<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.1 จ.ชัยนาท ชู Young Smart Farmer  หนุนแนวคิด สร้างโอกาสทำเงิน จากผลิตภัณฑ์แปรรูป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ ( 7 ส.ค. 64 ) นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้กิจกรรม &amp;quot;สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท&amp;quot; เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย เปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา และ สวนส้มโออำนวย ตำบลนางลือ อ.เมืองชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหานคร จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาให้ Young Smart Farmer ที่สมัครเข้าร่วม เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ ที่มีความรู้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในยุคเกษตร 4.0 ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดถึงนวัตกรรมตามหลักการธุรกิจเกษตร การนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการผลิตและการตลาด และที่สำคัญคือ การเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระชัย กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; วันนี้ Young Smart Farmer ภายใต้การส่งเสริมและพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท สามารถเป็นต้นแบบ และเป็นผู้นำในการพัฒนาการเกษตรของชุมชนได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ดังเช่นเปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ของ นายณธัชพงศ์ รักศรี และนายธนเดช ไชยพัฒรัตนา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านการเกษตร และใช้เวลาว่างจากงานประจำมาทำการเกษตร ภายใต้แนวคิด เกษตรกรวันหยุด โดยทั้งสองคนได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2562 จากการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท วันนี้จึงได้ประสบความสำเร็จในการทำสวนเกษตร ที่เน้นการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลัก อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนเป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ขณะที่ นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ ซึ่งได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2564 ถือเป็นอีกหนึ่ง Young Smart Farmer ต้นแบบจากการพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท จนประสบความสำเร็จในการนำผลผลิตส้มโอมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและปลอดภัยตรงตามที่ตลาดต้องการ ดังนั้นในวันนี้สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 และต้องการกลับบ้านเกิดเพื่อมาประกอบอาชีพการเกษตร การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่าง ๆได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัดที่อยู่ใกล้บ้าน&amp;rdquo; นายวีระชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ นายณธัชพงศ์ รักศรี&amp;nbsp; กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer &amp;nbsp;ถือเป็นการเติมเต็มความสำเร็จให้เกิดขึ้น จากเดิมที่มีแนวคิดเพียงอยากทำเพราะใจรัก มีความสุขกับการทำเกษตร ด้วยสิ่งต่างๆที่ได้รับช่วยทำให้เกิดการพัฒนาแนวคิดด้านธุรกิจเกษตร และเป็นจุดที่ทำให้ก้าวมาสู่การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ อย่างจิ้งหรีด &amp;nbsp;ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) &amp;nbsp;ได้เลือกให้แมลงเป็นสินค้าอาหารทางเลือกใหม่ โดยคาดว่าในปี 2023 ตลาดแมลงจะมีขนาดถึง 37,900 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;การที่จะทำฟาร์มจิ้งหรีดให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้ ตั้งแต่เรื่องของช่องทางการตลาด ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทน ปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของจิ้งหรีด ขั้นตอนการเลี้ยงและวัสดุที่ใช้ และที่สำคัญคือ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพราะจะทำให้เกิดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากปกติ ที่จะจำหน่ายจิ้งหรีดสดในราคากิโลกรัมละ 150 บาท เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 4,000 บาทได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อนำมาแปรรูปผงโปรตีน แป้งโปรตีน และสารสกัดจากจิ้งหรีด&amp;rdquo; นายณธัชพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ กล่าวว่า จากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19&amp;nbsp; ทำให้ธุรกิจส่วนตัวที่ทำไม่สามารถไปต่อไป จึงตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดชัยนาท เริ่มต้นใหม่ด้วยการทำสวนส้มโอ โดยวางแผนที่จะพัฒนาให้มีการต่อยอดผลผลิตด้วยการแปรรูปออกจำหน่าย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ นั่นจึงเป็นที่มาของการสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จากองค์ความรู้จากข้อแนะนำทั้งแนวทางและแนวคิด ส่งผลให้เกิดแนวคิดและช่องทางของการก้าวเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; การเข้าร่วม Young Smart Farmer ทำให้ผมตกผลึกทางความคิด และเลือกที่จะทำเกษตรสุขภาพควบคู่กับการแปรรูป แบบ ZERO WASTE ที่เน้นจุดขายที่ว่า ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ ทั้งนี้ในการแปรรูปแบบ ZERO WASTE นั้นจะนำทุกส่วนของผลส้มโอมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเริ่มจากส่วนของผลและกุ้ง นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มโอสกัดเย็น, ไอศกรีมส้มโอ, แยมส้มโอ, น้ำส้มโอแบบผงชงดื่ม และวิตามินเม็ดฟูละลายน้ำจากส้มโอ ขณะที่ส่วนของเยื่อสำลีส้มโอ จะนำมาแปรรูปเป็นกระดาษจากเยื่อสำลีส้มโอ, แผ่นมาร์คหน้าส้มโอและครีมมาร์คหน้าส้มโอ สำหรับในส่วนของผิว จะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอชนิดต่าง ๆ ชาเปลือกส้มโอ เซรั่มส้มโอ, แคปซูลจากเปลือกส้มโอ และเปลือกส้มโออบบ๊วยอบแห้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ กล่าวในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112522</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chula Zero Waste, Food and Agriculture Organization: FAO, Young Smart Farmer, กรมส่งเสริมการเกษตร, การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่, จังหวัดชัยนาท, นายวีระชัย เข็มวงษ์, ผลส้มโอ, ผลิตภัณฑ์แปรรูป, ฟาร์มจิ้งหรีด, สร้างโอกาสทำเงิน, สสก.1, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท, องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e6c3eb52ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุฬาฯ ชูโมเดล Zero Waste ลดขยะพลาสติกแล้ว 100 ตัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี ผจก.โครงการ Chula Zero Waste &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สหประชาชาติกำหนดปัญหามลพิษขยะพลาสติกเป็นวาระโลกปีก่อน ขณะที่รัฐสภายุโรปเห็นชอบร่างกฎหมายห้ามใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งภายในปี 2564 ทั้งหลอด, ช้อน-ส้อม-มีด, ก้านสำลีเช็ดหู, ที่คนเครื่องดื่ม, พลาสติกชนิด Oxo, กล่องโฟม สำหรับประเทศไทยนั้นรัฐบาลประกาศเป้าหมายเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 7 ชนิดในปีนี้ ทั้ง Cap seal ขวดน้ำดื่ม, ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของของสารประเภท oxo, Microbead จากพลาสติก ปี 2565 เพิ่มถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร ปี 2568 ได้แก่ แก้วน้ำพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และหลอดพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุฬาฯ เดินหน้า Chula Zero Waste ลดขยะพลาสติกในมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเดินหน้าภายใต้โครงการ Chula Zero Waste พัฒนาระบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายในจุฬาฯ ให้เป็นต้นแบบการจัดการขยะในพื้นที่เมือง รวมถึงพัฒนาและบูรณาการความรู้เรื่องการลด คัดแยกและการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน และกิจกรรมภาคปฏิบัติทุกระดับตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย อีกทั้งสร้างค่านิยม Zero Waste ให้แก่บุคลากรในจุฬาฯ ช่วยลดและคัดแยกขยะที่ต้นทาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากงานเสวนามาตรการลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งพร้อมประกาศเจตนารมณ์ดำเนินมาตรการลดขยะพลาสติก ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯ มีเป้าหมายจะลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งภายใน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2562&amp;ndash;2564 โดยจะเป็นเขตปลอดโฟม 100% และปลอดถุงพลาสติกชนิด Oxo-degradable ที่แตกตัวเร็ว กลายเป็นไมโครพลาสติก ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกชนิดหูหิ้วลง 80% ในทุกร้านค้าผ่านมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ มีการเก็บเงินค่าถุงพลาสติกจูงใจให้พกถุงผ้า เลิกใช้แก้วพลาสติก 100% ในโรงอาหาร เปลี่ยนแก้วที่ใช้ซ้ำได้หรือแก้วกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพ (zero-waste cup) ลดปริมาณการใช้หลอดพลาสติก ช้อน-ส้อมพลาสติกลง 20% ผ่านมาตรการขอก่อน ค่อยให้ และลด-งดแจก ในการประชุมและการจัดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก้วกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพย่อยสลายใน 6 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี ผู้จัดการโครงการ Chula Zero Waste กล่าวว่า โครงการ Chula Zero Waste เป็นแผนปฏิบัติการ 5 ปี ประสบความสำเร็จด้วยมาตรการงดแจกถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 2560 ช่วยลดปริมาณถุงพลาสติกถึง 90% ลดขยะจากถุงพลาสติก 3.2 ล้านใบ แต่ถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อก็มีปริมาณมากคิดเป็น 26% ของร้านค้าทั้งหมดในมหาวิทยาลัย ส่วนปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วคิดเป็น 28% ของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 4 ประเภทที่รวมๆ แล้วอาจมีปริมาณการใช้มากกว่า 20 ล้านชิ้นต่อปี ดังนั้น ร้านค้าในเขตพื้นที่การศึกษาจะห้ามใช้กล่องโฟมและถุงพลาสติกชนิด Oxo-degradable โดยเด็ดขาด งดการให้ถุงพลาสติกฟรี ยกเว้นสำหรับของร้อนพร้อมทาน เปลี่ยนเป็นเก็บเงิน 1-2 บาทตามกลไกเศรษฐศาสตร์เพื่อจูงใจให้ลดรับถุงพลาสติก ถุงที่อนุญาตให้ใช้จะมี 3 ทางเลือก คือ ถุงกระดาษ ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ที่ได้มาตรฐานการย่อยสลายเป็นปุ๋ย และถุงที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100%&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;แล้วยังมี My Bottle เพิ่มตู้กดน้ำดื่มสะอาด 50 ตู้ กิจกรรมแจกกระบอกน้ำช่วยลดปริมาณขวดพลาสติก 6 แสนขวดต่อปี ในประชากรของจุฬาฯ 10% มีการปรับพฤติกรรม, My Cup ร้านกาแฟ เอาแก้วมาเอง ได้ส่วนลด 3-5 บาท เพราะในจุฬาฯ มีร้านกาแฟเยอะมาก และ Zero-waste cup ต้องจ่ายค่าแก้ว 2 บาท เกิดการกระตุ้นให้พกแก้วมาเอง และในโรงอาหารเปลี่ยนการใช้แก้วพลาสติกมาเป็นแก้วกระดาษเคลือบด้วยพลาสติกชีวภาพย่อยเป็นปุ๋ยได้ภายใน 6 เดือน ทุกโครงการลดขยะพลาสติกภายในจุฬาฯ 100 ตัน แต่ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับขยะเหลือทิ้งทั้งหมด 1,600-1,800 ตันต่อปี&amp;rdquo; ผู้จัดการโครงการกล่าวจะต้องทำให้ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากเสวนา ภายในงานจัดแสดงผลงานนิสิตชมรม Chula Zero Waste แสดงถึงการจัดการขยะและผลงานออกแบบถังขยะแยกประเภทอัจฉริยะจากนิสิตคณะครุศาสตร์ ตลอดจนงานประติมากรรมจากขยะพลาสติกของนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32578</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chula Zero Waste, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ลดขยะพลาสติก, ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์, สุจิตรา วาสนาดำรงดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9e0c31a67dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
