<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CHESกระตุ้นรัฐ  ออกระเบียบปลดล็อกมหา&#039;ลัยใช้งบทุนวิจัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28พ.ค.62-นางสาวพัทธนันท์ หรรษาภิรมย์โชค รองเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ CHES กล่าวว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยมีแหล่งเงินทุนทำวิจัยหลายประเภท เช่น จากงบประมาณแผ่นดิน เงินรายได้ของมหาวิทยาลัย งบประมาณจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น อีกทั้งในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 7 (3) กำหนดไว้ว่า มิให้ใช้บังคับกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อการให้บริการทางวิชาการ โดยให้มหาวิทยาลัยสามารถนำเสนอเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างต่อคณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ เพื่ออนุมัติยกเว้นเป็นรายกรณี แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐหรือออกนอกระบบหลายแห่งยังดำเนินการเกี่ยวกับการของบฯวิจัยตามระเบียบของทางราชการเหมือนเดิม ซึ่งทำให้การดำเนินการวิจัยไม่คล่องตัวและบางครั้งส่งผลต่อความล่าช้าในการจัดซื้อเทคโนโลยีต่างๆ ในการวิจัยทำให้ไม่ทันต่อการดำเนินการวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในพ.ร.บ. ส่งเสริมวิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 (8) ว่าด้วยการปรับปรุงกฎหมายกฎ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดให้มีกฎหมายใหม่ เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม ดังนั้นน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่หน่วยงานต่างๆ ในระบบการวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องจะช่วยกันปลดล็อกงานด้านวิจัยให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว และแข่งขันกับประเทศอื่นได้ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบวิจัยและนวัตกรรมควรพิจารณาเรื่องกฎหมาย กฎข้อบังคับที่สำคัญและสิ่งควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นระเบียบกลางหรือแนวทางการขอใช้งบประมาณ เพื่อการวิจัยที่เอื้อต่อการทำวิจัยให้กับทุกมหาวิทยาลัยที่ทันกับการเปลี่ยนแปลงและทันต่อความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างแท้จริง รวมถึงต้องมองการวิจัยในเชิงบวกและสร้างสรรค์มากกว่าการควบคุมตรวจสอบ เพราะอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับการวิจัยในอนาคต&amp;rdquo;รองเลขาฯ CHES&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37039</URL_LINK>
                <HASHTAG>CHES, ทุนวิจัยมหาวิทยาลัย, นพ.ร.บ. ส่งเสริมวิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 (8), นางสาวพัทธนันท์ หรรษาภิรมย์โชค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c124ebe273b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CHES-สภาอจ.ค้านคสช.ยกเลิกกก.สภามหา&#039;ลัยแสดงทรัพย์สินชี้ขัดหลักนิติรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13ธ.ค.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ร่วมกับองค์กรพันธมิตร ประกอบด้วยที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฎ 38 แห่ง และกลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย (สธม.) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 5 เรื่อง ขอคัดค้านคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 21/2561 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย ด้วยเหตุผลว่าคำสั่งดังกล่าวมีลักษณะขัดต่อการดำเนินการในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังดำเนินการอยู่หลักสำคัญประการหนึ่งของการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ คือ การป้องปราม ซึ่งรัฐบาลจะต้องออกมาตรการหรือกฎหมายที่ทำให้เกิดการป้องปรามที่มีประสิทธิผล ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ทางราชการเกิดความตระหนักเกรงกลัวความผิดทางกฎหมายที่จะไม่ตัดสินใจกระทำทุจริตและประพฤติมิชอบอันเป็นการส่งเสริมให้เกิดธรรมาภิบาลในระบบราชการอย่างแท้จริง แต่คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับดังกล่าวมีผลสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายหลักการป้องปรามอย่างมีประสิทธิภาพดังกล่าว สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายระบบนิติรัฐในการปกครองที่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แถลงการณ์ระบุอีกว่า รัฐบาลชุดนี้ได้แสดงเจตนารมย์อันแน่วแน่ ว่า จะปฏิบัติตามกฏหมายที่ชอบธรรมอย่างเคร่งครัด คำสั่งหัวหน้า คสช. กับเข้าข่ายการแก้ไขกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้คนเพียงหยิบมือเดียว ซึ่งมีอำนาจในการกำหนดนโยบายและอนุมัติงบประมาณจำนวนมากในระบบราชการส่งผลให้เกิดการปล่อยปละละเลยและอาจเอื้อให้เกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างใหญ่หลวงในแวดวงสถาบันอุดมศึกษาในอนาคต ทั้งที่สถาบันอุดมศึกษาเปรียบเสมือนแหล่งบ่มเพาะคนขั้นสุดท้ายเพื่อออกไปเป็นพลเรือนที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นคำสั่งดังกล่าวจึงเสมือนเป็นการแทรกแซงกระบวนการทำงานอย่างถูกต้องและโปร่งใสขององค์กรอิสระกระทบกระเทือนอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนชาวไทยในการยึดถือหลักนิติรัฐและธรรมาภิบาลของประเทศ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศจะหวังพึ่งในความยุติธรรมที่เที่ยงแท้จากรัฐบาลได้อย่างไร และยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ดังนั้นศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและองค์กรเครือข่ายจึงขอคัดค้านคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับดังกล่าวอย่างถึงที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24166</URL_LINK>
                <HASHTAG>CHES, ค้านคสช.ยกเลิกกก.สภามหาวิทยาลัยต้องแสดงทรัพย์สิน, ศูนย์ประสานงานบุคคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ :CHES</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181213/image_mid_5c124ebe273b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นปปช.รื้อประกาศยื่นทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จับตาที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช.เคาะปรับปรุงประกาศยื่นบัญชีทรัพย์สินอังคารนี้ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ชี้ต้องมองสองทางทั้งคนที่ตั้งใจดีและคนไม่ตั้งใจดี ทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบ ประธาน ทปอ.วอนสังคมเปิดใจเรื่องความพอดี อ้างนายกและกรรมการสภาฯ มาช่วยมหา&amp;#39;ลัยแห่ลาออกกันแล้ว ขณะที่กลุ่ม &amp;quot;CHES&amp;quot; บี้ ป.ป.ช.ต้องไม่ละเว้นการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลบางกลุ่ม เตือนขัดต่อหลักนิติรัฐและจะเป็นองค์กรที่สร้างอภิสิทธิ์ชนทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถ.พิษณุโลก วันที่ &amp;nbsp;26 พฤศจิกายน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 พ.ย. ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาการปรับปรุง แก้ไขประกาศ ป.ป.ช.ฉบับล่าสุด เกี่ยวกับการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากที่ประธาน ป.ป.ช.ได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งได้ข้อยุติในระดับหนึ่ง แต่ ป.ป.ช.จะนำมาพิจารณาก่อนมีมติอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจะมีการพิจารณาทุกตำแหน่งที่ต้องยื่นใหม่ ไม่ใช่เฉพาะ 5 ตำแหน่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติผ่อนปรนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการประชุมวันที่ 27 พ.ย.จะมีความชัดเจนเรื่องทางออก รวมถึงจะขยายเวลาไปถึงวันไหน&amp;quot; นายวรวิทย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวอาจให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยชุดเดิมไม่ต้องยื่น แต่จะบังคับใช้กับกรรมการสภามหาวิทยาลัยในชุดหน้าแทน นายวรวิทย์กล่าวว่า ทั้งหมดจะมีความชัดเจนในวันที่ 27 พ.ย. ไม่อยากพูดตอนนี้เพราะอาจไม่ตรง โดยจะมีการแถลงให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.กำหนดให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินว่า กำลังหาทางออกอยู่ว่าจะทำอย่างไร ป.ป.ช.กำลังหาทางออกอยู่ ทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบ ซึ่งต้องมองสองทาง คนที่ตั้งใจดี คนที่ไม่ตั้งใจดี คนที่สุจริตหรือคนที่ทุจริต ซึ่งมันต้องหาทางออกให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะมี 2 ฝ่ายเสมอ แล้วก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทปอ.ยังไม่ได้เข้าพบเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.อย่างเป็นทางการ แต่ที่ผ่านมา ทปอ.ยืนยันมาตลอดว่า เห็นด้วยกับ ป.ป.ช.ทุกประการในเรื่องการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอธิการบดี รองอธิการบดี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและทุกคนก็ได้ยื่นแสดงทรัพย์สินไปแล้ว ส่วนกรณีของเรื่องนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยนั้น อยากวิงวอนสังคมว่าขอให้เปิดใจเรื่องความพอดี เพราะนายกและกรรมการสภาฯ เข้ามาช่วยเหลือมหาวิทยาลัย มาทำหน้าที่เรื่องวิชาการเป็นหลักจริงๆ อีกทั้งนายกและกรรมการสภาฯ ก็เป็นคนที่มหาวิทยาลัยไปร้องขอให้มาช่วยมหาวิทยาลัย หลายคนเป็นนักธุรกิจในพื้นที่ &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อมหาวิทยาลัยไปร้องขอก็ยินดีเข้ามาช่วยมหาวิทยาลัยในพื้นที่ต่างๆ โดยไม่ได้ผลประโยชน์ตอบแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้มหาวิทยาลัยหลายแหล่งประสบปัญหา นายกและกรรมการสภาฯ แสดงเจตจำนงขอลาออกกันแล้ว ซึ่งเรื่องนี้จริงๆ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออธิการบดีเลย แต่กระทบมหาวิทยาลัยและนักศึกษาแน่นอน อย่างไรก็ตามในส่วนของ สจล.ก็มีการแสดงเจตจำนงมาบ้างแล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ถึงเดดไลน์จึงยังไม่ทราบว่ามีใครบ้าง แต่สิ่งสำคัญอยากบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของสังคม และอยากให้มองถึงประโยชน์ของนักศึกษาเป็นตัวตั้ง&amp;quot; ศ.ดร.สุชัชวีร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 &amp;nbsp;เรื่องคัดค้านการใช้อำนาจมาตรา 44 หรือมติ ป.ป.ช.เพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนี้ ระบุว่า CHES ขอคัดค้านกรณี ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช้อำนาจมาตรา 44 เพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายการแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนี้ ด้วยเหตุผลว่าจะไม่ยุติธรรม หากต้องบังคับใช้กฎหมายขณะที่กำลังดำรงตำแหน่งอยู่ และให้บังคับใช้กับผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่จะมีการประชุมในวันที่ 27 พ.ย.นี้ว่า ป.ป.ช.ต้องไม่ละเว้นการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลบางกลุ่ม ด้วยเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักนิติรัฐที่กฎหมายจะต้องบังคับใช้กับทุกคน การที่มีคนร้องขอให้เว้นการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้กับบางคนนั้น กฎหมายปราบปรามการทุจริตอนุญาตให้ ปปช.ทำได้จริงหรือ และทำด้วยหลักคิดอะไร ป.ป.ช.เป็นองค์กรที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่กลับจะเป็นองค์กรผู้สร้างอภิสิทธิ์ชนทางกฎหมายปราบปรามการทุจริตเสียเองแล้ว ผลจะเป็นอย่างไร และถ้า ป.ป.ช.ทำผิดหลักกฎหมายนี้แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับท่าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุว่า การปราบปรามทุจริตในอุดมศึกษาที่ผ่านมาไม่ได้ผล ก็เพราะระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยโดยการอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น กรรมการสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้เสียสละไม่มีอำนาจในการบริหารหรือตัดสินใจ ทำหน้าที่แค่อนุมัติหลักสูตรอนุมัติผู้สำเร็จการศึกษาเท่านั้น ซึ่งข่าวการฟ้องร้องในมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมา ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าสภามหาวิทยาลัยที่ว่าไม่มีอำนาจนั้นไม่ได้เป็นความจริง เหล่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยที่อยู่ในตำแหน่งที่มีคนร้องขอให้เว้นการแสดงบัญชีทรัพย์สินนั้น ได้เคยแสดงการป้องกันการทุจริตให้เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ประเทศไทยมีบุคคลที่จะทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยเพียงเท่านี้หรือ และหากท่านเหล่านี้เป็นบุคคลเสียสละโดยแท้จริงแล้ว ท่านสมควรแสดงการข่มขู่สังคมว่าจะลาออกยกชุด ซึ่งเป็นภาระในการบังคับใช้กฎหมายโดยทั่วหน้าเช่นนั้นหรือ หาก ป.ป.ช.ยินยอมต่อการร้องขอในครั้งนี้ จะเกิดคำถามว่าท่าน ป.ป.ช.มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับบุคคลเหล่านี้ด้วยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) กำลังจะหารือกันในการตีแผ่ปัญหาทุจริตและธรรมาภิบาลในรั้วมหาวิทยาลัยกับสังคม รวมถึงคดีที่เคยยื่นไว้ที่ ป.ป.ช.และไม่คืบหน้าอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อให้มหาวิทยาลัยกลับคืนมาเป็นเสาหลักของสังคมทั้งด้านวิชาการและคุณธรรมดังเดิม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22857</URL_LINK>
                <HASHTAG>CHES, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ป.ป.ช., ประกาศยื่นบัญชีทรัพย์สิน, หนังสือพิมพ์, อภิสิทธิ์ชนทางกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfc082223f4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
