณะ blind trust&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีประเด็นน่าสนใจ คล้ายกับที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า หลายปีมาแล้วได้ตัดสินใจทำสวนทางกับที่คุณธนาธรพยายามที่จะทำ คือผมยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เพราะผมคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า ผมคิดว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่คุณธนาธรได้ประกาศวันนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่ท่านบอกว่าทรัพย์สินที่ท่านโอนไปนี้จะ &amp;lsquo;มองไม่เห็น&amp;rsquo; เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่าท่านมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เว็บไซต์ ThaiPublica สรุปในตอนท้ายของบทความว่า แม้ blind trust เป็นเครื่องมือที่ดีเครื่องมือหนึ่งในการลดความเสี่ยงของการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา กำลังเตรียมที่จะห้ามไม่ให้นักการเมืองหรือบุคคลที่ผ่านการรับเลือกเข้ามาทำหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ blind trust อันเนื่องจากกรณีอื้อฉาวและการดำเนินคดีกับอดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ริก สก็อตต์ ที่ใช้ blind trust&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ริก สก็อตต์ ซึ่งเป็นผู้ว่าการรัฐที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ ได้โอนทรัพย์สินทั้งหมดเข้า blind trust เพราะเห็นว่าเป็นการป้องกันการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดการลงทุนและผลประโยชน์ทางธุรกิจตลอดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง ในการแสดงฐานะการเงินประจำปี ตามที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการดอน ฮิงเกิล ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งให้ ริก สก็อตต์ เปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินมากขึ้น แต่ศาลอุทธรณ์ในเขต 1 มีคำสั่งไม่รับคำร้อง ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เจมส์ แกรนต์ ได้ยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย blind trust ในสัปดาห์ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูล https://thaipublica.org&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31693</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blind Trust”, thaipublica.org, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ผลประโยชน์ทับซ้อน, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c905a17185d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
