<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;CIA-แผงค้า&#039;ยึดฟุตบาททั้งแจกทั้งขายรับม็อบเฟสติวัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ของกลุ่มราษฎรที่นัดหมายชุมนุมใหญ่ 8พ.ย. โดยเฉพาะบริเวณฟุตบาทตั้งแต่ร้านแมคโดนัล ยาวไปถึงแยกคอกวัว เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆเข้ามาจับจองพื้นที่ขายของ และไม่ได้มีเพียง CIA หรือร้านขายลูกชิ้นทอด ตามที่กลุ่มราษฎร ตั้งสมญานามให้อันเนื่องมักมาปักหลักล่วงหน้าก่อนผู้ชุมนุมจะมาถึง แต่ครั้งนี้เต็มไปด้วยร้านค้านานาชนิด ร้านขายของกิน หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว หมูทอด ไก่ทอด ขนมจีบ ซาลาเปา ผลไม้ น้ำเปล่า น้ำอัดลม ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า หมวก เข็มกลัดที่ระลึก เช่นเดียวกับผู้มีจิตศรัทธา ตั้งจุดแจกมะพร้าวน้ำหอม ขนมเบื้อง ไปจนถึง ย่างกุ้ง ที่ได้รับความสนใจ ต่อแถวรับของแจกด้วยคิวยาวเหยียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้ชุมนุมแม้จะใกล้เวลานัดหมาย16.00น. ยังคงไม่หนาแน่นเท่าที่ควรแตกต่างจากการชุมนุมก่อนหน้านี้ และคนส่วนใหญ่ที่มาพบว่าเป็นคนวัยทำงาน ผู้สูงวัย แนวร่วมคนเสื้อแดง ที่มีมากกว่ากลุ่มราษฎร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83179</URL_LINK>
                <HASHTAG>CIA, การชุมนุม, ค้าขาย, ม็อบเฟสติวัล, สีสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa7af3b39065.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครสั่งฆ่าคาช็อกกี?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำถามนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีใครตอบได้...เพราะอัยการของซาอุดีอาระเบียชี้นิ้วไปที่ทีมสังหารที่อ้างว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่อาวุโสหน่วยข่าวกรองซาอุฯ&amp;quot; เป็นคนบงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ CIA หรือ &amp;quot;สำนักงานข่าวกรองกลาง&amp;quot; ของสหรัฐฯ สรุปว่าเป็นคำสั่งตรงจากมกุฎราชกุมาร &amp;nbsp;Mohammed bin Salman ของซาอุฯ เองนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงสัยท้ายที่สุดหากรัฐบาลซาอุฯ ต้องการจะทำให้ความจริงปรากฏโดยปราศจากความสงสัย อาจจะต้องมีคณะกรรมการสอบสวนนานาชาติมาทำหน้าที่การค้นหาข้อเท็จจริงให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหาไม่แล้วความสงสัยคลางแคลงเรื่องนี้จะไม่มีวันจางหายไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะนักข่าวที่ชื่อ Jamal Khashoggi เป็นคนมีชื่อเสียง มีผลงานโดดเด่น เป็นคนทำสื่อชาวซาอุฯ ที่หนีไปอยู่สหรัฐฯ เพราะชีวิตถูกคุกคาม เมื่อไปอยู่อเมริกาก็เขียนคอลัมน์ประจำให้หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะคาช็อกกีเป็นคนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้นำซาอุฯ อย่างตรงไปตรงมา โดยแสดงความเห็นผ่านสื่อทีวีและหนังสือพิมพ์ของสหรัฐฯ เป็นประจำ จึงทำให้มีคนตั้งข้อสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นเหยื่อของแผนฆาตกรรมโหดที่สั่งตรงมาจากระดับสูงของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวในสื่อสหรัฐฯ อ้างว่าซีไอเอได้สอบสวนเรื่องนี้อย่างลุ่มลึก กระจายการเจาะข่าวกรองไปหลายแหล่ง รวมถึงการฟังบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง Khalid bin Salman อนุชาของมกุฎราชกุมารและเอกอัครราชทูตซาอุฯ ประจำสหประชาติกับนายคาช็อกกี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวกรองชิ้นนี้อ้างว่าคาช็อกกีได้รับคำแนะนำจากทูตคนนี้ว่าให้ไปที่สถานกงสุลซาอุฯ ที่อิสตันบูล &amp;nbsp;(ประเทศตุรกี) เพื่อเอาเอกสารที่เขาต้องการ อีกทั้งยังให้ความมั่นใจว่าทุกอย่างจะปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทูตคาลิดรู้ล่วงหน้าหรือไม่ว่าคาช็อกกีจะถูกสังหาร ณ จุดนั้น แต่ข่าวกรองสหรัฐฯ อ้างว่าทูตคุยกับคาช็อกกีตามคำสั่งของมกุฎราชกุมาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อัยการของซาอุฯ ที่ทำคดีนี้ยืนยันเสียงแข็งว่า มกุฎราชกุมารซัลมานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีสังหารโหดครั้งนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำฟ้องนั้นอัยการกล่าวหาผู้ต้องสงสัย 11 คน และขอให้ศาลตัดสินประหารชีวิต 5 คนที่ถือว่าเป็นมือสังหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำฟ้องอัยการซาอุฯ อ้างว่าทีมนักสังหารถูกส่งไปปฏิบัติการครั้งนี้ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโส ที่ได้กระทำการไปตามแผนการของตนเองโดยไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องบอกด้วยว่า คาช็อกกีถูกทีมสังหารนี้ล็อกตัวและจับฉีดยาร้ายแรงปริมาณสูงจนนำไปสู่การเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนสงสัยในคำให้การของฝ่ายรัฐบาลซาอุฯ มาตั้งแต่ต้น เพราะคำแถลงแต่ละครั้งขัดแย้งกันเองมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกเริ่มก็บอกว่าคาช็อกกีไม่ได้ตาย ออกจากสถานกงสุลทางประตูหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันต่อมาก็บอกว่าคาช็อกกีหายตัวไปไร้ร่องรอย แต่ยังมีชีวิตอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก็ออกข่าวว่านักข่าวซาอุฯ คนนี้ตายแล้ว แต่ไม่รู้อยู่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกไม่กี่วันต่อมาก็ยอมรับว่าศพของเขาถูกหั่นเป็นชิ้นๆ และคนที่กระทำการเช่นนี้เป็นเจ้าหน้าที่นอกคอกที่วางแผนและกระทำการไปโดยพลการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเกิดเรื่องร้ายเช่นนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ตอนแรกออกมาปกป้องรัฐบาลซาอุฯ ต่อมาก็บอกว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมาก ทำเนียบขาวจะต้องพิจารณาลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์ยืนยันว่าจะไม่ยุติการขายอาวุธให้ซาอุฯ &amp;quot;เพราะถึงแม้เราจะไม่ขาย ประเทศอื่นก็ขายอยู่ดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวล่าสุดบอกว่าซีไอเอก็ไม่รู้ว่าเศษซากของศพคาช็อกกีอยู่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในหลักฐานสำคัญของคดีนี้คือ &amp;quot;เทปเสียง&amp;quot; ที่เจ้าหน้าที่ตุรกีอ้างว่าเป็นเสียงของการสนทนาระหว่างคาช็อกกีกับทีมสังหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงเทปนั้นยืนยันว่าทันทีที่คาช็อกกีเข้าไปในสถานกงสุลซาอุฯ ที่เมืองอิสตันบูล ก็ถูกคณะมือสังหารล็อกตัวและถูกจับฉีดยาจนหมดสติก่อนจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ เพื่อทำลายหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเทปมีเสียงของกงสุลใหญ่ซาอุฯ ที่แสดงความไม่พอใจที่กลายเป็นภาระของเขาที่ต้องจัดการเคลียร์ซากศพและทำความสะอาดห้องทำงานของตัวเองที่กลายเป็นจุดเกิดฆาตกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทปนั้นยังมีเสียงของหนึ่งในมือสังหารโทรไปแจ้งคนใกล้ชิดกับมกุฎราชกุมารว่าปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ซาอุฯ 17 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันการสังหารคาช็อกกี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีตุรกี เรเซ็บ เทย์ยิบ เออร์โดกาน บอกว่ารัฐบาลตุรกีได้ส่งสำเนาเทปเสียงนั้นให้รัฐบาลเยอรมนี, ฝรั่งเศส, อังกฤษ และซาอุฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อทรัมป์ต้องการให้มกุฎราชกุมารซัลมานอยู่ในตำแหน่งต่อไป เพราะเป็นคนสำคัญในการสกัดอิทธิพลอิหร่านในตะวันออกกลาง การสอบสวนหาคนผิดอย่างตรงไปตรงมาในกรณีนี้ก็เกิดขึ้นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอยดูต่อไปว่าทรัมป์จะเชื่อหรือไม่เชื่อซีไอเอของตน หรือจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อผลการสอบของหน่วยข่าวกรองมะกันตรงกันข้ามกับจุดยืนของรัฐบาลตนเองเช่นนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22230</URL_LINK>
                <HASHTAG>CIA, Jamal Khashoggi, กาแฟดำ, ซาอุฯ, มกุฎราชกุมาร  Mohammed bin Salman, สำนักงานข่าวกรองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้ขวาง&#039;ฮาสเปล&#039;นั่งผอ.CIAเคยคุมคุกลับในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีนา ฮาสเปล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.61 - จากรายงานข่าวการปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน และแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ไมก์ ปอมเปโอ เข้ารับตำแหน่งแทน โดยมีรองผู้อำนวยการ CIA คนปัจจุบัน จีนา ฮาสเปล เลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร์กาเรต หวง ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐฯ แถลงว่าทั้งสองคน ปอมเปโอและแฮสเปลต่างมีประวัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ย่ำแย่ ซึ่งควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยวุฒิสภาก่อนเข้ารับตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปอมเปโอเคยให้เสียงสนับสนุนการสอบสวนโดยใช้เทคนิคการทรมาน เช่น วอเทอร์บอร์ดดิ้ง (คือ การเทน้ำปริมาณมากลงบนใบหน้าของผู้ถูกสอบสวนเพื่อทำให้รู้สึกเหมือนจมน้ำ) ยังมีรายงานว่า&amp;nbsp;ฮาสเปลเคยกำกับดูแลคุกลับของ CIA ในประเทศไทย ซึ่งมีผู้ถูกคุมขังตกเป็นเหยื่อการทรมานและการอุ้มหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เธอยังถูกต้องสงสัยว่าเป็นคนสั่งให้ทำลายหลักฐานเกี่ยวกับการทรมานที่อาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติภายใต้กฏหมายระหว่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้เรียกร้องให้ผู้ถูกเสนอชื่อเข้ารับตำแหน่งทั้งสองคนต้องแถลงปฏิเสธและยุติการกระทำที่สนับสนุนการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนเรียกร้องให้วุฒิสภาสหรัฐฯ ตรวจสอบคุณสมบัติของทั้งคู่โดยละเอียดก่อนรับตำแหน่ง เพราะการทรมาน การสอบสวนในคุกลับ และการคุมขังอย่างไม่มีกำหนด เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร์กาเรต หวง กล่าวปิดท้ายด้วยว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนในนามความมั่นคงของชาติเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และการไว้วางใจให้ปอมเปโอและแฮสเปล ซึ่งต่างไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนในอดีต มาเข้ารับบทบาทสำคัญๆ เช่นนี้ถือเป็นความเสี่ยงของสังคมสหรัฐฯ อย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4996</URL_LINK>
                <HASHTAG>CIA, คุุกลับในไทย, จีนา ฮาสเปล, ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง, สหรัฐ, สิทธิมนุษยชน, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8edf9c415b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
