<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาฯยกกรณี&#039;สปป.ล้านนา&#039;ประกอบการตัดสินใจ24มีนา.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.62 - &amp;nbsp; นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า.....ในช่วงเดือนมีนาคมปี ๒๕๕๗ มีการประกาศแยกภาคเหนือ ๘ จังหวัดเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนาหรือ สปป.ล้านนา&amp;nbsp;
.....การใช้คำว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ย่อมมีความหมายชัดเจนอยู่แล้วว่า ประมุขของประเทศต้องไม่ใช่พระมหากษัตริย์ แต่ต้องเป็นประธานาธิบดี
.....ในช่วงเวลาเดียวกันนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นได้ขึ้นไปกล่าวบนเวทีการปราศรัยของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จังหวัดนครราชสีมาสนับสนุนการแบ่งแยกประเทศไทยและประกาศว่า ประชาชนชาวไทยมีอาวุธปืนอยู่ประมาณ ๑๐ ล้านกระบอกพร้อมที่จะออกมาสู้รบกับทหาร
.....ถ้าในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ คสช.ไม่ยึดอำนาจการปกครองของประเทศ ขณะนี้ประเทศไทยอาจเกิดสงครามกลางเมืองอย่างที่เป็นอยู่ในประเทศซีเรียก็มีโอกาสเป็นไปได้
.....คนไทยควรจะต้องจำบทเรียนเหตุการณ์ในอดีตเพื่อประกอบการตัดสินใจในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31315</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chuchart Srisaeng, จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, ชูชาติ ศรีแสง, นปช., สปป.ล้านนา, เลือกตั้ง, เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 19:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาติงบางคนได้ทำตัวเป็นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการและศาล กรณีนายแพทย์ถูกร้องข่มขืนกระทำชำเรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Chuchart Srisaeng ว่า.....ขณะนี้มีข่าวที่เป็นที่วิพากวิจารณ์ของชาวโซเชียลเน็ตเวิร์คและสื่อมวลชนให้ความสนใจมากพอสมควรคือข่าวที่สุภาพสตรีคนหนึ่งไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าถูกนายแพทย์คนหนึ่งข่มขืนกระทำชำเรา
.....ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ ผู้ใดข่มขืนกระทําชําเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นน้ันอยู่ในภาวะท่ีไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทําให้ผู้อื่นน้ันเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจําคุกต้ังแต่สี่ปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
.....การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทําเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทําโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทํากระทํากับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทํากับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น&amp;nbsp;
..............ฯลฯ..........
.....ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างดำเนินการสอบสวนแสวงหาพยานหลักฐาน ยังไม่อาจรู้ได้ว่า พนักงานสอบสวนจะมีคำสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่และพนักงานจะมีคำสั่งอย่างไร รวมทั้งถ้าพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีคำสั่งให้ฟ้องผู้ถูกกล่าวต่อศาลแล้ว ศาลจะพิจารณาพิพากษาลงโทษหรือยกฟ้อง
.....แต่ปรากฎว่า มีทั้งผู้ที่ไม่มีความรู้ทางกฎหมายและนักกฎหมายบางคนได้ทำตัวเป็นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการและศาล ได้วินิจฉัยคดีนี้กันเรียยร้อยแล้ว
.....นี่คือสิ่งที่ทำให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีความรู้และเข้าใจกฎหมายและกระบวนการดำเนินการในคดีอาญาสับสนและหากในอนาคตคดีขึ้นสู่ศาลและศาลมีคำพิพากษาไม่ตรงกับที่ผู้ทำตัวเป็นผู้พิพากษาโดยไม่ต้องเรียนกฎหมายหรือเป็นนักกฎหมายแต่ไม่ต้องสอบเป็นผู้พิพากษาให้ความเห็นไว้ ประชาชนก็คงพากันด่าศาลอีกแน่นอน
.....การพิจารณาพิพากษาคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา มีเรื่องที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยอยู่ ๒ ประการ คือ ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
.....ถ้ายังไม่รู้ข้อเท็จจริงอย่างแน่ชัด ก็ไม่อาจที่จะวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้ เพราะไม่อาจนำข้อกฎหมายปรับกับเรื่องที่ต้องวินิจฉัยได้ หรือรู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแน่ชัดชัดแล้ว แต่ไม่เข้าใจข้อกฎหมาย ไม่ว่าเป็นกรณีหนึ่งกรณใดหรือทั้งสองกรณี การวินิจฉัยก็ต้องผิดพลาดแน่นอน
.....แพทย์ผู้ตรวจรักษาตรวจผู้ป่วยแล้วยังไม่ทราบว่าผู้ที่มารับการตรวจรักษาป่วยเพราะสาเหตุอะไรหรือเป็นโรคอะไร การสั่งจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยก็ยากที่จะจ่ายให้ได้ถูกต้อง ฉันใดก็ฉันนั้น
.....กรณีที่เกิดขึ้นในคดีดังกล่าว ขณะเกิดเหตุที่ผู้กล่าวหาหรือผู้เสียหายอ้างว่าผู้ถูกกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเรานั้น ตามข่าวปรากฎว่ามีผู้อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเพียง ๒ คนเท่านั้น คือผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา จึงมีเพียงผู้เสียหายและผู้ต้องหาเท่านั้นที่รู้ว่า มีการข่มขืนกระทำชำเราเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และหากเกิดขึ้นจริงผู้เสียหายยินยอมหรือไม่ นอกจากนี้ก็อาจมีทนายความของผู้เสียหายและพนักงานสอบสวน ถ้าผู้เสียหายเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบตามความเป็นจริง
.....ส่วนบุคคลอื่นๆ นอกจากที่กล่าวแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ถ้าเป็นเพียงการพูดเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเช่น อ้างคำพิพากษาศาลฎีกามาให้ความรู้แก่ผู้อ่านก็เป็นสิ่งที่ดี แต่การให้ความเห็นในข้อเท็จจริงที่ตนเองไม่รู้และวินิจฉัยไปเหมือนคำพิพากษาของศาล เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;
.....แต่ถ้าบุคคลใดต้องการทำหน้าที่เป็นศาลหรือผู้พิพากษา ก็ควรจะสมัครสอบเข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา เมื่อสอบได้แล้วท่านจะได้ทำหน้าที่ผู้พิพากษาอย่างเต็มที่ แต่ถ้าท่านไม่ชอบการเป็นผู้พิพากษาหรือสมัครสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาแล้วแต่สอบไม่ได้ ก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็นเฉกเช่นการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22462</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chuchart Srisaeng, คดีข่มขืนกระทำชำเรา, ชูชาติ ศรีแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาแฉปล่อยคลิปจับ&#039;พุทธะอิสระ&#039;หวังลดศรัทธา&#039;บิ๊กตู่-คสช.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค. 61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Chuchart Srisaeng ถึงกรณีการเข้าจับกุมพระพุทธะอิสระว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามพร้อมด้วยอาวุธร้ายแรงบุกเข้าจับกุมพระพุทธอิสระโดยได้ดำเนินการเปรียบเสมือนกับท่านเป็นมหาโจรหรือหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการนำคลิปขณะปฏิบัติการจับกุมมาเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เมื่อถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่างออกมายืนยันว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการกระทำตามยุทธวิธีและเหมาะสมดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมพระพุทธอิสระที่กุฏิในวัดอ้อน้อย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมว่า ขอโทษแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเสียความรู้สึก และพลเอกประยุทธได้ว่ากล่าวตักเตือนและกำชับไปแล้วว่าต้องไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งยังได้ฝากขอโทษนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกลาโหม ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตักเตือนถึงการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ อาจกระทบต่อความรู้สึกของศิษย์ยานุศิษย์และประชาชน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมแก่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้พลเอกประวิตรอยากขอโทษประชาชนแทนตำรวจชุดปฏิบัติการและเน้นย้ำไปแล้วไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพลเอกประยุทธและท่านพลเอกประวิตร ไม่สงสัยบ้างหรือว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุเฉพาะการจับกุมพระพุทธอิสระที่รับปฏิบัติตามพระบัญชาของอดีตสมเด็จพระสังฆราชสมเด็จพระญาณสังวรให้ท่านพยายามขจัดลัทธิธรรมกายให้ได้และท่านก็ได้ดำเนินการตลอดมาจนประสบความสำเร็จได้ระดับหนึ่งแล้วเท่านั้น แต่ในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปทำการจับกุมพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ในคดีโกงเงินทอนวัดซึ่งบางองค์มีความสนิทสนมกับธรรมชโยเป็นพิเศษกลับได้รับการปฏิบัติอย่างนอบน้อมสุภาพเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพลเอกประยุทธและท่านพลเอกประวิตรคิดดูเถอะว่า การนำคลิปที่ไม่มีบุคคลใดอาจเข้าไปถ่ายภาพได้จึงไม่อาจนำเผยแพร่ได้ ผู้ที่นำมาเผยแพร่ก็น่าเชื่อว่าคือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้ถ่ายภาพหรือผู้ที่ได้เข้าร่วมจับกุมนั่นแหละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำมาเผยแพร่โดยย่อมเล็งเห็นผลได้อยู่แล้วว่า จะถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงแน่นอนและผลที่ตามมาก็คือทำให้ประชาชนไม่พอใจและเสื่อมศรัทธา คสช.และรัฐบาลลงไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพลเอกประยุทธและท่านพลเอกประวิตรกรุณาคิดดูว่า การกระทำดังกล่าวคือการวางแผนทำลายการชื่นชม ความเลื่อมใสและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ คสช.และรัฐบาลได้อย่างแนบเนียนที่สุดใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10114</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chuchart Srisaeng, ชูชาติ ศรีแสง, พระพุทธะอิสระ, อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa20f58ba9fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
