<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;แฉBRNขู่ระเบิดครั้งใหญ่​ถ้ายังไม่เปิดมัสยิดให้ละหมาดทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.63- นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart &amp;nbsp;ว่า เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้คลายล๊อคดาวน์​ กลับมาใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจตามปกติ​ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในไทยลดลงต่อเนื่อง​ อันเป็นสัญญาณที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหมือนเสียงเรียกร้องของ​ สส.​สว.ของอเมริกาที่ยอมให้มีคนเสียชีวิตและห่วงกลัวเศรษฐกิจจะล่มจม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อเตือนใจว่า​ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์​ ที่ว่าแน่ๆ​ จัดการโควิดได้ดี​ แต่วันนี้​ โรงพยาบาลในญี่ปุ่นคนไข้ติดเชื้อเต็มโรงพยาบาลจนต้องปฏิเสธการรับคนไข้รายใหม่​ กรณีสองประเทศนี้​ เป็นอุทธาหรณ์ว่า​ การตัดสินใจคลายล๊อคดาวน์ต้องพิจารณาให้ดี​ อย่าให้เกิดภาวะลมพายุหมุนกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ในห้วงหนึ่งเดือนข้างหน้านี้​ ไทยยังต้องมีการนำเข้าคนไทยที่จะกลับจากต่างประเทศอีกหลายระลอก​ ทั้งจากประเทศเพื่อนบ้านจากอเมริกาและยุโรปอีกนับหมื่นคน
และประสบการณ์มักจะมีคนกลับจากต่างประเทศนำเชื้อเข้าประเทศกระบวนการคัดกรองและกักกันจึงต้องเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์หน้าจะเริ่มเข้าสู่เดือนรอมดอน​ ถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม​ ซึ่งจุฬาราชมนตรีได้ออกหนังสือเตือนและข้อแนะนำในการปฏิบัติกิจทางศาสนา​ เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้​ คนใน​ 5 จชต.มีการติดเชื้อในระดับที่สูงมาก​ รวม​เกือบ​ 300​ คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มีการเผยแพร่จดหมายของขบวนการบีอาร์เอ็น​ ให้คนมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้​ ให้ปฏิบัติศาสนกิจเหมือนเดิม​ การละหมาดที่มัสยิด​ ไม่ต้องสนใจคำชี้แนะของจุฬาราชมนตรี​ ไม่รู้ว่า​ จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้จะเป็นของแท้หรือไม่​ แต่ไม่มีการปฏิเสธจากบีอาร์เอ็น​ แสดงว่าจดหมายฉบับนี้​ น่าจะเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากคน​ จชต.เชื่อบีอาร์เอ็น​ ไม่เชื่อคำชี้แนะของจุฬาราชมนตรี​ ยังคงปฏิบัติศาสนกิจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น​ ไม่มีโควิดระบาด​ น่าเป็นห่วง​ อาจจะเกิด​ super spreaders ครั้งใหม่ที่อาจจะใหญ่ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จม.เปิดผนึกของโจรกบฏมุสลิม BRN
ข่มขู่จะก่อการร้ายระเบิดครั้งใหญ่​
ถ้าไม่เปิดมัสยิดให้ละหมาดทั่วประเทศไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63669</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, BRN, นันทิวัฒน์ สามารถ, อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ, เปิดมัสยิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e211cdf308ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นมื่นถกBRN นัดต้นมีนาคม เจรจาอีกรอบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วัลลภ&amp;rdquo; เจรจา &amp;ldquo;บีอาร์เอ็น&amp;rdquo; ครั้งแรกบรรยากาศชื่นมื่น แม้ยังไม่มีข้อเสนอ เผยเหตุไม่สานต่อคุย &amp;ldquo;มาราปาตานี&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพราะ BRN มีอิทธิพลที่สุด เชื่อเป็นตัวจริง คุยครั้งต่อไปต้น มี.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคม พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ แถลงผลความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเมื่อวันที่ 20 ม.ค. คณะพูดคุยฯ พร้อมผู้แทนทั้ง 6 คนจาก สมช., กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้พบปะพูดคุยร่วมกับคณะผู้แทนของกลุ่มขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) ที่นำโดยนายอานัส อับดุลเราะห์มาน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีตันซรี อับดุล ราฮีม มูฮัมหมัดนูร์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภกล่าวว่า การพูดคุยครั้งนี้เป็นเจตจำนงร่วมกันที่ต้องการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดภายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี มีการออกแบบการพูดคุยและยอมรับกันว่าจะใช้รูปแบบนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวลาร่วมกันในการทำความรู้จัก และรับทราบกรอบแนวทางการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการพูดในช่วงต่อไปให้มีความก้าวหน้าและต่อเนื่อง บรรยากาศเป็นไปเชิงสร้างสรรค์ ทั้ง 2 ฝ่ายมีท่าทีที่ดีในการที่จะร่วมมือกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภแถลงอีกว่า การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน เกิดจากพูดคุยจากผู้มีความเห็นที่แตกต่าง โดยใช้แนวทางสันติวิธี ทั้งรับฟังความคิดเห็นและทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เราจะใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถในการผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติสุขนำมาสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายคือสร้างสันติสุขและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การพูดคุยครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น ขอบคุณทางฝ่ายมาเลเซียที่มีความพยายามนำกลุ่มเหล่านี้มาพูดคุยกับฝ่ายไทย ยืนยันว่าการพูดคุยเราจะใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ตกผลึกในแนวความคิด หรือกระบวนการที่เราจะไปตกลงหรือหารือ ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ เพราะกระบวนการอาจมีอุปสรรคมากมายเหมือนที่เรามีประสบการณ์มาแล้ว บางทีการพูดคุยไปไม่ถึงไหนก็ล้มเลิก จึงอยากให้การพูดคุยครั้งนี้เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องยาวนาน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นที่มาร่วมพูดคุยทุกครั้งมักถูกถามเสมอว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เขาแนะนำตัวในที่ประชุมว่าเป็นผู้นำหัวหน้าคณะพูดคุยจากกลุ่มบีอาร์เอ็น ดังนั้นการที่เขาแนะนำตัวเองเช่นนี้ และคำยืนยันจากมาเลเซีย จึงค่อนข้างมั่นใจ เราคิดว่าเป็นอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเมื่อบีอาร์เอ็นเข้ามาแล้ว กลุ่มมาราปาตานียังอยู่ในกระบวนการพูดคุยหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เบื้องต้นเรายังพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น แต่เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มเข้ามีส่วนร่วม เราต้องการพูดคุยกับทุกกลุ่มทุกฝ่าย ในระยะต่อไปอาจเป็นไปได้ที่จะมีกลุ่มมาราปาตานีเข้ามาร่วมพูดคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า การพูดคุยครั้งนี้ถูกมองกลับว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ เพราะกลับมาคุยกับบีอาร์เอ็นอีกครั้ง พล.อ.วัลลภตอบว่า ถือว่าเป็นความต่อเนื่องจากครั้งแรกที่ได้ประชุมกัน คือกลุ่มบีอาร์เอ็น และเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มมาราปาตานี และกลับมาเป็นกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งแล้วแต่แนวทางและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ครั้งนี้เขาก็เปลี่ยนตัวคนรุ่นใหม่เข้ามา ซึ่งมาเลเซียได้มั่นใจว่าเป็นผู้ที่เป็นตัวจริงเข้ามาพูดคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า การพูดคุยครั้งนี้ได้มีการยื่นข้อเสนอหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า มีการพูดคุยตามกรอบแนวทางการพูดคุยเพื่อสันติสุข ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการต่างๆ แต่ยังไม่มีการยื่นข้อเสนอต่อจากการพูดคุยครั้งที่แล้ว เพราะยังเป็นเพียงการพบปะสร้างบรรยากาศที่ดี สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและคุ้นเคยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงปัจจัยที่เราต้องเลือกคุยกับบีอาร์เอ็นมากกว่าสานต่อกับกลุ่มมาราปาตานี พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เราอยากพูดกับที่มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งบีอาร์เอ็นเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุด ส่วนหนึ่งในกลุ่มมาราปาตานีก็มีตัวแทนของกลุ่มบีอาร์เอ็นด้วย ทั้งนี้ แกนนำคนก่อนๆ ของบีอาร์เอ็นที่พูดคุยก็อยู่กลุ่มบีอาร์เอ็น แต่อาจเปลี่ยนบทบาทและหน้าที่ ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มเข้ามามีบทบาทในกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า จะดึงนักการเมือง หรือ ส.ส.ในพื้นที่เข้าร่วมวงพูดคุยในกระบวนการหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เราต้องการความมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ไม่ว่าจากทั้งภาคประชาชนและนักการเมือง เพื่อให้ความคิดตกผลึกและนำไปหารือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายกฯ มาเลเซียให้ไทยเปิดใจรับข้อเสนอให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นเขตปกครองพิเศษ อยู่ในเงื่อนไขที่สามารถพูดคุยกันได้หรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เราจะเปิดใจรับฟังแล้วมาพิจารณาดู ทั้งนี้ ถือเป็นบรรยากาศที่ดีที่พูดคุยระหว่างกัน ยืนยันว่าหลักการของเรายังคงเดิม การเริ่มต้นพูดคุยครั้งนี้แสดงว่าทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมยอมรับข้อคิดเห็นข้อแตกต่างของกันและกัน ถ้าเรารักษาบรรยากาศอย่างนี้ไปได้ เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี โดยการพูดคุยครั้งต่อไปมีขึ้นในต้นเดือน มี.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ณ ห้องประชุม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ พล.อ.จีรศักดิ์ ชมประสพ รองประธานคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา พร้อมคณะ ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศึกษาดูงานพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กมธ.ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ถึงผลการดำเนินงานด้านการพัฒนา และด้านงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, แนวทางการดำเนินงานด้านการศึกษาเพื่อความมั่นคงของศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) รวมทั้งแนวทางการทำงาน สถิติของสถานการณ์ ผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ ภาค 5 นอกจากนี้ กมธ.ได้ร่วมปรึกษาหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะได้นำไปวิเคราะห์และเป็นข้อมูลเพื่อนำไปเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55990</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, บีอาร์เอ็น, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, มาราปาตานี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจรจาบีอาร์เอ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e341c28b1d1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 22:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;คอซารี&#039;คุมบีอาร์เอ็น โชว์ป่วนใต้ก่อนคุยสันติสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลางตัว &amp;quot;ดูนเลาะห์ แวมานอ&amp;quot; ปรับทัพบีอาร์เอ็นฯ ยกแผง &amp;nbsp;&amp;quot;คอซารี&amp;quot;ขึ้นผู้นำคนใหม่ &amp;nbsp;ดัน &amp;quot;เป๊าะนีมะ&amp;quot;คุมกำลังทหาร ด้าน&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;rdquo;รับฝีมือ &amp;quot;บีอาร์เอ็น&amp;quot; โหมไฟใต้ช่วงนี้ ยันไม่เกี่ยวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62 - &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตนพูดไปแล้วว่าเป็นฝีมือกลุ่มบีอาร์เอ็น &amp;nbsp;เราปิดล้อมเขา เราวิสามัญเขา เขาก็ตอบโต้เรา สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดภาคใต้ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นเพราะไม่มีการเข้ามาพูดคุย ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;nbsp;บรรยากาศในพื้นที่ จ.ปัตตานี จากกรณีเกิดเหตุการณ์ลอบยิงเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดปัตตานี &amp;nbsp;ทำให้ทางด้านฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้ทุกจุดตรวจร่วมสนธิกำลัง &amp;nbsp;และประสานจุดตรวจทุกจุดตรวจ จัดให้มีการตรวจเข้มและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรายานพาหนะทุกชนิด และบุคคลต้องสงสัยต่างๆทั้งในพื้นที่และรอบนอกพื้นที่ให้จัดแผนเฝ้าระวังป้องกัน เนื่องจากทราบมีกลุ่มเคลื่อนไหวรวมทั้งมีการลาดตระเวณ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เพื่อกำจัดพื้นที่ของกลุ่มคนร้ายที่เคลื่อนไหว &amp;nbsp;และให้เจ้าหน้าทีที่เป็นชุดสืบสวนหาข่าว และชุดนอกเครื่องแบบออกหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายเพื่อหาทางป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า &amp;nbsp;หน่วยข่าวความมั่นคง ประเมินการก่อเหตุรุนแรงในช่วงนี้ว่า เกิดจากการปรับตัวบุคคลระดับบริหารขององค์กรบีอาร์เอ็นฯ หลังจากที่ ดูนเลาะห์ แวมานอร์ ได้ขยับออกจากตำแหน่งหัวหน้าขบวนการฯ ไม่ยอมพบกับผู้อำนวยความสะดวก ที่ได้ประสานเพื่อพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้เปลี่ยนให้ คอ ซารี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสายการเมืองขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีชื่อ วอเฮะ เป็นเลขาธิการฯ ส่วนของกองกำลังทหาร และได้แต่งตั้ง เป๊าะนีมะ ขึ้นคุมกำลังแทน โดยช่วงนี้เป็นการแสดงศักยภาพของกองกำลังทหารที่ได้มีการสร้างกำลังทดแทนขึ้นมาในช่วง1-2 ปีทีผ่านมา ทั้งนี้เพื่อเตรียมไปสู่การต่อรองเพื่อพูดคุยสันติสุขที่จะพุ่งเป้ามาที่ขบวนการบีอาร์เอ็นมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26682</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนใต้, BRN, ความมั่นคง, ความไม่สงบในพื้นที่จังหวดชายแดนภาคใต้, บีอาร์เอ็น, พูดคุยสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3df9e37874c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีอาร์เอ็น&#039;ต่างหากที่เป็น&#039;ฆาตกร&#039;มือเปื้อนเลือดในเดือนแห่งความบริสุทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย จ.ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส และสงขลาบางส่วน ในห้วงของเดือนเมษายน-พฤษภาคม ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า เหตุร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เหมือนกับการเดิน ย้อนกลับ ไปสู่สถานการณ์ความรุนแรงในอดีต หรือเหมือนกับสถานการณ์เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในห้วงของเดือน รอมฎอน ของปีนี้ ซึ่งผ่านไปแล้ว ครึ่งทาง มีเหตุการณ์ร้ายที่ปลุกระดมคนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือกับ รัฐไทย ต่อด้วยการโจมตีชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) และฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ ใน อ.ยะหา จ.ยะลา และเหตุการณ์อื่นๆ ทั้งฆ่ารายวัน และการก่อกวนในทุกรูปแบบ ซึ่งนั่นคือเหตุการณ์ก่อนเข้าสู่เดือน รอมฎอน ที่ถูกเรียกขานว่าเป็นเดือนแห่งการปฏิบัติ ศาสนกิจ ด้วยความ บริสุทธิ์ และเป็นเดือนแห่งความ ศักดิ์สิทธิ์ ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหลังจากเข้าสู่เดือน รอมฎอน เพียงไม่กี่วัน ท่ามกลางความขัดแย้งในประเด็น ฮิญาบ ระหว่างเด็กนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน กับผู้บริหารโรงเรียน อนุบาลปัตตานี แนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนก็ถือโอกาสขยายผลความขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วยการ ก่อวินาศกรรม ตู้เอทีเอ็มของธนาคารหลายแห่ง รวมทั้งการก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้าแรงสูง และการซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ใน 4 จังหวัดรวม 24 จุด ในค่ำคืนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะมีการแถลงข่าวว่า สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 6 คน และออกหมายจับแล้วจำนวนหนึ่ง แต่นั่นหมายถึงหลังจากการก่อเหตุแล้วหลายวัน แต่ก็ถือว่าเป็น ข่าวดี ที่อย่างน้อยผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้ ลอยนวล อยู่เหนือกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากการใช้ อาร์เคเค ก่อเหตุร้าย ซึ่งเป็นปฏิบัติการทาง ทหาร ในระดับสร้างความ ปั่นป่วน ได้แล้ว ปฏิบัติการต่อไปของบีอาร์เอ็น คือการป่วนข่าวลวง เพื่อสร้างความ ตื่นตระหนก ให้กับคนในพื้นที่ และสร้างความ กดดัน ให้กับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือการอัด คลิปเสียง ด้วยการแจ้งเตือนคน มุสลิม ในพื้นที่ให้ระวัง อันตราย เพราะจะมีการก่อเหตุร้ายในวันที่ 30 พ.ค. โดยขอให้ทุกคนงดออกจากบ้าน จนกลายเป็นประเด็นการ ส่งต่อ หรือ แชร์ข่าว ในโลกของ โซเชียล อย่างล้นหลาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อด้วยการปล่อยข่าวเพื่อสร้างความ ตื่นตระหนก ด้วยเรื่องแจ้งเตือนมี จยย.บอมบ์ ในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งกำลังมีงานประจำปี คืองาน หลักเมือง และการเตรียมก่อวินาศกรรมด้วย จยย.บอมบ์ จำนวน 18 คัน เป้าหมายอยู่ที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งแน่นอน มีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ หวั่นไหว กับข่าวลวงที่เกิดขึ้น และแม้ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะได้ออกมาชี้แจงว่าเป็น ข่าวปล่อย เป็น ข่าวลวง ของขบวนการ แต่คนส่วนหนึ่งก็ยัง หวั่นไหว เพราะมีความรู้ที่ ติดลบ กับหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ทำ ไอโอ ตามหน้าที่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดือน รอมฎอน จึงกลายเป็นเดือนแห่งความ โหดร้าย เป็นเดือนแห่งการเฝ้าระวัง ทั้งของเจ้าหน้าที่และของคนในพื้นที่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เนื่องจากข่าวใน เชิงลึก จากหน่วยข่าวความมั่นคง แจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายระมัดระวัง เพราะพบว่า แกนนำ ในฝั่ง เพื่อนบ้าน ได้สั่งการให้ อาร์เคเค ในพื้นที่ โจมตีเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐในทุกพื้นที่เพื่อสร้างผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง อาร์เคเค กลุ่มเดิม กับ อาร์เคเค น้องใหม่ ที่ได้รับการฝึกมาใหม่อีก 500 คน เพื่อเร่ง ดีกรี ความร้อนแรงของ ไฟใต้ ในห้วงเวลาตั้งแต่ 10 วันแรก ก่อนเข้าสู่เดือน รอมฎอน และ 10 วันหลัง ก่อนที่จะสิ้นเดือน รอมฎอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมี อาร์เคเค รุ่นใหม่ ซึ่งถูกนำไปฝึกการใช้ สไนเปอร์ จำนวน 60 คน และกลับเข้าสู่พื้นที่แล้ว 30 คน เพื่อการทำ ภารกิจ ตามคำสั่งของบีอาร์เอ็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังมีมือก่อวินาศกรรม รุ่นใหม่ ที่ถูกฝึกให้มีความชำนาญในการใช้ระเบิดชนิดร้ายแรง จำนวน 18 คน ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ เพื่อรอรับคำสั่งในการประกอบ ระเบิดแสวงเครื่อง ในการก่อวินาศกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นวันนี้จึงยังไม่ใช่วันที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ เข้าสู่ โหมด ของการที่ ไฟใต้ ค่อยๆ มอดลง อย่างที่ฝ่ายความมั่นคงพยายามทำ ไอโอ เพื่อให้ นายเหนือ เห็นถึงผลงานในรอบ 2 ปี ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และให้คนในพื้นที่สบายใจว่า นโยบายในการดับ ไฟใต้ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ เดินมาถูกทางแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะสิ่งที่พบเห็นในเดือน รอมฎอน ปีนี้คือ กำลังของ อาร์เคเค ในหลายพื้นที่ ซึ่งมวลชนยังให้การสนับสนุน ด้วยการตั้งด่านตรวจใกล้ๆ กับด่านของเจ้าหน้าที่ ประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมถามประชาชนที่สัญจรบนเส้นทางว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับ อาร์เคเค ที่เป็นกองกำลังของ ฟาตอนี จะเชื่อใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ที่รัฐเลือกให้เป็นพื้นที่ เซฟตี้โซน ปรากฏกองกำลังติดอาวุธแต่งเครื่องแบบของนักรบฟาตอนี เคลื่อนไหวในพื้นที่นอกตัวเมืองเพื่อ สื่อสาร กับชาวบ้าน เพื่อให้เห็นว่า อาร์เคเค ยังมีกองกำลัง และมีความสามารถในการ คุกคาม มวลชน ที่ยังไม่ให้การสนับสนุนขบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแม้กระทั่งการนำสิ่งของมอบให้คนในพื้นที่ชนบทในเดือน รอมฎอน เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และอินทผาลัม เพื่อแสดงความห่วงใย เช่นเดียวกับที่ฝ่ายรัฐนำอินทผลัม มอบให้กับผู้นำศาสนาในเดือน รอมฎอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ พบว่ามีการ นัดหมาย จาก แกนนำ ในประเทศเพื่อนบ้าน กับ แกนนำ จากพื้นที่ 3 จังหวัด ก่อนที่จะสิ้นเดือนละศีลอด เพื่อเป็นการประชุมร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดคือความ เคลื่อนไหว ที่หน่วยข่าวความมั่นคงตรวจพบความเคลื่อนไหวของขบวนการ ซึ่งปฏิบัติการทุกอย่าง สอดคล้อง กับเนื้อความที่แขวนบนป้ายผ้า ก่อนที่จะเข้าสู่เดือน รอมฎอน โดยเป็นการ สื่อสาร กับมวลชนของเขา และมวลชนในพื้นที่ ซึ่งยังไม่ใช่ แนวร่วม ของบีอาร์เอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่..สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือประเด็นของ ฮิญาบ ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ซึ่งไม่ว่าผู้ที่เปิดประเด็นของความขัดแย้งจะตั้งใจ หรือเป็นเหตุ บังเอิญ ก็ตาม และประเด็นเรื่อง ฮิญาบ กลายเป็น เงื่อนไข ทาง การเมือง ที่บีอาร์เอ็นได้ หยิบฉวย ไปเป็นประโยชน์ในทางการ ทหาร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมมติถ้าผลของความ ขัดแย้ง ในเรื่องของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ออกมาในรูปแบบที่นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน ที่ บัญญัติ โดย คณะสงฆ์ เพราะที่ตั้งโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ ธรณีสงฆ์ ซึ่งได้มีการปฏิบัติตามระเบียบมาแล้ว 50 ปี บีอาร์เอ็นก็จะฉวยโอกาสว่ารัฐไทยไม่ให้เสรีภาพในการแต่งกายตามบทบัญญัติของศาสนา และสิ่งที่ตามมาคือ เหตุร้ายอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่แบบ ดาวกระจาย ชนิดปฏิบัติการทาง ทหาร ที่ได้ใจ การเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น สถานการณ์ รอมฎอน ปีนี้ จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่ บีอาร์เอ็น นำเอาความ บริสุทธิ์ และความ ศักดิ์สิทธิ์ ของศาสนา มาสร้างรอย เปื้อนเลือด ให้เกิดขึ้นกับประชาชน มุสลิม ณ แผ่นดิน ปลายด้ามขวาน อีกครั้งหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมือง ไม้ขม รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10519</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, ความรุนแรงในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, บีอาร์เอ็น, เจรจาสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af19142d613d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อเขาบังคับให้ผมเป็น &#039;อาร์เคเค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.61- &amp;nbsp;เว็บไซต์ข่าวด่วน ข่าวเด่น สถานการณ์ชายแดนใต้ https://www.southernreports.org/ &amp;nbsp; รายงาน บทความ &amp;nbsp;เรื่อง &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเขาบังคับให้ผมเป็น อาร์เคเค&amp;quot; เป็นการสัมภาษณ์อดีตแนวร่วมอาร์เคเค โดย ลมใต้ สายบุรี &amp;nbsp;รายละเอียดระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่เกิดเหตุคนร้ายปล้นปืนค่ายทหารที่ปิเหล็ง เมื่อต้นปี 47 จำได้ว่าหมู่บ้านของผมจากผู้คนที่เคยอยู่กันอย่างสงบ กลับได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากได้มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน การใช้ชีวิตได้ผิดแปลกแตกต่างไปจากเดิม จนบางครอบครัวจำใจต้องย้ายไปอาศัยอยู่ที่อื่น แต่ครอบครัวของผมไม่ได้ย้ายไปไหน ยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน บ้านที่อยู่อาศัยกันมาหลายช่วงอายุคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นบทเริ่มต้นในการสนทนาของผู้เขียนกับอดีตผู้หลงผิดท่านหนึ่งที่เคยเข้าร่วมทำการเคลื่อนไหวกับกลุ่มขบวนการ ได้เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตชาวบ้าน หลังจากได้เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนค่ายทหาร ซึ่งหลังจากนั้นความรุนแรงได้ขยายเป็นวงกว้างได้สร้างผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปทุกหย่อมหญ้า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ทำลายสถาบันครอบครัว และชุมชนที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จากน้ำมือการกระทำของนักรบ RKK ซึ่งเป็นสมาชิกแนวร่วมขบวนการ BRN ซึ่งในขณะนั้นได้ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เข่นฆ่า ลอบวางระเบิด อย่างไร้ความปราณี และไร้มนุษยธรรม อีกทั้งยังข่มขู่ประชาชนผู้ที่ไม่เห็นด้วย หรือไม่ให้การสนับสนุน จนต้องย้ายหนีละทิ้งถิ่นฐาน หรือแม้กระทั่งโดนลอบทำร้ายจนบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ก็ยังมีอีกบางส่วนที่โดนบีบบังคับต้องจำยอมเข้าสู่ขบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดเริ่มต้นกับการเข้าร่วมสมาชิก อาร์เคเค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้หลงผิดได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วังวนของความชั่วร้ายด้วยการเข้าสู่ขบวนการ เป็นสมาชิก RKK ทั้งที่ในส่วนลึกแล้วไม่อยากจะเข้าร่วมจำใจ จำยอม เพื่อเหตุผลบางอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมย้ายไปอยู่ที่อื่นเหมือนหลายๆ ครอบครัวที่ได้ย้ายหนีจากการคุกคามของกลุ่มขบวนการไม่ได้ เนื่องจากลูกสาวทั้งสองของผมยังเล็กอยู่ โดยเฉพาะคนโตกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนของรัฐแห่งหนึ่ง ส่วนคนเล็กเพิ่งคลอดได้แค่ 10 กว่าวันเอง ครอบครัวผมอยู่อย่างมีความสุข แม้จะไม่ร่ำรวยอย่างใครเขา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจำเป็นต้องไปอยู่กับขบวนการ เป็นความคิดของผมที่โลดแล่นเข้ามา ณ ตอนนั้น ซึ่งคิดว่าเป็นหนทางเดียวเมื่อผมเป็นสมาชิกแนวร่วมแล้วจะสามารถคุ้มครองให้คนในครอบครัวของผมปลอดภัยไม่ถูกข่มขู่ คุกคาม และหมายเอาชีวิตจาก RKK&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.2548 อดีตผู้หลงผิดท่านนี้ได้เป็นสมาชิกแนวร่วมขบวนการอย่างเต็มตัว แต่หลังจากที่ได้เข้าร่วมขบวนการนานถึง 8 ปีเต็ม กลับพบว่าไม่มีสิ่งที่ดีใดๆ เลยที่เข้ามาสู่ชีวิต แถมความเป็นอยู่ประจำวันของครอบครัวก็ย่ำแย่ มิหนำซ้ำสิ่งที่ทุกคนไม่ปรารถนาจะได้มา นั่นคือหมายจับของศาล มีทั้งหมาย ป.วิ.อาญา และหมาย พ.ร.ก. ชีวิตถึงทางตันอนาคตดับมืดไร้แสงสว่างคลำหาทางออกไม่เจอ อีกทั้งปัญหาสุขภาพประดังเข้ามารุมเร้า พื้นที่รับผิดชอบที่ทำการเคลื่อนไหวอยู่ไม่มีแม้ยารักษา อยู่อย่างยถากรรม ขบวนการไม่ได้ให้การช่วยเหลือและได้รับการเหลียวแล อย่างเช่นที่เขาเคยพูดไว้อย่างสวยหรูในการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหลอกให้คนเข้าร่วมขบวนการ ซึ่งในตอนนั้นอยากกลับไปหาลูกเมียเพื่อทำการรักษาตัวที่บ้าน แต่ก็กลัวเจ้าหน้าที่จับกุม จะเข้ามอบตัวก็ไม่มีเงินทองในการต่อสู้คดีความในชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นคนแรกในหมู่บ้านที่เข้าเป็นสมาชิกของขบวนการ เริ่มต้นงานแรกด้วยการพ่นสี ทำลายป้ายจราจร ป้ายบอกทาง เผายางรถยนต์สร้างความปั่นป่วน ใช้รถจักรยานยนต์ในการลาดตระเวนเส้นทางในเขตรับผิดชอบที่แกนนำมอบหมาย เพื่อทำการหาเป้าหมายในการก่อเหตุ และเส้นทางในการหลบหนี หลังจากนั้นได้รับการสั่งการให้ก่อเหตุด้วยการลอบยิง โดยเลือกเป้าหมายที่อ่อนแอไร้ทางต่อสู้ เด็ก ผู้หญิง หรือคนชรา ไม่มีการแยกแยะชาวไทยพุทธ-มุสลิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้หลงผิด ยังได้กล่าวถึงหน้าที่รับผิดชอบอีกอย่างหนึ่ง คือ การหาสมาชิกแนวร่วมที่อยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียงที่จะทำการก่อเหตุ ให้มาร่วมประชุม วางแผนเตรียมการกับแกนนำ โดยให้รับผิดชอบในการเตรียมการในการสนับสนุนเรื่องอาหารการกิน รวมทั้งที่ซ่อนตัวทั้งก่อนก่อเหตุ และหลังจากการก่อเหตุเสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้รับฟังข่าวสารว่าหน่วยงานภาครัฐ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความคิดต่างจากรัฐ สามารถเข้ามารายงานตัว แสดงตน เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนของกฎหมายกับโครงการพาคนกลับบ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้หลงผิดได้กล่าวพร้อมกับสีหน้า แววตายิ้มแย้มอย่างเปี่ยมสุขเมื่อได้ทำการเล่าเรื่องราวของตนมาถึง ณ ตรงนี้ ซึ่งได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งสำคัญของตนเองและครอบครัว แสงสว่างรำไรรออยู่เบื้องหน้านำพาไปสู่ทางออกทั้งที่ก่อนหน้านี้มืดมิดเหมือนคนที่สิ้นอนาคต หลังจากนั้นได้หาโอกาสกลับมาบ้านพูดคุยกับครอบครัว และตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นยังไม่มีความมั่นใจในวิธีการและกระบวนการขั้นตอนสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้รับการแนะนำ และช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างจริงใจ ในการอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทุกขั้นตอนในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สุดท้ายศาลสั่งไม่ลงโทษปล่อยตัวให้เป็นอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชีวิตของผมเหมือนตายแล้วเกิดใหม่จริงๆ ผมไม่ต้องใช้จ่ายค่าดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้ใช้เงินสักบาท แต่ที่สำคัญที่สุดคือทุกวันนี้ผมมีความสุข อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ- แม่-ลูก ดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนกับคนทั่วๆ ไปในหมู่บ้าน ผมและเพื่อนๆ อีกหลายคนได้เล็งเห็นว่า โครงการพาคนกลับบ้าน ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นโครงการที่ดี จึงอยากเชิญชวนไปยังผู้ที่หลงผิด มีความเกรงกลัวเจ้าหน้าที่รัฐ หนีหมายศาล หลบหนีการจับกุม และกลัวการถูกดำเนินคดีความ ได้มีโอกาสกลับเนื้อกลับตัวหันหลังให้กับขบวนการ แล้วกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ประตูสู่การกระทำความดีได้เปิดกว้างไว้สำหรับพวกเราทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตที่ต้องตกเป็นทาสรับใช้ขบวนการ BRN ชีวิตที่ต้องให้ใครต่อใครตราหน้าว่าเป็นแนวร่วมโจรใต้ มีแต่สร้างรอยบาปให้กับตัวเอง การกระทำที่ผิดต่อหลักคำสอนศาสนา อีกทั้งในทางกฎหมายบ้านเมืองมีคดีความติดตัว ต้องหลบหนีการติดตามจับกุมใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ได้อยู่กับครอบครัวเชื่อได้ว่ายังมีผู้ที่คิดต่างจากรัฐอีกหลายคนที่ต้องประสบกับชะตากรรมเช่นนี้ ตัวอย่างเรื่องราวของอดีตผู้ที่เคยหลงผิดที่ได้รับโอกาสจาก &amp;ldquo;โครงการพาคนกลับบ้าน&amp;rdquo; จนนำมาสู่การมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่า ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่กับครอบครัว สังคมไทย และภาครัฐยังเปิดโอกาสให้สำหรับคนที่กล้ากลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีเสมอ&amp;hellip;รีบฉวยโอกาสนั้นซะก่อนที่พรุ่งนี้จะไม่มีโอกาส&amp;hellip;..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพ,เรื่อง&amp;nbsp;www.southernreports.org/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7425</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, RKK, บังคับเป็นอาร์เคเค, อดีตแนวร่วมอาร์เคเค, อาร์เคเค, เหตุการณ์ปล้นปืน 2547, โครงการพาคนกลับบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad83e6c8348f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำBRNพึ่งพระบารมีร.10แก้ปัญหา3จังหวัดชายแดนภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพบีบีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.61-สุกรี ฮารี &amp;nbsp;สมาชิกบีอาร์เอ็นที่ร่วมโต๊ะพูดคุยกับรัฐไทย ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย ถึงความหวังในการเจรจากับรัฐบาลไทยว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมั่นใจในรัฐบาลทหารมากกว่ารัฐบาลประชาธิปไตย เพราะว่าเราคุยในรัฐบาลประชาธิปไตย การจะผ่านเรื่องใด ๆ เป็นเรื่องยาก ต้องมีขั้นตอน ต้องผ่านสภา แต่รัฐบาลทหาร ถ้าเขาจะให้ ก็ให้เลย อะไรทำได้ ทำเลย แต่ในวันนี้ รัฐบาลไม่นิ่ง นโยบายจากส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคไม่ประสานงานกันเพื่อแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บางทีผมคิดไปคิดมา เป็นความหวัง... รัชกาลที่ 10 ทรงนี้มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ถ้ารัฐบาลเป็นอย่างนี้ ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ นอกจากรัชกาลที่ 10 พระองค์เดียวที่จะแก้ปัญหาให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด&amp;quot; สุกรีกล่าวทิ้งท้าย บทสนทนากับบีบีซีไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5673</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, กลุ่มบีอาร์เอ็น, ดับไฟใต้, พึ่งพระบารมีร.10, สุกรี ฮารี, แก้ปัญหา3จังหวัดชายแดนภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab5ab5505bff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2026 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2018 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครจุด &#039;ไฟใต้&#039; BRNหรือผู้มีอิทธิพล อีกไม่นานจะมีคำตอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ความรุนแรงยังมีอยู่ แต่ลดความถี่ลง และความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถ้าฟังจากปากของ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งมั่นใจว่าเป็นความรุนแรงที่เกิดจากผู้มี อิทธิพล ในพื้นที่เป็นผู้ก่อเหตุ เพื่อสร้างสถานการณ์ เพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์แห่งธุรกิจผิดกฎหมายเอาไว้&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดคือการฆ่า ล้างครัว จำนวน 3 ศพ ที่บ้านน้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า ตระกูลนี้ซึ่งมีอาชีพเลี้ยงควายเกือบ 100 ตัว มีความขัดแย้งกันเอง&amp;nbsp;


แทงสล็อต ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ฆ่ากันไปฆ่ากันมาตายไปแล้วกว่า 10 ศพ และเชื่อว่า 3 ศพนี้ยังไม่ใช่ 3 ศพสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ประเด็นสำคัญของคดีนี้ อยู่ที่การให้ข่าวกับ สื่อ ของ พล.ต.จตุพร กลัมพะสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี ที่ ฟันธง ว่า การฆ่าล้างครัวครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ร่วมอยู่ในกลุ่มของคนร้ายด้วย&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เพียงยังไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่กล่าวถึงเป็นใคร ตำรวจ, ทหาร หรือฝ่ายปกครอง เพราะเจ้าหน้าที่ต้องการหาหลักฐานและพยานให้ได้ก่อนที่จะทำการจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็เป็นคดีที่คล้ายๆ กับหลายคดีที่เกิดขึ้นใน 3&amp;nbsp; 


เครดิตฟรีทดลองเล่น&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ในการก่อเหตุแต่ละครั้ง ต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือไม่ก็เป็นกองกำลังท้องถิ่น เช่น อาสาสมัครทหารพราน และอาสาสมัครรักษาดินแดน รวมทั้ง ชรบ. หรือชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ตำบล เป็นคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการปิดถนนยิงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อปี 2560 ที่สุดท้ายแล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมอยู่ในขบวนการสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการฆ่าล้างครัว 3 ศพ ที่บ้านน้ำดำ ที่ผลจากการตรวจสอบปลอกกระสุนพบว่า เป็นอาวุธปืนที่ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนใช้ในการก่อเหตุในพื้นที่มาแล้วหลายคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรงนี้อย่างได้แปลกใจ และอย่าได้หลงประเด็นว่า เป็นการลงมือของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งเป็นประเด็นของความมั่นคง เดี๋ยวจะมีการ หลงทิศ และ ศอ.บต.ต้องจ่ายเงิน เยียวยา โดยใช่เหตุอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เป็นอย่างนี้เพราะ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน กับกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งที่สวมเสื้อของ ท้องถิ่น และ ท้องที่ จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่มี อิทธิพล ในพื้นที่ เป็นพวกเดียวกัน และแม้แต่กองกำลังท้องถิ่นในพื้นที่ ส่วนหนึ่งก็เป็นพวกเดียวกับ แนวร่วม ของ บีอาร์เอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปืนที่ใช้ในการ สังหาร หรือในการก่อเหตุ จึงเป็นปืน กองกลาง ที่เจ้าหน้าที่รัฐ กองกำลังท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นบางกลุ่ม สามารถนำมาใช้ในการก่อเหตุได้ และหลังก่อเหตุแล้วสามารถเบี่ยงเบนประเด็นให้เจ้าหน้าที่ผู้ อ่อนหัด และต้องการปิดคดีเร็ว เข้าใจผิดว่าเป็นการลงมือของ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน กลายเป็นคดีความมั่นคง ทั้งที่เป็นเรื่องล้างแค้นจากเรื่องผลประโยชน์ และความขัดแย้งส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในพื้นที่ 3 จังหวัด นอกจากเจ้าหน้าที่รัฐ มือปืนรับจ้าง เป็นพวกเดียวกับ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนแล้ว ผู้มีอิทธิพล ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ บางกลุ่ม บางคน ยังสามารถใช้ความเป็น เครือข่าย ความเป็น ญาติพี่น้อง และเป็นพวกเดียวกันสั่งการ หรือ ขอแรง ขอช่วย แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลุ่มต่างๆ ให้ จัดการ กับ ศัตรู ที่ขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ หรือแก้แค้นเรื่องส่วนตัวได้อีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น คดีสังหารโหด อิหม่ามยะโกบ หร่ายมณี อิหม่ามมัสยิดกลาง จังหวัดปัตตานี ที่ผ่านมาหลายปี แต่เจ้าหน้าที่รู้อยู่เต็มอกว่า ผู้ตายขัดแย้งกับใคร และใครคือผู้บงการ แต่สุดท้ายทำได้แค่จับกุม แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน และสรุปว่า เป็นเรื่องความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เขียนถึงประเด็นนี้มายืดยาว เพียงเพื่ออยากให้สังคมได้รับรู้ความจริงประการหนึ่งว่า ผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่รัฐ และกองกำลังท้องถิ่น กับ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนเป็นพวกเดียวกัน ดังนั้นจึงเห็นด้วยกับแนวทางของ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ที่จะ จัดการ กับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพียงแต่ขอให้ ทำจริง และ เอาจริง กับคนกลุ่มนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะที่ผ่านมาผู้นำของกองทัพภาคที่ 4 หรือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต่างรู้ดีว่า การค้ายาเสพติด การค้าน้ำมันเถื่อน การตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกที่ดิน การทำธุรกิจเถื่อนทั้งหมด ในทุกรูปแบบที่ดำรงอยู่และเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นเพราะคนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในขบวนการแบ่งแยกดินแดน และเจ้าหน้าที่รัฐส่วนหนึ่งก็เป็นคนในที่รับผลประโยชน์จากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่...ไม่เคยมีผู้นำคนไหนของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รวมทั้งเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่จะ จริงจัง กับการปราบปราม จับกุมผู้มีอิทธิพล ที่จับๆ กัน แม้แต่การ จับบ่อน การพนันในพื้นที่จังหวัดสงขลา เป็นเพียงการจับเพื่อให้เปิดใหม่ และต้อง จ่ายส่วย ให้กับหน่วยที่ไปจับเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่สะท้อนถึงความล้มเหลวของการจับกุม หรือปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่ อิงแอบ ทั้งกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน และเจ้าหน้าที่รัฐ คือ การปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.ยะลา และนราธิวาส โค่นป่า แปรรูปไม้เถื่อนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ โดยการป้องกันไม่ได้ผล เพราะเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่ และผู้ที่สวมเครื่องแบบ ท้องที่ ท้องถิ่น เป็นพวกเดียวกับ นายทุน นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กองกำลังท้องถิ่น กว่า 80,000 นาย เดินกันให้ ขวักไขว่ แต่กลับไม่สามารถป้องกันการทำลายป่าได้ การบุกรุกป่าของกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้ แม้แต่ กระผีกริ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าคิดว่าปัญหาของความไม่สงบที่เกิดขึ้นยาวนานกว่า 13 ปี หลักใหญ่ใจความมาจากเรื่องผลประโยชน์ และเกิดจากผู้มีอิทธิพล ตามความเชื่อของแม่ทัพภาคที่ 4 ก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วย ทหาร ตำรวจ ป.ป.ส. ศุลกากร สรรพสามิต ฝ่ายปกครอง ดำเนินการกับผู้มีอิทธิพล ซุ้มมือปืน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ที่เป็นผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง ซึ่งน่าจะง่ายกว่าการไปจับกุม แนวร่วม และ แกนนำ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนเป็นไหนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะผู้มีอิทธิพล ผู้ค้ายาเสพติด ผู้เปิดบ่อนการพนัน ผู้ตัดไม้ทำลายป่า เจ้าของหวยรายใหญ่ จับกุมไม่ยากหรอก แค่เห็น สีเขียว สีกากี ก็เข่าอ่อนแล้ว ที่มีอิทธิพลอยู่ได้ เป็นเพราะการใช้ ธนบัตร เป็นใบเบิกทางทั้งนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ตกอยู่ใต้อิทธิของ ธนบัตร ที่เรียกกันว่า ส่วย เท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้คนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังเชื่อว่า ผู้ก่อการร้าย ตัวจริง คือขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น เรื่องผู้มีอิทธิพลเป็นเพียงตัวประกอบหนึ่งของความไม่สงบเท่านั้น แต่เมื่อผู้นำทัพเชื่อมั่นว่าไม่ใช่ ก็ต้องให้ เครดิต กับผู้ที่เป็น ผู้นำ เพราะใครผิด ใครถูก สถานการณ์ในพื้นที่และกาลเวลาจะเป็นผู้ให้คำตอบอย่างรวดเร็ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 5pt 0cm; text-align: right;&quot;&gt;เมือง ไม้ขม รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1391</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, ก่อความไม่สงบ, ชายแดนใต้, บีอาร์เอ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180120/image_big_5a6294b970728.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
