<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>C Components of Information Warfare</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;วันนี้ขออนุญาตจั่วหัวเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เพราะสิ่งที่นำมาเขียนนี้อ่านมาจากตำราฝรั่ง ก็เลยเอาแนวคิดของเขามาเล่าสู่กันฟัง เรื่ององค์ประกอบของการทำสงครามข้อมูลข่าวสาร ที่ฝรั่งเขาอธิบายด้วยการใช้ตัว C มากำหนดเป็นองค์ประกอบในการวางยุทธศาสตร์ของการทำสงครามข้อมูลข่าวสาร ในเวลานี้หากเราวิเคราะห์การทำสงครามข้อมูลข่าวสารเพื่อฝังความคิดทัศนคติ พฤติกรรม หรืออุดมการณ์ให้กับคนในสังคมของพรรคการเมืองบางพรรค เราก็จะเห็นได้ว่า พวกเขามีความสามารถในระดับสูงในการใช้องค์ประกอบเหล่านี้อย่างครบถ้วนด้วยความเชี่ยวชาญ จนทำให้พวกเขาสามารถทำให้คนจำนวนหนึ่งในสังคม (ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อย) ในสังคมเชื่อสิ่งที่เขานำเสนอ ถือได้ว่าพวกเขามีชัยชนะในการทำสงครามข่าวสาร และทำให้เขาได้มวลชนเป็นแนวร่วมเป็นจำนวนมาก มาดูกันว่าองค์ประกอบที่ขึ้นต้นด้วยตัว C ทั้งหลายในการวางยุทธศาสตร์สงครามข่าวสารนั้นมีอะไรกันบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;Customers เริ่มต้นด้วยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เหมือนกับการทำสงครามที่ต้องกำหนดว่าจะไปตีเมืองไหนบ้าง จะต้องรู้ลักษณะทางประชากรกลุ่มเป้าหมายว่าเป็นใคร มีปัญหาอะไร มีความต้องการอะไร มีความคาดหวังอะไร เหมือนกับการทำสงครามที่จะต้องรู้ภูมิประเทศและภูมิอากาศของสมรภูมิจะได้เตรียมกองทัพ อาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ในกรณีนี้เขาเลือกเอากลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่มีความอึดอัดอยู่ในกรอบ ต้องการมีเสรีภาพ หลุดพ้นจากการถูกบีบบังคับ เบื่อหน่ายกับกฎระเบียบต่างๆ ที่ทำให้พวกเขาไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่ต้องการจะเป็น ต้องการจะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;Contents ในการสื่อสารต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย ในเรื่องนี้เขาได้เลือกเรื่องที่โดนใจกลุ่มเป้าหมายมากมาย ได้แก่ การไม่ต้องกราบไหว้ การไม่ต้องหมอบกราบ การไม่ต้องไหว้ครู การไม่ต้องเรียน รด. การไม่ต้องเกณฑ์ทหาร การไม่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจทหารที่พวกเขาได้ยินได้ฟังจากวาทกรรมว่าทหารเป็นเผด็จการ ใช้อำนาจลิดรอนเสรีภาพของพวกเขา โดยมีแก่นของเนื้อหาว่า &amp;ldquo;เยาวชนพวกนี้ถูกกดหัวให้อยู่ในกรอบ พวกเขาจะเป็นกลุ่มคนที่จะเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อปลดแอกให้แก่เยาวชนเหล่านี้ &amp;ldquo;สิ่งที่เขานำเสนอนั้นเขาเรียกมันว่าเป็น &amp;ldquo;สิ่งใหม่&amp;rdquo; และพยายามทำให้คนที่ได้ยินได้ฟังคำว่า &amp;ldquo;ใหม่&amp;rdquo; ให้เชื่อว่า &amp;ldquo;ใหม่&amp;rdquo; จะต้อง &amp;ldquo;ดีกว่า&amp;rdquo; โดยไม่ต้องพิจารณารายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;Creativity เมื่อมีเนื้อหาที่จะนำเสนอแล้ว การนำเสนอจะต้องทำอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เนื้อหาที่นำเสนอไปนั้นมีความน่าสนใจ และมีพลังในการจะดึงดูดให้คนเชื่อและคล้อยตาม เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกถ้อยคำ การสร้างวาทกรรม การกำหนดลีลาและน้ำเสียงในการนำเสนอ และภาษากายอื่นๆ ทั้งการแต่งตัว กิริยาท่าทางที่โดนใจวัยรุ่น บางคนบอกว่า &amp;ldquo;เกรียนดี&amp;rdquo; บางคนบอกว่าวิธีการพูดของเขา &amp;ldquo;กวน...ดี&amp;rdquo; เพราะทัศนคติที่เป็นกบฏอยู่แล้วของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ลีลาที่รุนแรง พร้อมสู้แบบไม่กลัวใคร ไม่เกรงใจใคร เป็นลีลาที่ถูกใจวัยรุ่นยิ่งนัก ทำให้การนำเสนอของพวกเขามีความเร้าใจและจูงใจได้ผลอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;Communication เมื่อมีเนื้อหาที่ดีสำหรับสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างสร้างสรรค์แล้ว การสื่อสารจะต้องไม่สะเปะสะปะเป็นมวยวัด แต่จะต้องเป็นการสื่อสารที่มียุทธศาสตร์ มีระบบ มีกระบวนการ มีขั้นมีตอนชัดเจน จะนำเสนอในรูปแบบใด จะใช้ข้อเขียน จะใช้การพูดคนเดียว จะใช้การพูดกับคนอื่น จะใช้เสียง จะใช้ภาพนิ่ง จะใช้คลิป หรือจะใช้การทำ Facebook Live และจะต้องสื่อสารอย่างไรให้มีคนดีรับรู้เป็นจำนวนมาก จะทำอย่างไรให้ข้อความที่นำเสนอไปนั้นมีคนเอาไปแบ่งปันบอกต่อ (Share ให้กระจายอย่างรวดเร็วดุจดั่งการกระจายของเชื้อไวรัส (Viral Messages) และเขารู้จักการใช้ Hastag Marketing ในการทำให้ข้อความที่พวกเขาและกองทัพไซเบอร์ของเขานำเสนอไปนั้น มีโอกาสไปกองรวมอยู่ด้วยกัน ทำให้ผู้คนมองว่าพวกเขามีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ เหมือนเวลาทหารไปรบจะต้องตีกลองร้องโห่ให้ข้าศึกรู้สึกเกรงขามว่ากองทัพของพวกเขามีคนมากและฮึกเหิม ทำให้คู่ต่อสู้ใจฝ่อได้เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;Coverage เขาจะต้องครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของเขาที่เขามองว่าเป็นวัยรุ่น Gen Y และ Gen Z ดังนั้นมหาวิทยาลัย และโรงเรียนระดับมัธยมปลายจึงกลายเป็นพื้นที่สำหรับการทำสงครามข่าวสารของพวกเขา จะเห็นได้ว่าพวกเขาชอบเดินสายเข้าไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ พวกเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกรรมการนิสิตนักศึกษา บางครั้งพวกเขาก็อาศัยกรรมการเหล่านี้เป็นคนทำหน้าที่กองทัพหน้าในการทำสงครามให้กับเขา ด้วยเนื้อหาที่ใช่ ความคิดสร้างสรรค์ที่ใช่ และยุทธศาสตร์ที่ใช่ ทำให้เขาครอบคลุมพื้นที่ได้มาก เพราะเขารู้จักที่จะไปตกปลาในที่ที่มีปลาชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;Connectivity พวกเขาจะมีการเชื่อมต่อกับบุคลที่มีอิทธิพลกับกลุ่มเป้าหมายของเขา เช่น กรรมการนิสิตนักศึกษา โดยการเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรม ทำให้คนเหล่านั้นพร้อมที่จะร่วมกิจกรรมกับเขา หรือทำกิจกรรมแทนเขา เขาเชื่อมต่อกับคนที่เราเรียกขานกันว่า Net Idols ที่มีคนติดตามบนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ถ้าหากแม้นเขาได้พวกนี้มาเป็นแนวร่วม พวกนี้ก็จะเป็นผู้ที่ทรงอิทธิพลทางความคิดในการจะช่วยทำให้ข้อมูลข่าวสาร เรื่องราวที่เขานำเสนอไปนั้น มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เขาดำเนินการตามหลักของกลุ่มอ้างอิงที่เยาวชนชอบที่จะทำตามกัน หากใครไม่ทำตามกระแส ก็จะกลายเป็นคนเชย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พื้นที่หมดแล้ว ยังไม่ครบทุก C เลย ยังมีอีกหลายองค์ประกอบ คงต้องให้ติดตามอ่านสัปดาห์หน้าเพราะสัปดาห์นี้พื้นที่หมดแล้ว อย่าลืมติดตามต่อก็แล้วกันนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ่านต่อตอนที่ 2.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39203</URL_LINK>
                <HASHTAG>C Components of Information Warfare, คิดเหนือกระแส, ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
