<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039;ร่ายยาวผลBrexitอาจกระทบส่งออกสินค้าไทยบางประเภท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.63-นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลกระทบ Brexit อาจทำให้ตลาดการเงินผันผวนมากหากเป็น No Deal Brexit และ นายกรัฐมนตรีอังกฤษบอริส จอห์นสัน พยายามผ่านกฎหมาย Internal Market Bill ที่จะสร้างอุปสรรคต่อการเจรจาการค้ากับอียูและสันติภาพกับไอร์แลนด์เหนือ การไม่ทำตามข้อตกลงเดิมกับอียูกรณี Brexit ด้วยความพยายามผ่านกฎหมาย Internal Market Bill นั้นจะทำให้ความขัดแย้งและความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรกับอียูเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่อังกฤษเดินหน้าผลักดันการทำข้อตกลงเปิดเสรีกับญี่ปุ่นหลังยุค Brexit ไทยจึงควรเดินหน้าเจรจาทำข้อตกลงเปิดเสรีการค้าทวิภาคีกับสหราชอาณาจักรเพื่อเพิ่มโอกาสให้ตลาดส่งออกไทย โอกาสในภาคการลงทุนหลังยุค Brexit&amp;nbsp;
การไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงกับอียูอาจทำให้สถานะของสหราชอาณาจักร ในเวทีระหว่างประเทศอ่อนแอลง และ อียูอาจตอบโต้ทางกฎหมายต่ออังกฤษจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อตกลง Brexit ที่ตกลงกันไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อตกลง Good Friday Agreement ในไอร์แลนด์เหนือที่ไว้ในปี พ.ศ. 2541 ซึ่งได้ยุติความรุนแรงจากสงครามกลางเมืองในไอร์แลนด์เหนืออาจสั่นคลอน เนื่องจากข้อตกลงตั้งอยู่บนฐานคิดที่สำคัญคือหลักการประชาธิปไตย สันติวิธีและการปฏิบัติตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายชาตินิยมและต้องการเป็นสาธารณรัฐโดยผนวกรวมกับประเทศไอร์แลนด์ กับ ฝ่ายต้องการอยู่ร่วมกับอังกฤษ (Unionist) และเป็นพวกต้องการอยู่ภายใต้การปกครองแบบราชอาณาจักร ได้ตกลงใจที่จะให้การตัดสินอนาคตทางการเมืองของไอร์แลนด์เหนือขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ของคนในพื้นที่ กล่าวคือ การจะแยกหรือไม่แยกไอร์แลนด์เหนือออกจากประเทศอังกฤษ ต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ข้อตกลง Good Friday อาจสั่นคลอนอันเป็นคำเตือนของอดีตนายกรัฐมนตรีสองท่านของอังกฤษ ประเด็นข้อตกลง Brexit กับอียูมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ในไอร์แลนด์เหนือมากขึ้น โดยที่ประเทศไอร์แลนด์ซึ่งต้องการรวมประเทศกับไอร์แลนด์เหนืออันเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกสำคัญของอียู &amp;nbsp;ส่วนผลการประชุมธนาคารกลางของสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและยูโรโซนในสัปดาห์นี้ไม่น่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่สำคัญอันส่งผลต่อตลาดการเงินอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า หากกฎหมาย Internal Market Bill ผ่านรัฐสภาได้ในสัปดาห์หน้า จะทำให้รัฐบาลอังกฤษสามารถมีข้อปฏิบัติที่ขัดแย้งกับความตกลงที่เคยให้ไว้กับ EU ได้ จะทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอังกฤษกับ EU ตึงเครียดขึ้นและอาจนำมาสู่ No-deal BREXIT ในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 จะทำให้ &amp;ldquo;เศรษฐกิจอังกฤษ&amp;rdquo; ฟื้นตัวช้าลง กระทบมูลค่าส่งออกสินค้าไทยไปยังสหราชอาณาจักรได้ โดยไทยส่งออกไปยังสหราชอาณาจักรประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์คิดเป็นประมาณ 1.3-1.4% ของมูลค่าส่งออกของไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเบื้องต้นอังกฤษประกาศให้สินค้านำเข้ากว่าร้อยละ 60 ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าตามกรอบองค์การการค้าโลก การปรับโครงสร้างภาษีศุลกากรของอังกฤษในภาพรวมทำให้ผู้ส่งออกไทยในสินค้าบางประเภทประมาณ 50-60% มีภาระทางภาษีน้อยลงแต่เป็นสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกไม่สูงนัก &amp;nbsp;เช่น อาหารสุนัขและแมว อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ส่วนมาตรการกระตุ้นการบริโภคมาตรการคนละครึ่งของรัฐบาลอาจช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากกระเตื้องขึ้นบ้างในไตรมาสสี่หากกำกับให้การใช้จ่ายเงินทำได้เฉพาะเป็นร้านค้าขนาดเล็กและขนาดย่อมเท่านั้น ถ้ามาตรการเปิดกว้างให้ใช้ที่ไหนก็ได้เม็ดเงินส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่เครือข่ายค้าปลีกของบริษัทขนาดใหญ่เหมือนโครงการชิมช้อปใช้ รวมทั้งการกำหนดเงื่อนไขเงินไม่ควรยุ่งยากเกินไปด้วยการให้ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้สิทธิผ่านแอพพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; หรือรับเงินสด กลุ่มแรกที่รับเงินผ่านแอพพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ต้องจ่ายเงินอีกครึ่งหนึ่งในการใช้จ่ายและกำหนดเพดานในการจ่ายรายวัน ตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ โดยคนกลุ่มที่จ่ายเงินผ่านแอพพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ได้รับแจกเงินมากกว่า อาจเพิ่มให้เป็นคนละ5,000 บาท กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มคนที่ต้องการรับเงินสดโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรงเลยมอบให้ท่านละ 2,500 บาท กลุ่มที่รับเงินสดก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกจากรัฐบาลจัดสรรให้และไม่กำหนดเพดานการใช้ต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้รัฐบาลต้องให้ร้านค้ารายย่อยไปขึ้นทะเบียน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ของธนาคารกรุงไทยมากที่สุด หากไม่เร่งดำเนินการตามที่กล่าวมาอัตราการขยายตัวภาคบริโภคอาจกระเตื้องขึ้นโดยภาพรวมแต่ผู้มีรายได้น้อยไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนักโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยรายเล็ก การใช้เงินงบประมาณ 45,000 ล้านบาทอาจไม่บรรลุเป้าหมายการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และ เงินจากมาตรการนี้ควรมอบให้กับผู้มีรายได้น้อย มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี หรือ เป็นผู้ว่างงานและไม่มีเงินออมหรือทรัพย์สินทางการเงินใดๆ หรือ ผู้อยู่ในฐานข้อมูลลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะมีจำนวนไม่ถึง 15 ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเม็ดเงินงบประมาณ 45,000 ล้านบาท หากประชาชนใช้สิทธิเต็มที่ผ่านกระเป๋าตัง โดยไม่ขอรับเป็นเงินสด จะทำให้เม็ดเงินเพิ่มไปที่ 90,000 ล้านบาท หมุนอย่างน้อย 2-3 รอบจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ 180,000-270,000 ล้านบาท อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีเพิ่มขึ้นได้อีกอย่างน้อย 0.3% การที่เงินจะหมุนหลายรอบได้ต้องมุ่งเป้าไปที่คนรายได้น้อยที่มีอัตราความโน้มเอียงในการบริโภคสูง เงินต้องใช้จ่ายไปกับผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอันนำมาสู่การลงทุน การจ้างงานเพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77304</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เศรษฐกิจไทย, Brexit, การส่งออก, อนุสรณ์ ธรรมใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจรจาการค้าเตรียมแผนรับมือเบร็กซิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 2563 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยในการเปิดการสัมมนาเรื่อง &amp;ldquo;เข้าใจ Brexit พลิกสัมพันธ์การค้ากับยุโรป&amp;rdquo; ว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต สหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย และสภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร (ยูเค) จัดงาน &amp;ldquo;เข้าใจ Brexit พลิกสัมพันธ์การค้ากับยุโรป&amp;rdquo; เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงสถานการณ์ล่าสุด และการเตรียมความพร้อมของไทย รวมถึงแผนการทำงานของกรมฯ ที่จะนำมาใช้รองรับกรณีที่ยูเคจะออกจากสหภาพยุโรป (อียู) อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมฯ มีแผนการทำงานรับมือ 4 ด้าน คือ 1.เจรจากับอียูและยูเค ในฐานะสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อแก้ไขตารางข้อผูกพันโควตาภาษีภายใต้ WTO เนื่องจากทั้งยูเคและอียูจะต้องมีการจัดสรรโควตาใหม่ให้กับสมาชิก WTO รวมทั้งไทย ในสินค้า เช่น มันสำปะหลัง แป้งมันสำปะหลัง ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวหัก ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก ปลากระป๋อง เป็นต้น โดยยึดหลักการว่าโควตาใหม่ที่ไทยจะได้รับจัดสรรจากทั้งยูเคและอียู เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่น้อยกว่าที่ไทยเคยได้รับเมื่อสมัยยูเคยังรวมอยู่ในอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จัดทำรายงานการทบทวนนโยบายการค้าระหว่างไทยและยูเค หรือ Trade Policy Review (TPR) เพื่อศึกษาภาพรวมการค้าระหว่างสองฝ่าย โอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนในสาขาธุรกิจที่ไทยสนใจ หรือมีศักยภาพในตลาดยูเค รวมถึงมาตรการของยูเคที่จะเป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนของไทย เพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างกันในอนาคต โดยผลการจัดทำรายงานกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมี.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำเอฟทีเอระหว่างไทยกับยูเค&amp;nbsp; 4.ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักเรื่องเบร็กซิตและการเตรียมการของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเร่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสของผู้ประกอบการไทยในตลาดยูเค โดยเบื้องต้น พบว่า สาขาธุรกิจ อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยมีศักยภาพ เช่น เกษตรกรรมและการผลิตอาหาร (เนื้อไก่ ผลไม้ อาหารเสริม และอาหารสัตว์เลี้ยง) การประมง (อาหารทะเลแปรรูปและแช่แข็ง ปลาทูน่า กุ้ง) ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยางและผลิตภัณฑ์ยาง ภาคบริการและลงทุนที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การท่องเที่ยว การขนส่ง การเงิน โทรคมนาคม และการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ได้เตรียมพิจารณาเพื่อดูว่ายูเคมีมาตรการภาษีและที่มิใช่ภาษีที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนของไทยอะไรบ้าง เช่น การเก็บภาษีสูงในสินค้าเกษตรและประมง การกำหนดมาตรการสุขอนามัยที่มีมาตรฐานสูง โดยเฉพาะระดับสารปนเปื้อน และสารเคมีตกค้าง ตลอดจนมาตรฐานทางเทคนิคต่างๆ เช่น การติดฉลากและบรรจุภัณฑ์ มาตรการ IUU ที่ต่อต้านสินค้าประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการควบคุม เป็นต้น ซึ่งไทยจะนำรายงานทบทวนนโยบายการค้าที่จัดทำหารือกับฝ่ายยูเคที่มีการจัดทำรายงานนโยบายการค้าของไทยเช่นกัน เพื่อจัดทำเป็นรายงานร่วมกัน และจะนำไปสู่การหารือเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรค ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมฯ ขอให้ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยูเค ติดตามสถานการณ์ตลาด กฎระเบียบทางการค้าของยูเค และศึกษาความต้องการของผู้บริโภคยูเคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สวัสดิภาพของแรงงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมปรับตัววางแผนกลยุทธ์การเข้าถึงตลาดและการกระจายสินค้าของไทยเข้าสู่ตลาดยูเคต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59306</URL_LINK>
                <HASHTAG>Brexit, กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, อรมน ทรัพย์ทวีธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d2310fb5d1b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Brexit ของจริงมาแล้ว：  แล้วมันหมายความว่าอย่างไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอังกฤษที่ตื่นเต้นยินดีก็มาก แต่ที่ร้องห่มร้องไห้ก็ไม่น้อยเมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือเมื่อสหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ เมื่อ 23.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม 2020 (06.00 น. วันที่ 1 ก.พ.2020 เวลาประเทศไทย) หลังจากเป็นสมาชิกอียูมา 47 ปี และต่อรองเจรจากันมา 3 ปีอย่างมีสีสันและร้อนแรงตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นภาพธง Union Jack ของสหราชอาณาจักร ถูกปลดลงจากหน้าอาคารที่ทำการของสหภาพยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์แล้วบางคนก็ใจหาย แต่คนอีกจำนวนหนึ่งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนอังกฤษบางคนถึงขั้นประกาศว่านี่คือการได้ &amp;ldquo;เอกราช&amp;rdquo; คืนมาอย่างเป็นทางการจากสหภาพยุโรปเสียที คนรุ่นเก่าต้องการออกจากอียู เพราะมีความรู้สึกอึดอัดกับการที่ต้องทำตามกฎกติกาของอียูหลายเรื่องที่คนอังกฤษไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คนรุ่นใหม่อยากให้อยู่ต่อ เพราะต้องการเป็น &amp;ldquo;คนยุโรป&amp;rdquo; มากกว่าเพียงแค่เป็น &amp;ldquo;คนอังกฤษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่ใช่ว่าพอพ้นห้าทุ่มของวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาเข้าจริงๆ ทุกอย่างยังเกือบจะเหมือนเดิมจนกว่าจะมีการเจรจาในรายละเอียดของการ &amp;ldquo;หย่าร้าง&amp;rdquo; ครั้งนี้อีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนี้ไป 11 เดือน (ถึงสิ้นปีนี้) จะเป็นช่วงจังหวะเปลี่ยนผ่าน อังกฤษกับอียูยังจะต้องเจรจาในหัวข้อที่ยังตกลงกันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องใหญ่ที่สุดเห็นจะเป็นประเด็นการค้าการขาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จากวันนี้ถึงสิ้นปี การค้า การลงทุน การเดินทางของผู้คน และเคลื่อนย้ายสินค้า ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิมจนกว่าจะพ้น ช่วงที่เรียกว่า &amp;ldquo;transition period.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตัดสินใจเลิกกันมันง่าย ที่ยากคือการเจรจาต่อรองว่าใครจะได้จะเสียอะไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ คือเมื่อไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่ยังจะต้องคบหากันต่อไปฉันมิตรนั้นมีเรื่องจะต้องคุยกันมากมาย ทั้งที่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์กติกา และที่เป็นความจำเป็นในฐานะเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน มีอะไรกระทบฝ่ายหนึ่งก็หนีไม่พ้นว่าจะต้องมีผลต่ออีกฝ่ายหนึ่งด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่หมดลงทันทีคือตัวแทนของอังกฤษในองค์กรของสหภาพยุโรปทั้งหลายจะหมดสภาพทันที ไม่ว่าจะเป็น European Council, European Parliament ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งคณะฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติของสหภาพยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นหมายความว่าอังกฤษหมดสิทธิ์ในการร่วมคิดร่วมกำหนดชะตากรรมของสหภาพยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในทางกลับกันสหภาพยุโรปก็ไม่สามารถบังคับให้อังกฤษต้องทำตามมติของอียูได้อีกต่อไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคำถามว่า จากนี้ไปคนอังกฤษและคนอียูเดินทางไปมาหาสู่กันจะเปลี่ยนไปอย่างไรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตอบคือ ระเบียบการเดินทางเข้า-ออกระหว่างกันก็ยังเหมือนเดิมจนถึงสิ้นปีนี้...จนกว่าจะเจรจาตกลงกันได้ว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับชีวิตประจำวันของคนจำนวนมากที่จะไม่คุ้นชินในระยะแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำถามต่อมาก็คือว่า สิทธิพลเมืองของคนอังกฤษกับอียู่ในเรื่องการอาศัยและทำงานจะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตอบคือ ทุกอย่างยังได้รับความคุ้มครองเหมือนเดิม...ยกเว้นเสียแต่ว่าใครที่เดินทางออกนอกพื้นที่นั้นๆ เกิน 5 ปีติดต่อกันจึงจะเข้าข่ายกติกาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ การที่อังกฤษเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ที่ชื่ออียูนั้นจะต้องจ่ายค่าเสียหายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกลงกันว่าอังกฤษจะต้องจ่ายเงินให้สหภาพยุโรปเพื่อสลัดตัวเองออกจากความร่วมมือประมาณ 32.8-39 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 1.3 ถึง 1.5 ล้านล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีภาระต้องทยอยจ่ายเงินไปจนถึงปี 2059&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนอังกฤษบ่นดังๆ ว่า &amp;ldquo;ค่าอิสรภาพทำไมถึงแพงอย่างนี้?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหภาพยุโรปต้องยืนยัน &amp;ldquo;ค่าปรับ&amp;rdquo; สำหรับการหย่าร้างก็เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างให้สมาชิกอีก 27 ประเทศที่อาจจะคิดโบกมืออำลาเหมือนกันถ้าการเลิกรากันทำได้ง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวข้อใหญ่ๆ ที่ต้องเจรจาลงรายละเอียดมีมากมายหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระเบียบศุลกากรระหว่างกันที่เรียกว่า FTA Custom Unions หรือ Single Market (ตลาดเดียวของอียู)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังต้องคุยกันเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย, การแบ่งปันข้อมูลและความมั่นคง, มาตรฐานการบินและความปลอดภัย, การประมงข้ามเขตกันและกัน รวมไปถึงเรื่องการไฟฟ้า, แก๊ส และการออกใบอนุญาตต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าจะอ่อนไหวที่สุดในเรื่องที่กระทบการค้า การลงทุน การเคลื่อนย้ายคนคือ จะเอายังไงกับความสัมพันธ์ระหว่างไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรกับประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกของอียู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีความกลัวกันว่าถ้าไม่บริหารความสัมพันธ์เรื่องนี้ให้ดี ความรุนแรงอย่างที่เคยเป็นปัญหาหนักหน่วงในอดีตอาจจะกลับมาหลอกหลอนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เป็นข่าวตลอดคือ ข้อเสนอทางออกที่เรียกว่า BackStop &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แนวคิดนี้คือการเสนอว่าขอให้ไม่มีด่านระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับประเทศไอร์แลนด์ไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นก็ลากเส้นเขตแดนเสมือนกั้นระหว่างเกาะอังกฤษกับไอร์แลนด์เหนือ สินค้าไหนออกจากเกาะอังกฤษก็ต้องเสียภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากสินค้าใดบริโภคในไอร์แลนด์เหนือ ไม่ได้ข้ามไปประเทศไอร์แลนด์ ก็ใช้วิธีเอาเงินภาษีมาเคลียร์กันภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ย่อมมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปในหลายมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนไทยต้องคอยติดตามผลการเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับสหราชอาณาจักร, ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับอังกฤษ และข้อตกลงระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ที่ขณะนี้กำลังพูดจาลงรายละเอียดอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกอย่างกำลังปรับเปลี่ยน ไม่มีอะไรอยู่นิ่งได้ ไทยต้องตามให้ทันเพื่อรักษาสถานภาพของการ &amp;ldquo;ขี่อยู่บนยอดคลื่น&amp;rdquo; ตลอดเวลา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56193</URL_LINK>
                <HASHTAG>Brexit, Brexit ของจริงมาแล้ว แล้วมันหมายความว่าอย่างไร, กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบร็กซิต (Brexit) ความไม่แน่นอนที่แน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับจากการทำประชามติเบร็กซิต (Brexit) เมื่อมิถุนายน 2016 สังคมสหราชอาณาจักรยังถกเถียงว่าประเทศควรถอนตัวออกจากอียูหรือไม่ ทั้งๆ ได้ประชามติให้ถอนตัวแล้ว อีกประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือจะถอนตัวแบบไหน แบบมีข้อตกลงหรือไร้ข้อตกลง (no deal) ตามกำหนดการต้องได้คำตอบภายใน 29 มีนาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรประชุม 3 วัน 3 รอบเพื่อลงมติ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือการยอมรับร่างข้อตกลงแยกตัว (Withdrawal Agreement) ฉบับที่อียูเห็นชอบแล้ว เรื่องที่ 2 ขอมติการถอนตัวออกโดยปราศจากข้อตกลง และเรื่องสุดท้ายคือควรขยายเวลาการถอนตัวออกไปหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่วันก่อนลงมตินายกฯ เทเรซา เมย์ (Theresa May) &amp;nbsp;หารือกับอียูเพื่อได้ข้อตกลงที่ดีที่สุด และชี้แจงว่าเป็นข้อตกลงที่ดีที่สุดในขณะนี้ แต่ก่อนเริ่มลงมติมีกระแสข่าวว่าสภาผู้แทนฯ&amp;nbsp; จะล้มร่างข้อตกลง ผลออกมาตามคาด สภาฯ คัดค้านร่างข้อตกลงเบร็กซิตของรัฐบาลเมย์อีกรอบ ด้วยคะแนนคัดค้าน 391 ต่อ 242&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขั้นต่อมาคือลงมติว่าจะต้องออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงหรือไม่ ผลออกมาคือไม่เห็นด้วยแบบเฉียดฉิว ด้วยคะแนน 312 ต่อ 308 ค่าเงินปอนด์รับข่าวดีดังกล่าวแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 8 เดือน นักธุรกิจหลายคนยินดีกับข่าวนี้ ตรงตามที่นายกฯ เมย์ย้ำว่าอยากให้ประเทศออกจากอียูอย่างเป็นระบบระเบียบตามข้อตกลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นำสู่การลงมติเรื่องที่ 3 คือ ควรยืดการเจรจาเบร็กซิตออกไปหรือไม่ (article 50 extension) ผลปรากฏว่าได้รับเสียงรับรองท่วมท้น ด้วยคะแนน 413 ต่อ 202&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอันจบรอบลงมติเบร็กซิตในสภารอบ 2 ลงเอยว่าไม่รับร่างข้อตกลงการถอนตัวของรัฐบาลเมย์ พร้อมกับเสนอให้ยืดขยายเวลาออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ควรยืดการเจรจาออกไปอีกระยะ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนการลงมติรอบนี้ บางคนเห็นว่าควรลงมติยืดการเจรจาเบร็กซิตออกยาวๆ ถึง 1 ปี เพื่อสังคมจะมีเวลาหารือมากขึ้น บางคนเสนอให้ทำประชามติใหม่อีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนการประชุมสภาเพื่อตัดสินใจเบร็กซิต Antonio Tajani ประธานสภาสหภาพยุโรปแสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยหากสหราชอาณาจักรจะถอนตัวออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลง เพราะจะเกิดความโกลาหลวุ่นวาย น่าจะเลื่อนกำหนดเส้นตายวันถอนตัวจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่วันต่อมา นางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า ผู้นำอียูน่าจะเห็นด้วยหากสหราชอาณาจักรจะขอยืดเบร็กซิตออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; มีกระแสข่าวว่าฝ่ายบริษัทเอกชนเห็นด้วยกับแนวทางนี้ และควรยืดเวลามากพอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นว่าท่าทีของนายกฯ แมร์เคิลสอดคล้องกับท่าทีของ Antonio Tajani ดังนั้นโอกาสที่อียูจะยอมขยายเวลาน่าจะมีไม่น้อย เหลือแต่ประเด็นว่าจะยืดกี่เดือนกี่ปีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไอร์แลนด์เหนือ คำถามที่รอคำตอบ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะผ่านการเจรจาเป็นปี มีประเด็นหนึ่งที่ยังตกลงกันไม่ได้ คือข้อตกลงพรมแดนระหว่าง &amp;ldquo;ไอร์แลนด์เหนือ&amp;rdquo; (ส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร) กับ &amp;ldquo;ประเทศไอร์แลนด์&amp;rdquo; (ที่เป็นสมาชิกอียู)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันคน 2 ประเทศเดินทางข้ามไปข้ามมาเป็นประจำเพื่อการทำงาน ขนส่งสินค้า ทุกอย่างกระทำโดยเสรีเนื่องจากเป็นตลาดเดียวภายใต้อียู รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในหมู่ประเทศอียูด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดยืนของชาวไอร์แลนด์เหนือคือต้องการให้เป็นเช่นนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับฝ่ายอียูที่ต้องการให้เปิดพรมแดน ให้ไอร์แลนด์เหนือยึดกฎระเบียบอียูต่อ แม้สหราชอาณาจักรจะถอนตัวออกจากอียู ส่วนนี้เรียกว่า &amp;quot;backstop plan&amp;quot; ของอียู &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อียูให้เหตุผลว่าเป็นระบบที่ช่วยสลายความขัดแย้งในไอร์แลนด์ที่ได้ผลมาหลายทศวรรษแล้ว หากข้อตกลงสุดท้ายคือกำหนดพรมแดนแบบเข้มงวด (hard border) มีการตั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจศุลกากร อาจผลักดันให้ไอร์แลนด์เหนือประกาศเอกราช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักการเมือง พลเมืองไอร์แลนด์เหนือปฏิเสธการกำหนดพรมแดนแบบเข้มงวด เพราะกระทบต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนายกฯ เมย์เห็นว่าแผนดังกล่าวจะเป็นการแบ่งแยกประเทศสหราชอาณาจักรออกจากกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรดาผู้สนับสนุนการแยกตัวไม่เห็นด้วยกับ &amp;quot;backstop plan&amp;quot; เช่นกัน ชี้ว่าเท่ากับยังอยู่ในระบบศุลกากรอียูต่อไป ซึ่งเท่ากับสหราชอาณาจักรยังอยู่ในตลาดเดียวกับอียูต่อไปนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลเมย์พยายามเสนอทางเลือกอื่นๆ แทน &amp;quot;backstop plan&amp;quot; แต่จนบัดนี้ยังตกลงกันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่การยืดขยายเวลามีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อนาคตที่ไม่แน่นอน :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องการคือเวลาเพื่อต่อเวลาเจรจากับอียูให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุด อย่างน้อยสามารถตอบพลเมือง สามารถตอบประชาชนผู้สนับสนุน (ทั้ง 2 ฝ่าย) ว่าทำไมจึงพาประเทศออกจากอียูด้วยข้อตกลงเหล่านั้น เป็นโอกาสให้ฝ่ายธุรกิจ ประชาชนต่างๆ ได้เตรียมพร้อมเพิ่มอีกหน่อย แม้ก่อนเบร็กซิตหลายฝ่ายได้นำเสนอคาดการณ์ว่าหลังพ้นสมาชิกภาพอียูจะเป็นอย่างไร นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าอาจเป็นความ &amp;ldquo;เปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; ครั้งใหญ่ของประเทศอย่างไม่มีใครคิดถึงเลย เป็นการเปลี่ยนแปลงทุกด้าน ไม่ว่าจะการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม แบบถึงรากถึงโคน ดังนั้น ทุกคนควรเร่งเรียนรู้การปฏิบัติตัวหลังพ้นสมาชิกภาพ ไม่ว่าท้ายที่สุดจะออกจากอียูโดยมีข้อตกลงหรือไร้ข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่นายกฯ เมย์เตือนว่าลำพัง &amp;ldquo;การลงมติต้านการออกโดยไร้ข้อตกลงและลงมติให้ยืดขยายเวลาออกไป ไม่ช่วยแก้ปัญหา&amp;rdquo; การยืดเวลาออกไปอีกระยะไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เป็นการยืดการตัดสินใจออกไปเท่านั้น ท้ายที่สุดก็ยังต้องกลับมาพูดเรื่องเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ควรตระหนักคือ การยืดเวลาออกไปมีที่สิ้นสุดแน่นอน บัดนี้ใกล้ 3 ปีแล้ว นับจากวันที่ลงประชามติเบร็กซิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทุกประเทศล้วนมีอธิปไตยของตัวเอง :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในมุมมองที่กว้างขึ้น สหราชอาณาจักรลงมติแยกตัวออกจากอียูด้วยหลายเหตุผล หนึ่งในนั้นคือเพื่อรักษาอธิปไตยของตัวเอง ไม่ต้องเดินตามนโยบายอียูที่หลายคนไม่ชอบ เช่น นโยบายเปิดรับผู้อพยพลี้ภัยต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันที่จริงแล้ว การเข้าร่วมสมาชิกกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะองค์การค้าโลก สหประชาชาติ หรือองค์กรพหุภาคีอื่นๆ มักจะต้องสูญเสียอธิปไตยบางส่วน ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ไม่เห็นด้วยบางข้อ กระทั่งต้องยอมเสียผลประโยชน์บางส่วนเพื่อได้ประโยชน์อื่นที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสหราชอาณาจักรรู้จักรักษาผลประโยชน์ตัวเอง ทำไมอียูและสมาชิกอียูจะไม่เป็นเช่นนั้นบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายสหราชอาณาจักรจะพยายามเจรจาให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุด แต่โอกาสที่จะได้น้อย เนื่องจากเป็นการเจรจากับ &amp;ldquo;กลุ่ม&amp;rdquo; สมาชิกในกลุ่มมีความต้องการหลากหลาย มีจุดยืนของตัวเอง ดังนั้นยากที่สหราชอาณาจักรจะได้ &amp;ldquo;สิ่งที่ต้องการ&amp;rdquo; ที่น่าจะได้คือสิ่งที่อียูพร้อมจะให้ในฐานะองค์กร ดังนั้น เทคนิคยืดเวลาเจรจาไม่น่าจะได้ผลเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำนองเดียวกับที่คนในสหราชอาณาจักรมีผลประโยชน์แตกต่างหลากหลายเช่นกัน กรณีไอร์แลนด์เหนือคือตัวอย่างที่เห็นชัด.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;----------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/TheresaMayOfficial/photos/a.1349486831734753/1977446055605491/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;----------------------------&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31505</URL_LINK>
                <HASHTAG>Brexit, ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก, เบร็กซิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบร็กซิต (Brexit) ทางตันที่ต้องการทางออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนหลังการทำประชามติเบร็กซิต (Brexit) เมื่อมิถุนายน 2016 ปรากฏว่ายิ่งนานวันความคิดเห็นยิ่งแตกแยก เกิดกลุ่มก๊วนที่คิดแตกต่างมากมาย นายกฯ เทเรซา เมย์ (Theresa May) ร้องขอให้ปรองดอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทนี ไรต์ (Tony Wright) อดีตสมาชิกรัฐสภาจากพรรคแรงงานเห็นว่าประเทศอยู่ในภาวะสงคราม เป็นสงครามทางวัฒนธรรม อันที่จริงแล้วความแตกแยกสะสมมานานและมาระเบิดในเหตุการณ์เบร็กซิต เป็นการแตกแยกของหลายกลุ่มหลายระดับ เช่น พวกอังกฤษกับเวลส์ คนเมืองกับคนชนบท คนสูงอายุกับหนุ่มสาว คนขี้ขลาดกับคนกล้าหาญ สามัญชนกับอีกพวก ปัญหาใหญ่คือพรรคการเมือง ระบอบการเมืองปัจจุบันไม่ตอบโจทย์พวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลายเป็น 2 กลุ่มที่ต่างโจมตีอีกฝ่าย และเมื่อมีพวกหัวรุนแรงในขบวน การด่าทอจึงรุนแรงเพราะคนเหล่านี้ ยิ่งกระบวนการเบร็กซิตยืดเยื้อ การแตกแยกยิ่งบาดลึก สร้างความแตกแยกในชุมชน ครอบครัว อดีตนายกฯ จอห์น เมเยอร์ (John Mayer) ร้องขอให้พูดคุยอย่างสมานฉันท์ อดทนต่อกัน ไม่ใช้คำหยาบคาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความแตกแยกนี้เป็นบททดสอบความเป็นประชาธิปไตยอันเก่าแก่ของประเทศนี้ได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำประชามติตั้งอยู่บนฐาน คิดว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ในที่สุดได้คำตอบออกมาทางใดทางหนึ่ง ปัญหาคือเมื่อเสียงส่วนใหญ่ลงมติแล้วว่าให้ออก แต่ส่วนน้อยได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่น ต้องออกจากงาน ธุรกิจอาจไปต่อไม่ได้ คนเชื้อสายอังกฤษที่อาศัยในแผ่นดินใหญ่ กลุ่มนี้นับล้านอาจกระทบเรื่องสวัสดิการ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมของคนเหล่านี้ รัฐบาลเมย์ยังไม่มีคำตอบ
รากปัญหาเบร็กซิต :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบร็กซิต (Brexit) มาจากการผสมคำ British กับ Exit เป็นความตั้งใจของพลเมืองสหราชอาณาจักรส่วนหนึ่งที่ประสงค์จะนำประเทศออกจากสหภาพยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามองอย่างเป็นเหตุผล เหตุผลหลักคือต่อต้านคนเมืองอังกฤษ ชนชั้นปกครองที่ได้ประโยชน์จากโลกาภิวัตน์ เป็นความเห็นต่างหรือแตกแยกระหว่างคน 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโลกาภิวัตน์กับคนที่เสียประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่เสียประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ได้รับผลกระทบ (ดังนั้น ต้องระลึกว่าไม่ใช่แรงงานทุกคนที่ต่อต้าน) จากการไหลบ่าของแรงงานต่างชาติ ทั้งแบบถูกกฎหมายกับผิดกฎหมาย (ผู้อพยพลี้ภัยต่างชาติที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย) &amp;nbsp;สินค้าอียู (ความเป็นอียูทำให้แรงงานกับสินค้าเคลื่อนย้ายเสรีในหมู่สมาชิก)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยายความว่าหลายปีที่ถกเถียงว่าควรเบร็กซิตหรือไม่ หนึ่งในประเด็นที่พูดถึงคือการจ้างงานกับค่าแรง จะตกงานเพิ่มหรือไม่ ค่าแรงจะลดลงหรือไม่ ประเด็นการไหล่บ่าของคนต่างชาติขยายวงออกเป็นเรื่องผลกระทบทางสังคม การรักษาอัตลักษณ์ บางคนจึงพูดว่าสหราชอาณาจักรกำลังให้ความสำคัญกับลัทธิชาตินิยม ลดความสำคัญต่อหลักสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนชี้ว่าเป็นแผนของรัฐบาลรัสเซียที่หวังให้อียูแตกแยก ดึงสมาชิกอียูให้เป็นพวกรัสเซียทีละประเทศ แต่ความจริงแล้วรัฐบาลสหรัฐ พวกนีโอคอนต่างหากที่มีอิทธิพลระดับโลก เป็นผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจตั้งแต่หลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกปัจจุบันไม่แบ่งแยกด้วยพวกทุนนิยมกับสังคมนิยมอีกแล้ว การพูดเรื่องส่งเสริมเสรีภาพเป็นเรื่องล้าสมัย ที่ยังคงอยู่แน่นอนคือความเป็นรัฐ ชนชั้นปกครองที่ได้ประโยชน์จากโลกาภิวัตน์ การรวมตัวเป็นอียูช่วยบริษัทยักษ์ใหญ่เจาะตลาดโลกและตลาดอียู ด้วยการชูความคิดว่าการเป็นตลาดเดียวเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐช่วยกระตุ้นให้เกิดอียูด้วยการส่งเสริมแนวคิดพหุสังคม สิทธิมนุษยชน เพื่อทำลายรัฐในยุโรปที่ตั้งอยู่บนชาติพันธุ์ดั้งเดิม ปัจจุบันฝ่ายขวากับซ้ายในยุโรปส่วนใหญ่คิดไม่ต่างกันเท่าไหร่ สนับสนุนบริษัทนานาชาติ ยอมรับการเข้ามาของผู้อพยพลี้ภัย เยอรมนีคือต้นแบบ ไม่มีใครสนับสนุนสังคมนิยมหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายสหรัฐต่อตะวันออกกลางทำให้เกิดผู้ลี้ภัยสงครามหนีเข้ายุโรปจำนวนมาก คนยุโรปต่อต้านรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่เห็นด้วยกับเบร็กซิตจะต่อต้านการรับผู้อพยพลี้ภัย แรงงานต่างชาติ ปฏิเสธพหุสังคมชนิดสุดขั้ว คิดว่าสิทธิมนุษยชนกับพหุสังคมเป็นแนวคิดดี แต่ไร้ประโยชน์หากสุดท้ายเป็นผลเสียต่อประเทศ เพราะเข้ามาแย่งงานตำแหน่งงาน เป็นภาระต่องบประมาณสวัสดิการรัฐ เกิดสังคมผู้อพยพที่แปลกแยกแตกต่างจากท้องถิ่น โดยเฉพาะพวกมุสลิมจากเอเชีย เมื่อเด็กเกิดใหม่ได้สัญชาติยุโรปจะเปลี่ยนแปลงสังคมประเทศชาติอย่างถาวร
บรรษัทยักษ์ใหญ่ยุโรปสนับสนุนแรงงานต่างด้าว :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรษัทยักษ์ใหญ่ยุโรปสนับสนุนแรงงานต่างด้าวเพราะมั่นใจว่าจะสามารถคัดแรงงานฝีมือ และได้แรงงานด้อยฝีมือตามต้องการ แรงงานเหล่านี้ไม่สังกัดสหภาพแรงงาน บรรษัทสามารถลดแรงกดดันจากสหภาพที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับบริษัทเรื่อยมา สามารถถ่ายโอนงบประมาณที่เคยดูแลฝึกฝนคนท้องถิ่นไปฝึกแรงงานต่างด้าวแทน โอกาสที่แรงงานดั้งเดิมจะตกงานจึงมากขึ้น การจ้างงานรุ่นใหม่น้อยลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านภาษี โทษตกอยู่กับผู้เสียภาษี ต้องแบ่งภาษีส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือคนต่างด้าว และมีงานวิจัยชี้ชัดว่าชุมชนคนหลายเชื้อชาติมักมีปัญหาสังคมมากว่าชุมชมดั้งเดิม ผู้ที่ได้ผลกระทบคือชาวยุโรปท้องถิ่นที่มีรายได้ต่ำเพราะมักต้องอยู่ร่วมกับคนต่างเชื้อชาติที่เข้ามาใหม่ แต่สำหรับคนรวยแล้วไม่ได้ผลกระทบเพราะชุมชนของเขามีสำหรับคนมั่งมีเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนสหราชอาณาจักรหรือยุโรปที่ได้ประโยชน์จากโลกาภิวัตน์จึงสนับสนุนแรงงานต่างด้าว แต่คนชั้นล่างผู้มีรายได้ต่ำเป็นฝ่ายเสียประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาผู้อพยพลี้ภัยเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักในอียู แต่ผู้อพยพเข้ามาเรื่อยๆ เข้ามาเร็วกว่าการแก้ปัญหา ทางออกคือเบร็กซิต นี่คือแนวทางของผู้ต่อต้านแรงงานต่างด้าว
ปัญหาใหญ่คืออังกฤษไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไร :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้อธิบายว่าปัญหาใหญ่ขณะนี้คือฝ่ายการเมืองไม่สามารถสรุปเรื่องเบร็กซิตทั้งๆ ที่ใกล้เส้นตายตัดขาดจากอียูแล้ว แตกแยกทางความคิดในทุกพรรค ประชาชนจำนวนมากคิดแตกต่างจากนักการเมืองเก่าๆ พรรคสายประชานิยมได้รับความนิยมมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิวาน โรเจอร์ส (Ivan Rogers) อดีตทูตสหราชอาณาจักรประจำอียูเห็นว่า การที่ชาวสหราชอาณาจักรสนับสนุนเบร็กซิตส่วนหนึ่งมาจากชนชั้นปกครองที่เสียประโยชน์ เห็นว่าการออกจากอียูเป็นคุณมากกว่า แต่ควรคิดไตร่ตรองอย่างถ่องแท้ว่าการออกจากอียูในยามนี้เป็นโทษมากกว่า ต้องไม่ลืมว่าตามภูมิศาสตร์สหราชอาณาจักรใกล้ชิดยุโรปมากที่สุด หากเกิดเบร็กซิตจริง การเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น เพราะที่ออกจากอียูก็เพราะไม่ชอบนโยบายอียู แล้วจะมาเจรจากับอียูอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากสหราชอาณาจักรออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงใดๆ จะเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด ด้วยเหตุผลนี้เองโอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นจึงน้อยที่สุดเพราะไม่มีใครอยากให้เกิด และไม่มีใครอยากเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทางออกอีกทางที่เตรียมไว้แล้วคือให้เวลาประเทศนี้อีกระยะหนึ่งเพื่อการปรึกษาหารือก่อนลงมติอย่างใดอย่างหนึ่ง การได้ต่อเวลาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในยามนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบร็กซิตเป็นกรณีตัวอย่างว่าบางครั้งเมื่อใกล้ถึงทางตันแล้วต้องยืดเวลาออก ระบอบประชาธิปไตยไม่จำต้องถึงทางตันเสมอไป.
-------------------

ภาพ : ลงมติเพื่ออนาคตของลูกหลาน
ที่มา : https://unsplash.com/photos/sIvoe-D6nSc
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30909</URL_LINK>
                <HASHTAG>Brexit, ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก, เบร็กซิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บทสนทนาที่บางขุนพรหม ว่าด้วยสงครามการค้าโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมสัมภาษณ์ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อวัดชีพจรเศรษฐกิจโลกที่มีผลกระทบต่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แน่ๆ คือท่านบอกว่าเราต้องจับตาดูเศรษฐกิจและความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิด เพราะมีหลายปัจจัยแห่งความไม่แน่นอนที่สูงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มด้วย IMF แสดงความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะโตต่ำกว่าที่เคยคาดเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิรไทบอกว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะมีอัตราโตที่จะชะลอตัวลงมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ไม่ต้องถึงขั้นตระหนกว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกเหมือนปี 2008
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูรูตะวันตกเคยทำนายว่าโลกเราจะต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจร้ายแรงทุก 10 ปี ดังนั้น พอถึงปี 2018 ก็มีความหวั่นไหวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็ย่างเข้าสู่ปี 2019 โดยยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดวิบากกรรมหนักหน่วงขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ห้ามประมาท!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;IMF ประมาณการอัตราโตทางเศรษฐกิจโลกลดลง 0.2% แต่ก็ยังอยู่ในระดับประมาณ 3.4-3.5%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ซึ่งก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่มีการขยายตัวดีอยู่&amp;rdquo; ดร.วิรไทบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต้องระวังผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดจากสงครามการค้า, Brexit และต้องเกาะติดมาตรการที่รัฐบาลจีนออกมาในระยะนี้ เพื่อดูแลเศรษฐกิจของตัวเองไม่ให้เกิดภาวะคลอนแคลนอย่างที่นักวิเคราะห์บางกลุ่มกลัวกันอยู่ขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการของปักกิ่งจะมีผลอย่างไรก็ต้องดูช่วงครึ่งหลังของปีนี้ต่อไปถึงปีหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากดูจากวิกฤติครั้งก่อนๆ ปัญหาส่วนใหญ่จะมาจากความเปราะบางของสถาบันการเงินและฟองสบู่การเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ระบบการธนาคารของโลกมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น เพราะวิกฤติครั้งที่แล้วทำให้มีการปฏิรูประบบการเงินและวางมาตรการควบคุมสถาบันการเงินเข้มข้นมากขึ้น สามารถรับแรงปะทะต่างๆ ได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง subprime และฟองสบู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์วันนี้ก็ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องกังวลเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนมีมากเพียงใด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิรไทยอมรับว่าแบงก์ชาติก็กังวลต่อผลจากสงครามการค้าระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ แต่ก็บอกว่ายากที่จะประเมิน เพราะมีทั้งผลบวกและลบ, ผลทางตรงและทางอ้อมที่มากับ supply chain หรือห่วงโซ่อุปทาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สินค้า 2 ประเภทที่ไทยถูกกระทบโดยตรง เพราะสหรัฐออกมาตรการแซงก์ชั่นสินค้าบางหมวด เช่น เครื่องซักผ้าและแผงโซลาร์เซลล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกนั้นก็มีชิ้นส่วนที่ไทยส่งไปจีนเพื่อประกอบเป็นสินค้าส่งไปอเมริกา เช่น อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย เพราะช่วงปลายๆ ปีก็เริ่มเห็นคำสั่งซื้อลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ประเมินผลกระทบยาก เพราะการเจรจามีต่อเนื่องมาเรื่อยๆ เนื่องจากเดิมวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา จะเป็นเส้นตายที่สหรัฐประกาศเอาไว้ว่าจะเก็บภาษีเพิ่มรอบใหญ่กับสินค้าจีนอีกครั้ง ทำให้ทุกคนสั่งสินค้าล่วงหน้าไว้เยอะ ทำให้ตัวเลขส่งออกไตรมาส 3 ต่อไตรมาส 4 ยังสูงอยู่ แต่เมื่อมีสต๊อกเก่าไม่ระบายออก ก็ทำให้คำสั่งสินค้าใหม่ของต้นปีนี้ชะลอตัวลงอย่างมากเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้านบวกก็คือสินค้าบางอย่าง เช่น เคมีของไทยก็ส่งออกไปอเมริกามากขึ้น เพราะสินค้าจีนประเภทนี้ถูกกีดกันด้วยภาษีที่สูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามว่าบวกลบคูณหารแล้ว เป็นบวกหรือลบสำหรับไทย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิรไทบอกว่า &amp;ldquo;ผมคิดว่าน่าจะเป็นผลเสียมากกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเพราะเมื่อมีสงครามการค้าแล้วมีผลกระทบต่อกระบวนการการผลิต และ supply chain เดิม และกว่าที่ห่วงโซ่อุปทานใหม่จะเข้ามาอยู่ในระบบก็ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผลบวกด้านหนึ่งก็จะเห็นการลงทุนในจีนที่ย้ายฐานมาไทยและประเทศอาเซียนอื่นมากขึ้น เพราะนักลงทุนและนักอุตสาหกรรมตระหนักแล้วว่าพวกเขาไม่ควรจะทุ่มทั้งหมดในประเทศจีน เพราะสงครามการค้าระหว่างอเมริกากับจีนจะไม่จบง่ายๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การย้ายฐานการผลิตจากจีนมาไทยก็ต้องใช้เวลา นอกจากที่ไทยมีฐานการผลิตอยู่แล้ว เช่น hard disk drive และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นว่าไม่มีใครรู้ว่าหากสหรัฐกับจีนยังมีข้อพิพาทเรื่อง &amp;ldquo;หัวเว่ย&amp;rdquo; อยู่อย่างที่เห็น การเจรจาสงบศึกระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งจะลากยาวอีกเท่าไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรดติดตามทุกย่างก้าว+.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28015</URL_LINK>
                <HASHTAG>Brexit, IMF, กาแฟดำ, ดร.วิรไท สันติประภพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์จับตา Brexit แต่มั่นใจไทยกระทบจำกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เช็กความคืบหน้าอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) พบเหลือเวลาอีกประมาณ 7 เดือน ก่อนจะเริ่มมีผลในวันที่ 29 มี.ค.62 &amp;nbsp;เผยผลตรวจสอบล่าสุดกระทบไทยในวงจำกัด การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ยังไปได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงความสถานการณ์ความคืบหน้าการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร หรือ Brexit ว่า เหลือเวลาอีกประมาณ 7 เดือน ที่การออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรจะเริ่มมีผลในวันที่ 29 มี.ค.2562 โดยสหราชอาณาจักรกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงการออกจากสหภาพยุโรป และกรอบความร่วมมือกับสหภาพยุโรปในอนาคต ซึ่งล่าสุดทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงในเนื้อหาได้ประมาณ 80% เช่น การรักษาสิทธิพลเมือง ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านภาษี และวิธีคำนวณค่าชดเชยที่สหราชอาณาจักรต้องจ่ายให้สหภาพยุโรป จึงมีโอกาสสูงที่สองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลง Soft Brexit ได้ภายใน 29 มี.ค.2562 และหากเป็นเช่นนั้น จะมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านให้สองฝ่ายปรับตัวอีก 21 เดือน ก่อนการแยกตัวมีผลสมบูรณ์ในวันที่ 1 ม.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อดูแลให้การเปลี่ยนแปลงดำเนินไปอย่างมีเสถียรภาพแก่ประชาชน ผู้บริโภค และภาคธุรกิจ ให้สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้เผยแพร่เอกสาร Brexit with no deal และเอกสารเชิงเทคนิคชุดแรก รวม 25 ฉบับ เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนเตรียมตัวสำหรับกรณีที่สองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ โดยเอกสารชุดนี้เป็นการให้คำแนะนำภาคปฏิบัติในด้านต่างๆ และสร้างความมั่นใจว่าภาครัฐมีการเตรียมความพร้อมสำหรับผลการเจรจา Brexit ทุกรูปแบบ ทั้งในด้านกฎหมาย การเพิ่มจำนวนบุคลากรภาครัฐ การรักษาความสัมพันธ์กับนานาประเทศ และงบประมาณ และรัฐบาลสหราชอาณาจักรยังให้คำมั่นว่าจะเร่งเจรจาให้ได้ข้อตกลงที่สองฝ่ายยอมรับภายในฤดูใบไม้ร่วง หรือประมาณเดือนต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ Brexit จนถึงขณะนี้ น่าจะส่งผลกระทบต่อไทยในวงจำกัด แม้ว่า Brexit อาจเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจการค้าโลก แต่ไทยมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ การเกินบัญชีดุลสะพัดสูง และสัดส่วนเงินทุนสำรองต่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้นอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งจะทำให้รับมือกับความผันผวนภายนอกได้ แต่พบว่าในด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปยังขยายตัวได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในด้านการส่งออกของไทยไปสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป (ไม่รวมสหราชอาณาจักร) ยังคงขยายตัวได้ดีที่ 5.98% และ 8.36% ในปี 2560 และในช่วง 7 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ก.ค.) การส่งออกไปสหราชอาณาจักรลดลงเล็กน้อย 1% แต่การส่งออกไปสหภาพยุโรป (ไม่รวมสหราชอาณาจักร) เพิ่มขึ้น 12.70% &amp;nbsp;สินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่ยังเติบโตดีทั้งในตลาดสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ไก่แปรรูป ผลิตภัณฑ์ยาง และคาดว่าหลัง Brexit จะส่งผลต่อการส่งออกไม่มากนัก และไทยน่าจะได้ประโยชน์จากการที่สหราชอาณาจักรจะมีความยืดหยุ่นในการกำหนดนโยบายและเจรจาการค้ามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการลงทุน พบว่า ช่วงปี 2556-2560 การลงทุนของสหราชอาณาจักรในไทย และการลงทุนของไทยใน สหราชอาณาจักรและในสหภาพยุโรปโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น และในด้านการท่องเที่ยว ในปี 2560 จำนวนนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรลดลงเล็กน้อย เป็นผลจากเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปยังเพิ่มขึ้น 6.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สนค. จะยังคงติดตามสถานการณ์ Brexit อย่างใกล้ชิด เพื่อหาช่องทางกระชับความสัมพันธ์และขยายโอกาสทางการค้าการลงทุนของไทยต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17452</URL_LINK>
                <HASHTAG>Brexit, การค้า-ส่งออกไปอังกฤษ, การออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร, พาณิชย์จับตา, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c89c4d89d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
