<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โคลด์เพลย์’ สุดปัง ‘เซลีนา โกเมซ-บีทีเอส-We Are KING-จาค็อบ คอลลิเออร์’ ร่วมแจม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังปล่อยซิงเกิลที่ล้วนสร้างความฮือฮาให้กับวงการเพลงทั่วโลก สมเป็นวงร็อกระดับหัวแถวของโลก ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; หรือว่า &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ที่เป็นการทำงานร่วมกับกลุ่มศิลปิน K-Popระดับท็อป BTS (บีทีเอส) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Coldplay (โคลด์เพลย์) ก็ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดใหม่ &amp;lsquo;Music of the Sphere&amp;rsquo; งานหมายเลข 9 ของพวกเขาออกมาให้ฟังกันเรียบร้อยแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยซิงเกิล &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; นอกจากจะเป็นซิงเกิลฮิตเพลงแรกจาก &amp;lsquo;Music of the Sphere&amp;rsquo; แล้ว ยังเปิดตัวได้สุดกระหึ่ม เมื่อมนุษย์อวกาศชาวฝรั่งเศส Thomas Pasquet (โธมัส พาเก็ต) เป็นคนแนะนำให้โลกได้ฟังเป็นครั้งแรก ด้วยการเปิดเพลงนี้บนสถานีอวกาศนานาชาติที่อยู่นอกโลก ขณะที่ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ก็เปิดตัวด้วยอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงฮิตบิลล์บอร์ด ฮ็อต 100 (Billboard Hot 100) พร้อมทำยอดวิวบนยูทูบผ่านร้อยล้านได้อย่างรวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากสองเพลงที่ถูกตัดเป็นซิงเกิล และได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงทั่วโลกอย่างอบอุ่นแล้ว ในอัลบั้ม &amp;lsquo;Music of the Sphere&amp;rsquo; ยังมีเพลงดี ๆ ให้ฟังอีกมากมาย อาทิ &amp;ldquo;Let Somebody Go&amp;rdquo; เพลงช้า ที่ Coldplayได้สาวระดับท็อป Selena Gomez (เซลีนา โกเมซ) มาร่วมงาน หรือ &amp;ldquo;Heart&amp;rdquo; งานแบบGospel ซึ่งพวกเขามี &amp;nbsp;We Are KING (วี อาร์ คิง) และ Jacob Collier (จาค็อบ คอลลิเออร์) มาแจม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึง &amp;ldquo;Coloratura&amp;rdquo; งานในแบบโพรเกรสสีฟ สุดอลังการ ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่แค่เป็นงานเพลงดนตรีล้ำ ๆ ตามสไตล์Coldplay ยังเป็นเพลงที่มีท่วงทำนองที่ไพเราะในแบบป็อป ติดหู ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของวงดนตรีจากเกาะอังกฤษวงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟัง &amp;lsquo;Music of the Sphere&amp;rsquo; กันได้จากSpotify, Apple Music, Joox และ True ID Music หรือดาวน์โหลดได้ที่ iTunes Store ส่วนมิวสิก วิดีโอ, คลิปต่าง ๆ ของเพลงในอัลบั้มชุดนี้ และชุดอื่น ๆ ของโคลด์เพลย์ ก็ชมได้ทาง YouTube Channel: &amp;nbsp;Coldplay&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการันตีได้เลยว่า ไม่ว่าจะเป็นเพลงจากอัลบั้มชุดก่อนหน้าหรือ &amp;lsquo;Music Of The Spheres&amp;rsquo; ก็ล้วนมาครบทั้งคุณภาพ และความลงตัวในแบบป็อป ที่ฟังแล้ว &amp;lsquo;ชอบ&amp;rsquo; แน่นอน โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120175</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, Coldplay, Jacob Collier, Selena Gomez, Warner Music (วอร์นเนอร์ มิวสิค), We Are KING, จาค็อบ คอลลิเออร์, บีทีเอส, วี อาร์ คิง, เซลีนา โกเมซ, โคลด์เพลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e50e28670a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MV‘My Universe’ของศิลปินระดับโลก Coldplay และ BTS ทะลุ20 ล้านวิวในวันเดียว! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องฮือฮาระดับ Talk of the World เมื่อสองสุดยอดศิลปินของโลก จากตะวันตกและตะวันออก Coldplay (โคลด์เพลย์) และ BTS (บีทีเอส) มาจับมือร่วมกันทำเพลง &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องฮือฮาคุยกันไปทั้งโลกเท่านั้น เพราะเมื่อมิวสิกวิดีโอ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ฉบับเนื้อร้อง ปล่อยออกมาให้ชมและฟังกันบน YouTube Channel Coldplay ก็กระหน่ำยอดวิวทะลุ 40 ล้านอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวเพลงที่ได้รับคำชม จากการผสมผสานเสน่ห์กับสไตล์เฉพาะตัวของ Coldplay และ BTS เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ยอดสตรีมก็ผ่านหลัก 100 ล้านโดยใช้เวลาไม่นาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้มิวสิกวิดีโอฉบับเต็ม ๆ ของ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ปล่อยออกมาให้ได้ชมเรียบร้อย ที่ YouTube Channel Coldplay ซึ่งทำออกมาได้อย่างแปลกตาโดย Dave Mayers (เดฟ เมเยอร์ส) ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอของ &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; ซิงเกิลก่อนหน้านี้ของ Coldplay นั่นเอง ทำให้มิวสิกวิดีโอ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; มีคอนเซ็ปต์ต่อเนื่องจาก &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; ได้อย่างกลมกลืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในมิวสิกวิดีโอ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; Coldplay และ BTS จะพาแฟนเพลงเดินทางไปยังแกแล็กซีอันแสนไกล The Spheres (เดอะ สเฟียร์ส) ที่เสียงเพลงเป็นของต้องห้าม แต่ BTS, Coldplay และวงดนตรีแอเลียนระดับซูเปอร์กรุปที่ชื่อว่า Supernova 7 (ซูเปอร์โนวา 7) จะมาจับมือกันต่อต้านข้อห้ามนี้ ด้วยการร่วมร้องเพลง &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ผ่านโฮโลแกรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งให้มิวสิกวิดีโอนี้ ไม่ได้มีแค่คอนเซ็ปต์ล้ำ ๆ แต่ยังมีการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม งานด้านภาพก็หวือหวา สมเป็นงาน SI-FI ว่าด้วยชีวิตในห้วงอวกาศ&amp;nbsp; งานนี้ต้องชมกันด้วยตาว่า มันล้ำขนาดไหนได้ทาง YouTube Channel Coldplay ที่ยังมีมิวสิกวิดีโอและคลิปการแสดงในเพลงอื่น ๆ ของ Coldplay ให้ได้ชมอีกเพียบ และสามารถฟังกันได้แล้วที่ Spotify, Apple Music, JOOX และ TrueID Music&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเพลง &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; เป็นอีกเพลงหนึ่งจากอัลบั้มใหม่ของ Coldplay &amp;lsquo;Music Of The Spheres&amp;rsquo; ที่มีกำหนดปล่อยให้ฟัง15 ตุลาคมนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ไปท่องอวกาศกับ &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; สองซิงเกิลเพราะๆ&amp;nbsp; มิวสิกวิดีโอล้ำๆ ก่อนเดินทางไปสู่แกแล็กซีอันแสนไกลกับ Coldplay กันเต็มๆ อีกที โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118446</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, Coldplay, My Universe, บีทีเอส, วอร์นเนอร์ มิวสิค, ศิลปินฝรั่ง, ศิลปินเกาหลี, โคลด์เพลย์, ไอดอลเกาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156bf1e03084.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลตัดสินกทม.ผิด สร้างลิฟต์BTSช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; (กทม.) ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีจัดทำลิฟต์และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า BTS จำนวน&amp;nbsp; 23 สถานี ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่ศาลปกครองสูงสุดกำหนดในคำพิพากษา ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ กทม.ชดใช้ค่าเสียหายจากกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างลิฟต์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า BTS ให้แก่ผู้ฟ้องคดีเฉพาะรายที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร อันเป็นท้องที่จังหวัดเดียวกับท้องที่ที่ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (รถไฟฟ้า BTS) ตั้งอยู่ เป็นเงินจำนวนรายละ 5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินค่าเสียหาย นับถัดจากวันฟ้องถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า แม้ในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายแดงที่ อ.650/2557 กทม.จะประสบกับปัญหาและอุปสรรคหลายประการ และมีเหตุผลเพียงพอจะรับฟังได้ว่า บางสถานีและการก่อสร้างลิฟต์ในบางจุดมีข้อจำกัด รวมทั้งจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการให้ครบถ้วนตามคำพิพากษาดังกล่าว อีกทั้ง กทม.ได้พยายามปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเรื่อยมาก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาวันที่พ้นกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจนถึงปัจจุบันแล้ว ระยะเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 5 ปี ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ล่าช้าเกินสมควร และความล่าช้าดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของ กทม. ซึ่งเป็นเรื่องที่ กทม.สามารถที่จะเร่งรัดให้เป็นไปโดยรวดเร็วขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีดังกล่าวได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า การจัดให้มีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการ รวมทั้งสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการที่สถานีขนส่งและรถรางนั้นอยู่ในวิสัยที่ กทม.จะดำเนินการได้ อีกทั้งเป็นกรณีที่ กทม.พึงคาดหมายได้ว่า หากการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ย่อมส่งผลให้คนพิการรวมถึงผู้ฟ้องคดีหลายรายยังคงต้องประสบกับอุปสรรคและไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรในการใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ต่อไป กรณีจึงถือได้ว่า กทม.ปฏิบัติหน้าที่ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดล่าช้าเกินกว่าที่กำหนดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ตั้งแต่พ้นกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557 จนถึงวันฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีบางรายมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร อันเป็นท้องที่เดียวกับท้องที่ที่ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ ฉะนั้น การที่ กทม.ปฏิบัติหน้าที่ตามคำพิพากษาศาลฯ ล่าช้าเกินกว่าที่กำหนด จึงส่งผลโดยตรงให้ผู้ฟ้องคดีดังกล่าวซึ่งล้วนแต่มีความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย และผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ต้องประสบกับอุปสรรคและไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรในการใช้บริการระบบรถไฟฟ้าฯ ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการสาธารณะเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป กรณีจึงถือได้ว่า การกระทำของ กทม.ดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งมวลชนที่พิพาทซึ่งเป็นบริการสาธารณะ อันเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายให้ความคุ้มครองไว้ ดังนั้น การที่ กทม. ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลไม่แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา จึงครบองค์ประกอบของการกระทำละเมิดตามมาตรา 420&amp;nbsp; แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยถือเป็นการกระทำละเมิดอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติล่าช้าเกินสมควรและต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อผู้ฟ้องคดีเฉพาะรายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีผู้ฟ้องคดีรายที่มิได้มีภูมิลำเนาในท้องที่จังหวัดเดียวกับท้องที่ที่ระบบขนส่งมวลชนที่พิพาทตั้งอยู่ โดยไม่ได้พิสูจน์ให้ศาลเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษอื่นใดที่ทำให้ผู้ฟ้องคดีดังกล่าวได้รับความเสียหายจากการไม่อาจเข้าถึงหรือใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งมวลชนที่พิพาท&amp;nbsp; กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่า การกระทำของ กทม.ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีกลุ่มนี้แต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116833</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, กรุงเทพมหานคร, ชดใช้ค่าเสียหาย, ศาลปกครองสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de5f1ecda590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.โล่งศาลฯจำหน่ายคดี &#039;BTS&#039;ร้องประมูลสายสีส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ส.ค. 2564 รายงานข่าวแจ้งว่าศาลปกครองสูงสุด แจ้งว่าในคดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 ระหว่าง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส ยื่นฟ้อง คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36แห่ง พรบ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เเละการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการกระทำละเมิดจากคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเนื่องมาจากคำสั่งทางปกครอง (อุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีบางข้อหาเพราะเหตุแห่งการฟ้องคดีหมดสิ้นไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีในข้อหาฟ้องขอให้เพิกถอนหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนของรฟม.(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1ที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ที่ให้ใช้การประเมินซองที่ 2ข้อเสนอทางเทคนิคและซองที่ 3ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทนรวมกันแล้วแบ่งสัดส่วนเป็นคะแนนซองที่ 2จำนวน 30คะแนนและคะแนนซองที่ 3จำนวน 70 คะแนนในการดำเนินการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนฯและให้คำสั่งศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 19 ต.ค.63 ที่ให้ทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1ไว้เป็นการชั่วคราวสิ้นผลบังคับลงไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113821</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, คดีฟ้องร้องประมูลสายสีส้ม, รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.), สายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60385ec13eba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาร์มี่ไทย&#039; เตรียมพร้อม แมคโดนัลด์ พร้อมเปิดตัวเมนูเซ็ตสุดพิเศษ “BTS Meal” วางจำหน่าย 16 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;14 ก.ค. 2564 บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารบริการด่วนภายใต้แบรนด์แมคโดนัลด์ในประเทศไทย ต่อยอดความร่วมมือครั้งสำคัญในระดับโลกของแมคโดนัลด์ และ BTS
ศิลปินบอยแบนด์ชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่เพื่อเขย่าตลาดอาหารบริการด่วน (QSR-Quick Service Restaurant) ในประเทศไทย ด้วยการส่งเมนูเซ็ตสุดพิเศษ &amp;ldquo;BTS Meal&amp;rdquo; ที่แฟน ๆ ชาวไทยรอคอยให้ได้ลิ้มลองตั้งแต่วันที่ 16 กรกฏาคมนี้ ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำของแมคโดนัลด์ในการสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่โดนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเกิดแคมเปญระดับโลกของแมคโดนัลด์และศิลปินวง BTS หรือที่แฟนคลับชาวไทยเรียกว่า บังทัน มีจุดเริ่มต้นจากเรื่องจริงที่ว่า ศิลปินวงนี้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของแมคโดนัลด์มาอย่างยาวนาน พวกเขามักจะทานแมคโดนัลด์อยู่บ่อย ๆ เมื่อเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ วง BTS ซึ่งมีเพลงฮิตติดท็อปชาร์ตทั่วโลกตั้งแต่ปี 2556 ยังสามารถเชื่อมโยงผู้คนทั่วทุกแห่งหนเข้าด้วยกัน และมอบพลังบวกให้กับเหล่าแฟนคลับของพวกเขาหรืออาร์มี่ ผ่านบทเพลงที่มีความหมายดี ๆ เช่นเดียวกับแมคโดนัลด์ที่มุ่งมั่นในการส่งมอบช่วงเวลาความสุขแก่ลูกค้าผ่านอาหารที่อร่อย คุณภาพดี และประสบการณ์ที่น่าประทับใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;เมนูเซ็ตพิเศษ BTS Meal เกิดจากแนวคิดหลักของแคมเปญที่ว่า &amp;lsquo;แมคโดนัลด์เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน แม้แต่คนที่โด่งดังหรือมีชื่อเสียง&amp;rsquo; เราทราบดีว่าลูกค้าในประเทศไทยและแม้แต่พนักงานของเราเอง ต่างก็ตื่นเต้นและรอคอยการมาถึงของเมนูเซเลบริตี้ ซิกเนเจอร์ในครั้งนี้ หวังว่าทุกท่านจะได้รับความสุขและเอร็ดอร่อยไปพร้อมกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BTS Meal ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของวงบอยแบนด์ BTS จำหน่ายในราคา 199 บาท ประกอบด้วย แมคนักเก็ต ทอดเสิร์ฟร้อน เหลืองกรอบ สดใหม่ ผลิตจากเนื้ออกไก่ ปลอดสารแต่งสีและกลิ่น จำนวน 10 ชิ้น เฟรนช์ฟรายส์ ซึ่งผลิตจากมันฝรั่งแท้ 100% นำเข้าจากต่างประเทศ ขนาดกลาง (M) 1 กล่อง เครื่องดื่มโค้ก ขนาด 16 ออนซ์ 1 แก้ว และไอเท็มเด็ดของเมนูนี้คือ สวีท ชิลลี่ ซอส และเคจัน ซอส ซึ่งสร้างสรรค์จากสูตรต้นตำรับของแมคโดนัลด์ ประเทศเกาหลีใต้ &amp;nbsp;หรือจะเลือกอิ่มใหญ่ อัพไซส์เฟรนช์ฟรายส์เป็นขนาดใหญ่ (L) และเครื่องดื่มโค้ก ขนาด 22 ออนซ์ ในราคาเพียง 209 บาท หรือเลือกอิ่มจุก ๆ &amp;nbsp;เพียงอัพไซส์เฟรนช์ฟรายส์เป็นขนาดใหญ่พิเศษ (XL) และเครื่องดื่มโค้ก ขนาด 32 ออนซ์ ในราคา 219 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1080x10801 &amp;nbsp;02 McDonald&amp;#39;s BTS Meal&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ แมคโดนัลด์ ยังเตรียมปล่อยภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่มีหนุ่ม ๆ วง BTS ร่วมแสดง โดยมีเพลง Butter ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดของวงและไต่ขึ้นชาร์ตในอันดับสูงสุด ประกอบในภาพยนตร์โฆษณานี้ด้วย รับชมพร้อมกันในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ทาง Youtube: McDonald&amp;rsquo;s Thailand (https://youtu.be/ta0U1pyRbNs)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แมคโดนัลด์เตรียมจำหน่ายชุด BTS Meal ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม ถึง 18 สิงหาคมนี้ หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ลูกค้าสามารถสั่งสินค้า ณ ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (www.bit.ly/McTHBTS) บริการไดร์ฟ ทรู บริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน แมคดิลิเวอรี ใน 3 ช่องทาง คือ โทร.1711 เว็บไซต์ www.mcdonalds.co.th หรือแอปพลิเคชันของแมคโดนัลด์ และแอปฯ GrabFood &amp;nbsp;ทั้งนี้ ร้านแมคโดนัลด์ที่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด สามารถสั่งซื้อชุด BTS Meal ได้ทางบริการไดร์ฟ ทรู บริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน แมคเดลิเวอรี และแอปฯ GrabFood &amp;nbsp;เท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/mcthai&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109647</URL_LINK>
                <HASHTAG>ARMY, BTS, BTS Meal, แมคโดนัลด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee652e1950d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอาญาฯยังไม่รับฟ้องปมล้มสายสีส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 15 มี.ค.นี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ทนายฝ่ายโจทก์ได้เดินทางมาที่ศาลอาญาฯ เพื่อรับฟังคำฟ้อง ต่อนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 7 คน ณ บัลลังก์ 708 ขณะที่ รฟม.ไม่มีผู้แทนตามกฎหมายมาแต่อย่างใด มีเพียงทีมงานฝ่ายกฎหมายมานั่งรับฟังเท่านั้น จากนั้นศาลได้ชี้แจงต่อผู้แทนทุกส่วนว่า &amp;quot;ขั้นตอนของคดีนี้เป็นการพิจารณาคดีแบบเปิด และคดีสำคัญต้องปรึกษากับอธิบดีและรองอธิบดีฯ ก่อนทุกครั้ง&amp;quot; จากนั้นได้ให้ทนายฝ่ายโจทก์ ถึงการฟ้องร้องในชั้นศาลปกครอง ซึ่ง

หลังจากนี้ศาลให้ส่งหนังสือถึง รฟม. เพื่อขอคำชี้แจงและตรวจเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ เอกสารยื่นข้อเสนอโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม หรือ RFP / รายงานประชุมคณะกรรมการคัดเลือกตาม มาตรา 36 / หนังสือคัดค้านจากผู้แทนสำนักงบประมาณ โดยให้ส่งหนังสือภายใน 30 วัน หรือภายในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ พร้อมกับนัดทั้งสองฝ่ายมาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 5 พฤษภาคม 2564

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ที่ปรึกษาประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (BTS) กล่าวว่า วันนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งรับคำฟ้องหรือไม่ โดยมีการตรวจคำฟ้องของ บีทีเอสซี ต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 คน ว่าครอบคลุม ครบถ้วน ถูกต้องหรือไม่ โดยเบื้องต้นศาลระบุว่า คดีนี้อยู่ในอำาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่จะพิพากษาได้

ศาลมองว่า เรื่องนี้เป็นคดีสำคัญ มีทุนทรัพย์มีมูลค่าสูง ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และเนื่องจากข้อมูลเอกสารอาจจะไม่เพียงพอครบถ้วน ศาลจึงสั่งให้รฟม.จัดทำเอกสารส่งเพิ่มเติม ภายใน 30 วัน ได้แก่ 1.การดำเนินการคัดเลือกกเอกชนครั้งแรกที่มีการยกเลิก 2. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร 3. คำสั่งที่ยกเลิกประกาศเชิญชวน 4. รายงานการประชุมที่มีเปลี่ยนแปลงรวมถึงรายงานการประชุมที่เกี่ยวกับการยกเลิกต่างๆ และหนังสือยืนยันความเห็นคัดค้าน ของนางสาวกนกรัตน์ ขุนทอง ผู้แทนสำนักงบประมาณ

&amp;ldquo;บริษัทเป็นเอกชน จึงไม่มีเอกสารเป็นเอกสารปรากฎในสื่อ โดยศาลจะขอเอกสารตัวจริงจากรฟม. ในส่วนของบริษัทฯจะพิจารณาเพื่อนำเสนอความเห็นเพิ่มเติมในเวลา 30 วัน เช่นกัน เราคาดหวังว่า เมื่อรฟม.มีการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม ในวันที่ 5 พ.ค. ศาลจะมีคำสั่งรับฟ้องและเริ่มการไต่สวนมูลฟ้อง พิจารณาคดีว่ามีมูลหรือไม่ต่อไป&amp;rdquo; พ.ต.อ.สุชาติ กล่าว

ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือBTSC กล่าวว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ให้รฟม.ส่งข้อมูลเพิ่มเติม ภายในเวลา30 วัน และนัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 5 พ.ค. 2564 ซึ่งก็ต้องรอฟังอีกครั้งว่าจะรับฟ้องหรือไม่

ส่วนคดีที่ BTSC ยื่นต่อศาลปกครองกลาง ฟ้อง รฟม. กับคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา36 แห่งพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ2562 เรื่องการ เปลี่ยนเกณฑ์การคัดเลือกประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีบางข้อหาการฟัองร้องนั้น ขณะนี้ทีมกฎหมายของบริษัทฯอยู่ระหว่างพิจารณา ในยื่นอุทธรณ์อย่างไร และยื่นอะไรบ้าง โดยจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ ทนายความผู้ได้มอบอำนาจจาก บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ให้ยื่นฟ้องคณะผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 165 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96123</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, การรถไฟฟ้าขนส่งแห่งประเทศไทย (รฟม.), ประมูลสายสีส้ม, ล้มประมูลรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6047386e9d61e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนกรุงเทพอ่วม!!กทม.เคาะค่าโดยสารบีทีเอสตลอดสาย104บาท ดีเดย์16ก.พ.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ออกประกาศลงนามคำสั่งกรุงเทพมหานคร เรื่อง การกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีเขียว โดยตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.64 เป็นต้นไป จะมีการจัดเก็บค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ดังนี้ ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต จากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ถึงสถานีคูคต จำนวน 16 สถานี เก็บในอัตรา 15-45 บาท (ปรับเพิ่มขึ้น 3 บาทต่อสถานี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สายสุขุมวิท จากสถานีอ่อนนุช ถึงสถานีหมอชิต รวม 17 สถานี และสายสีลม จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ถึงสถานีสะพานตากสิน รวม 6 สถานี และส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงที่ 1 จากสถานีกรุงธนบุรี ถึงสถานีวงเวียนใหญ่ จำนวน 2 สถานี เก็บค่าโดยสารตามที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท จากสถานีบางจาก ถึงสถานีแบริ่ง จำนวน 5 สถานี และจากสถานีสำโรง ถึงสถานีเคหะสมุทรปราการ จำนวน 9 สถานี เก็บในอัตรา 15-45 บาท(ปรับเพิ่มขึ้น 3 บาทต่อสถานี) และส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงที่ 2 จากสถานีโพธิ์นิมิตร ถึงสถานีบางหว้า จำนวน 4 สถานี เก็บในอัตรา 14-24 บาท (ปรับเพิ่มขึ้น 3 บาทต่อสถานี) ทั้งนี้ตลอดแนวเส้นทางให้จัดเก็บค่าโดยสารแรกเข้าเพียงครั้งเดียว โดยให้เก็บค่าโดยสารตลอดเส้นทางไม่เกิน 104 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กทม. ได้ทยอยเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มาตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.61 และเปิดให้บริการเดินรถเต็มทั้งระบบในวันที่ 16 ธ.ค.63 โดยในช่วงทดลองให้บริการไม่ได้เก็บค่าโดยสารจากผู้ใช้บริการเป็นระยะเวลาเกือบสามปีมาแล้ว เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชน ดังนั้นเมื่อขณะนี้เปิดให้บริการเดินรถเต็มทั้งระบบแล้ว ประกอบกับ กทม. มีภาระค่าใช้จ่ายในการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเริ่มเรียกเก็บค่าโดยสารจากผู้ใช้บริการในส่วนต่อขยายสายสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ใช้บริการในช่วงหมอชิต-อ่อนนุช จะไม่ได้รับผลกระทบ ยังคงเสียค่าโดยสารในอัตราเดิม และจะไม่มีการเรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนกันระหว่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก (หมอชิต-อ่อนนุช และสะพานตากสิน-สนามกีฬาแห่งชาติ) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า และอ่อนนุช-แบริ่ง และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามปกติอัตราค่าโดยสารของโครงการสายสีเขียวสูงสุดตลอดสายจะอยู่ที่ 158 บาท แต่เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 กทม. จึงปรับอัตราค่าโดยสารสูงสุดตลอดสายอยู่ที่ 104 บาท ซึ่ง กทม. จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินการส่วนต่อขยายประมาณปีละ 3,000-4,000 ล้านบาท เมื่อนับรวมตั้งแต่ปี 64-72 จะมีผลขาดทุนถึงประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน กทม. อยู่ระหว่างนำเสนอแก้ไขสัญญาสัมปทานการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน(PPP)ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งหากมีการเห็นชอบแล้ว การแก้ไขสัญญาสัมปทานนี้จะช่วยลดอัตราค่าโดยสารสูงสุดจาก 104 บาท เป็น 65 บาท ลดลง 39 บาท และแก้ไขภาระหนี้สินกว่า 120,000 ล้านบาทของ กทม. ได้ ซึ่งประกอบด้วย ภาระหนี้สินเดิมที่เกิดขึ้นจากการรับโอนโครงการส่วนต่อขยายที่ 2 ทั้งในส่วนเงินต้นค่างานโยธาที่ประมาณ 55,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และภาระดอกเบี้ยในอนาคตอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท ค่าลงทุนในงานระบบ (E&amp;amp;M) ในส่วนต่อขยายที่ 2 ประมาณ 20,000 ล้านบาท ภาระหนี้ค่าจ้างงานเดินรถค้างจ่ายอีกประมาณ 9,000 ล้านบาท และภาระผลขาดทุนจากการดำเนินการส่วนต่อขยายตั้งแต่ปี 64-72 รวมอีกประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท นอกจากนี้ เอกชนยังต้องแบ่งส่วนแบ่งรายได้ค่าโดยสารหลังปี 2572 ให้ กทม. อีกกว่า 200,000 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งเพิ่มเติมในกรณีที่ผลประกอบการจริงดีกว่าที่คาดการณ์ตอนเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทม.ยืนยันว่า ภายใต้อำนาจของ กทม.จะพยายามแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวอย่างดีที่สุดเพื่อให้ลดผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด โดย กทม.จะอธิบายถึงเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้รับจากการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนต่อรัฐบาล เพื่อที่จะให้สามารถปรับอัตราค่าโดยสารให้ค่าโดยสารของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวตลอดสายลดลงมาเหลือ 65 บาทโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89998</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, กทม., ค่าโดยสารบีทีเอส, อัตราค่าโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4a418560f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
