<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC และ Cargill ตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก  สนับสนุนโมเดล BCG Economy สร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;10 สิงหาคม 2564 : กรุงเทพมหานคร - บริษัท GC International Corporation บริษัทย่อยของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (จำกัด) มหาชน (GC) และ บริษัท Cargill Incorporated (Cargill) ในฐานะผู้ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 50 ในบริษัท NatureWorks LLC (NatureWorks) ประกาศเดินหน้าสร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย ตอบสนองความต้องการใช้วัสดุที่ยั่งยืนให้ตลาดโลก ภายหลังได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมแสดงความยินดีผ่านระบบเสมือนจริง ซึ่งโครงการดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในโครงการที่สนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ BCG Economy Model (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ตามเป้าหมายที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของประเทศไทยและผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่งของโลก มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนและหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อสร้างสมดุลและการเติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยขับเคลื่อนบนกรอบของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ในวันนี้ GC และ Cargill ในฐานะผู้ถือหุ้นของ NatureWorks ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA อันดับหนึ่งของโลก พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ BOI ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้กับ NatureWorks &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่นี้ ใช้เทคโนโลยีพลาสติกชีวภาพอันดับหนึ่งของโลกและใช้น้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ &amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยขยายฐานพันธมิตรในตลาด Bio-Polymer รวมถึงการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้วัสดุที่ยั่งยืน โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยโรงงานจะตั้งอยู่ที่นครสวรรค์ไบโอ&amp;nbsp; คอมเพล็กซ์ (NBC) จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นโครงการแห่งแรกของประเทศไทยที่สอดคล้องกับโมเดล BCG Economy ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ในเวทีโลก และสนับสนุนให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางสาว คอลลีน เมย์ President บริษัท Cargill&amp;rsquo;s Bioindustrial Group กล่าวว่า &amp;quot;คาร์กิลรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ก้าวไปข้างหน้าร่วมกับ GC เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจของ NatureWorks ด้วยการสร้างฐานการผลิตแห่งที่ 2 ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำที่สำคัญถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเราในการลงทุนเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพทั่วโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โรงงานแห่งใหม่นี้เป็นโรงงานพลาสติกชีวภาพโพลีแลคติก แอซิด (Polylactic Acid : PLA) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; แห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อทางการค้า Ingeo&amp;trade; และส่งเสริมการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มกับวัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศไทย ตอบสนองการขยายตัวของตลาด ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายใน ปี 2567 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;Ingeo&amp;trade; PLA เป็นโพลิเมอร์ชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ มีคาร์บอนฟุตปริ้นท์ต่ำ สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น นำไปผลิตเป็นถุงชา แคปซูลกาแฟ บรรจุภัณฑ์อาหาร เส้นใยใช้ในงานพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ เส้นใยที่นำมาใช้ผลิตผ้าอ้อม ผ้าเช็ดทำความสะอาด หน้ากากอนามัย รวมถึงอุปกรณ์ใช้ภายในบ้าน เป็นต้น โดยโรงงานนี้จะใช้น้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ ปีละประมาณ 110,000 ตัน นำไปผลิตเป็นกรดแลคติก (Lactic Acid) แลคไทด์ (Lactide) และโพลิเมอร์ (Polymer) จนได้เป็นโพลิแลคไทด์ (Polylactide) ส่งผลให้โรงงานนี้เป็นโรงงานผลิตโพลิแลคไทด์แบบครบวงจรแห่งแรกของโลก โดยมีกำลังการผลิตโพลิเมอร์ชีวภาพอยู่ที่ 75,000 ตันต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นับว่าโรงงานนี้เป็นโรงงานแห่งแรกของโลกที่ออกแบบมาให้บูรณาการร่วมกันอย่างสมบูรณ์ ด้วยกระบวนการผลิตและการใช้พลังงานที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพลาสติกชีวภาพ Ingeo&amp;trade; ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการสำหรับวัสดุที่ยั่งยืนให้กับตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:.5in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เกี่ยวกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เป็นผู้ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งในด้านขนาด ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ในการผลิตผลิตภัณฑ์ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย ใน 8 กลุ่มธุรกิจหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์มากกว่า 12.79 ล้านตันต่อปี มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบและคอนเดนเสทรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับ 1 ใน 10 ด้านความสามารถในการผลิตเอทิลีนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอันดับ 1 ของโลก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ โดยการรวมนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เสริมสร้างความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้นต่อไป บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยศักยภาพทางการแข่งขันและความโดดเด่นในอุตสาหกรรม รวมถึงการลงทุนในประเทศต่างๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มดัชนี Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI ปี 2020 ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2 ปีซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;www.pttgcgroup.co&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112831</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Economy, BCG Economy Model, Bio-Circular-Green Economy :BCG, Bio-Polymer, BOI, Cargill, Circular Economy, GC, PLA, SD Symposium 2020 “Circular Economy: Actions for Sustainable Future, SDGs, กระทรวงพลังงาน, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, ธุรกิจเคมีภัณฑ์, นครสวรรค์ไบโอ  คอมเพล็กซ์, นายกรัฐมนตรี, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, บริษัท Cargill Incorporated, บริษัท GC International Corporation, บริษัท NatureWorks LLC (NatureWorks), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (จำกัด) มหาชน, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วัสดุที่ยั่งยืนให้ตลาดโลก, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน, โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน, โรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611226570dc22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีโอไอชวนอัพเกรดพนักงานเว้นภาษี100%ล่อใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค. 2563 นายเศกสรรค์ เรืองโวหาร รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าบีโอไอได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการอบรมพนักงานและมีส่วนร่วมในการพัฒนานักศึกษาก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการจัดตั้งสถานฝึกฝนวิชาชีพ/สถาบันการศึกษาในสาขาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรม ระดับสูง โดยได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้ 1.มาตรการสนับสนุนการฝึกอบรมบุคลากร ให้ผู้ประกอบการนำเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรไปรวมคำนวณในวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยไม่กำหนดเงื่อนไขค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 2.มาตรการสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันเพื่อพัฒนาบุคลากรทักษะสูงโดยภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ประกอบการ ที่ดำเนินธุรกิจอื่นซึ่งไม่ใช่สถาบันการศึกษาและสถาบันฝึกอบรม หากลงทุนจัดตั้งสถานศึกษา หรือสถานฝึกฝนอาชีพ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสาขาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรม ระดับสูง และได้รับการเห็นชอบจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 ปีในวงเงิน 100% ของเงินลงทุนที่ใช้ในการตั้งสถาบันการศึกษาส่วนสถาบันการศึกษาที่ตั้งขึ้น จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดการยื่นขอรับการส่งเสริมฯ ภายในสิ้นปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;การส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในปัจจุบันจะมุ่งเน้นการลงทุนที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มสูงให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นพื้นฐาน ไม่ใช่การลงทุนที่ใช้แรงงานราคาถูกเหมือนในอดีต ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งให้กับประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างบุคลากรเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าว&amp;rdquo; นายเศกสรรค์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้ บีโอไอยังได้เตียมจัดสัมมนาออนไลน์ (Webinar) เรื่อง &amp;ldquo;พลังขับเคลื่อน SMART Human Resource Development&amp;rdquo; กำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 9.30 &amp;ndash; 11.45 น. โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมการอภิปรายในงานสัมมนาครั้งนี้ จะเผยเคล็ดลับความสำเร็จในการยกระดับบุคลากรของภาคธุรกิจโดยการเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษา สิทธิประโยชน์จากบีโอไอในกิจการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการบอกเล่าประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่ขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76706</URL_LINK>
                <HASHTAG>BOI</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5588c83aabf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;BOI&#039;ลุยจัดงานเครื่องจักรหวังหนุนผู้ค้าฝ่าโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2563 นางสาวซ่อนกลิ่น พลอยมี ผู้อำนวยการกองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าได้ร่วมกับอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จัดงานแสดงสินค้าภาคอุตสาหกรรมแบบครบวงจรครั้งใหญ่ งานอินเตอร์แมค (INTERMACH) ร่วมกับ งานซับคอน ไทยแลนด์ (SUBCON Thailand) พร้อมกับงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2020 (ASE2020) งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านพลังงานที่ครอบคลุมที่สุดในอาเซียน เพื่อสนับสนุนและกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงจัดซื้อจัดหาชิ้นส่วนระหว่างผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ยังมีความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกที่ทำให้การทำธุรกิจ การผลิต การบริการ ของทุกภาคส่วนรวมถึงของภาครัฐต้องหยุดหรือชะลอตัว ซึ่งคาดว่างานนี้จะสร้างแนวโน้มการเชื่อมโยงธุรกิจการลงทุนได้มากขึ้น

นอกจากนี้ยังเตรียมกิจกรรมการจับคู่ออนไลน์ รองรับผู้ซื้อต่างชาติเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจผู้ซื้อ ผู้ผลิตและผู้ขายชิ้นส่วนอุตสาหกรรมชั้นนำ กิจกรรมเชื่อมโยงออนไลน์ &amp;ldquo;BUILD&amp;rsquo;s E-Linkage&amp;rdquo; ซึ่งจะมีทั้งการจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ การสร้างตลาดกลางซื้อขายชิ้นส่วนออนไลน์ การเสริมความรู้ด้านต่างๆ การสัมมนาออนไลน์ รวมถึงการจัดงานแสดงสินค้ารับช่วงการผลิต ซับคอนไทยแลนด์แบบออนไลน์ผสมผสานงานแบบเดิมตอบโจทย์ผู้ซื้อจากต่างประเทศ ที่วางแผนจะเข้ามาเยี่ยมชมงานและจัดซื้อชิ้นส่วนในไทย แต่ไม่สามารถเข้ามาได้เพราะติดปัญหาโควิด-19

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ รองกรรมการผู้จัดการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า งานดังกล่าวจะนอกเหนือจากจะแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านพลังงานที่ครอบคลุมที่สุดในอาเซียน แล้วยังเป็นงานแสดงเทคโนโลยีเฉพาะทางด้านหม้อไอน้ำ ภาชนะรับแรงดัน ปั๊ม วาล์ว และอุปกรณ์เกี่ยวข้อง งานเดียวของประเทศไทย โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 ก.ย.2563 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมแหล่งเครื่องจักรและเทคโนโลยีล่าสุด รวมทั้งอุปกรณ์เพื่อการผลิตในอุตสาหกรรมโลหะการจากบริษัทผู้ผลิตระดับแนวหน้าของโลกครอบคลุมอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์อิเล็คทรอนิกส์ แม่พิมพ์อุตสาหกรรม อุปกรณ์การแพทย์ การผลิตเฟอร์นิเจอร์ การเกษตรและอีกมากมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73385</URL_LINK>
                <HASHTAG>BOI, บีโอไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200804/image_big_5f29145ab6dcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีโอไอไฟเขียว5โครงการ4หมื่นล้านลงทุนอุตฯรถยนต์-อากาศยานในอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ. 2562 นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้การส่งเสริมโครงการขนาดใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ยานยนต์ ศูนย์ซ่อมอากาศยาน และขนส่งทางอากาศ รวม 5 โครงการ &amp;nbsp;มูลค่าเงินลงทุนกว่า40,462 ล้านบาท คาดสร้างการใช้วัตถุดิบจากยางธรรมชาติในประเทศ กว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.บริษัท เอดับเบิ้ลยู (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับส่งเสริม โครงการผลิตชุดเกียร์ส่งกำลังอัตโนมัติ เงินลงทุนทั้งสิ้น 7,244 ล้านบาท ตั้งโครงการในจังหวัดชลบุรี โครงการนี้จะผลิตเพื่อป้อนค่ายรถยนต์ชั้นนำ ทั้งในประเทศและในต่างประเทศ ซึ่งช่วยลดการนำเข้าชุดเกียร์ส่งกำลังอัตโนมัติจากต่างประเทศที่นำมาผลิตรถยนต์ในประเทศไทย 2.บริษัท เจนเนอรัล รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับส่งเสริมโครงการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะ เงินลงทุนทั้งสิ้น 9,721 ล้านบาท ตั้งโครงการในจังหวัดระยอง โครงการนี้จะสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากยางพาราในประเทศตามนโยบายรัฐบาล โดยจะใช้วัตถุดิบซึ่งเป็นยางธรรมชาติในประเทศประมาณ 35,398 ตัน/ปี มูลค่าประมาณ 1,673 ล้านบาท/ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. MR. XUNNING JU ได้รับส่งเสริมโครงการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะ เงินลงทุนทั้งสิ้น 10,061 ล้านบาท ตั้งโครงการในจังหวัดชลบุรี โครงการนี้จะสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากยางพาราในประเทศตามนโยบายรัฐบาล โดยจะใช้วัตถุดิบซึ่งเป็นยางธรรมชาติในประเทศประมาณ 23,838 ตัน/ปี มูลค่าประมาณ 1,433.3 ล้านบาท/ปี 4.เรืออากาศโท รณชัย วงศ์ชะอุ่ม ได้รับส่งเสริมโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน โดยเป็นการร่วมทุนของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กับบริษัทผู้ผลิตอากาศยานรายใหญ่ของโลก เงินลงทุนทั้งสิ้น 6,468 ล้านบาท ตั้งโครงการที่เมืองการบินภาคตะวันออก (EEC-A) จังหวัดระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโครงการนี้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานรุ่นใหม่ รวมทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพของช่างอากาศยานตามมาตรฐานสากล รวมทั้งช่วยดึงดูดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานและการบินให้เข้ามาลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้น และ 5.บริษัท ไทยไลอ้อน เมนทารี จำกัด ได้รับส่งเสริมโครงการขนส่งทางอาอากาศ เงินลงทุนทั้งสิ้น 6,968 ล้านบาท โดยเป็นกิจการสายการบินราคาประหยัด ให้บริการทั้งเส้นทางการบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดวงใจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการเพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษ ได้แก่ มาตรการเร่งรัดการลงทุนเพื่อให้โรงกลั่นน้ำมันปรับปรุงคุณภาพน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 รายในประเทศไทย เร่งรัดการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันจากมาตรฐานยูโร 4 ในปัจจุบันเป็นมาตรฐานยูโร 5 เพื่อลดค่าฝุ่นละอองและมลพิษสิ่งแวดล้อมจากน้ำมันในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมาตรการนี้จะช่วยเร่งรัดให้มีการปรับปรุงน้ำมันมาตรฐานเป็น ยูโร 5 เร็วขึ้นโดยผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรในการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน ทั้งนี้จะต้องยื่นขอรับสิทธิและประโยชน์ตามมาตรการนี้ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29958</URL_LINK>
                <HASHTAG>BOI, คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, ดวงใจ อัศวจินตจิตร์, บอร์ดบีโอไอ, บีโอไอ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุมัติส่งเสริมการลงทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180206/image_big_5a79d6c681213.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
