<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TikTok ในเกมสงครามสหรัฐฯ-จีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;TikTok คืออะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเคยถูกตั้งคำถามนี้เมื่อหลายเดือนก่อนจากเยาวชนคนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลุงรู้จัก TikTok ไหม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นจะบอกว่าไม่รู้จักผมก็กลัวเด็กหาว่าผมเป็นไดโนเสาร์ยุคดิจิทัล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเงียบอยู่พักหนึ่ง แอบถาม &amp;quot;อากู๋&amp;quot; (Google) ในมือถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าแล้วผมก็ตอบเด็กคนนั้นไปว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลุงรู้แล้ว TikTok คือสิ่งที่เด็กชอบแต่ผู้ใหญ่ไม่รู้จัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมรอดตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผมก็แอบเข้าไปเล่น TikTok บ้างเพราะ app นี้ให้ผู้คนสามารถทำคลิปวิดีโอสั้น (ไม่เกิน 60 &amp;nbsp;วินาที) เพื่อแลกเปลี่ยนกับคนที่เข้ามาเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนบอกผมว่าคนอายุมากอย่างผมเข้าไปเล่น TikTok ไม่ได้หรอก เพราะมีแต่เด็กๆ ส่งคลิปร้องรำทำเพลงและทำอะไรแผลงๆ เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไม่ยอมแพ้ เพราะเชื่อว่าที่ไหนมีเวทีสำหรับข่าว ที่นั่นคนข่าวย่อมจะสามารถปรับเนื้อหาและวิธีการนำเสนอให้สอดคล้องกับเวทีนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเล่น TikTok มาหลายเดือนแล้วครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;TikTok ในภาษาจีนชื่อ Douyin 抖音(โต่วยิน) ก่อตั้งในนามบริษัท ByteDance ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ปักกิ่งเมื่อปี 2012 โดยผู้ก่อตั้งที่ชื่อ &amp;quot;จาง อี้หมิง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;TikTok เปิดตัวครั้งแรกในตลาดจีนก่อนเมื่อเดือนกันยายน 2016
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีต่อมาก็เปิดไปตลาดทั่วโลกในระบบ iOS และ Android&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ได้ใช้กันทั่วโลกรวมทั้งสหรัฐฯ ก็เมื่อ ByteDance ผนวกธุรกิจกับ Musicial.ly เมื่อวันที่ 2 &amp;nbsp;สิงหาคม 2018 นี่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ TikTok กับ Douyin นั้นเป็น apps เหมือนกันแต่ใช้ servers ต่างกัน และมีเนื้อหาที่แยกกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อจะหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์เซ็นเซอร์ของเจ้าหน้าที่จีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนั้นคนเล่น TikTok ได้ใน 150 ตลาด 75 ภาษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนดาวน์โหลดทั่วโลกกว่า 1,000 ล้านบัญชีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารห้าม TikTok เข้าไปในอเมริกา ผมจึงรู้ว่าสหรัฐฯ กำลังหวาดหวั่นอิทธิพลจีนอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ TikTok มาจากจีน เจ้าของคือบริษัท ByteDance วันนี้มีสมาชิกกว่าพันล้านคนทั่วโลก มีทั้งเวอร์ชันสำหรับคนจีนและเวอร์ชันสำหรับทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันดีคืนดีทรัมป์ซึ่งกำลังเปิดศึกกับจีนหลายๆ ด้านก็ประกาศว่าจะแบน apps ของจีนทั้งหมด 59 &amp;nbsp;apps โดยพุ่งเป้าไปที่ TikTok และ WeChat
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างว่า apps ที่ได้รับความนิยมอย่างมากของจีนเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือ &amp;quot;สอดแนม&amp;quot; ของรัฐบาลจีนในต่างประเทศทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นอเมริกาจะต้องขจัด &amp;quot;ภัยในด้านความมั่นคง&amp;quot; นี้ด้วยการห้ามเข้าประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฝ่ายข่าวกรองของสหรัฐฯ เชื่อว่า apps เหล่านี้เอาข้อมูลของคนที่เข้าไปเล่นแอบส่งไปให้ทางการจีนเพื่อการควบคุมความเคลื่อนไหว และแม้แต่ความคิดความอ่านของผู้คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำนองเดียวกับที่สั่งห้ามบริษัทสหรัฐฯ ไปร่วมมือกับ 5G ของหัวเว่ยของจีน เพราะเชื่อว่าจีนใช้ธุรกิจด้านเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาเจาะล้วงความลับของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอเมริกายุคของทรัมป์ TikTok จึงกลายเป็น &amp;quot;อาวุธ&amp;quot; ในการทำสงครามชิงอำนาจระดับโลกขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาในสหรัฐอเมริกาว่าจะจัดการแบน TikTok &amp;nbsp;ให้พ้นสหรัฐอเมริกาเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือวันรุ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เปิดเผยการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ระหว่างอยู่ใน Air Force One จากวอชิงตันกลับมาฟลอริดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนแรกสำนักข่าวยักษ์หลายแห่งของอเมริการวมถึง CNBC และ CNN รายงานตรงกันว่า ทรัมป์ไม่ได้บอกว่าจะจัดการกับ TikTok ด้วยวิธีการไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างคำพูดของทรัมป์ว่าจะใช้ &amp;quot;คำสั่งพิเศษด้านบริหารของประธานาธิบดี&amp;quot; หรือ Executive Order ในการสั่งการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือการใช้อำนาจประธานาธิบดีที่ไม่ต้องผ่านการรับรองจากสภาคองเกรสสำหรับเดินเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจการบริหารที่จำเป็นและเร่งด่วน ไม่เกี่ยวกับการออกกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริง TikTok ก็รู้ล่วงหน้ามาก่อนแล้วว่ากำลังเป็นเป้าการเพ่งเล็งของทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีหนึ่งที่คิดว่าจะรอดจากการถูกสกัด ก็คือการสลัดภาพการเป็น apps ของจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในมาตรการ &amp;quot;สลายความเป็นจีน&amp;quot; ของ TikTok ก็คือ การเปลี่ยนตัวผู้บริหารสูงสุดจากคนจีนเป็นฝรั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการจ้างอดีตมือบริหารจากดิสนีย์ที่ชื่อ Kevin Mayer มาเป็นหนังหน้าไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ไร้ผล เพราะเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ ภายใต้การชี้นำของทรัมป์ถือว่า apps ที่เป็นที่นิยมจากจีนเหล่านี้เจาะตลาดอเมริกาและตะวันตกได้อย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถูกขนานนามเป็น &amp;quot;ม้าเมืองทรอย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ในสถานะเป็นภัยคุกคามสหรัฐฯ เหมือน Huawei และ ZTE สองบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงระบาดของ Covid-19 ข้อมูลจาก SensorTower บอกเราว่ายอดดาวน์โหลด apps นี้พุ่งขึ้นไปแตะ 2 พันล้านครั้งในเดือนเมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสิ่งยืนยันว่า TikTok เป็น &amp;quot;ภัยคุกคาม&amp;quot; สำหรับธุรกิจที่เป็นคู่แข่งจากโลกตะวันตกอย่าง Facebook และ Snapchat จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงแต่เท่านั้น ทางการสหรัฐฯ ที่หวาดหวั่นอิทธิพลจีนซึ่งกำลังแผ่ขยายตลอดเวลายังมองว่า &amp;nbsp;TikTok เป็น &amp;quot;หอกข้างแคร่&amp;quot; สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ในจังหวะเดียวกันนั้นก็มีข่าวว่า Microsoft ของสหรัฐฯ กำลังเจรจาขอซื้อ TikTok &amp;nbsp;เฉพาะที่ใช้ในอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวนี้มาจากสำนักข่าว Bloomberg ของอเมริกาเอง จึงน่าเชื่อว่าจะมีร่องรอยของเรื่องนี้พอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวทำนองนี้ ถึงกับระบุชื่อกลุ่มนักลงทุนยักษ์ใหญ่อย่าง General Atlantic และ &amp;nbsp;Sequoia Capital ว่าสนใจจะซื้อ TikTok ในส่วนที่เกี่ยวกับอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีตัวเลขที่นำเสนอว่าต่อรองกันที่ราคา $50,000 ล้าน หรือ 1.6 ล้านล้านบาทกันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องราวของ TikTok ยังไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของสงครามเทคโนโลยีระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นตัวตัดสินว่าสงครามจะขยายวงกว้างขวางกว่านี้หรือไม่อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73212</URL_LINK>
                <HASHTAG>ByteDance, Douyin 抖音(โต่วยิน), TikTok, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
