<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม้ไม่สมบูรณ์แต่ก็ดีระดับแนวหน้าของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ CIVID-19 ระบาดในประเทศจีนนั้น ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีคนติดเชื้อไวรัส COVID-19 นอกประเทศจีน และประเทศไทยก็จัดอยู่อันดับที่ 2 รองจากประเทศจีน โดยที่มีตัวเลขห่างกันหลายสิบเท่า แต่กระนั้นก็ตามสื่อมวลชนและมือคีย์บอร์ด โดยเฉพาะแกนนำฝ่ายค้านและสาวกที่ต้องการแซะ แขวะรัฐบาลก็ตอกย้ำกันเหลือเกินว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ ณ เวลานั้นประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 โดยไม่เคยคิดที่จะย้ำความแตกต่างของตัวเลขระหว่างจีนที่เป็นอันดับ 1 และไทยที่เป็นอันดับ 2 และเมื่อเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศต่างๆ มีจำนวนคนติดเชื้อมากขึ้นเป็นหลักหมื่นหลักแสน มีจำนวนคนตายมากขึ้นเป็นหลักพันหลักหมื่น ประเทศไทยเรามีคนติดเป็นหลักพันต้นๆ มีคนตายเป็นหลักสิบ มีคนที่รักษาหายและกลับบ้านแล้วมากกว่าคนที่ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อันดับจำนวนที่ผู้ติดเชื้อจากอันดับ 2 ในตอนต้น แต่บัดนี้อยู่อันดับที่ 50 กว่า แต่เหล่าบรรดาสื่อมวลชน และนักแซะ นักแขวะต่างๆ ทั้งหลายไม่มีใครเอาประเด็นนี้มาตอกย้ำให้เป็นกำลังใจแก่คนที่ทำงาน อันได้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ทางการปกครอง และประชาชนที่ปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐบาลขอความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใส่หน้ากาก การล้างมือบ่อยๆ และการรักษาระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;COVID 19 เป็นโรคติดเชื้อชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งรัฐบาล คณะแพทย์พยาบาล และฝ่ายปกครอง ไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับโรคดังกล่าว แต่ด้วยคำแนะนำของหมอที่มีความชำนาญทางด้านระบาดวิทยา ทำให้ประเทศไทยสามารถประกาศมาตรการในการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อออกมารณรงค์ให้คนไทยปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องในการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ แม้ว่าในตอนต้นๆ อาจจะมีคนที่ประมาทคิดว่าตนเองคงไม่ติดเชื้อมีพฤติกรรมที่เสี่ยงจนทำให้เกิดการแพร่เชื้อที่รุนแรงอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ทางรัฐบาลและคณะบุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้ความสามารถเต็มศักยภาพในการจะยับยั้งการแพร่เชื้อ การรักษาคนที่ป่วย และการแนะนำให้รัฐบาลประกาศมาตรการที่จะช่วยลดจำนวนคนติดเชื้อ และโชคดีที่คนไทยส่วนใหญ่ตระหนักรู้ว่าโรคติดเชื้อดังกล่าวนี้เป็นปัญหาระดับชาติที่ทุกคนจะต้องช่วยกันให้ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ จึงให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐบาลประกาศออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ประเทศไทยดำเนินการรับมือกับ COVID-19 ที่ทำให้เราได้รับคำชมจากผู้นำหลายประเทศ และจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) มีหลายอย่างที่หลายประเทศที่ประมาทไม่ได้ทำ แต่ในที่สุดเมื่อประเทศของเขามีคนติดเชื้อ มีคนป่วย มีคนตายเพิ่มขึ้น พวกเขาจึงยอมรับว่าวิธีการป้องกันตัวของคนไทยนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และพวกเขาก็เริ่มทำตาม สิ่งที่ประเทศไทยเราทำได้ดีจนกระทั่งได้รับคำชมจาก WHO และประชาคมโลกนั้น มีดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;


	เราใส่หน้ากากกันเป็นส่วนใหญ่ ไปไหนมาไหน เราจะเห็นว่าคนที่ไม่ใส่หน้ากากมีน้อยมาก
	เราล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลบ้าง ด้วยแอลกอฮอล์บ้าง และด้วยสบู่และน้ำยาล้างจานบ้าง
	เรามีการคัดกรองคนที่จะเข้าพื้นที่ต่างๆ โดยมีการวัดอุณหภูมิของคนที่จะเข้าอาคารทุกคน
	เรารักษาระยะห่างกันอย่างน้อยๆ ก็เมตรกว่าตามหลักการของ Social distancing
	เราประกาศให้คนที่มีอาการแยกตัวเองออกจากคนอื่นเป็น Self Quarantine 14 วัน
	คนที่อยู่ในสภาพของความเสี่ยงจะต้องไม่ไปไหนมาไหน จะต้องกักตัวเป็น Home Quarantine
	การจะให้ใครเข้ามาในประเทศจะต้องถูกคัดกรองให้ได้ใบรับรองให้เดินทางได้ (Fit to fly)
	แม้ว่าจะได้รับใบรับรองให้เดินทางกลับเข้าประเทศได้ แต่ก็ต้องกักตัวแบบ Sate Quarantine คือกักตัวอยู่ในอาคารที่รัฐบาลจัดให้ โดยที่สถานที่เหล่านั้นเป็นสถานที่มีคุณภาพทั้งอาคาร บรรยากาศ ข้าวของเครื่องใช้ อาหารการกิน และการบริการของเจ้าหน้าที่ ทำให้ได้รับความร่วมมือจากบุคคลที่เดินทางมาจากต่างประเทศเป็นอย่างดี
	รัฐบาลมีมาตรการในการปิดสถานที่ต่างๆ ที่อาจจะเป็นสถานที่เสี่ยงในการแพร่เชื้อ รวมทั้งปิดธุรกิจต่างๆ ที่อาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อ ซึ่งมาตรการต่างๆ เหล่านี้อาจจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทำให้คนตกงาน ทำให้คนไม่มีรายได้ ทำให้ผู้ประกอบการไม่มีรายได้ แต่รัฐบาลก็หามาตรการเยียวยาให้ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้อาจจะไม่มีความสมบูรณ์ในการแก้ปัญหา แต่ก็ถือว่าบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนได้ระดับหนึ่ง
	ประเทศไทยประกาศงดการจัดงานสงกรานต์ทุกรูปแบบ ทุกกรณี และประชาชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่มีคนเล่นน้ำ ไม่มีการจัดงาน ไม่มีการรวมตัวกันไปทำบุญ
	ประเทศไทยประกาศงดการจำหน่ายสุราในช่วงสงกรานต์ที่อาจจะทำให้คนที่ดื่มสุราอยู่ใกล้ชิดกันและเกิดการประมาทไม่ระวังตัวทำให้ติดเชื้อได้
	ประเทศไทยประกาศเคอร์ฟิวห้ามไม่ให้คนออกจากบ้านเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. และประชาชนส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
	ที่สำคัญที่สุดคือ เรามี อสม. เป็นเหมือนสารวัตรทางการแพทย์ที่ออกตรวจตราและให้คำแนะนำประชาชนถึงบ้านให้ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐอย่างเคร่งครัด


&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการทั้งหมดเหล่านี้ อาจจะไม่ใช่มาตรการที่มีความสมบูรณ์ แต่ก็ต้องถือว่าเป็นมาตรการที่ดีเยี่ยมในการรับมือกับวิกฤติโรคระบาดในครั้งนี้ ดีกว่าหลายๆ ประเทศที่เจริญกว่าเรา มีการสาธารณสุขที่ก้าวหน้ากว่าเรา ดังนั้นพวกเราคนไทยควรจะภูมิใจและจำบทเรียนว่า พวกเราได้ทำอะไรที่ถูกต้อง เหมาะควรที่ทำให้เรากำลังเอาชนะโรคระบาดครั้งนี้ แม้เราจะภูมิใจเพียงใด เราก็ต้องฟังคำแนะนำของหมอที่บอกกับพวกเราว่า &amp;ldquo;อย่าการ์ดตก&amp;rdquo; เพราะถ้าเราประมาท ปล่อยการ์ดตก เราอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาของคนเจ็บคนตายเป็นจำนวนมากจนเรารับมือไม่ไหว และเราต้องบอกกับตัวเราเองว่า การต่อสู้กับ COVID-19 ของไทยไม่สมบูรณ์แต่ก็ดีเยี่ยมนะคะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63553</URL_LINK>
                <HASHTAG>CIVID-19, คิดเหนือกระแส, ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
