<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CAT มอบโปรแรงลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 1 ปีในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2020 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า my by CAT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต จากบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จัดโปรโมชั่นแรง เอาใจสาวกออนไลน์ ในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โปร 2020 (Thailand Mobile Expo 2020) รับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 1 ปี เมื่อเปิดเบอร์ใหม่ my แบบรายเดือน ย้ายค่ายมา my หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน กับแพ็กเกจ &amp;ldquo;my 4G Max Speed&amp;rdquo; เล่นเน็ตเต็มสปีด ได้ทั้งเน็ตและโทร เริ่มต้นค่าบริการเพียงเดือนละ 200 บาท (ไม่รวม VAT) จากปกติ 399 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้เป็นเจ้าของซิมเบอร์สวยฟรี เมื่อเปิดเบอร์ใหม่ my แบบเติมเงิน และเติมเงินตั้งแต่ 300 บาท ขึ้นไป พร้อมสมัครแพ็กเกจที่ร่วมรายการ อาทิ แพ็กเกจเน็ตไม่อั้น &amp;ldquo;my 4G เน็ตสุขใจ&amp;rdquo; เล่นเน็ตเร็วสุด 2 Mbps และ 4 Mbps พร้อมโทรฟรีในเครือข่าย 24 ชั่วโมง ในราคา 120 บาทและ 200 บาท ใช้งานนาน 31 วัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายในบูธได้ดำเนินการตามมาตรการ Social Distancing การรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก้ผู้เข้าร่วมงาน พบโปรพิเศษเฉพาะภายในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โปร 2020 นี้เท่านั้น ระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 &amp;ndash; 20.00 น. ณ บูธ my by CAT ฮอลล์ 98-99 PM 4 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mybycat.com หรือสอบถาม Call Center โทร 02-401-2222 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70386</URL_LINK>
                <HASHTAG>CAT, Thailand Mobile Expo 2020, กสท. โทรคมนาคม, ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2020</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efe9cb487f31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสคลอดแพคเกจ “เน็ตอยู่บ้าน”ให้ลูกค้า CAT-TOT ใช้ฟรี 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) กล่าวว่า จากนโยบาย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้หน่วยงานภาครัฐร่วมกันดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนด้านต่างๆ ของประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;กระทรวงดีอีเอส ได้เร่งพิจารณาแนวทางช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายด้านโทรคมนาคมให้กับประชาชนกลุ่มต่างๆ ด้วยมาตรการที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา &amp;nbsp;โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สนับสนุนบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (Fixed Broadband) แพ็กเกจ &amp;ldquo;เน็ตอยู่บ้าน&amp;rdquo; ความเร็ว 100/50 Mbps สำหรับประชาชนที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยจะติดตั้งและให้บริการแก่ประชาชนฟรีเป็นระยะเวลา 3 เดือน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงดีอีเอสคำนึงถึงการรองรับสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบไปอีกระยะหนึ่ง โดยประชาชนที่ยังคงอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนอินเทอร์เน็ตบ้านจึงมีความจำเป็นโดยนอกจากรองรับการทำงานที่บ้าน (WFH) ยังรวมถึงกลุ่มนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเรียนตามปกติจะต้องเรียนออนไลน์เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเรียนการสอนออนไลน์เต็มรูปแบบอาจมีการใช้อินเทอร์เน็ตของกลุ่มนักศึกษาทั้งหมดเข้าสู่ระบบในเวลาเดียวกันในช่วงเวลาพร้อมกันซึ่งจำเป็นต้องใช้แบนด์วิดท์สูงและต้องการความเร็วอินเทอร์เน็ตที่สูงมาก ดังนั้นโครงข่ายดิจิทัลพื้นฐานของประเทศรวมถึงศักยภาพของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนที่บ้านให้ได้ประสิทธิภาพที่ดี &amp;nbsp;ซึ่งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์คุณภาพความเร็วสูงบนศักยภาพโครงข่ายดิจิทัลพื้นฐานของประเทศจาก CAT และ TOT จะสามารถสนับสนุนการใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวันของประชาชนในการติดต่อสื่อสาร การเรียนและทำงานผ่านช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 3 เดือนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นอีกหนึ่งมาตรการของรัฐบาลเพื่อสนับสนุนอำนวยความสะดวก และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยสอดคล้องกับการขยายระยะเวลาบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรถึงวันที่ 31 พ.ค.63 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพ็กเกจ &amp;ldquo;เน็ตอยู่บ้าน&amp;rdquo; ความเร็วสูงสุด 100/50 Mbps ระยะเวลาสัญญาใช้บริการ 12 เดือน &amp;nbsp;ได้จัดเตรียมรองรับประชาชนจำนวน 100,000 ราย ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนใช้งานฟรี 3 เดือน โดยฟรีค่าใช้จ่ายแรกเข้าและค่าติดตั้งสำหรับผู้ใช้บริการต่อเนื่องจนครบตามระยะเวลาในอัตรา 390.- บาท/เดือน &amp;nbsp; ประชาชนที่สนใจสามารถสมัครรับสิทธิ์แพ็กเกจดังกล่าวได้ตั้งแต่ 10 พ.ค. &amp;ndash; 31 ก.ค.63 &amp;nbsp;ณ สำนักงานบริการลูกค้า CAT และ TOT, &amp;nbsp;ช่องทางออนไลน์เว็บไซต์ www.CinternetBYCAT.com &amp;nbsp;Facebook : CinternetBYCAT &amp;nbsp;และ www.tot.co.th &amp;nbsp;หรือสอบถามที่ CAT Contact Center 1322 และ TOT Contact Center 1100 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65301</URL_LINK>
                <HASHTAG>CAT, TOT, ดีอีเอส, เน็ตอยู่บ้าน, ใช่ฟรี 3 เดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb3d06bb0e01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CAT ร่วมมือ MEA ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมสู่การพัฒนาธุรกิจดิจิทัลและ 5G</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ร่วมกับ พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ลงนามในบันทึกความเข้าใจการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ณ ห้องประชุม 808 ชั้น 8 อาคารสำนักงานใหญ่ CAT ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA และ CAT ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจ โดยจะร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อนำไปให้ผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการโทรคมนาคม และประกอบกิจการอื่นในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของ MEA ซึ่งนับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและก่อให้เกิดผลดีต่อธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศ ช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาคุณภาพบริการได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้บริการได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการ MEA กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่มีศักยภาพในด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่เมืองมหานครของประเทศไทย และมีความพร้อมตอบสนองนโยบายภาครัฐ ด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะให้สามารถรองรับต่อการเติบโตของเมืองในอนาคต ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด โดย MEA พร้อมสนับสนุนข้อมูลด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) มาตรฐานการติดตั้งอุปกรณ์บนเสาไฟฟ้า และระบบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อใช้ประกอบการจัดทำผลการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมระบบการให้บริการแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งภาคธุรกิจ และประชาชนในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ปัจจุบัน CAT มีเสาโทรคมนาคมกว่า 20,000 ต้น ที่พร้อมสำหรับให้ผู้ประกอบการได้ใช้งาน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนและยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนในการจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและ 5G ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากความร่วมมือกับ MEA แล้ว CAT ยังจะร่วมกับพันธมิตรทั้งภายในประเทศและต่างประเทศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนที่ต้องจัดหาเพิ่มเติมเพื่อลดภาระการลงทุน และสร้างรายได้เพิ่มจากการให้ผู้ให้บริการรายอื่นเช่าใช้โครงสร้างพื้นฐานทั้งในส่วนของเสาโทรคมนาคมและไฟเบอร์ (Passive Infrastructure Sharing) รวมถึงร่วมกับพันธมิตรธุรกิจหรือผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่น เพื่อให้การลงทุนจัดให้มีบริการ 4G/5G เกิดประสิทธิภาพและประหยัดสูงสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59458</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, CAT, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, กีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, ดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e688c42b4e4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CAT นับถอยหลัง &#039;ดิจิทัลพาร์ค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;ในส่วนของดิจิทัลพาร์คเอง ผมคิดว่ามันเป็นโครงการที่ไม่ใหญ่มาก แล้วก็ไม่ได้ยากมากด้วย แต่ว่าเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนก็ต้องมั่นใจว่า การเข้ามาลงทุนในพื้นที่นั้น มันมีโครงการอื่นๆ เข้ามารองรับดีหรือยังมากกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;CAT นับถอยหลัง &amp;#39;ดิจิทัลพาร์ค&amp;#39; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นนับหนึ่งกันแล้วสำหรับ &amp;#39;อภิมหาโปรเจ็กต์&amp;#39; ที่จะเกิดขึ้นในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ &amp;lsquo;อีอีซี&amp;rsquo; หลังจากกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด&amp;nbsp; และพันธมิตร หรือกลุ่ม CPH ได้ร่วมลงนามในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ประกอบด้วย&amp;nbsp; สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ไปเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งใน 6 โครงการยักษ์ที่ภาครัฐยกขึ้นมาเป็นโครงการพิเศษที่จะเปลี่ยนโฉมประเทศ ซึ่งก็ยังมีอีกหลายโครงการที่รอต่อคิวออกมา ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Aerotropolis), โครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด (เฟส 3) โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (เฟส 3) โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา และที่จับตาเป็นพิเศษของ เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) ซึ่งเจ้าภาพหลักของโครงการนี้คือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดิจิทัลพาร์ครอวันนับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) หรือ &amp;ldquo;ดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์&amp;rdquo; (Digital Park Thailand) ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ซึ่ง บมจ.กสท โทรคมนาคม เป็นเจ้าของพื้นที่และถือเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการดูแล ซึ่งจะพัฒนาพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนด้านดิจิทัลที่ทันสมัยของภูมิภาคอาเซียน บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ บริเวณอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(พ.อ.ดร.สรรพชัย หุวะนันทน์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พ.อ.ดร.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) ได้เล่าถึงบทบาทเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่า CAT มีภารกิจในอีอีซี 2 ประการ คือ 1 การวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการสื่อสาร เพื่อให้มั่นใจว่าอีอีซีจะมีความพร้อมสำหรับการลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้นเรื่องของการเชื่อมต่อการสื่อสาร จึงเป็นหน้าที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก, &amp;nbsp;การสร้างจุดกระจายไวไฟ และการก่อสร้างเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ รวมถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ผ่านเส้นทางซับมารีนเคเบิล ที่จะต้องทำให้ศรีราชาเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องที่ 2 คือ การพัฒนา &amp;rsquo;ดิจิทัลพาร์ค บนพื้นที่ประมาณ 700 ไร่ ที่ศรีราชา ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำร่างข้อกําหนดของผู้ว่าจ้าง (TOR) เพื่อให้เอกชนเข้ามาดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ซึ่งในโครงการนี้ CAT จะทำหน้าที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และจัดสถานที่ ส่วนเอกชนก็จะมีหน้าที่ในการหาแหล่งเงินทุน ออกแบบ แล้วก็ก่อสร้าง รวมถึงหาลูกค้าเข้ามาใช้งานในพื้นที่ ทั้งนี้ CAT ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ดิจิทัลพาร์คจะเป็นจุดเริ่มต้นของสมาร์ทซิตีที่จะมีระบบจัดการอัจฉริยะในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการติดต่อสื่อสาร การประหยัดพลังงาน เรื่องของการบริหารจัดการ เช่น การรักษาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็จะมีครบทุกๆ ด้าน รวมถึงด้านความปลอดภัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โฉมหน้าของดิจิทัลพาร์คจะขึ้นอยู่กับการออกแบบของเอกชนที่มาร่วมลงทุน โดย CAT เพียงวางเป้าไว้ว่า พาร์คนี้จะให้บริการแบบดิจิทัลเซอร์วิสโซลูชั่นที่ครบวงจร และมีบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติเข้ามาลงทุนในพื้นที่ภายในพาร์ค นอกจากจะมีตึกสถานที่ทำงานแล้ว ก็จะต้องมีโซนที่พักอาศัย สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สถานที่วิจัย และมีห้องแล็บในการทดลองต่างๆ เช่น 5G หรือแล็บทดลองสำหรับสตาร์ทอัพ ซึ่งทั้งหมดจัดเตรียมไว้ให้นักลงทุนที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่&amp;rdquo; พ.อ.ดร.สรรพชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมกะโปรเจ็กต์เลื่อนทำโครงการสะดุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา CAT ได้ทำ TOR ของดิจิทัลพาร์คและเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะถึง 3 รอบ และก็มีการเปิดขายซอง ซึ่งในตอนนั้นมีเอกชนที่สนใจมาซื้อซองเข้าร่วมประมูลถึง 14 ราย แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้น คือ หลายๆ โครงการใหญ่ในอีอีซีเกิดความล่าช้า ส่งผลให้ยังไม่มีเอกชนรายใดสนใจเข้ามายื่นประมูลอย่างจริงจัง และอีกเหตุผลที่ทำให้ไม่มีเอกชนสนใจเข้ามายื่นข้อเสนอ ก็คือเหตุผลเรื่อง TOR ที่ทำออกมาค่อนข้างจะตึงเกินไป ไม่ค่อยยืดหยุ่นเท่าไหร่ เพราะรายละเอียดมันไปเกี่ยวพันกับโครงการต่างๆ ในอีอีซี พอโครงการต่างๆ เกิดความล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นรถไฟเชื่อมต่อ 3 สนามบิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือการพัฒนาเมืองการบินล่าช้า ขณะที่ใน TOR มีระบุชัดเจนว่า เอกชนที่จะเข้ามาร่วมลงทุนจะต้องขึ้นเฟสที่ 1 ภายในกี่เดือน และจะมีอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;CAT คุยกับคณะกรรมการอีอีซีมาโดยตลอด ซึ่งก็พอทราบว่า มีอะไรบ้าง และไทม์ไลน์เป็นอย่างไร เพียงแต่ว่ามันมีปัจจัยหลายอย่าง แต่ละโครงการค่อนข้างจะมีปัจจัยเกี่ยวข้องเยอะ อย่างเช่นรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ที่ผมได้ยิน ในเรื่องของปัญหาการเวนคืนที่&amp;nbsp; หรืออย่างเรื่องของท่าเรือ ตอนนี้ก็มีการล่าช้าในเรื่องของการถมที่ดิน&amp;nbsp; เป็นต้น แต่ละโครงการก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกัน ในส่วนของดิจิทัลพาร์คเอง ผมคิดว่ามันเป็นโครงการที่ไม่ใหญ่มาก แล้วก็ไม่ได้ยากมากด้วย แต่ว่าเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนก็ต้องมั่นใจว่า การเข้ามาลงทุนในพื้นที่นั้น มันมีโครงการอื่นๆ เข้ามารองรับดีหรือยังมากกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอน โครงการดิจิทัลพาร์คมันไม่สามารถขึ้นมาแบบโดดๆ ได้ มันต้องมองถึงภาพใหญ่ของอีอีซีด้วย ซึ่งถ้าลงทุนเดี่ยวๆ มันอาจจะได้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มทุน ดังนั้นทางภาคเอกชนก็ขอให้ CAT มาปรับปรุง TOR ใหม่ ให้มีความยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งทางเราก็โอเค และรับข้อเสนอกลับมาทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นใหม่อีกครั้ง ซึ่งตอนนี้กระบวนการได้เสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงให้คณะกรรมการของ CAT พิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.อ.ดร.สรรพชัย กล่าวว่า TOR ที่ปรับใหม่ มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิมมาก คือ ไม่ได้บังคับในเรื่องส่วนแบ่งรายได้ และไม่มีการบังคับเรื่องเงื่อนไขเวลา ซึ่งคาดว่าเดือนนี้ทีโออาร์น่าจะเสร็จและเปิดให้เอกชนเข้ามายื่นใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;TOR ที่ปรับปรุงใหม่จะยืดหยุ่นมากขึ้นก็คือ ไม่ได้บังคับรายได้ที่เป็นส่วนแบ่งตายตัว และ 2 เรื่องของระยะเวลาการขึ้นของแต่ละเฟส ก็จะทำให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ได้ระบุเรื่องเงื่อนไขของช่วงเวลา ก็คาดว่าภายในเดือนนี้ทีโออาร์น่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้เอกชนมายื่นประมูลใหม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เป้าหมายดึงดูดบริษัทไฮเทคข้ามชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในโครงการมีพื้นที่ 700 ไร่ แต่เราใช้จริงๆ น่าจะอยู่ซักประมาณ 400 ไร่ ส่วนอื่นๆ จะเป็นของหน่วยราชการอยู่บางส่วน ปัจจุบันก็มีสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มาใช้พื้นที่อยู่แล้ว&amp;nbsp; และมีหน่วยงานกระทรวงพลังงานบางส่วน รวมถึงยังมีพื้นที่ที่เรามอบให้กับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ให้ไปจัดตั้งสถาบันไอโอทีในนั้น (IoT Institute) ขณะที่ทาง CAT ก็มีแผนที่จะสร้าง DATA Center อีกแห่งหนึ่ง ส่วนเรื่องของดีไซน์ของดิจิทัลพาร์คนั้น หลักๆ เป็นแค่คอนเซ็ปต์ดีไซน์ ที่เราตั้งเป้าให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) แต่ดีไซน์ที่เป็นรายละเอียดจะต้องดูจากแบบของเอกชนที่ชนะประมูลอีกที แต่หลักๆ มันจะต้องเป็นเมืองอัจฉริยะ ที่มีการจัดการเรื่องพลังงาน, จัดการมลภาวะ เป็นต้น ขณะที่ CAT นั้นเป็นเพียงเจ้าของที่ดิน และวางโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เราเชื่อว่าหากโครงการดิจิทัลพาร์คเกิดขึ้น จะต้องมีเงินเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก ก็คือ กลุ่มนักลงทุนต่างชาติหรือบริษัทข้ามชาติ บริษัทที่จะเข้ามาวิจัย พัฒนาเรื่องดิจิทัล หรือสตาร์ทอัพ คือ กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ถามว่าศรีราชามีความเป็นไปได้แค่ไหน ที่จะเป็นเมืองดิจิทัล หรือสมาร์ทซิตี้ หรือเป็นฮับด้านดิจิทัลของภูมิภาค&amp;nbsp; ต้องบอกก่อนว่า ที่ศรีราชาจะเป็นจุดที่อินเทอร์เน็ตเร็วที่สุดในประเทศ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อกับซับมารีนเคเบิล ซึ่งนี่คือจุดขาย ถ้าอยากจะให้ไทยเป็นฮับดิจิทัล พื้นที่ศรีราชามีความเหมาะสมที่สุด ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะชวนพวกเจ้าของแพลตฟอร์ม และผู้ให้บริการคอนเทนต์ต่างๆ เข้ามาตั้งศูนย์อยู่ที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน ไปดึงบริษัทเหล่านี้ให้เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานให้ได้&amp;quot; พ.อ.ดร.สรรพชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;CAT กับบทบาทสนับสนุนรัฐบาลดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากการที่ต้องผลักดันโครงการดิจิทัลพาร์คแล้ว CAT ยังต้องทำหน้าที่ในการให้บริการดิจิทัลของภาครัฐ ซึ่ง CAT ก็มีแผนที่ลงทุนสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ในศรีราชา ซึ่งได้มีการเตรียมพื้นที่ไว้แล้วราวๆ 50 ไร่ โดยที่ศูนย์นี้จะต้องอำนวยความสะดวกในการให้บริการภาครัฐ โดยเฉพาะการทำดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์เซอร์วิสของภาครัฐ ซึ่งระบบจะต้องดีเพียงพอที่จะไม่ทำให้บริการล่มหรือสะดุด สำหรับแผนการลงทุนจะเริ่มทำเมื่อไหร่นั้น น่าจะเริ่มได้ในปี 2563 เพราะได้กันงบในช่วง ปี 63-65 ไว้แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49501</URL_LINK>
                <HASHTAG>(อีอีซี, CAT, พ.อ.ดร.สรรพชัย หุวะนันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbfd90e6dc2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องเยียวยาให้ดูที่คน ไม่ใช่ที่เงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชนจนได้&amp;nbsp; สำหรับเรื่องการขอมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ใช้งานบนคลื่น 850 MHz และ 1800 MHzของ&amp;nbsp; บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ที่กำลังจะสิ้นสุดสัมปทานในวันที่ 15 กันยายนที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองบริษัท พยายามอย่างต่อเนื่องในการยื่นเรื่องขอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้มีมติเยียวยา ลูกค้าที่ใช้ซิมคลื่นความถี่ดังกล่าวอยู่ ให้ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ และจะไม่เกิดปัญหาซิมดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมา กสทช. มองมาตรการเยียวยาเป็นเรื่องต่อรองผลประโยชน์ โดยตั้งเงื่อนไขในการอนุมัติ โดยเฉพาะการระบุว่า จะต้องเข้ามาประมูลคลื่นใหม่เท่านั้นถึงจะได้รับการเยียวยา&amp;nbsp; ซึ่งในฐานะผู้กำกับดูแลการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ผู้ใช้งาน ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อย น่าจะเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่าจะหาเงินเข้ารัฐได้เท่าไหร่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างการให้สัมภาษณ์ของ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ที่ระบุว่า &amp;quot;ที่ประชุมต้องการเห็นข้อมูลล่าสุดของลูกค้าดีแทคที่ใช้คลื่นดังกล่าวมีเหลืออยู่เท่าไหร่ มาประกอบการตัดสินใจการเยียวยาคลื่น เพราะข้อมูลล่าสุดที่ กสทช.ทราบ คือ วันที่ 31 ก.ค. 2561 มีจำนวน 3.46 แสนเลขหมาย ลูกค้า 1800 MHz แบ่งเป็นลูกค้ารายบุคคล 1.6 แสนเลขหมาย ลูกค้าองค์กร 1.7 แสนเลขหมาย และเป็นลูกค้าคลื่น 850 MHz จำนวน 9.5 หมื่นเลขหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่แน่ใจว่า กสทช. จะดึงเรื่องการช่วยเหลือออกไป โดยดูจำนวนผู้ใช้ทำไม&amp;nbsp; ทั้งๆที่เรื่องการสื่อสาร เป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ที่ควรจะใช้งานได้ ไม่ใช่ดูว่า มีจำนวนมากถึงช่วย มีจำนวนน้อยแล้วไม่ช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว ก็ยังมีหลายสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนซิม บางคนอาจจะไม่อยากย้ายค่าย&amp;nbsp; บางคนอาจจะไม่รับรู้ข่าวสาร บางคนอาจจะไม่เข้าใจ และไม่รู้ว่า ตัวเองใช้ซิมคลื่นอะไร บางคนอาจจะเป็นผู้สูงอายุที่ไม่รู้เรื่องเปลี่ยนค่าย ย้ายเบอร์ ย้ายซิม และคงทำเองไม่ได้ และอีกหลายเหตุผล ฯลฯ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ไม่ควรได้รับผลกระทบจากการต่อรองของ กสทช. ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเรื่องการเยียวยาก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ของ กสทช. เพราะในปี 2556 ก็เคยออกประกาศมาตรการเยียวยาให้กับผู้ใช้บริการของ TRUE และ DPC (บริษัทในเครือ AIS) มาแล้วในครั้งที่ คลื่นย่านความถี่ 1800 MHz หมดอายุสัมปทานโดยได้เยียวยา 26 เดือน ขณะเดียวกันในปี&amp;nbsp; 2558&amp;nbsp; คลื่นความถี่ย่าน&amp;nbsp; 900 MHz ของ AIS สิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ก็ได้เข้าสู่ประกาศมาตรการเยียวยาฯ ราว 9 เดือนโดยอัตโนมัติเนื่องจากยังไม่มีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามารับช่วงคลื่นต่อ ซึ่งการเยียวยาก็ไม่ใช่ที่จะเป็นการใช้งานฟรี เพราะสุดท้ายเอกชนก็ต้องจ่ายเงินคืนให้กับรัฐ สำหรับสองรายที่ผ่านไปจะมีกรณีพิพาทเรื่องการจ่ายคืนและยังค้างจ่าย แต่กลับกันกรณีดีแทคและ กสท โทรคมนาคม กลับแสดงความชัดเจนว่าจะจ่ายให้ กสทช.ตามกฎเพื่อให้รัฐมีรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมครั้งนี้ทำไมถึงมีการดึงเรื่องไว้อย่างยาวนาน จนเกือบจะถึงสิ้นสุดสัมปทาน ซึ่งก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะมีผู้ใช้งานเดือดร้อนเป็นอันมาก ซึ่งไม่ควรใช้ ผู้ใช้บริการเป็นตัวประกัน ในเกมแห่งการต่อรอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนการที่ถูกปฏิเสธ ที่จะได้รับการเยียวยา ทางดีแทค ก็มีการตั้งคำถามเช่นกันว่า ก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการของทั้งสองคลื่นความถี่ล้วนได้รับความคุ้มครองให้สามารถใช้บริการอย่างต่อเนื่องตามปกติ แล้วเหตุใดผู้ใช้บริการ ดีแทค จึงไม่ควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่น ทั้งๆที่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน&amp;nbsp; ขณะที่เรื่องการประมูลคลื่น 900 MHz ทางดีแทค ก็แสดงความสนใจ เพียงแต่ติดบางเงื่อนไขเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ทำให้ นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวในงานแถลงข่าวล่าสุดว่า ลูกค้าสัมปทานจะมีราว 346,000 เลขหมาย และมี 90,000 เลขหมายที่ใช้เฉพาะ 850 MHz แต่ยังมีลูกค้าในระบบใบอนุญาตอีกมากที่ โรมมิ่งบน 850 MHz ฉะนั้น หาก กสทช.ไม่ให้ดีแทคเข้าสู่มาตรการเยียวยาลูกค้าหลังสิ้นสุดสัมปทาน ด้วยการเปิดให้ ใช้คลื่น 850 MHz ต่อเป็นการชั่วคราว จะทำให้มีลูกค้าราว 1 ล้านเลขหมายที่ได้รับผลกระทบด้านคุณภาพบริการ&amp;nbsp; เพราะยังต้องพึ่งคลื่น 850 MHz เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กสทช.ยังไม่มีความชัดเจน จึงตัดสินใจยื่นขอรับความคุ้มครองจากศาลปกครองกลาง เพราะถ้าไม่ได้รับคุ้มครอง บางพื้นที่ก็จะซิมดับ บางพื้นที่คุณภาพด้อยลง ก็จะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้จากเราไป ซึ่งหากลูกค้าหนีหายไปจำนวนมากแล้ว ก็ยากจะดึงกลับมา ฉะนั้นต่อให้ กสทช.จัดประมูลคลื่นรอบใหม่ ก็จะเกิดคำถามว่า แล้วจะซื้อคลื่นกลับมาทำไม เมื่อลูกค้าหายไปหมดแล้ว&amp;nbsp; ขณะที่การประมูลคลื่น 900 MHz ที่ กสทช.จัดขึ้นก่อนหน้านี้ มีเงื่อนไขการติดตั้งระบบป้องกันคลื่นรบกวนที่เป็นภาระเกินกว่าที่จะรับได้ รวมถึงดีแทคจำเป็นต้องใช้เวลาติดตั้งอุปกรณ์ใหม่กว่า 2 ปี ดังนั้นต่อให้ประมูลคลื่นได้ก็ยังใช้งานไม่ได้ทันที จึงไม่เข้าประมูล &amp;ldquo; นายราจีฟ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ กสทช. ก็เข้าใจว่า&amp;nbsp; คลื่นความถี่ 850 MHz เป็นคลื่นที่มีความสำคัญต่อผู้ใช้งานพื้นที่ชนบทหรือผู้ที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล ดังนั้นคลื่นนี้จึงมีความสำคัญต่อการคุ้มครองให้ใช้บริการต่อเนื่องเป็นการชั่วคราว เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานได้รับผลกระทบจนกว่าคลื่นความถี่จะถูกนำไปใช้งานด้วยการจัดสรรให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ กสทช. ที่จะคุ้มครองลูกค้าร่วมกับดีแทค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดีเมื่อเรื่องพิพาทไปถึงขั้นตอนของศาลปกครองแล้ว ก็คงต้องจับตา ที่ประชุม กสทช. ในวันที่ 12 ก.ย.นี้ ว่าจะมีมาตรการเยียวยาออกมาหรือไม่ ซึ่งหากไม่มี มติ เรื่องนี้ออกมา ก็คงจะได้เห็นปรากฏการณ์ ซิมดับเป็นครั้งแรก และหากกรณีดังกล่าวขึ้นมา กสทช.ก็ต้องตอบคำถามต่อสังคมให้ได้ว่า เกิดขึ้นเพราะอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดีตอนนี้ทางดีแทค ก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย และพยายามอย่างถึงที่สุดให้ปัญหา หรือ ความเสี่ยงที่ตามมาเกิดขึ้นน้อยที่สุด ล่าสุดก็มีการเพิ่มเสาสัญญาณไปแล้วทั้งปีที่แล้วและปีนี้ แต่ก็ยังมีผลกระทบอยู่ ทั้งยังพยายามเจรจากับ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) เพื่อขอโรมมิ่งบนคลื่น 850 MHz&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17213</URL_LINK>
                <HASHTAG>850 MHz, 900 MHz, CAT, กสท, กสทช., คลื่น 1800 MHz, คลื่นความถี่, ดีแทค, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช., บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9610f037a91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหวง&#039;อัดพนักงานTOT-CATม็อบเพื่อตัวเอง ไม่เหมือนกลุ่มอยากเลือกตั้งม็อบเพื่อชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 61 - นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีพนักงานรัฐวิสาหกิจของ TOT และ CAT เดินขบวนคัดค้านการโอนทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งให้กับบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การชุมนุมทางการเมืองของพวกนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินขบวนของพวกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต่างอะไรกับ &amp;quot;กลุ่มอยากเลือกตั้ง&amp;quot; เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ &amp;quot;กลุ่มอยากเลือกตั้ง&amp;quot; ทำเพื่อประเทศชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อประชาชนโดยสิ้นเชิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีประโยชน์ส่วนตัวมาข้องแวะสักกะผีกริ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกนี้ทำเพื่อส่วนรวมหรือส่วนตัวครับ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วพวกนี้จะโดนคดีแบบเดียวกับ &amp;quot;กลุ่มอยากเลือกตั้ง&amp;quot; บ้างไหมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือไม่ต้อง &amp;quot;โดนคดี&amp;quot;ใดๆ เพราะเป็นพวกกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเดียวกัน ที่ช่วยเปิดประตูให้คณะรัฎฐาธิปัตย์มายึดอำนาจโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้้งของประชาชนลงไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โค่นล้มระบอบประชาธิปไตยลงไปโดยมีระบอบ&amp;quot;รัฐประหาร&amp;quot;มาแทนที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างนี้จะเรียกว่า &amp;quot;สองมาตรฐาน&amp;quot; ได้ไหมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วประเทศชาติบ้านเมืองจะไปรอดปลอดภัยไหมครับ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามีสองมาตรฐานในทุกเรื่อง??&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6526</URL_LINK>
                <HASHTAG>CAT, TOT, กลุ่มอยากเลือกตั้ง, ชุมนุม, ม็อบพนักงานรัฐวิสาหกิจ, เดินขบวนการ, เหวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a838c1357d42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2018 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2018 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“CAT” จับมือ 28 สถาบันศึกษาเร่งพัฒนา IoT</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บมจ.กสท โทรคมนาคม จับมือ สถาบันศึกษา- Maker Club กว่า 28 แห่ง เร่งพัฒนาระบบนิเวศน์นวัตกรรม IoT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.61- พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) กล่าวว่า ได้ลงนามร่วมกับอธิการบดี ผู้แทนของมหาวิทยาลัยและเครือข่าย Maker Club จากทั่วประเทศ รวม 28 สถาบัน ในการการศึกษาและพัฒนาระบบโครงข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อพัฒนาระบบนิเวศน์นวัตกรรมบนพื้นฐานเทคโนโลยีไอโอที โดยจะเริ่มตั้งแต่การพัฒนาระบบโครงข่ายสื่อสัญญาณ ,รูปแบบของระบบโครงข่าย ,ระบบสื่อสัญญาณ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงระบบอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ จะเป็นการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดและช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้แก่บุคลากรได้นำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ ระบบ Low Power Wide Area Network (LPWAN), เครือข่ายอินเทอร์เน็ต, Cloud Computing และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ my&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1812</URL_LINK>
                <HASHTAG>CAT, IoT, กสท โทรคมนาคม, สถาบันการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6aebc5efb81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
