<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Checking point ลดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องน่าตกใจที่ข้อมูลจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดอันดับไทยเป็นประเทศที่เกิดอุบัติเหตุสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก เมื่อปี 2558 และ พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุมสหประชาชาติ (UN) ว่าไทยจะแก้ไขอุบัติเหตุให้ลดลงภายในปี 2563 จึงได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการในเรื่องการ ตั้งจุดตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและรถรับจ้างทุกประเภท และพนักงานขับรถ (Checking point) ในทุกๆ ระยะทาง 90 กิโลเมตร (กม.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ทำให้กระทรวงคมนาคม นำโดย &amp;ldquo;ศักดิ์สยาม ชิดชอบ&amp;rdquo; รมว.คมนาคม ได้มีการรับสนองนโยบายจากนายกรัฐมนตรี โดยการตั้ง Checking Point กำหนดจุดจัดตั้งจะให้เริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วัดระยะทางที่เหมาะสมออกไปทุกๆ 90 กม.ตาม 111 สายทางทั้งหมดทั่วประเทศ โดยให้ประสานงานกับปั๊มน้ำมันทุกแห่งทั่วประเทศในการตั้งจุดตรวจ จะต้องตั้งให้ได้ 245 จุดกระจายไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในการตรวจ Checking Point แต่ละจุดต้องปฏิบัติงาน 24 ชม. แบ่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการ 3 ช่วงเวลา ช่วงเวลาละ 8 ชม. โดยจะให้สำนักงานขนส่งจังหวัดแต่ละแห่งออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะประจำจังหวัด ประกอบด้วยผู้ตรวจการขนส่งเป็นหัวหน้า ส่วนผู้ช่วยให้สำนักงานขนส่งจังหวัดพิจารณาตามความเหมาะสม คาดว่าจะใช้ผู้ตรวจการขนส่งจำนวน 735 คน ส่วนผู้ช่วยจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 คน/จุด ส่วนงบดำเนินการจะดึงจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนจำนวน 180 ล้านบาท หรือประมาณ 10 ล้านบาท/เดือนใช้จ่ายในเรื่องค่าเบี้ยเลี้ยงและอุปกรณ์การตรวจสอบต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย Checking Point จะเริ่มตรวจตั้งแต่คนขับเริ่มสตาร์ทรถในขนส่ง เพราะรถโดยสารแต่ละคันติดตั้ง GPS อยู่แล้ว ถ้าเข้ารับการตรวจที่จุดแรกและใช้เวลาเดินทางเร็วกว่า 1 ชม. ถือว่าใช้ความเร็วเกินกฎหมายทันที เบื้องต้นจะเตือนก่อน แต่หากไปจุดถัดไปยังขับเร็วอีกก็จะดำเนินการขั้นต่อไป คือพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตตามขั้นตอน ซึ่งจะทำให้เวลาเดินทางของประชาชนช้าลง 5-10 นาที ส่วนรถที่ไม่ยอมเข้า Checking Point ก็จะแจ้งจุด checking Point ถัดไป และตำรวจทางหลวง เพื่อสกัดจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หากเป็นไปได้ก็อยากให้อุบัติเหตุลดลงเหลือศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมาตรการ Checking Point นี้ เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ลงพื้นที่จุดตรวจรถโดยสารสาธารณะ (Checking Point) บริเวณจุดตรวจอินทร์บุรี (ฝั่งขาออก) และบริเวณสถานีบริการน้ำมันวิบูลย์พานิชย์ (ฝั่งขาเข้า) จังหวัดสิงห์บุรี หลังจากมอบนโยบายกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ดำเนินการตั้งจุด Checking Point ทุกๆ&amp;nbsp; ระยะทาง 90 กิโลเมตรทั่วประเทศนั้น จากข้อมูลพบว่าตั้งแต่วันที่ 16-20 ก.ย.ที่ผ่านมา มีรถโดยสารเข้าตรวจความพร้อมทั้งสิ้น 53,411 คัน แบ่งเป็นรถโดยสารประจำทาง จำนวน 50,513 คัน, รถโดยสารไม่ประจำทาง (รถเช่าเหมา)&amp;nbsp; จำนวน 2,898 คัน โดยในจำนวนดังกล่าว พบข้อบกพร่อง 344 คัน เช่น ชั่วโมงการทำงานเกิน, ความเร็วเกิน, GPS ไม่เชื่อมต่อ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และภายหลังการดำเนินการ Checking Point ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุของรถโดยสารสาธารณะลดลงเหลือ 0.4 ครั้ง จากเดิมในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-31 ส.ค.ที่ผ่านมา มีอัตราเฉลี่ย 1.07 ครั้ง โดยตั้งเป้าให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ พร้อมทั้งมอบหมายให้ ขบ.ดำเนินการทำการตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทางอย่างต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการนั้น ได้รับรายงานว่ายังขาดแคลนบุคลากรประจำจุดตรวจฯ จึงได้บูรณาการร่วมกับจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดอาสาสมัครมาช่วยดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในสัปดาห์หน้ากระทรวงคมนาคมเตรียมหารือร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. เพื่อขอความร่วมมือในการตั้งจุดตรวจฯ ภายในสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊มน้ำมัน) ด้วย และในอนาคตเตรียมขยายการดำเนินการกับรถบรรทุก รวมทั้งรถประเภทอื่นในระยะต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเข้าใจมาตรการของกระทรวงฯ ในครั้งนี้ แม้จะทำให้เพิ่มเวลาการเดินทางไปอีกประมาณ 30 นาที แต่เชื่อว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และประชาชนถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กัลยา ยืนยง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47263</URL_LINK>
                <HASHTAG>Checking point ลดอุบัติเหตุ, กระจกไร้เงา, กัลยา ยืนยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
