<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีป้า - จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;17 กันยายน 2564, อุบลราชธานี &amp;ndash; ดีป้า จับมือ จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปักหมุดพื้นที่ศาลากลางจังหวัด จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center หวังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล รวมถึงศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ช่วยยกระดับเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ คาดพร้อมให้บริการหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปปลายปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center บนพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับเกียรติจาก นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ซึ่งมีคณะผู้บริหาร รวมถึงพนักงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีกันโดยพร้อมเพรียง โดยทั้งหมดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดย นายสฤษดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับการปักหลักของ ดีป้า และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ณ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งเสริมเส้นทางเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง และขอแสดงความยินดีกับ ดีป้า ภายใต้การนำของ ดร.ณัฐพล รวมไปถึงคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน อีกทั้งขออำนวยพรให้การดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานสาขาฯ ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และสามารถดำเนินภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน ดร.ณัฐพล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีป้า บูรณาการการทำงานกับจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่องในการสำรวจและวางแผนความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนอุบลราชธานีสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านดิจิทัลในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ก่อนพัฒนาไปสู่การเป็น ASEAN Digital Hub ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;อาคารสำนักงาน ดีป้า สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก เหมาะกับการคิดค้นสิ่งใหม่ต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มี Co-working Space รองรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการประชุม เป็นศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ (City Data Platform) ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถให้บริการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงชาวต่างชาติ อีกทั้งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ โดยคาดว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2565&amp;rdquo; ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ ดีป้า และ จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ (Smart Economy Showcase) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารในจังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีคุณภาพจากเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการจัดกิจกรรม Smart Economy Showcase ได้ทาง Facebook Page: depa Thailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Digital Hub, City Data Platform, co-working space, Smart City, Smart Economy Showcase, ขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ, จังหวัดอุบลราชธานี, ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, ดีป้า, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์, บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, ศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, อุบลราชธานี, เมืองอัจฉริยะ, โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144528f49379.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้นายกหยุดกทม.ยึดหอศิลป์ &#039;ไกรศักดิ์&#039;ลั่นขรก.บริหารเจ๊ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายศิลปินฯ ระดมพลบุกทำเนียบฯ 9 โมงเช้า จี้นายกฯ หยุดผู้ว่าฯ กทม.ยึดหอศิลป์ โต้ไม่ใช่องค์กรค้ากำไรจะขาดทุนได้อย่างไร ยันสร้างชื่อเสียงระดับโลก &amp;quot;ไกรศักดิ์&amp;quot; ลั่นหอศิลป์ต้องเอกเทศจากระบบราชการให้ กทม.บริหารเจ๊งแน่ &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; อ้างต้องการพัฒนาพื้นที่ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด แต่หาก ปชช.ไม่เห็นด้วย กทม.ก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมนำหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันบริหารโดยมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครกลับมาบริหารเอง ทำให้เครือข่ายศิลปินลุกขึ้นมาคัดค้าน โดยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายวสันต์ สิทธิเขต ศิลปินชื่อดัง รางวัลศิลปาธร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;Vasan Sitthiket&amp;quot; ระบุว่า เวลา 9 โมงเช้าวันที่ 15 พ.ค. เครือข่ายศิลปินฯ นัดเจอกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่ง กพ.เพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้หยุดผู้ว่าฯ กทม.ยึดหอศิลป์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทยได้แชร์ข้อความดังกล่าว และนัดหมายกันไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบฯ ให้ยับยั้งแนวคิด กทม.ฮุบหอศิลป์ และให้ กทม.ยึดถือปฏิญญาที่ให้ไว้ต่อพันธมิตรศิลปะและประชาชนเมื่อปี 2548 ณ สวนเบญจสิริ เครือข่ายศิลปินฯ จึงได้เชิญชวนพี่น้องศิลปิน และเครือข่ายประชาชนรักหอศิลป์ เพื่อนหอศิลป์ และสื่อมวลชนไปสำแดงพลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุมพล อภิสุข ตัวแทนเครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ศิลปินทุกคนในเครือข่ายต่างตกใจว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ขณะที่ข้อมูลอันได้มีการนำเสนอในการประชุมสภา กทม.เมื่อวันพุธที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ไม่ทราบว่าคณะผู้บริหารนำข้อมูลดังกล่าวมาจากไหน ในประเด็นเรื่องงบประมาณที่บอกว่าหอศิลป์ขาดทุนเฉลี่ยปีละ 40 ล้านบาท รวมถึงการกล่าวอ้างว่ามีเก้าอี้สำหรับอำนวยความสะดวกประชาชนไม่เพียงพอ ในส่วนแรกต้องเข้าใจก่อนว่าหอศิลป์ไม่ได้เป็นองค์กรค้ากำไร &amp;nbsp;แล้วจะขาดทุนได้อย่างไร รวมทั้งงบประมาณที่นำเสนอโดยไม่มีการคำนวณรวมกับเงินที่มูลนิธิฯ บริหารจัดการ และได้จากผู้สนับสนุนหลัก แล้วจะกล่าวอ้างว่าหอศิลป์บริหารจัดการอย่างขาดทุนได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนศิลปินระบุว่า นับแต่มีการเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา หอศิลป์สร้างชื่อให้ กทม.มากกว่าเงินอุดหนุนที่ กทม.จ่ายมาให้เสียอีก ในแง่ของชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับแสดงความคิดเห็นของประชาชนแล้ว ยังเคยจัดการประชุมศิลปินระดับนานาชาติ รวมทั้งนิทรรศการของศิลปินทั่วโลกมาแล้วอย่างมากมาย ซึ่งก็ไม่ทราบว่า กทม.มองเห็นมุมเหล่านี้หรือไม่ ทั้งนี้ เครือข่ายฯ เตรียมจะยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เพื่อขอให้ยับยั้ง กทม.เดินหน้ากระบวนการดังกล่าว ในเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดูบทเรียนที่ผ่านมาเป็นตัวอย่าง อาทิ พิพิธภัณฑ์เด็กใกล้กับตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งแต่เดิมมีการบริหารจัดการโดยมูลนิธิฯ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง ก่อนเปลี่ยนเป็นการจ้างเอกชนเข้ามาบริหารจัดการ สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างในช่วงแรก หรือหากมองง่ายๆ เพียงแค่ห้องส้วมสาธารณะในพื้นที่ กทม.เขาจ้างเอกชนมาบริหารจัดการ สุดท้ายแค่หลับตาทุกคนคงพอนึกสภาพได้ว่าจะออกมาอย่างไร&amp;quot; นายจุมพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตประธานกรรมการบริหารมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่คิดว่า กทม.จะมีความสามารถในการบริหารหอศิลป์ได้ สาเหตุที่หอศิลป์เติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะบริหารงานเป็นเอกเทศจากระบบราชการ หากการบริหารหอศิลป์ถูกแทรกแซง &amp;nbsp;เช่นผู้มีอำนาจสั่งว่าเสาร์-อาทิตย์นี้ต้องให้คนนั้นคนนี้มาแสดงนะ อย่างนี้เจ๊งแน่ เช่นเดียวกันทุกวันนี้หอศิลป์ กทม.เติบโตจนได้มาตรฐานดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค มีศิลปะและการแสดงหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะเอาไปให้ผู้อำนวยการด้านวัฒนธรรมของ กทม.บริหารก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะเขาเติบโตมากับระบบราชการ เขาไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม และมีความสามารถพอหรือไม่ที่จะทำให้ประชาชนสนใจและเข้ามาใช้บริการทั้ง 365 วัน การที่ผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์ว่าหอศิลป์ขาดแคลนเก้าอี้จนต้องปล่อยให้นั่งกับพื้นนั้น จริงๆ แล้วต้องเข้าใจว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของหอศิลป์ใช้ในการจัดแสดงภาพและนิทรรศการต่างๆ ซึ่งประชาชนต่างเดินชม แต่หากผู้ว่าฯ ต้องการที่จะเอาเก้าอี้มาบริจาคก็ไม่มีปัญหา เพียงแค่ออกแบบเก้าอี้ดีๆ สำหรับการชมภาพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะหลังหอศิลป์ถูกมองว่าเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวและแสดงออกของกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ อาจทำให้ผู้มีอำนาจในประเทศไม่สบายใจ นายไกรศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องสิทธิของมนุษยชาติและสังคมร่วมสมัยที่ต้องการแสดงความคิดเห็น ซึ่งไม่ใช้ความรุนแรงและสนทนากันด้วยเหตุผล โดยพื้นที่ของหอศิลป์เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด เพราะประเทศอยู่ภายใต้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ และสังคมร่วมสมัยต้องเปิดกว้าง จึงอยากให้ผู้บริหารประเทศมาเดินดูงานที่หอศิลป์ หรือมาฟังสิ่งที่เขาพูดกันบ้าง &amp;nbsp;เพราะจะได้ประโยชน์แก่ตัวท่านเอง ซึ่งสามารถเอาไปใช้เป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหาของประเทศ รวมทั้งปัญหาของ กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะดูแลรับผิดชอบสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว กล่าวว่า ผู้บริหาร กทม.จะประชุมพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารหอศิลป์ ในที่ประชุมผู้บริหาร กทม. ครั้งที่ 12/2561 วันที่ 15 พ.ค. โดยสำนักวัฒนธรรมฯ จะรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมในที่ประชุม สำหรับแนวคิดการนำหอศิลป์กลับมาบริหารเองนั้นได้พูดคุยกันหลายครั้ง เนื่องจาก กทม.ต้องอุดหนุนงบประมาณปีละ 40 ล้านบาทเกือบทุกปี จนสภา กทม.ไม่เห็นชอบให้ กทม.อุดหนุนงบประมาณเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่างบประมาณดังกล่าวมูลนิธิหอศิลป์น่าจะนำไปทำกิจกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทำให้หอศิลป์ได้รับการอุดหนุนงบประมาณในส่วนของรายจ่ายอื่นเท่านั้น &amp;nbsp;อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประกอบกับการที่ถูกสภา กทม.ตั้งข้อสังเกตว่าการลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เมื่อปี 2554 &amp;nbsp;เพื่อมอบสิทธิ์ให้มูลนิธิหอศิลป์เป็นผู้บริหารจัดการเป็นเวลา 10 ปี โดยจะสิ้นสุดในปี 2564 ขณะที่ &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เล็งเห็นความยากลำบากของบรรดาเหล่านักเรียนและนักศึกษาที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่หอศิลป์ ตามที่ให้ข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้คือ พื้นที่เรียนรู้ที่หอศิลป์จำเป็นต้องจัดหา แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีการนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวการนำหอศิลป์กลับมาบริหารเอง เพื่อเลี่ยงการจัดกิจกรรมและการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น นายทวีศักดิ์ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะหากย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์การจัดตั้งหอศิลป์แล้ว เพื่อเป็นพื้นที่ส่งเสริมความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมหลากหลายแขนงแก่ประชาชน รวมถึงเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาใช้สอยดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อ กทม.นำหอศิลป์กลับมาบริหารเองแล้วจะบริหารจัดการอย่างไรบ้างนั้น กทม.โดยสำนักวัฒนธรรมฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเข้ามาบริหารจัดการ ซึ่ง กทม.อยากให้มีพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่ด้านศิลปะหรือการจัดกิจกรรมอื่นใดยังคงเป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิม ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวินมีแนวคิดเพียงอยากปรับปรุงให้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;แฟนเพจผู้ว่าฯ อัศวิน&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;Ars longa, vita brevis&amp;quot; ประโยคดังกล่าวได้รับการแปลอย่างลึกซึ้งโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มีใจความว่า &amp;quot;ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น&amp;quot; แสดงถึงความสำคัญของศิลปะ ตนก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการสนับสนุนให้ประชาชนมีพื้นที่สาธารณะ ปราศจากการแทรกแซงเพื่อสร้างสรรค์งานศิลป์ ไม่ว่าจะใช้เพื่อการแสดงออก เพื่อศึกษาหรือร่วมแบ่งปันงานศิลป์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของประเทศที่ใช้ในการทำกิจกรรมเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่มีกระแสข่าวในทำนองว่า กทม.จะนำพื้นที่ในหอศิลป์ทั้งหมดไปทำอย่างอื่น หรือกระทั่งนำไปทำห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงแคมเปญคัดค้านการที่ กทม.จะเข้ามาบริหารจัดการหอศิลป์ด้วยตนเองนั้น &amp;nbsp;กทม.ไม่เคยคิดและไม่มีทางที่จะทำลายสถานที่แสดงศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศเรา เพียงแต่เราต้องการพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันพื้นที่บางส่วนของหอศิลป์ยังไม่ได้มีการใช้ประโยชน์ เราต้องการนำพื้นที่เหล่านั้นมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ หนึ่งในแนวทางที่อยากจะปรับปรุงคือ การนำพื้นที่เหล่านั้นมาปรับให้เป็นสถานที่ที่ทุกคนได้เข้ามาใช้ สร้างสรรค์งานศิลป์ ทำงาน พบปะ และ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือที่เรียกกันว่า co-working space ในส่วนนิทรรศการก็ยังจะต้องใช้เพื่อแสดงงานศิลปะและวัฒนธรรมอย่างเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่การที่ กทม.จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่ส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์นั้น อาจติดด้วยระเบียบและกฎหมายการมอบกิจการให้มูลนิธิ กทม.จึงมีเป้าหมายที่จะพัฒนาพื้นที่เหล่านั้น เพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ที่ให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน และดึงดูดให้ประชาชนสนใจงานศิลป์มากขึ้น สำหรับแนวทางการพัฒนานั้นอาจมีการดึงผู้ที่เกี่ยวข้องและมีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนา ผมเชื่อมั่นว่าศิลปะเป็นเรื่องของอิสระทางความคิดและจินตนาการ ศิลปะเป็นสิ่งจรรโลงใจหาใช่เพื่อวัตถุประสงค์ใด และสถานที่แสดงศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแห่งนี้จะต้องยังคงอยู่เพื่อประชาชนทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินระบุด้วยว่า &amp;quot;สุดท้ายนี้ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย กทม.ก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพัฒนาในพื้นดังกล่าวครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9187</URL_LINK>
                <HASHTAG>co-working space, กทม.ฮุบหอศิลป์, นายจุมพล อภิสุข, นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์, นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, ระดมพลบุกทำเนียบฯ, สิทธิของมนุษยชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรค้ากำไร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af98cf8774d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
