<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮอยอันฉันชอบเธอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศบนถนนเลียบแม่น้ำทูโบน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักท่องเที่ยวที่มาเยือนฮอยอันโดยมีเวลาจำกัดมักจะได้สัมผัสชื่นชมเฉพาะเมืองโบราณ มรดกโลกริมแม่น้ำทูโบน ซึ่งต้องยอมรับว่างดงามและเปี่ยมเสน่ห์จริงๆ แต่หากว่ามีเวลาเหลือสักหน่อยก็สามารถไปเที่ยวชายทะเลได้ ต้องไม่ลืมว่าฮอยอันเป็นเมืองท่า อยู่ใกล้ปากแม่น้ำทูโบนที่เชื่อมต่อกับทะเลตะวันออก ชายหาดมีชื่อ 2 แห่งอยู่ห่างออกไปแค่ 4-5 กิโลเมตรเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเช่าจักรยานใกล้ๆ ที่พักในราคาวันละ 20,000 ดองแล้วก็ปั่นออกไปบนถนน Cua Dai ตอนเวลาราวบ่าย 2 โมง แวะกินข้าวผัดที่ร้านอาหารขนาดใหญ่ริมทาง มีลักษณะคล้ายเบียร์การ์เด้น แต่เวลากลางวันยังไม่มีลูกค้ามาดื่มเบียร์ ผมสั่งข้าวผัดสับปะรดใส่หมู หนุ่มน้อยเสิร์ฟมาในกระทะดินเผา หมูกลิ่นไม่ดี สับปะรดแห้งไป ส่วนข้าวก็ออกแข็งๆ กรอบๆ ราคาจานละประมาณ 100 บาท ถือว่าผิดหวังแต่ก็ฝืนกินเกือบหมดเพราะร่างกายต้องใช้พลังงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่อถนนคัวได๋ (Cua Dai) คงมาจากหาดคัวได๋ที่เป็นปลายทางห่างออกไปจากเขตเมืองเก่าราว 4 กิโลเมตร ปั่นตรงไปเรื่อยๆ ก็ถึง 3 แยกที่ถนนคัวได๋เชื่อมกับถนนเลียบหาด มีคนท้องถิ่นกวักมือเรียกให้ปั่นข้ามไปหาเขาเพื่อจอดจักรยานใต้ร่มต้นมะพร้าวหน้าชายหาด พวกนี้คอยเก็บเงินค่าจอดจักรยานและมอเตอร์ไซค์ มีกลุ่มคนนั่งล้อมวงกินเบียร์และเปิดเพลงเสียงดังตรงทางลงหาด ผมจึงปั่นเลี้ยวขวาไปตามถนนเลียบหาด สาวรุ่นชาวตะวันตกในชุดว่ายน้ำทูพีซ คงเพิ่งขึ้นมาจากน้ำทะเล รอให้ผมปั่นจักรยานผ่านไปก่อนแล้วเธอจึงเดินข้ามถนนไปยัง Hoi An Beach Resort ที่พักของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หาดคัวได๋ เมืองฮอยอัน สู้หาดหมีเคที่ดานังไม่ได้เลย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เห็นศาลเจ้าเล็กๆ ห่างไปจากจุดที่ถูกกวักมือเรียกราว 100 เมตร ผมก็นำจักรยานเข้าไปจอดแล้วเดินขึ้นเนินทรายลงไปยังชายหาดคัวได๋ มีแนวกระสอบทรายกันคลื่นวางอยู่เป็นแถวยาว คาดว่าบริเวณนี้คงจะมีคลื่นแรงเป็นประจำ เวลานี้น้ำกำลังขึ้นทำให้แนวชายหาดแคบลงไปอีก ส่วนเม็ดทรายมีลักษณะค่อนข้างหยาบ สรุปแล้วไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ อันที่จริงผมอคติตั้งแต่มีคนคอยเก็บค่าจอดจักรยานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อหาดคัวได๋สอบไม่ผ่าน ผมก็คิดว่าปั่นขึ้นเหนือไปยังหาดอันบาง (An Bang) ที่ชาวเน็ตให้คะแนนมากกว่าหาดคัวได๋อยู่นิดหน่อย แต่ปั่นเลยแก๊งเก็บค่าจอดจักรยานไปได้ไม่ถึง 200 เมตร พอนึกถึงระยะทาง 4 กิโลเมตรกลางแดดจัดก็ถอดใจ กลัวจะผิดหวังและต้องปั่นกลับไปยังเขตเมืองเก่าอีก 5 กิโลเมตร (อีกเส้นทางหนึ่ง) เห็นมีทางลงหาดคัวได๋อีก 3-4 ทางเป็นอย่างน้อย แต่ล้วนเขียนไว้ว่า &amp;ldquo;หาดส่วนบุคคล&amp;rdquo; คงเป็นรีสอร์ต ร้านอาหาร หรือไม่ก็เก็บเงิน จึงปั่นกลับเขตเมืองเก่าทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏว่าที่หน้าตลาดฮอยอันซึ่งเป็นอาคารตลาดขายเสื้อผ้าและของฝากทั่วไป (ไม่ห่างจากตลาดขายอาหาร) ผมต้องจ่ายค่าจอดจักรยานอยู่ดี เจ๊คนหนึ่งบอกให้เข้าไปจอดชิดกับตัวอาคาร ยื่นตั๋วให้เพื่อแลกกับเงิน 5,000 ดอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามราคาฟิลเตอร์ stainless สำหรับทำกาแฟหยดหรือดริปที่เรียกว่า &amp;ldquo;ฟินคอฟฟี่&amp;rdquo; กับแม่ค้าร้านไม่ห่างจากประตูทางเข้า เธอบอกว่าชิ้นเล็ก 50,000 ดอง ชิ้นใหญ่ 90,000 ดอง ผมต่อชิ้นใหญ่เหลือ 50,000 ดอง โดยจะซื้อ 2 ชิ้น พอถามหากาแฟ แม่ค้านำกาแฟบดห่อเล็กๆ มาให้ดู น่าจะประมาณ 100 กรัม บอกราคา 60,000 ดอง ผมต่อเหลือ 40,000 ดองเพื่อซื้อ 2 ห่อ ถามหาชาอบดอกบัว แม่ค้าขายห่อเล็กๆ มาให้ในราคา 40,000 ดอง แล้วเธอก็โทรหาเพื่อนเพื่อให้นำของดีและห่อใหญ่มาให้ บรรจุในห่อสุญญากาศอย่างดี ห่อละ 100,000 ดอง ต่อได้เหลือ 90,000 ดอง แม่ค้าพยายามขายของให้อีกหลายอย่าง ผมบอกว่าพอแล้วเพราะพื้นที่กระเป๋าไม่พอใส่ เธอถามว่ามีแฟนหรือยัง จะจับคู่ให้กับรุ่นน้องอายุ 32 ปี แล้วก็ให้ดูรูปจากโทรศัพท์มือถือ หากสนใจจะนัดมาให้เจอกันในวันพรุ่งนี้ ผมบอกว่าจะลองไปชงชาชิมดูก่อน หากรสชาติดีจะมาซื้อเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นออกไปรับจักรยานแล้วจูงเข้าโซนที่นักท่องเที่ยวหนาแน่น ค่อยๆ แหวกไปได้ไม่ไกลก็เจอร้านที่ขายผลิตภัณฑ์ชา-กาแฟโดยเฉพาะ ชื่อ An Phu แทบจะร้องไห้ออกมาดังๆ กลางฝูงชน กาแฟร้าน &amp;ldquo;อันฟู&amp;rdquo; มีให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งกาแฟขี้ชะมด กาแฟขี้เพียงพอน กาแฟจากไฮแลนด์ กาแฟจากดาลัต กาแฟแบบดั้งเดิม กาแฟคั่วพิเศษ มีทั้งแบบเมล็ดและที่บดแล้ว แต่ละชนิดยังมีเกรด 1-เกรด 2-เกรด 3 แพ็กเกจล้วนสวยงามเหมาะแก่การซื้อเป็นของฝาก ส่วนชาอบดอกบัวก็มี รวมถึงฟิลเตอร์กาแฟที่มีทั้งแบบเซรามิกและ stainless ชิ้นเล็กราคาแค่ 25,000 ดอง ชิ้นใหญ่ 40,000 ดองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนอกเรื่องมายังคำว่า Stainless หน่อยนะครับ หน่วยงานทางด้านภาษาของเรายังกำหนดให้เขียนว่า &amp;ldquo;สแตนเลส&amp;rdquo; อยู่เลย ทั้งที่ Stain อ่านว่า &amp;ldquo;สเตน&amp;rdquo; เช่นเดียวกับ Halloween ที่ให้เขียนว่า &amp;ldquo;ฮาโลวีน&amp;rdquo; ฮามากๆ เลยครับ ที &amp;ldquo;ดิจิตอล&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;ดิจิทัล&amp;rdquo; มีเวลาแก้ (ให้มั่วขึ้น) หรือ Myanmar เป็น &amp;ldquo;เมียนมา&amp;rdquo; โดยไม่มี &amp;ldquo;ร์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับมายังเรื่องชากาแฟอีกครั้งนะครับ ผมซื้อแค่ชาอบดอกบัวมา 1 ห่อ ขนาด 50 กรัม ราคา 75,000 ดอง หรือเท่ากับ 100 บาท บอกน้องคนขายว่าจะไปคำนวณเงินดองที่เหลืออยู่เพื่อกลับมาซื้อเพิ่มในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ริมแม่น้ำทูโบน เมืองเก่า-เมืองท่าฮอยอัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นจูงจักรยานแหวกฝูงชนออกไปยังริมแม่น้ำทูโบน ร้านอาหารบนถนนริมแม่น้ำร้านหนึ่งเขียนป้ายเชิญชวน &amp;ldquo;เบียร์สด 8,000 ดอง&amp;rdquo; ตกแก้วละ 11 บาทเท่านั้น ผมนึกว่าเป็น &amp;ldquo;เบียร์เฮย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเบียร์สดราคาถูกขายวันต่อวัน นิยมดื่มกันมากในฮานอยและทางเหนือของเวียดนาม พอเข้าไปนั่งแล้วถามชายที่น่าจะเป็นเจ้าของร้าน เขาบอกว่าไม่ใช่เบียร์เฮย แต่เป็นเบียร์สด สั่งมาดื่มปรากฏว่ารสชาติออกไปทางเบียร์เสียมากกว่า จึงสั่งน้ำอัดลมมาดื่มแทน แล้วออกจากร้านปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำทูโบนไปยังสะพานญี่ปุ่นเพื่อถ่ายรูปเพิ่มเติมจากเมื่อคืนวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มองสะพานญี่ปุ่นในระยะใกล้ น้ำยังไม่เสียแต่มีขยะจากนักท่องเที่ยวลงไปปะปนให้เป็นกังวลบ้างแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองฮอยอันนั้นเป็นชุมชนเก่าแก่มาตั้งแต่ยุควัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า &amp;ldquo;ซาหวิ่น&amp;rdquo; เมื่อกว่า 2 พันปีก่อน กระทั่งยุคชนชาติจามเรืองอำนาจระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 9-10 ได้เป็นเมืองท่าที่ดึงดูดให้พ่อค้านักเดินเรือทั้งจีน อาหรับ และเปอร์เซียให้เข้ามาค้าขาย เมืองท่าแห่งนี้เฟื่องฟูขึ้นไปอีกนับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 ในยุคที่ขุนนางตระกูลเหงียนลงมาปกครอง มีพ่อค้าชาวญี่ปุ่น อินเดีย สยาม ยุโรปทั้งโปรตุเกส ฝรั่งเศส และอังกฤษ เข้ามาแลกเปลี่ยนค้าขาย สินค้าจากฮอยอันที่ได้รับความนิยมมากคือถ้วยชามเซรามิก จนมีการเรียกเส้นทางการเดินเรือที่ออกจากท่าแห่งนี้ว่า &amp;ldquo;ทางสายเซรามิก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ยามเช้าที่เมืองเก่าฮอยอัน กลุ่มนักท่องเที่ยวยังไม่ออกมาเดินให้เห็นมากนัก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ฮอยอันได้รับการยอมรับจากพ่อค้าชาวจีนและญี่ปุ่นว่าเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการค้าขายที่ดีที่สุดในเอเชียเลยทีเดียว แต่ในปลายศตวรรษนี้ขุนนางตระกูลเหงียนถูกโค่นล้มโดยกบฏเต่ยเซิน นำโดยสามพี่น้องจากหมู่บ้านเต่ยเซินที่ต่อมากลายเป็นราชวงศ์เต่ยเซินปกครองเวียดนาม ฮอยอันก็ถูกละทิ้ง กระทั่ง &amp;ldquo;เหงียนอันห์&amp;rdquo; ลูกหลานขุนนางตระกูลเหงียนเพียงคนเดียวที่หนีรอดจากการฆ่ากวาดล้างได้กลับมามีชัยเหนือราชวงศ์เต่ยเซินด้วยความช่วยเหลือทางด้านอาวุธจากพวกฝรั่งเศส เหงียนอันห์ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิซาลองและได้มอบสิทธิพิเศษทางการค้าให้กับฝรั่งเศสที่ได้ไปจัดตั้งเมืองท่าใหม่ที่ดานัง ฮอยอันก็หมดความสำคัญต่อเนื่องยาวนานเกือบ 200 ปี การถูกหลงลืมนี้กลับกลายเป็นข้อดีอยู่บ้าง เพราะฮอยอันไม่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของเมือง ลักษณะเฉพาะของอาคารบ้านเรือนในเมืองเก่าฮอยอันจึงยังคงอยู่ยงเหมือนเมื่อวันวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(คาซิเมียร์ คเวตคอฟซกี สถาปนิกจากโปแลนด์ผู้เป็นที่รักของชาวเวียดนาม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังสงครามเวียดนาม องค์การยูเนสโกได้ขอให้เวียดนามพิทักษ์และปฏิสังขรณ์สถาปัตยกรรมโบราณหลายแห่ง รวมถึงเมืองเก่าฮอยอัน จึงได้เกิดความร่วมมือขึ้นระหว่างเวียดนามและโปแลนด์ที่ขณะนั้นยังปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ โปแลนด์ได้ส่งสถาปนิกนาม &amp;ldquo;คาซิเมียร์ คเวตคอฟซกี&amp;rdquo; มาเป็นหัวหน้าโครงการ เริ่มทำงานตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 จนฮอยอันฟื้นคืนชีพอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ รูปแกะสลักหินของเขาตั้งอยู่ในสวนเล็กๆ กลางเมืองเก่าฮอยอัน หลังจากเขาเสียชีวิตลงเมื่อปี ค.ศ.1997 เป็นเหมือนอนุสรณ์ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามและโปแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เรือสินค้าจำลองย่อขนาดจากญี่ปุ่นในยุคโชกุนโตกุกาวะข้อมูลระบุว่าระหว่างปี ค.ศ.1604-1634 มีเรือจากญี่ปุ่นเทียบท่าที่ฮอยอันถึง 86 ลำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานแบบพื้นเมือง อิทธิพลจากจีนและญี่ปุ่น และตะวันตกในยุคต่อมา เมืองเก่าฮอยอันประกอบด้วยอาคารโครงสร้างไม้ ผนังไม้และอิฐ 1,107 หลัง เรียงต่อกันลักษณะคล้ายๆ ตึกแถว มีถนนเส้นหลักเลียบแม่น้ำทูโบน และมีเส้นรองเหนือขึ้นไปขนานกับเส้นหลัก มีซอยเล็กๆ เชื่อมถึงกันเป็นโครงข่าย เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งให้องค์การยูเนสโกประกาศรับรองฮอยอันเมืองเก่าพื้นที่ประมาณ 187 ไร่เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1999 และมีพื้นที่กันชนอีกประมาณ 1,745 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การท่องเที่ยวฮอยอันจึงเริ่มมีขึ้นอย่างจริงจังได้แค่ 2 ทศวรรษเท่านั้น สำหรับคนไทย กระแสท่องเที่ยวเมืองเก่าแห่งนี้คงเริ่มมาแรงจากละครเรื่อง &amp;ldquo;ฮอยอันฉันรักเธอ&amp;rdquo; เมื่อ 14 ปีก่อน ออกอากาศทางช่อง 3 นำแสดงโดย &amp;ldquo;แดน วรเวช&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟ้าใกล้จะมืดลง ผมนำจักรยานไปคืนแล้วขึ้นห้องพักเพื่ออาบน้ำ ดูเทนนิสนัดชิงชนะเลิศศึกวิมเบิลดันจบเซตแรกแล้วเดินกลับเข้าไปยังเมืองเก่า กินเคาเลา (Cao Lau) ก๋วยเตี๋ยวแห้งแบบฉบับฮอยอัน ในชามมีเส้นก๋วยเตี๋ยวออกสีเหลืองๆ หมูหมักสไลซ์ชิ้นใหญ่ติดมันค่อนข้างเยอะ ถั่วงอก ผักแปลกๆ หลายอย่าง และซุปขลุกขลิกได้กลิ่นน้ำปลาค่อนข้างแรง โรยขนมปังทอดแผ่นสี่เหลียมแข็งเหมือนหนังหมูมาจำนวนหนึ่ง และเสิร์ฟผักมาในจานอีกใบต่างหาก ผมกินเป็นครั้งแรกรู้สึกรสชาติพอใช้ได้ ตอนจ่ายเงินนึกว่าแม่ค้าจะโชว์ธนบัตรให้ดูว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่แกพูดภาษาเวียดนามกลับมาไม่หยุดหย่อน ผมจึงยื่นใบละ 2 หมื่นให้ 2 ใบ กำลังจะเดินออกมา แกจับแขนแล้วคืนให้ 15,000 ดอง เท่ากับว่าเคาเลาราคาชามละ 25,000 หรือประมาณ 35 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สะพาน Bridge of Lights เชื่อมฝั่งฮอยอันเมืองเก่ากับเกาะกลางแม่น้ำทูโบน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เห็นบาร์สไตล์อังกฤษขนาดค่อนข้างใหญ่จึงเปิดประตูเข้าไป ชาวตะวันตกนั่งกันเต็มไปหมด มีจอทีวีหลายจอนึกว่าพวกเขากำลังดูเทนนิส ที่ไหนได้กำลังดูคริกเก็ตชิงแชมป์โลกนัดชิงชนะเลิศระหว่างอังกฤษกับนิวซีแลนด์ โชคยังเข้าข้างผมอยู่บ้าง ทางร้านฉายเทนนิสให้ดู 1 จอ แต่ต้องดูรวมๆ กับพวกอังกฤษและพวกที่ไม่ชอบอังกฤษ ซึ่งล้วนมาจากประเทศในเครือจักรภพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝรั่งอายุเกือบๆ 50 ปี อ้วนลงพุงเข้ามาคุยด้วย แนะนำว่ามาจากสกอตแลนด์ ถามผมว่ากำลังดูอะไร ผมตอบเทนทิส เขาย้อนว่าทำไมไม่ดูคริกเก็ต ผมตอบว่าดูไม่เป็น มีไม่กี่ประเทศในโลกที่เล่นกีฬาชนิดนี้ ถ้าไม่พวกอังกฤษก็เป็นอดีตเมืองขึ้นของอังกฤษ เขาว่าเขาก็ไม่ชอบดูเหมือนกัน แต่อยากเห็นอังกฤษแพ้ กีฬาทุกชนิดที่แม้สกอตแลนด์ไม่ได้ร่วมแข่งขันแต่หากมีอังกฤษแข่งเขาก็พอใจจะดูเพื่อจะได้เชียร์ตรงข้าม ความพ่ายแพ้ของอังกฤษคือชัยชนะของเขา เวลานี้เขารู้สึกดีมากที่นิวซีแลนด์นำอังกฤษอยู่ ผมมาทราบตอนที่เขียนคอลัมน์ฉบับนี้ว่าสุดท้ายอังกฤษพลิกกลับมาชนะคว้าแชมป์โลกในช่วงซูเปอร์โอเวอร์ คล้ายๆ ไทเบรกของเทนนิส อย่างไรก็ตามผมเองดื่มเบียร์ Saigon Export แค่ขวดเดียวก็เดินกลับโฮมสเตย์ไปลุ้นนัดชิงเทนนิสวิมเบิลดันในห้องพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจจะเป็นนัดชิงที่ลุ้นระทึกที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิสรายการนี้ นอวัค ยอคอวิช มือหนึ่งของโลกจากเซอร์เบีย พลิกกลับมาคว้าชัยเหนือโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ยอดนักหวดจอมเก๋าจากสวิตเซอร์แลนด์ ในการเล่น 5 เซต และไทเบรกที่ยาวนาน กินเวลารวมทั้งเกมเฉียด 5 ชั่วโมง หลังเกมเฟเดอเรอร์ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งประมาณว่าอยากให้ทุกคนรู้ว่าอายุ 37 ปี (เหลืออีกเดือนเดียวก็ 38) ยังทำอะไรได้อีกเยอะ หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกๆ คนที่คิดว่าหมดเวลาของตัวเองไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 9 โมงเช้าวันต่อมาผมเช่าจักรยานอีกครั้งเพื่อปั่นไปยังเขตเมืองเก่า แวะที่ตลาดขายของฝากเพื่อเปลี่ยนกาแฟ 2 ห่อที่เพิ่งเห็นว่าเลยวันหมดอายุไปแล้ว คราวนี้ไม่จอดจักรยานหน้าตลาด โดยเลี่ยงไปจอดหน้าร้านค้าร้านหนึ่งที่ยังไม่เปิด แม่ค้าคนเดิมโทรหาเพื่อนเพื่อให้นำกาแฟมาเปลี่ยน ปรากฏว่าเพื่อนมีเฉพาะห่อละครึ่งกิโลกรัม ผมบอกเธอว่าน้ำหนักเยอะไปเพราะกระเป๋าผมไม่ได้โหลดใต้เครื่องบิน เธอจำได้ว่าขายผมไปราคาเท่าไหร่ หน้าหงอยลงนิดหน่อยแล้วควัก 80,000 ดองคืนให้ ผมกล่าวขอโทษแล้วเดินออกมาโดยไม่ได้ถามเรื่องผู้หญิงรุ่นน้องของเธอ จากนั้นปั่นไปกินมื้อเช้าที่ร้านริมถนนติดแม่น้ำทูโบน คู่รักชาวเวียดนามคู่หนึ่งนั่งโต๊ะข้างๆ ทั้งคู่ใส่เสื้อเหมือนกันเป๊ะ ฝ่ายชายสั่งเบียร์มาดื่มตั้งแต่เช้า ภาพที่เห็นทำให้ผมตื่นตั้งแต่ยังไม่ดื่มกาแฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กินมื้อเช้าเสร็จผมก็ปั่นจักรยานไปยังร้าน &amp;ldquo;อันฟู&amp;rdquo; ที่ขายชา-กาแฟโดยเฉพาะ ซื้อกาแฟมาหลายชนิดด้วยกัน เลือกที่หีบห่อขนาดเล็กเพราะกังวลเรื่องน้ำหนักกระเป๋า แล้วปั่นจักรยานกลับไปคืนก่อนเช็กเอาต์ รอมินิบัสที่จองไว้กับโฮมสเตย์มารับไปส่งที่สนามบินดานัง ห่างจากฮอยอันราว 30 กิโลเมตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนตรวจหนังสือเดินทาง ผมเดินเข้าไปยังช่องที่เจ้าหน้าที่หนุ่มประจำอยู่ พยายามเปิดพาสปอร์ตหน้าข้อมูลส่วนบุคคลเตรียมไว้ เขาพูดเป็นภาษาไทยว่า &amp;ldquo;เปิดอะไร ดูอะไร&amp;rdquo; ผมอึ้งทันที ยื่นไปให้โดยไม่เปิดหน้าหนึ่งหน้าใด ถามเขาว่า &amp;ldquo;เคยอยู่เมืองไทยหรือครับ&amp;rdquo; เขาตอบ &amp;ldquo;ไม่เคย, ไม่เคยไปเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาบานว่าเขาพูดไทยชัดมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47909</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bridge of Lights, หาดคัวได๋, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, แม่น้ำทูโบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากแม่น้ำหอมสู่แม่น้ำทูโบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ยามเย็นริมแม่น้ำทูโบน เมืองฮอยอัน จังหวัดกว๋างนาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยามเย็นบนเส้นทางเลียบแม่น้ำหอมอากาศอุ่นกำลังดี ทำให้การปั่นจักรยานออกจากวัดเจดีย์เทียนมู่ที่จุดสุดเขตของเมืองเว้เพื่อกลับเข้าสู่ตัวเมืองให้ความรู้สึกน่าอภิรมย์กว่าขามาที่แดดบ่ายแผดเผาจนแขนเป็นสีคล้ำขึ้นอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวชาวจีนนั่งมาในซิโคล (Cyclo) หรือสามล้อปั่นขบวนยาวเกือบร้อยเมตร พวกเขามีสัญลักษณ์ที่เหมือนกันคือทุกคนสวมหน้ากากอนามัยแม้ว่าเมืองเว้แทบจะไม่มีฝุ่น (เอ๊ะ..หรือพวกเขามาจากฮ่องกง!) ส่วนสารถีชาวเวียดนามก็มีสัญลักษณ์ที่เหมือนกันคือเสื้อกั๊กสีม่วง คาดว่ารับงานมาจากบริษัททัวร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ยามเย็นวันก่อนหน้านั้นที่ริมแม่น้ำหอม เมืองเว้ จังหวัดเถื่อเทียน-เว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่น้ำหอมอยู่ทางด้านขวา ห่างออกไปจากถนนราวๆ 50 เมตร ช่วงหนึ่งของเส้นทางผมเห็นกลุ่มคนเล่นน้ำกันอยู่หลายสิบคนจึงลองปั่นเข้าไปดูริมตลิ่ง พบว่าเป็นคนท้องถิ่นทั้งหมดและส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มีตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา หากไม่สวมชุดชูชีพก็อยู่ในห่วงยาง บริเวณนี้ไม่มีร้านค้า ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ มีเพียงลานหญ้ากว้างและจักรยานยนต์ของคนที่มาเล่นน้ำจอดอยู่ ใครที่เล่นเสร็จแล้วก็ขึ้นจากน้ำมาล้างตัวด้วยน้ำสะอาดที่เตรียมใส่ถังแกลลอนและขวดพลาสติกใบใหญ่มาจากบ้าน เป็นภาพที่น่าดูไปอีกแบบ แต่จะยืนดูนานๆ ก็น่าเกลียด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะถึงเขตกำแพงพระราชวังเมืองเว้มีรางรถไฟตัดขวางถนน ผมปั่นเลี้ยวขวาขึ้นสะพาน Da Vien ข้ามแม่น้ำหอม ส่วนรางรถไฟนั้นอยู่บนสะพานเหล็กที่ขนานคู่กันไปชื่อสะพาน Bach Ho เมื่อถึงอีกฝั่งก็เห็นสถานีรถไฟเว้ (Ga Hue) อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถนน Le Loi ที่ตั้งตามชื่อจักรพรรดิเลเหล่ยผู้ยิ่งใหญ่ของเวียดนามเริ่มจากตรงนี้แล้วพุ่งตรงยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ขนานไปกับแม่น้ำหอมสู่ใจกลางย่านนักท่องเที่ยว ผมอยู่เว้ได้สองสามวันแล้วจึงรู้เส้นทางซอกแซก ลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆ ถึงโรงแรมที่พักตอนพลบค่ำพอดี คืนจักรยานแล้วอาบน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ขบวนซิโคลชมวิวที่เมืองเว้ คงกำลังมุ่งหน้าไปวัดเจดีย์เทียนมู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มื้อเย็นนี้กะจะเดินไปอุดหนุนร้าน Rose 2 เหมือนเคย แต่พอเปิดดูเมนูของร้านอาหารเล็กๆ ที่อยู่ติดกับโรงแรมก็รู้สึกอยากลอง มีโต๊ะ-เก้าอี้หวายเล็กๆ อยู่ 4 ชุด ผมสั่งอาหาร Family Set ไปกับวัยรุ่นชายที่ผละจากธุระที่โต๊ะเอเยนต์ทัวร์ติดๆ กันมารับออเดอร์ เขาแจ้งแม่ครัวแล้วกลับมาบอกผมว่า Family Set หรือชุดครอบครัวหมดแล้ว ผมจึงสั่งผัดผักใส่กุ้งมากินกับข้าวสวย ผ่านไปสักพักแม่ครัวเดินมาคุยเองว่ากุ้งเหลือน้อย ผสมปลาหมึกลงไปด้วยจะได้ไหม ผมไม่ขัดข้อง และเมื่อได้ลิ้มรสก็ถือว่าคิดถูกแล้วที่งดกินที่ร้าน Rose 2 สักมื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
นั่งซิโคลเพลินใจที่เมืองเก่าฮอยอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่ครัวพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก เพราะที่แท้เธอคือเจ้าของเอเยนต์ทัวร์และโฮสเทล FA Backpackers ที่อยู่ด้านบนของตึก ส่วนวัยรุ่นชายคนที่รับออร์เดอร์ก็พูดอังกฤษได้เก่งเหลือเชื่อ ไม่รู้ไปเรียนมาจากไหน คะเนอายุแล้วไม่น่าจะเกิน 18 ปีด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมกลับโรงแรม รีเซฟชั่นถามว่าจะไปเมืองไหนต่อหลังจากเว้ พอผมตอบฮอยอัน เธอก็ถามต่อว่ามีตั๋วหรือยัง ผมตอบว่ายังไม่ได้ซื้อ แต่เล็งไว้แล้ว เธอถามอีกว่าที่เล็งไว้น่ะราคาเท่าไหร่ ผมตอบ 90,000 ดอง เธอหายไปแล้วกลับมาพร้อมแม่ครัวคนเมื่อสักครู่ แม่ครัวพูดขึ้นว่าเธอก็ขายตั๋วไปฮอยอันนะ ราคา 80,000 ดองเท่านั้น (ประมาณ 110 บาท) ดูเหมือนจงใจตัดราคาคู่แข่ง บอกเธอไปว่าหากตัดสินใจว่าจะเดินทางเมื่อไหร่แล้วผมจะรีบแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืนนี้ผมไม่กล้าออกไปดื่ม เพราะอาการน้ำมูกไหลยังไม่หาย ต้องตอบข้อความของหนุ่มเมืองเว้ที่หน้าตาคล้ายลุงโฮจิมินห์ไปว่าขอลุ้นไปเจอกันคืนพรุ่งนี้แทน แต่หลังมื้อเช้าวันต่อมาผมก็ตัดสินใจซื้อตั๋วกับเจ๊แม่ครัวเพื่อเดินทางไปฮอยอันในตอนบ่ายทันที จากนั้นยืมจักรยานจากโรงแรมปั่นไปกินกาแฟที่ร้าน Chu Caf&amp;eacute; บนถนน Le Loi แล้วปั่นต่อไปยัง Bo&amp;rsquo;s Tailor ในซอย Vo Thi Sau โบอยู่ในร้านพอดี ผมบอกว่าจะมาลา เธอนำน้ำชามาให้ดื่มแล้วขอถ่ายรูปเซลฟี่เพื่อส่งไปให้ไมเคิล-เพื่อนชาวเยอรมันของเราทั้งคู่ และเลลา-แฟนสาวชาวจอร์เจียนของไมเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสงสัยเรื่องค่าโดยสารรถบัสจากเว้ไปฮอยอันที่ถูกกว่าตอนที่ผมนั่งจากดานังมาเว้ ซึ่งผมจ่ายไป 160,000 ดอง ทั้งที่ดานังเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างเว้และฮอยอัน หากคิดตามหลักคณิตศาสตร์แล้วค่าตั๋วจากเว้ไปฮอยอันควรจะแพงกว่า 160,000 ดอง แต่นี่ถูกลงไปตั้งครึ่ง โบให้คำตอบว่าเพราะมีนักท่องเที่ยวเดินทางจากเว้ตรงไปฮอยอันมากกว่าแวะดานัง ทัวร์แต่ละแห่งต้องการจะให้รถเต็มก็เลยแข่งกันขายราคาถูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
เรือล่องแม่น้ำทูโบนยามค่ำคืนพร้อมให้บริการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใกล้ 11 โมงผมกลับโรงแรมไปเก็บกระเป๋าแล้วหมายจะกินมื้อเที่ยงที่ร้านของ FA Backpackers แต่วัยรุ่นชายบอกว่าไม่มีคนทำกับข้าวจึงต้องเดินไปอีกหน่อยมีร้านอยู่หัวถนนชื่อ Ruby &amp;amp; Bistro ซึ่งมีห้องพักอยู่ด้านบนเหมือนกัน จะว่าไปเป็นร้านอาหารของที่พักมากกว่า เช่นเดียวกับ Rose Homestay ที่มีร้าน Rose 2 อยู่ชั้นล่าง ผมสั่งมะเขือยาวผัดราดข้าว แต่รอนานมาก เนื่องจากมีคนสั่งอาหารใส่กล่องไว้หลายชุด ต้องเดินกลับไปบอกวัยรุ่นชายว่าถ้ามีรถมารับก็ขอให้ไปตามที่ร้าน Ruby &amp;amp; Bistro เมื่ออาหารมาเสิร์ฟก็กินอย่างรวดเร็ว แล้วกลับไปรับกระเป๋าตอนบ่ายโมงตรง เป็นจังหวะเดียวกับที่มีมอเตอร์ไซค์มารับไปส่งที่เอเยนต์ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนที่มอเตอร์ไซค์ขับไปในซอย Chu Van An ผมหวั่นว่าจะเป็นเอเยนต์ที่ผมถามราคาวันก่อน ซึ่งเสนอค่าโดยสาร 90,000 ดอง ปรากฏว่าเป็นเอเยนต์ที่อยู่ติดกัน และไม่ทันจะได้นั่งก็มีแท็กซี่มารับผมและผู้โดยสารอีก 3 คนไปส่งที่ร้านกาแฟชื่อ Moi ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร จึงสงสัยว่าเงิน 80,000 ดองจากค่าโดยสารจะเหลือถึงเอเยนต์สักกี่มากน้อย ระหว่างรอรถบัสมารับมีเจ้าหน้าที่สาวนำกระดาษแบบฟอร์มมาให้กรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปพร้อมขอดูตั๋ว ผมก็ตกใจ เพิ่งนึกออกว่าคนขายไม่ได้ให้ตั๋ว บอกไปว่าซื้อจาก FA Backpackers เธอก็ร้องอ๋อ คงรู้แล้วว่าผมนี่เองผู้ซื้อของถูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอไม่นานนักรถบัสก็มาจอดหน้าร้านกาแฟ เป็นรถนอน เตียง 2 ชั้น 3 แถวเหมือนขามาจากดานัง ตอนจะวางกระเป๋าในที่เก็บด้านล่างรถ โชเฟอร์ระบุให้คนที่จะลงดานังวางฝั่งซ้าย ไปฮอยอันวางฝั่งขวา ลุงที่นั่งมาในแท็กซี่คันเดียวกันให้ผมอยู่คิวหน้าแกก่อนขึ้นรถ แกยอมอยู่เป็นคนสุดท้าย ก่อนนี้แกก็ช่วยเอากระเป๋าผมเก็บในกระโปรงหลังรถแท็กซี่ ตอนโชเฟอร์ยื่นถุงพลาสติกเพื่อใส่รองเท้าวางในซอกหน้าที่นั่ง (นอน) ผมรับมาแล้วยื่นให้ลุง ก่อนจะรับของตัวเอง ลุงพยักหน้าแล้วยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานญี่ปุ่นอายุมากกว่า 400 ปี สัญลักษณ์สำคัญเมืองฮอยอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร รถบัสใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึงเมืองดานัง แวะจอดที่เอเยนต์ทัวร์ที่ผมขึ้นรถตอนเดินทางไปเว้ มีคนลงไม่กี่คน และขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง ฝรั่งสาวขานหมายเลข A6 ของเธอที่มีฝรั่งสาวอีกคนนอนอยู่ก่อนแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ลง ผู้ขึ้นมาใหม่จึงถามว่า &amp;ldquo;คุณก็ได้หมายเลข A6 หรือ?&amp;rdquo; อีกฝ่ายตอบว่า &amp;ldquo;ไม่มีใครได้หมายเลขอะไรหรอก&amp;rdquo; ผู้ขึ้นมาใหม่ก็ยอมขึ้นไปนอนบนที่นอนที่ว่างอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะทางราว 30 กิโลเมตร รถใช้เวลาวิ่งเกือบ 1 ชั่วโมง รถบัสมาถึงเมืองฮอยอัน จังหวัดกว๋างนาม เวลา 5 โมงเย็น จอดข้างๆ สนามกีฬาแห่งหนึ่ง มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือที่เรียก &amp;ldquo;เซโอม&amp;rdquo; เข้ามาทาบทาม ผมบอกชื่อ Flower Garden Homestay ที่ได้จองไว้ทางอินเทอร์เน็ต พี่เซโอมเสนอราคา 70,000 ดอง หรือเกือบเท่ากับที่ผมจ่ายในการเดินทาง 120 กิโลเมตรจากเว้มาฮอยอัน แต่นี่ระยะทางแค่ 1.5 กิโลเมตร ผมต่อเหลือ 20,000 ดอง พี่เซโอมขอประนีประนอมที่ 40,000 ผมบอกว่าใกล้ๆ ขอเดินดีกว่า เขาลดเหลือ 30,000 ผมก็ออกเดิน ซึ่งตั้งใจจะเดินจริงๆ พี่เซโอมก็ขี่มาเทียบข้างๆ แล้วกล่าว &amp;ldquo;โอเค 2 หมื่น&amp;rdquo; ผมขึ้นไปนั่งแล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราใจร้ายเกินไปมั้ย แม้ว่าจะได้ทำการบ้านเรื่องค่ารถมาก่อนแล้ว ชาวเน็ตบอกว่าไม่ควรจ่ายมากไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงที่พักผู้จัดการสาวโผล่ออกมาจากห้องของเธอ แนะนำตัวว่าชื่อ &amp;ldquo;อันห์&amp;rdquo; รู้ว่าผมเป็นคนไทยก็นำโทรศัพท์มือถือออกมาอวดว่ากำลังดูซีรีส์ละครไทยเรื่องดัง ขึ้นซับไตเติลเป็นภาษาเวียดนามเรียบร้อย ผมบอกเธอว่ารู้จัก แต่ไม่เคยดู เหมือนเธอจะผิดหวังนิดหน่อยแล้วก็ยื่นกุญแจให้พร้อมบอกตำแหน่งของห้องพัก แล้วหายกลับเข้าไปในห้องเดิม คงจะดูละครไทยของเธอต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเก็บของแล้วออกเดินไปทางทิศใต้มุ่งสู่แม่น้ำทูโบน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณครึ่งกิโลเมตร แม่น้ำสายนี้ไหลผ่านเมืองฮอยอันส่วนที่เป็นเมืองเก่าหรือเมืองท่าอันรุ่งเรืองในอดีต ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง 19 แล้วไหลต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรออกสู่อ่าวคัวได๋ ทะเลตะวันออกของเวียดนาม ถือว่าเป็นแม่น้ำที่มีส่วนสำคัญในการสร้างชีวิตและสีสันให้กับฮอยอัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
โรตีไทยดังไกลถึงฮอยอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสะพานชื่อ &amp;ldquo;ฮวงเซียว&amp;rdquo; สำหรับข้ามไปยังเกาะกลางแม่น้ำที่มีบรรดาที่พักและร้านอาหาร แต่น้อยกว่าฝั่งเมืองเก่านี้อยู่มาก ผมเลี้ยวขวาเดินเลียบแม่น้ำไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เห็นตลาดในร่มสำหรับขายอาหารที่เคยมานั่งกินเมื่อ 6 ปีก่อน พอเดินเข้าไปก็จำไม่ได้ว่าเคยกินร้านไหน เพราะหน้าตาคล้ายๆ กันไปหมด ลักษณะเหมือนข้าวราดแกง อาหารอยู่ในจานชามใบใหญ่ๆ โต๊ะเก้าอี้เป็นแบบเคาน์เตอร์บาร์หันหน้าเข้าหาแม่ค้าพ่อค้าที่อยู่ด้านใน มีนักท่องเที่ยวทั้งฝรั่ง เอเชีย และชาวเวียดนามเองนั่งกันอยู่เยอะทีเดียว คงเพราะราคาไม่แพงและสั่งแล้วได้กินทันที เหมาะกับคนที่กำลังหิวได้ที่ สุดท้ายผมเลือกร้านที่มีเมนูข้าวกับไก่เพราะคิดจะลองอยู่นานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมนูนี้พบเห็นได้ทั่วไปในเวียดนาม เรียกว่า &amp;ldquo;เคิมกา&amp;rdquo; แปลว่าข้าวกับไก่ บางที่ใช้ข้าวที่หุงพิเศษทำให้ข้าวมีสีตามวัตถุดิบที่ใส่ ส่วนไก่เคยเห็นทั้งแบบทอด ต้ม และนึ่ง ร้านที่ผมเลือกใช้ข้าวสวยธรรมดา แม่ค้าตักไก่สีเหลืองคล้ายๆ ไก่ที่ใช้กับข้าวหมกบ้านเราแต่นิ่มกว่า ใส่ลงไป 2 ชิ้นใหญ่ๆ แล้วราดด้วยน้ำซอส ซึ่งน้ำซอสนี้รสชาติกลมกล่อมดีมาก ว่ากันว่าหากเป็นเคิมกาฮอยอันขนานแท้ต้องใช้ไก่บ้านหรือไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาติเท่านั้น เรียกว่า &amp;ldquo;กาตา&amp;rdquo; ราคาของข้าวจานนี้อยู่ที่ 40,000 ดอง หรือราวๆ 60 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตเมืองเก่าฮอยอันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั่วทั้งพื้นที่ด้วยความงามทางด้านสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเฉพาะจากการผสมผสานระหว่างท้องถิ่นและต่างชาติ วันที่ผมไปเยือนเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้นมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ในบางซอยจักรยานไม่สามารถปั่นได้สะดวก นอกจากนักท่องเที่ยวเกาหลีที่นิยมมาเที่ยวเวียดนามกันมากเป็นพิเศษในช่วงหลัง ยังมีจีนที่ไม่น้อยหน้า ฝรั่งมังค่าก็เดินกันทั่ว ชาวเวียดนามเองก็อยู่ในช่วงมหกรรมท่องเที่ยวกลางปี จึงทำให้ฮอยอันเวลานี้คนแน่นอย่างกับงานวัดใหญ่ๆ ในอดีตของบ้านเรา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
นักท่องเที่ยวกระจุกกันมากเป็นพิเศษในซอยที่จะตรงไปยังสะพาน Bridge of Lights&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแม่น้ำทูโบน กิจการล่องเรือชมวิวทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ในเรือตกแต่งด้วยโคมไฟให้สีสันสว่างไสว ริมแม่น้ำมีทางเดินปูพื้นเป็นระเบียบและสะอาด ถัดไปเป็นถนนเลียบแม่น้ำและแถวของอาคารเก่าที่แปลงกายเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก ถัดขึ้นไปก็เป็นถนนและแถวของอาคารอีกชุดและอีกชุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริเวณสะพานอันฮอย (Cau An Hoi) เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า Bridge of Lights สำหรับข้ามไปยังเกาะกลางแม่น้ำอีกเกาะหนึ่ง เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับผู้มาเยือนฮอยอันก็ว่าได้ แต่สะพานสำคัญทางประวัติศาสตร์จนเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของฮอยอันที่แท้จริงอยู่เลยสะพานอันฮอยไปแค่นิดเดียว นั่นคือ &amp;ldquo;สะพานญี่ปุ่น&amp;rdquo; เรียกในภาษาอังกฤษว่า Japanese Covered Bridge มีอายุมากกว่า 400 ปี สร้างคร่อมลำรางที่แยกไปจากแม่น้ำทูโบน (ซึ่งผมขออนุญาตยกยอดเรื่องประวัติศาสตร์ฮอยอันไปว่ากันในสัปดาห์หน้า)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่สะพานอันฮอยไล่ตามแม่น้ำขึ้นไปราว 200 เมตร เป็นแถวของร้านอาหารหลายสิบร้าน แต่ล้วนขายสิ่งเดียวกัน นั่นคือ Cau Lau ออกเสียงคล้ายๆ เกาเหลา แต่เป็นอาหารที่มีเส้น คือก๋วยเตี๋ยวแห้งอันโด่งดังประจำถิ่นฮอยอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างทางเดินกลับที่พัก ผมเห็นร้านน้ำส้มคั้นสด ใช้ส้มใบใหญ่สีเขียว ป้าเจ้าของร้านนวดซึ่งคงเป็นเพื่อนกับป้าร้านน้ำส้มพอพูดภาษาอังกฤษได้ แกเชียร์แล้วเชียร์อีก ผมก็ซื้อมาดื่ม ปรากฏว่าพอกลับถึงที่พักอาการน้ำมูกไหลหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ จึงให้รางวัลตัวเองด้วยเบียร์ Larue จากมินิบาร์ในห้องพัก 1 กระป๋อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตื่นเช้าวันต่อมา รู้สึกสดชื่นที่สุดนับตั้งแต่เหยียบเวียดนามเมื่อสัปดาห์ก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47395</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bridge of Lights, จากแม่น้ำหอมสู่แม่น้ำทูโบน, ททท, ท่องเที่ยวเวียดนาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, ฮอยอัน, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
