<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“YOUเทิร์น” เริ่มต้นที่ยู ชวนทุกคนมาเริ่มต้นจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างถูกวิธี เพื่อโลกใบนี้ของเราทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>
	&amp;nbsp;หลายปีที่ผ่านมา &amp;ldquo;ขยะพลาสติก&amp;rdquo; จำนวนมาก ไม่ได้รับการจัดการหลังการใช้อย่างเหมาะสม จนกลายเป็นปัญหาระดับประเทศ ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข ตั้งแต่พวกเรา ผู้เป็นเจ้าของขยะ ไปจนถึงภาคเอกชนและภาครัฐตลอดเส้นทางการจัดการขยะพลาสติกเหล่านี้
	บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เห็นความสำคัญและลงมือแก้ไขปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง เรามีความตั้งใจอยากช่วยให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ด้วยการจัดการขยะพลาสติกให้เข้าสู่กระบวนการและนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง จึงริเริ่ม &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; ระบบบริหารจัดการขยะพลาสติกที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมกันสร้างคุณค่าให้กับขยะพลาสติกอย่างครบวงจร ด้วยแนวคิด &amp;ldquo;YOUเทิร์น เริ่มต้นที่ยู&amp;rdquo; เริ่มตั้งแต่แยกและทิ้งขยะพลาสติกในมืออย่างถูกวิธี &amp;nbsp;&amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; จะเข้ามารวบรวมและคัดแยกขยะพลาสติกอีกครั้ง เชื่อมต่อการขนส่งเข้าสู่ ENVICCO โรงงานรีไซเคิลพลาสติกมาตรฐานโลกของ GC หรือโรงงานรีไซเคิลพันธมิตรที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าขยะพลาสติกทุกชิ้นที่ทุกคนตั้งใจมาทิ้งกับเรา จะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม กลับมาสร้างประโยชน์แทนการฝังกลบ และนำกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และช่วยลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนไปพร้อม ๆ กัน 


&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	แยกและทิ้งขยะพลาสติกกับ &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; ได้ง่ายๆ เพียงนำไปหย่อนที่ จุดทิ้งขยะพลาสติกของ YOUเทิร์น&amp;nbsp; (YOUเทิร์น Drop Point) ซึ่งรับทั้งพลาสติกแบบแข็ง เช่น ขวดน้ำดื่ม ขวดแชมพู ขวดนม กล่องใส่อาหาร เป็นต้น และพลาสติกแบบยืด เช่น ถุงพลาสติก ฟิล์มถนอมอาหาร เป็นต้น โดย YOUเทิร์น Drop Point ตั้งกระจายในหลายพื้นที่ ได้แก่ 
	PTT Station 18 สาขา (ร่วมกับโครงการพลาสติก (คืน) สุข)
	เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น G
	พาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 1
	พาราไดซ์ เพลส ชั้น 2 
	The Nine Center พระรามเก้า ชั้น 1 
	The Nine Center ติวานนท์ ชั้น 1


&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และยังคงขยายจุดตั้ง YOUเทิร์น Drop Point ร่วมกับกองทัพพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพและปริมณฑลให้ทุกคนได้ทิ้งขยะพลาสติกได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม &amp;nbsp;หากสนใจทิ้งขยะพลาสติกกับเรา สามารถค้นหา YOUเทิร์น Drop Point ได้จากลิงค์ https://bit.ly/3gSEf3n&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;





&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ชญาน์ จันทวสุ &amp;nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า &amp;ldquo;GC มุ่งมั่นในการเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยการสร้างสมดุล ระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (2E1S) โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้ GC มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดมิติของการดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการอำนวยความสะดวกและเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง ด้วย&amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; ระบบบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด ยูเทิร์นเริ่มต้นที่ยู ซึ่ง &amp;ldquo;ยู&amp;rdquo; ในที่นี้ หมายความถึง ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือ ผู้ใหญ่ ก็สามารถที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยจัดการพลาสติกใช้แล้ว เพื่อให้พลาสติกเหล่านั้นได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด นอกจากนี้ &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; ยังนำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการจัดการพลาสติกใช้แล้ว ตั้งแต่ประเภทของพลาสติกที่นำมาหย่อนที่ YOUเทิร์น Drop Point &amp;nbsp;ปริมาณการจัดเก็บเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล จนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาต่อยอดใช้ประโยชน์ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; จึงเป็นระบบที่เป็นทางออกของปัญหาขยะพลาสติกในสังคม โดยที่ผ่านมา มีองค์กรชั้นนำได้นำ YOUเทิร์น ไปประยุกต์ใช้ภายในองค์กรหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รวมไปถึง &amp;ldquo;โครงการแยกขวดช่วยหมอ&amp;rdquo; ซึ่ง YOUเทิร์น ได้ร่วมกับเพจ Less Plastic ระดมขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว จากจุดทิ้งขยะพลาสติกของ YOUเทิร์น และพันธมิตร นำส่งไปยังโรงงานแปรรูปที่ร่วมกับโครงการฯ เพื่อตัดเย็บชุด PPE Level 2 มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำที่มีแรงดัน (Hydrostatic Pressure) สามารถทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้สูงสุดถึง 20 ครั้ง ส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อใช้ป้องกันโรคโควิด 19 สะท้อนให้เห็นว่า YOUเทิร์น สามารถตอบโจทย์ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อมและสามารถต่อยอดไปช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤตได้อย่างทันท่วงที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับองค์กรที่สนใจร่วมเป็นพันธมิตรกับ YOUเทิร์น เพื่อต่อยอดความร่วมมือและขยายผลไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม สามารถสอบถามมาได้ที่อีเมล์ของ YOUเทิร์น : youturn@pttgcgroup.com&amp;nbsp; รวมถึงติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ YOUTURN Facebook&amp;nbsp; Line Official ของ YOUเทิร์น และ Website YOUเทิร์น: https://bit.ly/2Zg4qv1 ทั้งที่ PTT Station ศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้ในเครือ MBK Group และอีกหลายพื้นที่ในอนาคต นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หัวใจสำคัญของ &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; คือ การที่ทุกคนได้เริ่มต้น เรียนรู้ แบ่งปันและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคัดแยกและจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี จากขยะกลับมาเป็นวัตถุดิบ และกลับเข้าสู่วงจรการผลิตอีกครั้ง &amp;nbsp;โดยคุณสามารถมีส่วนร่วมกับ YOUเทิร์น ได้ด้วยการนำขยะพลาสติกมาหย่อนที่จุด YOUเทิร์น Drop Point &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117375</URL_LINK>
                <HASHTAG>Circular Economy, EndtoEndWaste, ENVICCO, GC, GCCircularLiving, YOUเทิร์น, YOUเทิร์น เริ่มต้นที่ยู, ขยะพลาสติก, ดร.ชญาน์ จันทวสุ, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน, ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61495fa19c51b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. จับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผลักดันผู้ผลิตสินค้าและบริการพัฒนาฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันนี้ (6 กันยายน 2564) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ &amp;ldquo;การส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาฉลากสิ่งแวดล้อมและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประเภทรับรองตนเอง&amp;rdquo; รูปแบบออนไลน์ ผลักดันผู้ผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอสินค้าของตนเองแก่ผู้บริโภค หวังสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคสินค้าอย่างยั่งยืน ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย&amp;nbsp; อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ประเทศด้านการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และแผนขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน หรือ SCP Roadmap พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2580 มุ่งเน้นกสนบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวบนพื้นฐานการสร้างความสมดุลของการพัฒนาทั้ง 3 มิติ คือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้นำโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งมุ่งเน้นหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy มาปรับใช้ เกิดการใช้ทรัพยากรสูงสุด พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกและความตระหนักรู้ของประชาชนทั่วไป รวมถึงการส่งเสริมช่องทางในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่าน Green Card Application และช่องทางการตลาดออนไลน์ หรือ Green Market Place ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วนในการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างนโยบายของภาครัฐ ไปสู่ผู้ประกอบการต่างๆ ที่เป็นสมาชิกเครือข่าย ทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถขอรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทรับรองตนเอง ส่งเสริมตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง ได้นำเสนอสินค้าของตนเองแก่ผู้บริโภค เป็นแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้สะดวก ราคาไม่แพง เป็นการสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่งด้วย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญกับการขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน จึงเกิดความร่วมมือในการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ฉบับนี้ เพื่อร่วมกันผลักดันและสนับสนุนการพัฒนาแนวทางการแสดงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของสินค้าและบริการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์&amp;nbsp; มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในระดับประเทศ โดยเฉพาะกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เป็นพันธมิตรหลักในการร่วมงานมาโดยตลอด โดยการสนับสนุนทั้งทางด้านเทคนิค และงบประมาณ ซึ่งผลงานที่ร่วมกันพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การร่วมกันพัฒนา Green Card Application ที่เป็นเครื่องมือในการให้ข้อมูลสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสะสมคะแนนจากการซื้อสินค้า Eco &amp;ndash; Product เกิดการกระตุ้นการบริโภคสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของประชาชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งการพัฒนา Green Card Application นั้น เป็นการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านหนึ่งของ ส.อ.ท. คือ ยุทธศาสตร์ด้าน Demand ซึ่งได้แก่การส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และในวันนี้ ถือเป็นอีกความร่วมมือหนึ่ง โดยเป็นก้าวที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่ายในการร่วมกันสร้างมาตรฐานและระบบอำนวยความสำดวกในการขึ้นทะเบียนฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทรับรองตนเอง ซึ่งเป็นอีกกลไกที่สำคัญในการส่งเสริมการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อกระตุ้นยุทธศาสตร์ด้าน Supply ซึ่งทำให้ผู้ผลิตโดยเฉพาะผู้ผลิตกลุ่ม SMEs ได้ปรับเปลี่ยนการผลิตตั้งแต่การออกแบบ จัดหาวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อการประกอบกิจการที่ยั่งยืน และสนองต่อยุทธศาสตร์และนโยบายต่างๆ ของประเทศ โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป้าหมายการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน รวมทั้งการสร้าง Green Supply Chain เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันที่ยั่งยืนของผู้ประกอบการอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้สินค้าประเภท Eco &amp;ndash; Products มีประเภทและปริมาณเพิ่มมากขึ้น จนเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ซึ่งเป็นผู้นำในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญรัฐควรมีมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนได้รับการลดหย่อนภาษี 200% จากการผลิตและซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญให้ผู้ผลิตและผู้บริโภค ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;โดยการดำเนินงานของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ฯ นั้น เป็นความร่วมมือในการผลักดันและสนับสนุนการพัฒนาแนวทางการแสดงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของสินค้าและบริการและจัดทำระบบรับรองการรายงานการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมด้วยตนเองตามระบบมาตรฐาน ISO 14021 Environmental labels and declarations &amp;mdash; Self-declared environmental claims ให้มีความทันสมัย ชัดเจน เหมาะกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ มีการพัฒนาระบบการขึ้นทะเบียนสินค้าและการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการในการยื่นขึ้นทะเบียนสินค้าและบริการ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อมูลและเอกสารในการขึ้นทะเบียนสินค้าและบริการ มีการพัฒนาและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการและผู้สนใจขอขึ้นทะเบียนสินค้าและบริการ เช่น การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดฉลากสิ่งแวดล้อม จัดทำรายงานข้อมูลและเอกสารต่างๆ ส่งเสริมสิทธิประโยชน์หรือแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการที่ขอรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทนี้ ร่วมกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งแบบออฟไลน์ และออนไลน์ รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115802</URL_LINK>
                <HASHTAG>Circular Economy, Eco – Products, Green Card Application, SCP Roadmap, Self-declared environmental claims, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว, การส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาฉลากสิ่งแวดล้อมและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประเภทรับรองตนเอง, นายสุพันธุ์  มงคลสุธี, นายสุรชัย  อจลบุญ, พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ, ระบบมาตรฐาน ISO 14021 Environmental labels and declarations, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, ส.อ.ท., สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจหมุนเวียน, แผนขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135db25000bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. ชู G-Green ตอบโจทย์ BCG Model พร้อมโชว์เคส G ทอง สบู่สมุนไพรไทยรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชูโครงการ G-Green ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ช่วยตอบโจทย์ วาระแห่งชาติ BCG Model ยุคเทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก พร้อมโชว์เคส G ทอง ปี 64 บริษัทผลิตสบู่และแชมพูสมุนไพรไทย สร้างจุดขายจากรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม แถมมุ่งเป้ายกระดับสู่มาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio Economy Circular Economy Green Economy ) หรือ BCG Model ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการผลักดันการพัฒนาดังกล่าวให้ไปสู่ในระดับชุมชน และประชาชน โดยมุ่งให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ที่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้คุ้มค่า และมากที่สุด ตั้งแต่การผลิต การออกแบบ ที่ให้เกิดของเสียน้อยที่สุด การใช้วัสดุทางเลือก ตลอดจนการนำวัสดุมาใช้ซ้ำ และแปรสภาพกลับมาใช้ใหม่ สร้างจิตสำนึกและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทำงานตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการผลิต การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ G-Green ที่ประกอบด้วย โครงการ Green Product , Green Hotel , Green Office , Green National Park , Green Restaurant, Green Airport และ Green Coffee Shop เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในภาคการผลิต ได้แก่ สถานประกอบการขนาดเล็ก ภาคบริการ ได้แก่ สำนักงาน โรงแรม ร้านอาหารอุทยานแห่งชาติ และผู้บริโภคระดับประชาชน ปรับพฤติกรรมมุ่งสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การขับเคลื่อน G - Green ด้วยวิถีชีวิตใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของ Circular Economy&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน โครงการ G-Green ได้การตรวจประเมินและรับรอง พร้อมมอบตราสัญลักษณ์ G - Green ที่แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) ระดับดีมาก (G เงิน) และระดับดี (G ทองแดง) ซึ่งมีอายุการรับรอง 3 ปี ให้สถานประกอบการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มากกว่า 1,854 แห่ง ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลให้สามารถลดการใช้ พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases: GHG) ออกสู่บรรยากาศ&amp;nbsp; เห็นผลอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดการนำแบบอย่างที่ดีสู่การขยายผลไปยังสถานประกอบการ และหน่วยงานอื่นๆ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน ต่อยอดยกระดับสู่มาตรฐานในระดับสากล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมว.ทส. กล่าวถึงความสำเร็จจากตัวอย่างของโครงการฯ ว่า บริษัท จี เอซ ซัพพลาย จำกัด เป็นผู้ผลิตสบู่ และแชมพูจากสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้นและใบบัวบก ภายใต้เครื่องหมายการค้า Goldy Herb เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เห็นความสำคัญและได้เข้าร่วมโครงการฯกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินพัฒนาเพื่อก้าวเป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจน และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; จนประสบความสำเร็จ สามารถผ่านการตรวจประเมินและรับรอง จนได้รับตราสัญลักษณ์ G - Green ระดับดีเยี่ยม&amp;nbsp; หรือ G ทอง ปี 2564 นับเป็นแบบอย่างของปรับพฤติกรรมมุ่งสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามวัตถุประสงค์ของ G &amp;ndash; Green ทั้งนี้ บริษัทได้ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;โดยกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการควบคุมคุณภาพผลิตตามมาตรฐาน ระบบการจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิตเพื่อป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้พนักงานตระหนักและร่วมมือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเน้นถึงการควบคุมคุณภาพการผลิต&amp;nbsp; พร้อมดำเนินการจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นในผลิตอย่างได้มาตรฐาน และผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; พร้อมกันนี้ ทางบริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาการผลิตสู่มาตรฐานสากลต่อไป เป็นการชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การเข้าร่วม G &amp;ndash; Green ได้สร้างประโยชน์ให้กับการดำเนินเนินธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการเพิ่มภาพลักษณ์องค์กรในการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสการเข้าถึงและขยายตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภค และที่สำคัญสามารถลดต้นทุนจากการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;นายวราวุธ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจ ต้องการเข้าร่วมโครงการ G-Green สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โทรศัพท์ o 2298 5653, 0 2278 8400 ต่อ 1661 หรือทาง Facebook Fanpage กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ เว็ปไซต์กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114719</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Model, Bio Economy Circular Economy Green Economy, Circular Economy, Green Airport, Green Coffee Shop, Green Hotel, Green National Park, Green Office, Green Product, Green Restaurant, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, นายวราวุธ ศิลปอาชา, บริษัท จี เอซ ซัพพลาย จำกัด, บริษัทผลิตสบู่และแชมพูสมุนไพรไทย, ภายใต้เครื่องหมายการค้า Goldy Herb, รมว.ทส., รักษ์สิ่งแวดล้อม, สส., เทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก, เศรษฐกิจหมุนเวียน, แชมพูจากสมุนไพรไทย, โครงการ G-Green</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61288598ca7e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC และ Cargill ตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก  สนับสนุนโมเดล BCG Economy สร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;10 สิงหาคม 2564 : กรุงเทพมหานคร - บริษัท GC International Corporation บริษัทย่อยของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (จำกัด) มหาชน (GC) และ บริษัท Cargill Incorporated (Cargill) ในฐานะผู้ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 50 ในบริษัท NatureWorks LLC (NatureWorks) ประกาศเดินหน้าสร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย ตอบสนองความต้องการใช้วัสดุที่ยั่งยืนให้ตลาดโลก ภายหลังได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมแสดงความยินดีผ่านระบบเสมือนจริง ซึ่งโครงการดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในโครงการที่สนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ BCG Economy Model (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ตามเป้าหมายที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของประเทศไทยและผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่งของโลก มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนและหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อสร้างสมดุลและการเติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยขับเคลื่อนบนกรอบของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ในวันนี้ GC และ Cargill ในฐานะผู้ถือหุ้นของ NatureWorks ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA อันดับหนึ่งของโลก พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ BOI ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้กับ NatureWorks &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่นี้ ใช้เทคโนโลยีพลาสติกชีวภาพอันดับหนึ่งของโลกและใช้น้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ &amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยขยายฐานพันธมิตรในตลาด Bio-Polymer รวมถึงการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้วัสดุที่ยั่งยืน โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยโรงงานจะตั้งอยู่ที่นครสวรรค์ไบโอ&amp;nbsp; คอมเพล็กซ์ (NBC) จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นโครงการแห่งแรกของประเทศไทยที่สอดคล้องกับโมเดล BCG Economy ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ในเวทีโลก และสนับสนุนให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางสาว คอลลีน เมย์ President บริษัท Cargill&amp;rsquo;s Bioindustrial Group กล่าวว่า &amp;quot;คาร์กิลรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ก้าวไปข้างหน้าร่วมกับ GC เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจของ NatureWorks ด้วยการสร้างฐานการผลิตแห่งที่ 2 ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำที่สำคัญถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเราในการลงทุนเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพทั่วโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โรงงานแห่งใหม่นี้เป็นโรงงานพลาสติกชีวภาพโพลีแลคติก แอซิด (Polylactic Acid : PLA) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; แห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อทางการค้า Ingeo&amp;trade; และส่งเสริมการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มกับวัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศไทย ตอบสนองการขยายตัวของตลาด ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายใน ปี 2567 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;Ingeo&amp;trade; PLA เป็นโพลิเมอร์ชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ มีคาร์บอนฟุตปริ้นท์ต่ำ สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น นำไปผลิตเป็นถุงชา แคปซูลกาแฟ บรรจุภัณฑ์อาหาร เส้นใยใช้ในงานพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ เส้นใยที่นำมาใช้ผลิตผ้าอ้อม ผ้าเช็ดทำความสะอาด หน้ากากอนามัย รวมถึงอุปกรณ์ใช้ภายในบ้าน เป็นต้น โดยโรงงานนี้จะใช้น้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ ปีละประมาณ 110,000 ตัน นำไปผลิตเป็นกรดแลคติก (Lactic Acid) แลคไทด์ (Lactide) และโพลิเมอร์ (Polymer) จนได้เป็นโพลิแลคไทด์ (Polylactide) ส่งผลให้โรงงานนี้เป็นโรงงานผลิตโพลิแลคไทด์แบบครบวงจรแห่งแรกของโลก โดยมีกำลังการผลิตโพลิเมอร์ชีวภาพอยู่ที่ 75,000 ตันต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นับว่าโรงงานนี้เป็นโรงงานแห่งแรกของโลกที่ออกแบบมาให้บูรณาการร่วมกันอย่างสมบูรณ์ ด้วยกระบวนการผลิตและการใช้พลังงานที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพลาสติกชีวภาพ Ingeo&amp;trade; ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการสำหรับวัสดุที่ยั่งยืนให้กับตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:.5in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เกี่ยวกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เป็นผู้ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งในด้านขนาด ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ในการผลิตผลิตภัณฑ์ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย ใน 8 กลุ่มธุรกิจหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์มากกว่า 12.79 ล้านตันต่อปี มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบและคอนเดนเสทรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับ 1 ใน 10 ด้านความสามารถในการผลิตเอทิลีนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอันดับ 1 ของโลก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ โดยการรวมนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เสริมสร้างความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้นต่อไป บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยศักยภาพทางการแข่งขันและความโดดเด่นในอุตสาหกรรม รวมถึงการลงทุนในประเทศต่างๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มดัชนี Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI ปี 2020 ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2 ปีซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;www.pttgcgroup.co&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112831</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Economy, BCG Economy Model, Bio-Circular-Green Economy :BCG, Bio-Polymer, BOI, Cargill, Circular Economy, GC, PLA, SD Symposium 2020 “Circular Economy: Actions for Sustainable Future, SDGs, กระทรวงพลังงาน, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, ธุรกิจเคมีภัณฑ์, นครสวรรค์ไบโอ  คอมเพล็กซ์, นายกรัฐมนตรี, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, บริษัท Cargill Incorporated, บริษัท GC International Corporation, บริษัท NatureWorks LLC (NatureWorks), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (จำกัด) มหาชน, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วัสดุที่ยั่งยืนให้ตลาดโลก, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน, โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน, โรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611226570dc22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเดียแก้ปัญหาขยะจากถนนแฟชั่น สตาร์ทอัพไทยคว้า SEED AWARD </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สตาร์ทอัพไทย Moreloop ซึ่งช่วยแก้ปัญหาขยะจากอุตสาหกรรมแฟชั่นด้วยการนำผ้าค้างสต็อกมาใช้ประโยชน์ ได้รับรางวัล SEED Low Carbon Awards (SEED Awards) โดย SEED องค์กรซึ่งได้รับการก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือระดับโลก ซึ่งประกอบด้วย โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp; (UNDP) และสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Moreloop ก่อตั้งในปี 2561 โดยนายอมรพล หุวะนันทน์ และนางสาวธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์ เพื่อลดการทิ้งผ้าส่วนเกินที่เหลือจากการผลิต ด้วยการนำไปขายให้แก่นักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นหรือเอสเอ็มอี เพื่อแปลงสภาพเป็นสินค้าเพื่อขายให้กับองค์กรธุรกิจรายใหญ่ ในปี 2564 Moreloop ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 317,001 กิโลกรัม จากการแปลงสภาพผ้า 60,000 หลา ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ 180,000 ชิ้น นอกจากนี้ ร้อยละ 70 ของผู้บริหาร Moreloop เป็นผู้หญิง ซึ่งทำธุรกิจร่วมกับบริษัทคู่ค้าที่ส่วนใหญ่มีผู้หญิงเป็นผู้บริหาร กล่าวได้ว่า Moreloop เป็นธุรกิจที่ส่งเสริมศักยภาพของสตรี ทั้งนี้ การสนับสนุนจาก SEED จะช่วยให้ Moreloop สามารถทดสอบการขายสินค้าที่ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ของตนเองบนตลาดออนไลน์ในประเทศต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ประกอบการไทยอีก 4 รายที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจาก SEED Awards ได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull;&amp;nbsp;Happy Grocers ส่งเสริมวิธีทำการเกษตรแบบยั่งยืน เช่น เกษตรอินทรีย์ (Organic) เกษตรแบบยั่งยืน (Permaculture) การเก็บพืชผักมาแค่พอบริโภค (foraging) การทำฟาร์มแนวดิ่ง และการทำฟาร์มโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull;&amp;nbsp;Carenation สร้างสรรค์พวงหรีดกระดาษและพวงหรีดดิจิทัล บริการออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับงานศพเพื่อสนับสนุนชุมชนและสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull; Find Folk บริการครบวงจรเพื่อการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;bull;&amp;nbsp;GooGreens แพลตฟอร์มบริหารจัดการขยะที่ช่วยให้คนทั่วไปนำขยะมาขายและแลกคะแนนสะสมเป็นเงินสดหรือบัตรของขวัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Rita Schwarzelhr-Sutter รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของ SEED Low Carbon Awards กล่าวว่า &amp;ldquo;ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมและรายย่อย มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานที่ไม่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีผู้ประกอบจำนวนมากที่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ดังนั้น รางวัล SEED Awards ที่ได้รับคือเครื่องมือที่จะช่วยเสริมสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี โดยจะมอบเครื่องมือเพื่อพัฒนาธุรกิจ&amp;nbsp; ความรู้ และเครือข่ายที่จะช่วยให้สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งธุรกิจสามารถขยายผลลัพธ์เพื่อสร้างผลสำเร็จต่อชุมชนและสังคมในวงกว้างได้อย่างเต็มความสามารถ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณศุภพิมพ์ วัณโณภาศ ผู้ประสานงานของ SEED ในประเทศไทย กล่าวว่า &amp;quot;Moreloop แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการรายย่อยมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการสร้างตลาดสำหรับสิ่งทอส่วนเกิน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดการฝังกลบขยะและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างตลาดที่มีความหลากหลายยิ่งขึ้นด้วยการทำงานร่วมกับธุรกิจที่บริหารงานโดยสตรี SEED รู้สึกภูมิใจที่ได้ให้การสนับสนุน Moreloop ตลอดจนผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากประเทศไทย ได้แก่ Happy Grocers Carenation Find Folk Co. และ GooGreens เพื่อแสดงให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยรายอื่น ๆ ได้เห็นว่าธุรกิจคาร์บอนต่ำสามารถสร้างทั้งผลกำไรและความยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับรางวัล SEED Awards ประจำปี 2564 สตาร์ทอัพที่เข้าร่วมชิงรางวัลร้อยละ 69 มีอายุระหว่าง 18-35 ปี และร้อยละ 52 เป็นสตาร์อัพที่บริหารงานโดยผู้หญิง นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2548 SEED Awards ได้มอบรางวัลแก่ผู้ประกอบการมาแล้วทั้งสิ้น 311 ราย ใน 40 ประเทศ และมอบเงินทุนสนับสนุนรวมทั้งหมดกว่า 1 ล้านยูโร ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมชนะรางวัล SEED Awards แต่ละรายมีส่วนช่วยในการลดคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 7,300 ตัน ผลิตพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่า 9,399 กิโลวัตต์ และทำให้เกิดการจ้างงานจำนวน 28.4 งาน โดยร้อยละ 32 เป็นแรงงานในกลุ่มผู้ด้วยโอกาสทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110052</URL_LINK>
                <HASHTAG>Carenation, circular economy, Find Folk, GooGreens, Happy Grocers, Moreloop, Rita Schwarzelhr-Sutter, SEED, SEED Awards, SEED Low Carbon Awards (SEED Awards), คุณศุภพิมพ์ วัณโณภาศ, นางสาวธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์, นายอมรพล หุวะนันทน์, ผ้าค้างสต็อก, ลดการทิ้งผ้าส่วนเกิน, ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, สตาร์ทอัพไทย, สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN), แก้ปัญหาขยะจากอุตสาหกรรมแฟชั่น, แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน, โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ  (UNDP), โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f27ba0a0275.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
